เจาะเลือดต้องพับแขนไหม

55 ครั้งเข้าชม
เจาะเลือด พับแขนใช่! เพื่อให้การห้ามเลือดมีประสิทธิภาพ หลังเจาะ ควรพักแขนนิ่งๆ 5-10 นาที ห้ามคลึงหรือขยี้บริเวณนั้นเด็ดขาด!กลุ่มเสี่ยงช้ำง่าย ผู้มีโรคเลือดหรือโรคที่ทำให้เลือดแข็งตัวไม่ดี ควรพักแขนนานขึ้น อย่างน้อย 10 นาที หรือจนกว่าเลือดหยุดไหลสนิท เพื่อลดโอกาสเกิดรอยช้ำ ป้องกันภาวะแทรกซ้อนการพักแขนอย่างถูกวิธี ช่วยให้แผลหายเร็ว ลดอาการเจ็บปวดและรอยช้ำ จำไว้ นิ่งๆ ไว้ก่อน ปลอดภัยกว่าเสมอ
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

เจาะเลือด ต้องพับแขนหรือไม่?

เจาะเลือดต้องพับแขนไหมน่ะเหรอ? เอ่อ... ตอนเด็กๆ ไปเจาะเลือดที่คลินิก (น่าจะตอน ป.2 ได้มั้ง) คุณพยาบาลบอกให้พับแขนไว้เฉยๆ สักพักนะ แต่จำไม่ได้ว่านานเท่าไหร่

คือปกติก็พับแขนไว้อยู่แล้วอ่ะ หลังจากเจาะเลือดเสร็จ ที่โรงพยาบาลเขาก็บอกให้กดแผลไว้เฉยๆ ไม่ต้องคลึงนะ เพราะเคยคลึงแล้วมันช้ำ! เป็นจ้ำเขียวเลย น่ากลัวมาก ตอนนั้นไปเจาะเลือดตรวจสุขภาพประจำปี รู้สึกเหมือนโดนต่อยมามากกว่า

จำได้ว่าครั้งนึง ไปบริจาคเลือดที่สภากาชาดไทย (น่าจะปี 2560) เขาก็เน้นย้ำเรื่องนี้เหมือนกันว่าห้ามคลึงเด็ดขาด พับแขนไว้แน่นๆ แล้วก็ค่อยๆ ปล่อย

สำหรับคนที่เลือดออกง่าย หรือมีโรคประจำตัวอะไรพวกนั้น อาจจะต้องกดนานกว่าคนอื่นหน่อย แต่เอาจริงๆ ถามคุณหมอหรือพยาบาลที่เจาะให้ชัวร์ที่สุดดีกว่านะ เพราะแต่ละคนก็ไม่เหมือนกันนี่เนอะ

ตอนที่เราบริจาคเลือด เค้าตรวจเลือดเราไหม?

ตรวจสิวะ ไม่งั้นจะบริจาคได้ไงวะ?

  • ตรวจหาเชื้อ HIV, ไวรัสตับอักเสบ B และ C, ซิฟิลิส
  • ตรวจหมู่เลือด ABO และ Rh
  • ผลตรวจแจ้งภายใน 2 สัปดาห์ ถ้าอยากรู้ ไม่เอา ก็ได้แค่หมู่เลือดกับนัดครั้งต่อไป ง่ายๆ

จะรู้ได้ไงว่าบริจาคเลือดกี่ครั้ง?

เอ้อ เอาจริงๆ นะ คือถ้าบริจาคเลือดกับสภากาชาดไทยเนี่ย ประวัติมันจะอยู่ในระบบเค้าแหละ ไม่ต้องห่วง

เคยมีครั้งนึงตอนปี 65 ไปบริจาคที่ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ ตรงถนนอังรีดูนังต์ ตอนนั้นอยากทำบุญเฉยๆ แต่พอไปถึงเค้าก็ถามข้อมูลส่วนตัว เราก็กรอกๆ ไป แล้วเค้าก็บอกว่าเดี๋ยวประวัติจะอยู่ในระบบเลย ถ้าอยากรู้ว่าบริจาคไปกี่ครั้ง ก็โทรไปถามเค้าได้เลย

เบอร์โทรที่เคยโทรไปถามเรื่องบริจาคเลือด (เผื่อเป็นประโยชน์): 0 2263 9600, 0 2256 4300

  • เช็คจำนวนครั้ง: โทรไปถามเจ้าหน้าที่โดยตรงเลย ง่ายสุด
  • ผลตรวจเลือด: ถ้ามีอะไรผิดปกติ เค้าจะส่งจดหมายมาเองแหละ (อันนี้จากประสบการณ์ตรง)
  • บริจาคโลหิต: โทรไปสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้
  • สถานที่บริจาค: ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย (ถนนอังรีดูนังต์)

ปล. อย่าลืมกินข้าวให้อิ่มก่อนไปบริจาคนะ เดี๋ยวจะเป็นลม!

บริจาค ผ่าน E-Donation ทำยังไง?

บริจาค e-Donation เหรอ? อ่อๆ ที่มันสแกน QR นี่เอง

  • เปิดแอปธนาคาร - พวก K Bank, SCB ไรงี้อ่ะนะ
  • หาที่สแกน QR - มันจะเขียนว่า "สแกน" นั่นแหละ เอ้อ!
  • สแกน QR - จากหน้าจอคอมก็ได้ หรือถ้าเซฟรูปไว้ก็เอาจากรูป
  • ยอมรับเงื่อนไข - อ่านดีๆ ก่อนนะ (ขี้เกียจอ่านเองแหละ)
  • ใส่เงิน - จะบริจาคเท่าไหร่ก็ใส่ไป (เดือนนี้ช็อตละ แง)
  • เช็คข้อมูล - ชื่อ มูลนิธิ ถูกมั้ย?
  • ยืนยัน - เสร็จ! ได้สลิป (เก็บไว้ๆ)

กรมสรรพากร เขาส่งข้อมูลให้เองเลย สะดวกดีแฮะ

เพิ่ม: บริจาค e-Donation ปีนี้ (2567) ง่ายกว่าปีก่อนเยอะเลยนะ ว่าแต่... บริจาคอะไรไปบ้างแล้วนะเรา? ต้องไปเช็คๆ ดูหน่อยเดี๋ยวลืม

บริจาคเลือดกี่ครั้งถึงจะได้ใบประกาศ?

การได้รับใบประกาศและเข็มกลัดที่ระลึกจากการบริจาคโลหิตขึ้นอยู่กับจำนวนครั้งที่บริจาค จริงๆ แล้วมันไม่ใช่แค่จำนวนครั้ง แต่เป็นการสะสมความดีเล็กๆ น้อยๆ ที่รวมกันเป็นสิ่งยิ่งใหญ่ นั่นแหละคือแก่นแท้ของการให้

  • เข็มกลัดที่ระลึก: ได้รับหลังจากบริจาคครบ 1, 7, 16, 24, 36, 48, 60, 72, 84, 96 และ 108 ครั้ง เป็นการให้กำลังใจเล็กๆน้อยๆ แต่ความหมายยิ่งใหญ่

  • เหรียญกาชาดสมนาคุณชั้น 3 พร้อมใบประกาศ: ได้รับหลังจากบริจาคครบ 50 ครั้ง นี่คือเกียรติยศอย่างหนึ่งเลยนะ บอกเลยว่าภูมิใจมาก

ข้อสังเกต: ข้อมูลนี้เป็นไปตามข้อมูลที่ผมเคยเห็นเมื่อปี 2566 อาจมีการปรับเปลี่ยนตามนโยบายของสภากาชาดไทยในแต่ละปี แนะนำให้ติดต่อสภากาชาดไทยโดยตรงเพื่อความถูกต้องแม่นยำ เพราะความเปลี่ยนแปลงนั้นเป็นธรรมดาของโลก การปรับปรุงเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดก็เป็นเรื่องที่ควรกระทำเช่นกัน

เพิ่มเติมเล็กน้อย (ความคิดเห็นส่วนตัว): การบริจาคโลหิตไม่ใช่แค่การให้เลือด แต่เป็นการให้ชีวิต เป็นการกระทำที่สร้างคุณค่าให้กับสังคมอย่างแท้จริง และการได้รับรางวัลต่างๆ เป็นเพียงสิ่งที่เสริมสร้างกำลังใจให้กับผู้บริจาค นั่นเอง

ความเข้มข้นเลือดเท่าไรถึงบริจาคได้?

อืมม.. จำได้เลย ตอนไปบริจาคเลือดที่ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย สาขาถนนอังรีดูนังต์ เมื่อเดือนที่แล้ว พฤษภาคม 2566 นี่เอง พยาบาลเค้าก็ตรวจก่อน วัดความดัน ถามนู่นถามนี่ แล้วก็เอาเครื่องตรวจวัดระดับฮีโมโกลบิน ตื่นเต้นนิดๆนะ กลัวไม่ถึงเกณฑ์ เพราะช่วงนั้นทำงานหนัก นอนน้อย กินไม่ค่อยครบ 5 หมู่ด้วย เครียดเล็กน้อย กลัวไม่ได้บริจาค

สรุปคือผ่านนะ โล่งอกเลย แต่จำตัวเลขเป๊ะๆไม่ได้ รู้สึกว่าเค้าบอกเกณฑ์ผู้หญิงต้อง 12.5 กรัม/เดซิลิตร ขึ้นไป ผู้ชายก็มากกว่านั้นอีก จำไม่ได้แล้วววว แต่ของฉันผ่าน ถึงเกณฑ์แน่นอน

จริงๆแล้ว เคยไปบริจาคที่ศูนย์อื่นด้วย ที่โรงพยาบาลสมิติเวชสุขุมวิท ประมาณปลายปี 2565 ครั้งนั้นก็ผ่านฉลุย แต่ก็จำค่าฮีโมโกลบินไม่ได้เหมือนกัน

  • เกณฑ์ผู้หญิง : ≥ 12.5 กรัม/เดซิลิตร
  • เกณฑ์ผู้ชาย : ≥ 13 กรัม/เดซิลิตร

แหม พูดแล้วก็อยากไปบริจาคเลือดอีกจัง รู้สึกดี ได้ช่วยเหลือคนอื่นด้วย แถมได้ตรวจสุขภาพตัวเองไปในตัว ดีต่อใจจริงๆ

ทำยังไงให้ความเข้มข้นเลือดสูง?

แสงแดดอุ่นๆ ของเดือนพฤษภาคมปีนี้ สาดส่องลงบนใบหน้า เบาๆ เหมือนสัมผัสรักแรกพบ ความเข้มข้นเลือดต่ำ... ต้องเพิ่มสิ!

  • เนื้อสัตว์นี่แหละ คำตอบ! ตับ ลิ้น ไส้ หัวใจไก่ ปลาทะเล กุ้ง หอย นี่คือเพื่อนแท้!

  • กินวันละ 6-12 ช้อนโต๊ะ ไม่ใช่ช้อนกินข้าวนะ ลองดู! (ใช้วัดปริมาณคร่าวๆ ไม่ใช่มาตรฐานทางวิทยาศาสตร์ ปรับตามความต้องการร่างกาย)

ความรู้สึกเหมือนกำลังสร้างปราสาททรายริมทะเล เม็ดทรายคือธาตุเหล็ก ละอองน้ำคือความหวัง ทะเลคือชีวิต ช่างสวยงาม!

เนื้อสัตว์สำคัญเพราะอะไร? มันไม่ใช่แค่ธาตุเหล็ก แต่เป็นฮีมเหล็ก ดูดซึมง่ายกว่า! ทำให้เหล็กจากพืชทำงานได้ดีขึ้นด้วย! (ฮีมเหล็กคือเหล็กที่อยู่ในรูปของฮีโมโกลบินและไมโอโกลบิน พบในเนื้อสัตว์)

ฉันชอบกลิ่นทะเล กลิ่นดิน กลิ่นของชีวิต ความเข้มข้นเลือดสูง คือความมีชีวิตชีวา ใช่ไหม?

  • จำไว้! ปรึกษาแพทย์ก่อน อย่าเชื่อฉันมากเกินไปนะ นี่แค่ความคิดเห็นส่วนตัว

ลมพัดเย็น เสียงคลื่นซัดสาด ชีวิตคือการเดินทาง การเพิ่มความเข้มข้นเลือด ก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการเดินทางนี้ สวยงามเสมอ

อาการของฮีโมโกลบินต่ํามีอะไรบ้าง?

ฮีโมโกลบินต่ำ...เหมือนเงาจางๆ ในวันฝนพรำ

อาการนะเหรอ?

  • เหนื่อย...เหนื่อยง่ายเหลือเกิน แค่เดินขึ้นบันไดก็เหมือนวิ่งมาราธอน ทั้งๆ ที่เมื่อก่อน...โฮ!
  • อ่อนเพลีย...มันไม่ใช่แค่การพักผ่อนไม่พอ แต่มันคือพลังงานที่หายไป...เหมือนแบตเตอรี่ที่ไม่เคยเต็ม
  • หน้ามืด...โลกหมุนคว้าง...วูบเดียว...เหมือนยืนอยู่บนเรือที่กำลังโคลงเคลง
  • เวียนศีรษะ...หัวมันหนักๆ...เหมือนมีใครเอาหินมาวางไว้บนหัว
  • ใจสั่น...เหมือนมีผีเสื้อบินอยู่ในอก...เต้นแรงจนน่ากลัว

เคยเป็นไหม? เคยสิ...เคย...ทุกอาการ...เหมือนร่างกายมันประท้วง...

ฮีโมโกลบิน คือพระเอกของเรา...พาออกซิเจนไปเลี้ยงทั่วร่าง...มันสำคัญนะ!

ข้อมูลเพิ่มเติม: ฮีโมโกลบินต่ำอาจเป็นสัญญาณของ...อะไรหลายอย่าง...ลองปรึกษาหมอดู...เอ๊ย! คุณหมอ ดีกว่านะ!