เบาหวานเปียก คืออะไร
เบาหวานเปียก (Ulcerative Diabetes) คืออะไร? อาการและการรักษา
เบาหวานเปียกเหรอ? เอาจริงนะ ชื่อนี้ฉันก็เพิ่งได้ยินไม่บ่อยเท่าไหร่ แต่ถ้าให้เล่าจากที่เจอมา มันคล้ายๆ ตอนที่คุณลุงของเพื่อนเราเข้าโรงพยาบาลฉุกเฉินเมื่อปลายเดือนตุลาคมปี 2565 เลยนะ ตอนนั้นคุณหมอบอกว่าน้ำตาลพุ่งสูงลิ่วจนร่างกายช็อกไปเลย มันแย่จริงๆ นั่นแหละ
เหมือนร่างกายมันจัดการน้ำตาลไม่ไหวไง น้ำตาลในเลือดล้นเกิน แล้วร่างกายก็พยายามจะขับออกทางปัสสาวะ ดึงน้ำออกจากเซลล์ไปหมดจนตัวเขาดูแห้งเหี่ยวเลย นั่นแหละมันเลยเป็นเรื่องใหญ่ ขนาดหมอที่โรงพยาบาลแถวแจ้งวัฒนะยังบอกเลยว่าถ้ามาช้ากว่านี้อีกนิดก็อาจจะไม่รอดแล้ว
อาการเหรอ? ตอนนั้นคุณลุงของเพื่อนดูซึมๆ หมดแรง ไม่ค่อยตอบสนอง แถมผิวก็แห้งผากมาก เพื่อนเล่าว่าก่อนหน้านั้นลุงปัสสาวะบ่อยมาก ดื่มน้ำเยอะแค่ไหนก็ยังหิวน้ำตลอดเวลา แต่ก็ไม่มีใครคิดว่าจะหนักขนาดนี้ไง กว่าจะรู้ตัวก็เกือบจะสาย
คุณหมอบอกเลยว่าต้องรีบให้น้ำเกลือ ลดน้ำตาลทันที นี่มันวิกฤตมากนะ เขาต้องอยู่ ICU ไปหลายวันเลยแหละ ค่าใช้จ่ายก็ไม่ใช่น้อยๆ เลยนะ
มันเลยทำให้ฉันคิดนะว่าเบาหวานนี่มันไม่ได้น่ากลัวแค่แผลที่เท้า หรือตาพร่ามัวอย่างเดียว แต่มันมีแบบที่ร่างกายพังจากข้างในแบบนี้ได้ด้วย แค่เรื่องน้ำตาลสูงจนร่างกายขาดน้ำรุนแรง ก็เล่นเอาชีวิตคนไปได้ง่ายๆ เลยอ่ะ ดูแลตัวเองดีๆ นะทุกคน.
เบาหวานแฝงคืออะไร
เบาหวานแฝงมันก็คือ ภาวะเบาหวานเฟรนด์โซน นั่นแหละ ร่างกายมันส่งสัญญาณเตือนดังๆ มาแล้วว่า เฮ้ย! อีกนิดเดียวนะแกจะได้เลื่อนขั้นเป็นเบาหวานตัวเต็ม แต่ตอนนี้ยังกั๊กๆ อยู่ สถานะไม่ชัดเจน
น้ำตาลในเลือดมันสูงกว่าชาวบ้านชาวช่องเขา แต่ก็ยังไม่สูงพอที่จะให้หมอตราหน้าว่าเป็นเบาหวานเต็มตัวได้ มันคือสถานะยืนขาเดียวอยู่บนขอบเหว รอวันผลัดตกลงไปเต็มตัวถ้ายังทำตัวเหมือนเดิม
สาเหตุหลักๆ ก็มาจากพฤติกรรมเดิมๆ ที่ทำกันจนชินนั่นแหละ
เรื่องเวรกรรมแต่ปางก่อน หรือที่เรียกหรูๆ ว่า พันธุกรรม อันนี้โทษใครไม่ได้ ได้มรดกมาจากพ่อแม่ปู่ย่าเต็มๆ ถ้าในตระกูลมีคนเป็น ก็เตรียมตัวไว้เลย
ภาวะน้ำหนักเกินมาตรฐานสากลโลก หรือที่บ้านๆ เรียกกันว่า อ้วน! ไอ้พุงที่ยื่นออกมานั่นไม่ใช่แค่ที่เก็บไขมัน แต่มันคือโรงงานผลิตความเสี่ยงชั้นดีเลย ยิ่งกินยิ่งยัดทะนานเข้าไป ตับอ่อนมันก็ขี้เกียจทำงานสิครับ
ส่วนไอ้เรื่อง พ่นควันออกจากปาก นี่ก็ตัวดี ปอดพังไม่พอ ยังจะไปกวนระบบน้ำตาลในเลือดอีก มันของคู่กันเลยกับความเสี่ยง
แล้วจะรู้ได้ไงว่าเป็นไอ้โรคกั๊กๆ นี่?
- ไปเจาะเลือดสิวะ! ดูค่าน้ำตาลตอนอดอาหาร (FBS) ถ้าค่าของคนปกติจะต่ำกว่า 100 แต่ถ้าของแกอยู่ระหว่าง 100-125 mg/dL นี่แหละ เข้าแก๊งเบาหวานแฝงเรียบร้อยโรงเรียนจีน
- อีกตัวคือ ค่าน้ำตาลสะสม (HbA1c) อันนี้เหมือนดูสมุดพกย้อนหลัง 3 เดือน ถ้าค่ามันดีดขึ้นมาที่ 5.7% - 6.4% ก็ชัดเลยว่าแกกำลังอยู่ในโซนอันตราย
- ถ้าปล่อยเบลอๆ ไว้ ไม่ทำอะไรกับชีวิตเลยนะ เตรียมรับตำแหน่งผู้ป่วยเบาหวานเต็มตัวได้เลย ส่วนใหญ่ไม่เกิน 5-10 ปี ได้เลื่อนขั้นแน่นอน ไม่ต้องลุ้น
ทำไมคนเป็นเบาหวานถึงเป็นแผล
ก็เพราะไอ้ท่อส่งเลือดมันพังน่ะสิคุณเอ๊ย! คิดภาพตามนะ ท่อส่งเลือดในตัวเรามันก็เหมือนท่อประปาส่งน้ำไปตามบ้านนั่นแหละ แต่พอโดนน้ำตาลในเลือดโจมตีบ่อยๆ เข้า ท่อมันก็ทั้งแข็ง ทั้งตีบ ทั้งตัน เลือดที่เปรียบเสมือนหน่วยซ่อมบำรุงขั้นเทพเลยเดินทางไปไม่ถึงจุดเกิดเหตุ โดยเฉพาะที่ตีนซึ่งอยู่ไกลปืนเที่ยงสุดๆ พอมีแผลสะกิดนิดเดียว ทีมกู้ภัย (เลือด) ก็ไปไม่ถึง แผลมันก็เลยเหวอะหวะอยู่อย่างนั้นแหละคุณพระ!
ทีนี้มาดูแบบลึกซึ้งถึงแก่นกันเลยดีกว่า ว่าทำไมมันถึงเป็นเรื่องใหญ่โตโอ้โหขนาดนี้
ท่อเลือดแข็งโป๊ก: ปกติท่อเลือดมันจะนุ่มๆ หยุ่นๆ ใช่ปะ แต่น้ำตาลมันร้ายกาจ! มันไปทำให้ผนังหลอดเลือดแข็งกระด้างยังกะท่อ PVC ตากแดดมาสิบปี พอมันแข็งปุ๊บ มันก็เปราะแตกง่าย แถมยังแคบลงอีกต่างหาก เลือดจะไหลผ่านได้ยังไงล่ะพ่อเอ๊ย
ทีมช่างมาซ่อมไม่ได้: พอเราเป็นแผลปุ๊บ ร่างกายจะส่งหน่วยซีลพิเศษ ทั้งเม็ดเลือดขาว ทั้งสารพัดโปรตีน ไปซ่อมแซมทันที แต่พอ ถนน (หลอดเลือด) มันพัง รถขนเสบียงของหน่วยซีลก็ไปไม่ถึงจุดหมายไง ติดแหง็กอยู่นั่นแหละ แผลเล็กๆ เลยกลายเป็นหลุมอุกกาบาตได้ง่ายๆ
ปลายประสาทเดี้ยงไปแล้ว: นี่คือตัวร้ายอีกตัว! น้ำตาลมันไม่ chỉ ทำลายท่อเลือดนะ มันยังทำลายเส้นประสาทด้วย โดยเฉพาะที่ปลายมือปลายเท้า ทำให้ความรู้สึกมันช้ายิ่งกว่าเน็ตเต่าคลาน บางทีโดนตะปูตำ เดินเหยียบแก้ว ก็ยังไม่รู้สึกตัวเลย มารู้อีกทีคือตอนที่แผลมันเน่าส่งกลิ่นไปสามบ้านแปดบ้านแล้ว นี่แหละสาเหตุหลักที่ทำให้เรื่องลุกลาม
ภูมิคุ้มกันอ่อนแอ: คนเป็นเบาหวานน่ะ ระบบภูมิคุ้มกันจะทำงานได้ห่วยลง เหมือนจ้างยามมาแต่ยามดันหลับ ทีนี้พอมีเชื้อโรคบุกรุกเข้ามาที่แผล ยามก็ไม่ตื่นมาสู้รบปรบมือด้วยหรอก ปล่อยให้เชื้อโรคจัดปาร์ตี้กันสนุกสนานในแผลเราเลยสิทีนี้
น้ำตาลแฝงคืออะไร
น้ำตาลแฝงน่ะเหรอ ก็ไอ้น้ำตาลที่มันยังไม่กล้าประกาศศักดาไง! เหมือนเราแอบกิ๊กความหวานนะแหละ คือมันสูงกว่าคนปกติไปแล้วนะเว้ย แต่ยังไม่ถึงขั้นที่หมอจะตะโกนว่า "คุณเป็นเบาหวานแล้ว!" ออกมาตรงๆ แค่นั้นเอง โธ่เอ๊ย
ร่างกายเรามันก็เพลียๆ เริ่มขี้เกียจทำงานแล้วไง ระบบคุมน้ำตาลมันรวนๆ เหมือนรถเก่าๆ ที่เครื่องเริ่มสะดุดน่ะ สาเหตุก็เดิมๆ เลย แก่อ้วนลงพุง สูบบุหรี่เป็นนิจ หรือดวงซวยเกิดมาพร้อมยีนนี้เป๊ะ!
ถ้าไม่ทำอะไรเลยนะ มันก็เหมือนรอไฟแดงดวงเล็กๆ ที่กำลังจะกลายเป็นไฟไหม้บ้านไง! น้ำตาลในเลือดก็พุ่งขึ้นเรื่อยๆ จนวันนึงก็ "เป๊ง!" เป็นเบาหวานเต็มตัว ทีนี้ล่ะจะมานั่งเสียดายก็ไม่ทันแล้วเน้อ.
เพิ่มเติม:
- อาการไม่ค่อยออกหรอกส่วนใหญ่ เหมือนโดนผีอำเบาๆ เลยไม่รู้ตัว
- ไปตรวจเลือดซะ! หมอจะดูค่าน้ำตาล แล้วจะรู้เองว่าเราเป็นน้ำตาลแฝงรึเปล่า
- สำคัญนะ! ต้องลดหวาน ลดมัน ลดเค็ม ลงพุงก็ต้องเอาออก
- ออกกำลังกายบ่อยๆ ขยับตัวบ้าง ไม่ใช่เอาแต่นั่งเล่นมือถือเหมือนคนไม่เคยเจอแสงเดือนแสงตะวัน
- ถ้าจัดการได้นะ ก็ไม่ต้องไปนั่งกินยาเบาหวานยันแก่ไง คุ้มจะตายชัก
เบาหวานแฝงรักษายังไง
เบาหวานแฝง... มันเหมือนประตูที่แง้มๆ อยู่น่ะนะ หมอชัยชาญ เขาว่าไว้นะ มันคือสัญญาณเตือนว่า ร่างกายกำลังจะมีปัญหา ต่อไปอาจจะเป็นเบาหวานจริงๆ หรือไม่ก็เรื่องหัวใจ น่ากลัวเหมือนกันนะ ถ้าเป็นไปได้ ต้องรีบดูแลตัวเอง
การรักษาเบาหวานแฝง ที่เขาว่าดีที่สุดนะ คือ การขยับร่างกาย วิ่ง เดิน เต้น อะไรก็ได้ที่ทำให้เหงื่อออก แล้วก็ ต้องคุมอาหาร อันนี้สำคัญมาก ลดของหวานลดของมันกินผักเยอะๆ จริงๆ มันก็เหมือนกับเราดูแลสุขภาพทั่วไปนั่นแหละ แต่ต้อง ทำจริงจัง กว่าเดิมหน่อย
- ออกกำลังกายสม่ำเสมอ: ไม่ใช่แค่ทำเล่นๆ นะ ต้องทำให้เป็นนิสัย ทำให้ร่างกายแข็งแรง
- ควบคุมอาหาร:เลี่ยงของที่รู้ว่าไม่ดีต่อสุขภาพเน้นอาหารธรรมชาติ
ข้อมูลเพิ่มเติม:
- เบาหวานแฝง (Prediabetes) คือ ภาวะที่ระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติ แต่ยังไม่ถึงเกณฑ์ของโรคเบาหวานชนิดที่ 2 แต่ก็ เสี่ยงสูง ที่จะกลายเป็นเบาหวานชนิดที่ 2 ในอนาคต
- ความเสี่ยงเพิ่มขึ้น: นอกเหนือจากเบาหวานชนิดที่ 2 แล้ว เบาหวานแฝงยัง เพิ่มความเสี่ยง ของโรคหัวใจและหลอดเลือดอีกด้วย
- การตรวจ: ถ้าสงสัย ไป ตรวจเลือด กับคุณหมอ จะได้รู้ว่าเราอยู่ในกลุ่มเสี่ยงหรือเปล่า
- การป้องกัน: หัวใจสำคัญคือ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมลดน้ำหนัก ถ้ามีน้ำหนักเกิน ก็ ช่วยลดความเสี่ยง ได้มากเลย
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต