เป็นประจําเดือนสามารถตรวจภายในได้ไหม

72 ครั้งเข้าชม
เป็นประจำเดือน ตรวจภายในได้ไหม? ตรวจได้เมื่อมีอาการผิดปกติ: สามารถตรวจภายในได้แม้มีประจำเดือน หากมีอาการน่าสงสัย เช่น ปวดท้องรุนแรงผิดปกติ ตกขาวมีกลิ่น หรือเลือดออกกะปริบกะปรอย เพื่อการวินิจฉัยที่รวดเร็ว การตรวจสุขภาพประจำปี: แนะนำให้ตรวจในช่วงที่ไม่มีประจำเดือน เพื่อให้ผลการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกแม่นยำที่สุด ควรปรึกษาแพทย์เพื่อวางแผนการตรวจที่เหมาะสม
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

มีประจำเดือน ตรวจภายในได้ไหม ควรเลื่อนนัดคุณหมอหรือไม่?

เอาตรงๆ นะ เรื่องตรวจภายในตอนมีประจำเดือนเนี่ย ฉันก็เคยสับสนมาก่อนเลยนะ คือเมื่อก่อนก็คิดมาตลอดว่า "ไม่ได้หรอก" มันคงจะเลอะเทอะ หมอจะตรวจได้ไงล่ะ อายก็อายด้วย แต่เอาเข้าจริง ตอนนั้นเดือนเมษาปีที่แล้ว จำได้เลยว่ามีตกขาวผิดปกติ แล้วมันดันมาตรงวันเป๊ะกับที่หมอนัดไว้ จะเลื่อนก็กลัวว่าอาการมันจะแย่ลงไปอีก ก็เลยตัดสินใจไปเลยแบบที่มีประจำเดือนนี่แหละ ตอนอยู่โรงพยาบาลแถวบ้าน ราคาตรวจก็ประมาณพันกว่าบาทนะ

คุณหมอก็ไม่ได้มีท่าทีว่ามันแปลกอะไรเลยนะ คือมันเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับเขาแหละ ถ้าถามว่าเลื่อนนัดไหม ฉันว่าถ้ามีอาการผิดปกติแบบปวดท้องรุนแรง เลือดออกไม่หยุด หรือตกขาวมีกลิ่นแปลกๆ สีไม่เหมือนเดิมเนี่ย อย่าเลื่อน เลยดีกว่านะ ไปให้หมอเห็นตอนนั้นเลย หมอจะได้วินิจฉัยได้แม่นยำกว่า เพราะบางทีเล่าอย่างเดียวก็ไม่เหมือนเห็นกับตาจริงๆ

เรื่องตรวจทุกเดือนน่ะ ฉันว่ามันขึ้นอยู่กับอาการนะ อย่างเพื่อนฉันเคยต้องไปตรวจถี่หน่อยเพราะมีเนื้องอกไง แต่ถ้าเราไม่ได้มีปัญหาอะไรจุกจิก ปกติดีๆ เนี่ย ส่วนใหญ่เขาก็แนะนำให้ตรวจปีละครั้งพอ เพื่อเช็ก มะเร็งปากมดลูก พวกนี้แหละ เพราะมันสำคัญกับสุขภาพผู้หญิงมากๆ เลยนะ

พอเข้าเลขสามแล้วนะ ฉันรู้สึกว่าเรื่องสุขภาพแบบนี้มันใกล้ตัวมากขึ้นเยอะเลยนะ เมื่อก่อนไม่ค่อยใส่ใจเท่าไหร่หรอก พอได้ยินเรื่องคนรู้จักเป็นมะเร็งปากมดลูกบ่อยๆ เลยต้องหันมาดูแลตัวเองหน่อย การตรวจภายในประจำปีมันก็เหมือนเราเอารถไปเช็กสภาพเครื่องยนต์ไง มันยังไม่เสียแต่ก็ต้องดูไว้ก่อน มันอุ่นใจกว่ากันเยอะ

สรุปแล้วนะ ถ้าไม่มั่นใจอะไรเกี่ยวกับร่างกายตัวเอง หรือมีอาการแปลกๆ เนี่ย ไม่ต้องลังเลเลย ถามหมอเลยตรงๆ ดีที่สุด เพราะหมอเขารู้ดีที่สุดว่าต้องดูแลเรายังไง พวกเราไม่ใช่หมอไง คิดเองเออเองมันไม่ถูกหรอก เชื่อหมอดีที่สุดนะ

ตรวจภายในตอนเป็น ปจด ได้ไหม

ตรวจภายในตอนเป็น ปจด ได้ไหม? ไม่ควรตรวจตอนเป็นประจำเดือน

อันที่จริงแล้วนะ ห้ามตรวจตอนเป็นประจำเดือนเลยเด็ดขาด หมอบอกมา ชัดเจนมาก ตอนที่ฉันเคยนัดตรวจแล้วปจด. ดันมาพอดีนะ แย่เลย ต้องเลื่อนนัดวุ่นวายไปหมด เสียเวลาจริงๆ วันนั้นที่คลินิกตรงสุขุมวิท 22 นั่นแหละ ก็คิดในใจว่าทำไมต้องมาอะไรตอนนี้เนี่ย

ทำไมถึงไม่ควรตรวจตอนมีประจำเดือนน่ะเหรอ? ก็เพราะมันมีเลือดไง เลือดจะบดบังเซลล์ ทำให้หมอมองไม่เห็นความผิดปกติได้ง่ายๆ แล้วผลตรวจที่ได้มันก็จะ แปลผลยากมาก ไม่แม่นยำอ่ะ เหมือนมีอะไรมาบังๆ ปนเปื้อนไปหมด คิดแล้วก็ปวดหัวถ้าต้องมาตรวจซ้ำเพราะเหตุผลแค่นี้

สรุปนะ ถ้าจะตรวจภายใน ก็ต้องตรวจ หลังจากประจำเดือนหมดสนิท อย่างน้อย 1 สัปดาห์ คือต้องแน่ใจว่ามันสะอาดจริงๆ ไม่ใช่แค่เลือดหยุดไหลเฉยๆ เข้าใจป่ะ

แล้วมีอะไรต้องเตรียมตัวก่อนไปตรวจอีกนะ? อ้อ อันนี้สำคัญเลย ต้องงดการมีเพศสัมพันธ์ก่อนตรวจอย่างน้อย 24-48 ชั่วโมง หมอย้ำเลยนะว่าต้องเว้นระยะไว้ ไม่งั้นอาจส่งผลต่อการตรวจได้ บางคนลืมก็ต้องเลื่อนอีก เสียเวลาเปล่าๆ

อีกเรื่องคือ งดสวนล้างช่องคลอด หรือใช้ยาเหน็บทางช่องคลอดก่อนตรวจ 48 ชั่วโมง (หรือ 2 วัน) ห้ามทำเลยนะ เพราะมันจะไปเปลี่ยนสภาพภายในช่องคลอด ทำให้ผลตรวจไม่ถูกต้อง ฉันเคยเกือบพลาดเรื่องใช้ยาเหน็บ โชคดีที่จำได้ทัน ไม่งั้นคงโดนหมอดุแน่นอน

ปี 2567 แล้วนะ สุขภาพเป็นเรื่องสำคัญ อย่าละเลยเด็ดขาด!

  • ช่วงเวลาที่เหมาะที่สุด คือ หลังประจำเดือนหมด 7-10 วัน เพราะช่วงนี้ฮอร์โมนจะนิ่ง ทำให้การตรวจได้ผลแม่นยำสุดๆ
  • การตรวจ PAP smear ตอนมีเลือดประจำเดือน อาจทำให้เซลล์ปนเปื้อน ทำให้แปลผลคลาดเคลื่อน หมอย้ำเรื่องนี้บ่อยมาก
  • ถ้ามี อาการอักเสบในช่องคลอด เช่น ตกขาวผิดปกติ คัน มีกลิ่น ควรแจ้งหมอก่อน และควรรักษาอาการอักเสบให้หายก่อนเข้ารับการตรวจ เพื่อให้หมอตรวจหาความผิดปกติอื่นได้ชัดเจน
  • การไม่ปฏิบัติตามคำแนะนำก่อนตรวจ อาจทำให้ ต้องกลับมาตรวจซ้ำ เสียทั้งเวลาและเงินนะ

ตรวจภายในใช้บัตรทองได้ไหม?

ได้ดิ่ๆๆ บัตรทองตรวจภายในได้นะ จริงๆมันคือการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกอะแหละ ที่เค้าให้ตรวจฟรีตามสิทธิ แต่ต้องดูอายุด้วยนะ ไม่ใช่ไปได้ทุกคน

ต้องไปโรงบาลตามสิทธิเรานะ หรือบางทีคลินิกที่เข้าร่วมโครงการ สปสช ก็ได้เหมือนกัน ลองเชคดูก่อน ไปถึงก็ยื่นบัตรประชาชนใบนึงอะ จบเลย ไม่ต้องเสียตังง

เฮ้ยย แล้วมันไม่ได้มีแค่ตรวจภายในอย่างเดียวนะแกรร สิทธิบัตรทองอะ มันมีตรวจอย่างอื่นฟรีๆด้วย ตามช่วงอายุของเราอะนะ

  • ตรวจมะเร็งปากมดลูก อันนี้แหละคือตรวจภายในเลย มีทั้งแบบแปปสเมียร์ (Pap Smear) ละก็ตรวจหาเชื้อ HPV เลย ละเอียดกว่าเดิมเยอะ ผู้หญิงไทยอายุ 30-59 ปีตรวจได้เลย
  • ตรวจมะเร็งเต้านมอะ ผู้หญิง 30 ขึ้นไปเค้าให้ไปตรวจ คลำๆดูไรงี้ เจ้าหน้าที่จะสอนวิธีคลำด้วยตัวเองด้วย
  • ตรวจเลือด เช็คพวกไขมัน เบาหวาน ความดัน อันนี้สำคัญมากนะ อายุ 35 ปีขึ้นไปควรตรวจทุกปีเลย
  • แล้วก็มีอีกเยอะนะ ตรวจตา ตรวจฟัน ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่สำหรับกลุ่มเสี่ยงอะ

ถ้าไม่แน่ใจสิทธิตัวเองนะ ว่าตรวจไรได้บ้าง ลองเข้าไปดูในแอปเป๋าตัง เมนูกระเป๋าสุขภาพอะ มันมีบอกหมดเลยยย หรือโทรไป 1330 ก็ได้ ถามเจ้าหน้าที่เลย ชัวร์สุด

มีประจําเดือน ตรวจHPVได้ไหม?

ตรวจไม่ได้จ้าา ถ้ามีประจำเดื่อนอยู่ คือหมอเค้าจะเก็บตัวอย่างไปตรวจไม่ได้อะ

คือ...เลือดมันจะไปปนไง ปนกับเซลล์ที่เค้าจะเอาไปตรวจอะ แล้วผลมันจะคลาดเคลื่อนได้เลย ไม่แม่นยำ ต้องรอให้ประจำเดือนหมดสนิทก่อนนะ ค่อยไป ตรวจ HPV ใหม่

แล้วก่อนไปตรวจนะ ก็ต้องเตรียมตัวงี้

  • งดมีอะไรกันก่อนตรวจอย่างน้อย 48 ชั่วโมงอะ หรือ 2 วัน
  • ห้ามสวนล้างช่องคลอดเด็ดขาดเลย หรือแบบใช้ยาเหน็บ ยาสอดอะไรพวกนี้ด้วยนะ ก่อนตรวจ 2 วันเหมือนกันนน
  • ถ้าท้องอยู่ หรือเพิ่งคลอดลูกไม่ถึง 3 เดือนก็ยังตรวจไม่ได้เหมือนกัน

การ ตรวจ HPV มันสำคัญมากนะ มันช่วยคัดกรอง มะเร็งปากมดลูก ได้ตั้งแต่เนิ่นๆ เลย ไม่ต้องกลัว ไม่เจ็บแปปเดียวเองจริงๆ

การตรวจอัลตร้าซาวด์ช่องท้องส่วนล่าง (Lower Abdomen) ตรวจอะไรบ้าง?

นั่งมองความมืด... ใจมันก็คิดถึงเรื่องที่ยังค้างคา... การตรวจอัลตร้าซาวด์ช่องท้องส่วนล่างน่ะ เค้าดูอะไร... มันก็คือการมองเข้าไปในตัวเรา ตรงช่วงท้องด้านล่างนั่นแหละ... มันจะเห็นอวัยวะสำคัญๆ... อืมมม... เค้าดูพวก มดลูก รังไข่ ของผู้หญิงไง... ส่วนของผู้ชาย ต่อมลูกหมาก เค้าก็ดูให้... แล้วก็มี กระเพาะปัสสาวะ ของเราทุกคน... บางทีก็ดู ไส้ติ่ง ด้วยนะ... ดูว่ามันเป็นยังไงบ้าง

คือหลักๆ เลยนะ เค้าก็มองหา ความผิดปกติ ที่มันเกิดขึ้นได้... เช่น... พวก ถุงน้ำรังไข่... หรือ ก้อนเนื้อในมดลูก... อะไรพวกนั้น... หรือบางที ถ้าปวดท้องมาก ก็ต้องดูว่าไส้ติ่งอักเสบ รึเปล่า... มันก็น่ากลัวจริงๆ บางที... พอคิดถึงทีไร ใจก็หวิวๆ

การเตรียมตัวก่อนไปตรวจ ก็สำคัญนะ... ฉันเองก็เคยคิด กังวลเหมือนกัน... ส่วนใหญ่ที่ต้องรู้ ก็มีประมาณนี้... เผื่อมีใครกำลังคิดอยู่เหมือนฉัน

  • ต้องกลั้นปัสสาวะ: นี่คือสิ่งสำคัญเลยนะ เวลาไปตรวจช่องท้องส่วนล่าง... บางทีกลั้นจนปวดไปหมดเลย... เค้าจะได้เห็นกระเพาะปัสสาวะชัดๆ แล้วก็ดันลำไส้ให้พ้นทางด้วย
  • ไม่ต้องงดน้ำงดอาหารเสมอไป: ปกติไม่ต้องงดนะ... ต่างจากการตรวจช่องท้องส่วนบน... แต่ถ้าสงสัยโรคอื่นร่วมด้วย หมอจะแนะนำให้งดก็ได้
  • ตรวจได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย: ไม่ใช่แค่ผู้หญิงนะ ผู้ชายก็ตรวจได้... อย่างเรื่องต่อมลูกหมากไง หรือไส้ติ่งก็ได้
  • เครื่องมือปลอดภัย: มันเป็นคลื่นเสียงนะ ไม่ใช่รังสี... เลยไม่ต้องกังวลเรื่องผลข้างเคียงอะไรเลย
  • เตรียมคำถาม: เตรียมไปเยอะๆ เลยนะ... สงสัยอะไรถามไปเลย... เราจะได้สบายใจ... ไม่ต้องเก็บมาคิดตอนกลางคืนแบบฉัน

อัลตราซาวมดลูกกี่บาท?

อัลตราซาวด์มดลูกและรังไข่ ผ่านช่องคลอด (TVS) ราคาอยู่ที่ 900 บาท ถือเป็นราคาที่เข้าถึงได้เลยสำหรับค่าใช้จ่ายทางการแพทย์ในปัจจุบันนะ

ส่วนการตรวจมะเร็งปากมดลูกนั้น มีหลายวิธี ราคาจึงต่างกันไป ถ้าเป็น Pap smear เริ่มต้นประมาณ 500-1,000 บาท แต่ถ้าตรวจแบบ HPV DNA test ซึ่งละเอียดกว่า อาจอยู่ที่ 1,500-2,500 บาท แล้วแต่คลินิกหรือโรงพยาบาล

สำหรับการตรวจมะเร็งเต้านม ถ้าเป็น อัลตราซาวด์เต้านมอย่างเดียว มักจะอยู่ราวๆ 1,000-2,000 บาท แต่ถ้าเป็น แพ็กเกจที่รวมแมมโมแกรม (Mammogram) เข้าไปด้วย ราคาจะขยับไปที่ประมาณ 2,000-4,000 บาทขึ้นไป อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับสถานพยาบาลและเทคโนโลยีที่ใช้ด้วย

ถามว่าอัลตราซาวด์แพงไหม ฉันว่ามันขึ้นอยู่กับมุมมองและคุณค่าที่ได้รับนะ ถ้ามองว่าเป็นค่าใช้จ่ายที่ช่วยให้รู้เท่าทันสุขภาพตัวเองก่อนที่จะสายเกินไป นี่เป็นการลงทุนที่คุ้มค่ามากๆ บางทีเราใช้เงินไปกับสิ่งที่ไม่จำเป็นเยอะกว่านี้เสียอีก แต่กลับมองข้ามเรื่องสุขภาพที่สำคัญที่สุดไปได้ไงก็ไม่รู้เนี่ย

การเข้าถึงการตรวจสุขภาพเชิงรุกในราคาที่สมเหตุสมผลแบบนี้ นับเป็นเรื่องดี เพราะมันช่วยลดความกังวลและเพิ่มโอกาสในการรักษาได้ทันท่วงทีนะ

ต่อไปนี้คือข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับเรื่องนี้ ฉันชอบที่จะมองเรื่องต่างๆ ให้ครบทุกมิติเสมอ:

  • อัลตราซาวด์มดลูกและรังไข่ (Transvaginal Ultrasound - TVS):

    • ทำไมต้องผ่านช่องคลอด ก็เพราะว่ามันช่วยให้หัวตรวจเข้าไปใกล้กับอวัยวะภายในได้มากกว่า ทำให้ได้ภาพมดลูก รังไข่ และท่อนำไข่ที่ชัดเจน ละเอียดกว่าการอัลตราซาวด์ผ่านหน้าท้องมาก
    • ตรวจอะไรได้บ้าง ตรวจหาความผิดปกติของมดลูก เช่น เนื้องอกมดลูก (Myoma), เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ (Endometriosis), ตรวจดูรังไข่ว่ามีซีสต์ (Ovarian Cyst) หรือก้อนเนื้อผิดปกติหรือไม่ รวมถึงช่วยประเมินการตกไข่ได้ด้วย
  • การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก:

    • Pap Smear เป็นการเก็บเซลล์บริเวณปากมดลูกไปตรวจหาเซลล์ที่ผิดปกติหรือเซลล์ก่อนมะเร็ง เป็นวิธีมาตรฐานที่ทำมานาน
    • HPV DNA Test เป็นการตรวจหาสารพันธุกรรมของเชื้อไวรัส HPV (Human Papillomavirus) ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของมะเร็งปากมดลูก ถือเป็นการตรวจที่ละเอียดและแม่นยำสูง สามารถทำร่วมกับ Pap smear หรือทำเดี่ยวๆ ได้
  • การตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านม:

    • Mammogram (แมมโมแกรม) เป็นการเอกซเรย์เต้านมเพื่อหาความผิดปกติ เช่น หินปูน (calcifications) หรือก้อนเนื้อที่ไม่สามารถคลำพบได้ เหมาะสำหรับผู้หญิงอายุ 40 ปีขึ้นไป หรือผู้ที่มีความเสี่ยง
    • Ultrasound Breast (อัลตราซาวด์เต้านม) ใช้คลื่นเสียงสร้างภาพก้อนเนื้อ ช่วยแยกแยะว่าก้อนนั้นเป็นถุงน้ำหรือก้อนเนื้อทึบ มักใช้เสริมกับการทำแมมโมแกรม โดยเฉพาะในผู้หญิงอายุน้อย หรือผู้ที่มีเนื้อเต้านมหนาแน่น (dense breast)
    • การตรวจเต้านมด้วยตัวเองและโดยแพทย์ เป็นการตรวจเบื้องต้นที่สำคัญ ควรทำควบคู่กันไป
  • มุมมองเรื่องราคาและการลงทุนด้านสุขภาพ:

    • การประเมินว่าอะไรแพงหรือไม่แพง มันไม่ใช่แค่ตัวเลขหรอกนะ แต่มันคือการเปรียบเทียบกับ ผลลัพธ์ที่ได้รับ และ ความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น หากไม่ได้ทำ
    • ลองคิดดูว่าค่าใช้จ่ายในการรักษาโรคมะเร็งเมื่อตรวจพบในระยะลุกลามนั้น สูงกว่าค่าตรวจคัดกรองหลายเท่าตัวนัก บางครั้งอาจหมายถึงคุณภาพชีวิตที่ลดลง หรือแม้กระทั่งการสูญเสียชีวิต
    • การเข้าถึงบริการทางการแพทย์ในราคาที่เหมาะสม ทำให้คนทั่วไปสามารถดูแลสุขภาพได้ดีขึ้น ซึ่งส่งผลดีต่อภาพรวมของสังคมและเศรษฐกิจด้วย การลงทุนในสุขภาพเป็นการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูงที่สุดเสมอ นั่นเป็นสิ่งที่ฉันเชื่อมาตลอด