เลือด 1 ถุงให้กี่ชม.

130 ครั้งเข้าชม
ระยะเวลาการให้เลือด: การให้เลือด 1 ถุงโดยทั่วไปใช้เวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมง เพื่อป้องกันผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้ กรณีฉุกเฉิน: แพทย์อาจพิจารณาให้อัตราเร็วขึ้น เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยพ้นขีดอันตรายจากภาวะเลือดต่ำอย่างรุนแรง เกล็ดเลือดและพลาสมา: การให้เกล็ดเลือดหรือพลาสมาจะใช้เวลาสั้นกว่า คือ 30-60 นาที การดูแลผู้ป่วย: ตลอด 15 นาทีแรกของการให้ พยาบาลหรือบุคลากรทางการแพทย์จะเฝ้าระวังอาการของผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด เพื่อความปลอดภัยสูงสุด
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

การให้เลือด 1 ถุง ตามมาตรฐานแล้วใช้ระยะเวลากี่ชั่วโมง?

ตอนให้เลือดนี่นะ จำได้ว่าเคยไปเยี่ยมญาติที่โรงพยาบาล เห็นเค้าให้เลือดอยู่ รู้สึกว่ามันไม่ได้ให้กันเร็วๆ เหมือนที่เราคิดนะ

มันจะมีมาตรฐานอยู่ว่า ให้เลือด 1 ถุงเนี่ย ควรจะใช้เวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมง คือไม่ได้เร่งรีบอะไรเลย เพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วยนั่นแหละ ป้องกันไม่ให้เกิดอาการแพ้ หรือผลข้างเคียงอื่นๆ ที่มันอาจจะตามมา

แต่ก็มีบ้างนะที่หมอต้องตัดสินใจให้เลือดเร็วขึ้น ถ้าอาการผู้ป่วยมันวิกฤตจริงๆ ภาวะเลือดน้อยมากๆ นี่อันตรายสุดๆ ก็ต้องเร่งทำทุกอย่างให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

พวกเกล็ดเลือด หรือพลาสมาเนี่ย จะให้เร็วกว่าเยอะเลย ประมาณ 30-60 นาทีเท่านั้นเองนะ แล้วช่วง 15 นาทีแรกนี่สำคัญมาก พยาบาลจะเฝ้าดูอาการใกล้ชิดเลยนะ.

ให้เลือดเฝ้าระวังอะไร

สิบห้านาทีแรก... หยดเลือดสีแดงสดค่อยๆ ไหลรินเข้าสู่ร่างกาย คือช่วงเวลาแห่งการเฝ้ามองอย่างใกล้ชิด ช่วงเวลาที่ทุกอย่างต้องเงียบงัน

จับจ้องที่สัญญาณชีพ… เสียงหัวใจที่เต้น จังหวะการหายใจ ความอุ่นร้อนของร่างกาย ความดันที่สูบฉีดในเส้นเลือด ทุกอย่างถูกบันทึกไว้ในสิบห้านาทีที่ต้องจับตา

ร่างกายกำลังบอกอะไร... หายใจติดขัดหรือเปล่า หนาวสะท้านไปทั้งตัวไหม มีผื่นแดงปรากฏขึ้นมาหรือเปล่า ความเจ็บปวดที่แผ่นหลัง หรือความรู้สึกแน่นอึดอัดที่หน้าอก

ถ้ามีอะไรผิดปกติ... หยุด... ต้องหยุดทันที ปิดวาล์วที่สายน้ำเกลือ แจ้งคุณหมอโดยเร็วที่สุด ทุกวินาทีมีความหมาย

สิ่งที่ต้องจับตามองเป็นพิเศษในช่วง 15 นาทีแรกหลังเริ่มให้เลือด แต่ละถุง:

  • สัญญาณชีพเปลี่ยนไป: ความดันโลหิตตก, ชีพจรเต้นเร็วหรือผิดปกติ, ไข้ขึ้นสูง, อัตราการหายใจเร็วขึ้น
  • ปฏิกิริยาภูมิแพ้: ผื่นคัน ลมพิษขึ้นตามตัว, หน้าบวม, เปลือกตาบวม
  • อาการไข้หนาวสั่น: เป็นปฏิกิริยาที่พบบ่อย แต่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เพราะอาจเป็นสัญญาณของภาวะที่รุนแรงกว่า
  • อาการทางระบบหายใจ: หายใจหอบเหนื่อย แน่นหน้าอก รู้สึกเหมือนหายใจไม่ออก
  • อาการปวด: ปวดบริเวณหลังส่วนล่าง หรือสีข้างอย่างรุนแรง อาจเป็นสัญญาณของเม็ดเลือดแดงแตก
  • การตอบสนองที่รุนแรง: หากพบความผิดปกติแม้เพียงเล็กน้อย ให้หยุดการให้เลือดทันที และรีบรายงานแพทย์หรือพยาบาลผู้ดูแลโดยด่วนที่สุด

ทำไมให้เลือดแล้วค่าเลือดไม่ขึ้น

บางทีให้เลือดไปแล้ว... ค่าเลือดมันก็ไม่ได้ขึ้นทันทีเลยเนอะ

อาจจะเพราะ...

  • ธาตุเหล็กไม่พอ: กินอาหารที่มีธาตุเหล็กน้อยไป หรือ ไม่ได้กินธาตุเหล็กเสริม หลังบริจาคเลือดเลย

  • ร่างกายดูดซึมไม่ค่อยได้: มีปัญหาเรื่องการดูดซึมธาตุเหล็กอยู่แล้ว กินยาก็ไปขัดขวาง หรือ กินแคลเซียมเยอะไป ก็มีผล

ข้อมูลเพิ่มเติม:

  • ธาตุเหล็กสำคัญมาก เพราะร่างกายใช้สร้างเม็ดเลือดแดง ถ้าธาตุเหล็กน้อย เม็ดเลือดแดงก็ผลิตได้น้อย
  • หลังจากบริจาคเลือด ร่างกายจะเสียธาตุเหล็กไปเยอะ การเสริมธาตุเหล็ก จะช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้เร็วขึ้น
  • โรคบางอย่าง หรือ ยาบางชนิด สามารถส่งผลต่อการดูดซึมธาตุเหล็กได้ ปรึกษาหมอ จะดีที่สุด