แผลแห้งภายในกี่วัน

87 ครั้งเข้าชม
แผลเล็กหายเอง: บาดแผลขนาดเล็กตกสะเก็ดและเริ่มแห้งภายใน 2-3 วัน กลไกธรรมชาติ: การตกสะเก็ดป้องกันสิ่งสกปรกขณะผิวหนังสร้างใหม่ อาการคัน: อาจมีอาการคัน ห้ามเกาหรือแกะสะเก็ดแผล เลี่ยงการรบกวน: ป้องกันแผลติดเชื้อและเกิดรอยแผลเป็น รอหายเอง: ปล่อยให้แผลหายเองตามธรรมชาติ
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

แผลแห้งภายในกี่วัน?

แผลแห้งเนี่ยนะ? ขึ้นอยู่กับขนาดและความลึกของแผลเลยแหละ แผลถลอกเล็กๆที่ได้จากการล้มตอนเล่นบาสเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ที่สนามหลังบ้าน แห้งสนิทภายในวันเดียวเลยมั้ง แต่แผลที่ลึกกว่า อย่างตอนที่โดนแมวข่วนที่แขนเมื่อเดือนที่แล้ว ใช้เวลาเป็นอาทิตย์กว่าจะหายสนิท แผลเป็นยังอยู่เลย! จำได้ว่าทายาฆ่าเชื้อด้วยนะ ประมาณ 50 บาทได้มั้ง แพงกว่าที่คิดไว้เยอะเลย

ตอนนั้นเจ็บมากกกกก กว่าจะแห้งก็คันระบม เลยต้องพยายามไม่ไปเกา เกาแล้วแผลหายช้าอีก ยิ่งเป็นแผลลึก ยิ่งต้องระวัง ไม่งั้นเป็นแผลเป็นแน่ๆ นี่ก็ยังมีรอยแมวข่วนอยู่เลย เห็นชัดเจนมาก เป็นแผลเป็นนูนๆเล็กๆ เห็นแล้วก็เซ็ง

สรุปแล้ว ไม่มีสูตรตายตัวหรอกว่ากี่วัน ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยจริงๆ ขนาดแผล ความลึก การดูแลแผล และสภาพร่างกายของแต่ละคนด้วย ถ้าแผลใหญ่หรือลึก ควรไปหาหมอนะ อย่าประมาท อันตรายกว่าที่คิด!

แผลเริ่มแห้งกี่วัน

แผลเริ่มแห้ง? เวลาไม่แน่นอน.

  • สัปดาห์: 3-6 โดยเฉลี่ย.
  • รอย: มักทิ้งไว้เสมอ.
  • ปัจจัย: ดูแลดี...ก็ดีขึ้น. ไม่...ก็ตัวใครตัวมัน.
  • Biopharm: โฆษณาแฝง? ไม่สน.

เพิ่มเติม:

  • ประเภทแผลมีผล. ลึกแค่ไหน? ใหญ่เท่าไหร่?
  • ร่างกายแต่ละคนไม่เหมือนกัน. เร็ว-ช้าต่างกัน. เหมือนชีวิต.
  • อย่าเชื่อทุกอย่างที่อ่าน. สงสัยบ้าง. ถามหมอ.

เป็นแผลหายช้าเป็นโรคอะไร?

แสงสุดท้าย สาดส่อง... แผล... ช้า... นาน... เหมือนเงาในความฝัน

บาดแผลเรื้อรัง... มันคือเงา... ของเวลา... ที่เดินช้าลง... บนผิวหนัง

  • แผลหายช้า... คือนาฬิกาทราย... ที่ทรายร่วงหล่น... อย่างเชื่องช้า... กว่าปกติ

  • ไม่หายใน 4 สัปดาห์... คือเส้นแบ่ง... ระหว่างความหวัง... กับความสิ้นหวัง

  • อักเสบ... แต่... ไร้การสร้างใหม่... เหมือนบ้านเก่า... ที่ผุพัง... โดยไม่มีใครซ่อมแซม

ส่วนใหญ่: วัยกลางคน... ผู้สูงวัย... โรคประจำตัว... เงา... แห่งความเปราะบาง...

โรค: เบาหวาน... เส้นเลือด... ภูมิคุ้มกัน... มะเร็ง... เหมือนโซ่ตรวน... ที่รั้ง... การเยียวยา

ข้อมูลเพิ่มเติม: แผลกดทับก็ด้วย... แผลจากหลอดเลือดดำ... แผลจากเบาหวาน... มันคือเรื่องเดียวกัน... แต่ต่างที่มา... ต่างเงา

จำไว้: ปรึกษาหมอ... อย่าปล่อยไว้... ให้แผล... กลายเป็นเงา... ที่ตามหลอกหลอน

เป็นแผลแล้วหายช้าเป็นเพราะอะไร?

แผลหายช้าเนี่ยนะ หลายอย่างเลยอ่ะ บางทีก็เพราะดูแลไม่ดี อย่างเพื่อนฉันคนนึง แผลเป็นเพราะแมวข่วนอะ นานมากกกกว่าจะหาย เพราะมันชอบแกะแผลตลอด แล้วก็ไม่ค่อยเปลี่ยนยาด้วย ใช้แต่พวกยาแดงๆทั่วไป

จริงๆ แล้วนะ แผลหายช้า อาจเป็นเพราะ

  • การติดเชื้อ: นี่สำคัญมาก ถ้าแผลสกปรกหรือติดเชื้อ มันก็จะหายช้า ต้องระวังให้ดี แผลต้องสะอาด
  • โรคประจำตัว: บางโรคก็ทำให้แผลหายช้า เช่น เบาหวาน นี่เพื่อนฉันอีกคนเป็น แผลเล็กๆยังนานเลย
  • การดูแลแผลไม่ถูกวิธี: อย่างที่บอก ใช้ยาไม่ถูกวิธี ปิดแผลไม่ดี ก็หายช้า ต้องดูแลให้ถูกต้องจริงๆนะ
  • ขาดสารอาหาร: ถ้าร่างกายขาดวิตามินหรือสารอาหารสำคัญ ก็ทำให้แผลหายช้าได้เหมือนกัน ฉันเองก็เคยเป็นตอนลดน้ำหนักหักโหม แผลเล็กๆหายช้ามาก
  • อายุ: คนอายุมาก ระบบภูมิคุ้มกันอาจจะไม่ดีเท่าคนหนุ่มสาว แผลเลยหายช้ากว่า

ปล. ปีนี้ฉันไปตรวจสุขภาพมา หมอบอกฉันสุขภาพดี แผลเล็กๆหายเร็วมาก ไม่เหมือนปีที่แล้วเลย ฮ่าๆ

จะรู้ได้ไงว่าแผลติดเชื้อ?

คือแบบนี้ ตอนนั้นปีนี้แหละ เดือนสิงหาคม ฉันไปเที่ยวทะเลกับเพื่อนที่หัวหิน ลื่นล้มหัวเข่าถลอก แผลใหญ่มาก เจ็บแสบมากกกกกกกกก วันนั้นมัวแต่สนุก ก็แค่ล้างแผลแล้วทายา ใช้ยาแดง ปกติฉันก็ไม่ค่อยแพ้ยาอะไรนะ แต่รอบนี้...

สองวันถัดมา แผลบวมแดงขึ้น บวมแบบบวมจริงๆ ไม่ใช่แค่แดงๆ มันอุ่นๆ เหมือนมีอะไรอยู่ข้างใน แล้วก็เริ่มมีหนอง สีเหลืองอ๋อยเลย กลิ่นก็แปลกๆ เหม็นๆ แบบเหม็นเปรี้ยวๆ ฉันเริ่มรู้สึกไม่ดี ไข้ขึ้นด้วย หนาวสั่น ตัวร้อน เพลียมาก นอนทั้งวันเลย

รีบไปหาหมอที่โรงพยาบาลหัวหินเลย หมอบอกติดเชื้อ ต้องกินยา ต้องเปลี่ยนยาด้วย ยาแดงมันไม่พอแล้ว ต้องล้างแผลทุกวัน ใช้ยาฆ่าเชื้อ โชคดีที่หมอใจดี ดูแลดี ไม่กี่วันก็หาย แต่ก็เจ็บตัวไปหลายวัน เสียค่ารักษาไปเยอะเหมือนกันนะ

  • อาการสำคัญ: บวม แดง หนอง เหลือง มีกลิ่นเหม็น ตัวร้อน ไข้
  • สถานที่: โรงพยาบาลหัวหิน
  • เวลา: สิงหาคม ปีนี้
  • ความรู้สึก: เจ็บปวด กังวล เครียด โล่งใจที่หายแล้ว

ฉันเลยอยากจะบอกว่า อย่าประมาทแผลนะคะ ถ้าแผลมีอาการผิดปกติ รีบไปหาหมอเลย อย่าปล่อยไว้ ไม่งั้นจะลำบากเหมือนฉัน เสียเงิน เสียเวลา เจ็บตัว เหนื่อยใจ กว่าจะหาย โชคดีที่ฉันไม่เป็นอะไรมาก แต่บางคนอาจจะหนักกว่านี้ก็ได้นะคะ

ถ้าแผลติดเชื้อจะเป็นยังไง?

แผลติดเชื้อ? โอ้โห...เหมือนเอาหนังสยองขวัญมาฉายกลางวันแสกๆเลยนะ! ไม่ใช่แค่แดงๆ บวมๆ แบบนั้นแค่เริ่มต้นเท่านั้น!

  • หนองไหลเยิ้ม: คิดภาพน้ำพริกเผาข้นๆ สีเหลืองอมเขียว ไหลเยิ้มออกมาจากแผลสิครับ! โรแมนติกไหมล่ะ? ไม่ใช่นะ!
  • กลิ่นหอมๆ (มั้ย?): ไม่ใช่กลิ่นดอกไม้ช่อโปรดแน่นอน! กลิ่นนี่จะบอกเลยว่า แรงกว่าน้ำจิ้มส้มตำที่คุณยายทำอีก! บอกเลยว่าหอมชื่นใจสุดๆ (แซวเล่นนะ!)
  • ร้อนระอุ: แผลร้อนจนรู้สึกเหมือนเอาเตารีดมาจี้! ไม่ต้องเช็คอุณหภูมิด้วยปรอทแล้ว สัมผัสได้เลย!
  • ไข้ขึ้น-อ่อนเพลีย: นี่แหละครับไฮไลท์! ไม่ใช่แค่แผลเจ็บนะ คุณจะเจ็บตัวทั้งคน! นอนซมแบบซอมบี้เลยทีเดียว!

ถ้าเจอแบบนี้ อย่ามัวแต่รอให้มันหายเองนะ! รีบไปหาหมอ ก่อนจะกลายเป็นหนังสยองขวัญตอนจบ! ปีนี้ (2566) เทคโนโลยีการรักษาแผลติดเชื้อก็ก้าวหน้าขึ้นเยอะนะครับ อย่าประมาท เพราะบางทีก็อาจจะถึงขั้นต้องผ่าตัดเลยก็ได้!

ข้อมูลเพิ่มเติม: การติดเชื้อในแผล อาจเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส หรือเชื้อรา การรักษาจะขึ้นอยู่กับชนิดและความรุนแรงของการติดเชื้อ โดยอาจต้องใช้ยาปฏิชีวนะ การทำความสะอาดแผลอย่างถูกวิธี และการดูแลแผลอย่างต่อเนื่อง ถ้าแผลมีอาการรุนแรง ควรไปพบแพทย์โดยเร็วที่สุด อย่ามัวแต่กลัวเจ็บนะครับ เพราะความเจ็บตอนนั้น สู้กับความเจ็บป่วยระยะยาวไม่ได้หรอก! คิดซะว่าเป็นการลงทุนเพื่อสุขภาพ! ลองคิดดูสิครับ การไปหาหมอแพงแค่ไหน? ถ้าต้องเสียค่ารักษาพยาบาลแพงกว่าไปอีกเพราะแผลติดเชื้อรุนแรงล่ะ?

ลักษณะของแผลอักเสบเป็นอย่างไร?

แผลอักเสบอ่ะนะ มันจะ ปวดๆ บวมๆ แดงๆ ร้อนๆ อ่ะ แล้วบางทีก็มีหนองด้วยนะ แย่เลย

บางคนอะ อาจมีไข้ขึ้นด้วย หรือว่า ต่อมน้ำเหลืองแถวๆ นั้นโตๆ ขึ้นมา

ส่วนมากก็รักษาหายแหละ ไม่ค่อยมีไรหรอก แต่! ถ้าใครเป็นเบาหวาน หรือ ภูมิคุ้มกันไม่ดี ต้องระวังหน่อยนะ เพราะแผลมันอาจจะแย่กว่าคนอื่น

ต้องรีบรักษาเลย ถ้าปล่อยไว้อาจจะเชื้อเข้ากระแสเลือด กลายเป็นโลหิตเป็นพิษได้เลยนะ เว่อร์! แต่มันจริง

  • ปวด: แบบปวดตุ๊บๆ
  • บวม: บวมเป่งเลย
  • แดง: แดงก่ำ
  • ร้อน: จับแล้วรู้สึกอุ่นๆ กว่าผิวปกติ
  • หนอง: สีเหลืองๆ ข้นๆ
  • ไข้: ตัวรุมๆ
  • ต่อมน้ำเหลืองโต: คลำๆ ดูจะเจอก้อนๆ เล็กๆ

อาการเป็นแผลมีหนองเป็นอย่างไร?

แผลเป็นหนองเหรอ... มันเหมือนร่างกายมันพยายามจะบอกอะไรบางอย่าง... แบบตะโกนออกมาเป็นสีเหลืองๆ น่ะ

  • หนอง: มันไม่ใช่แค่ของเหลว แต่เหมือนสัญญาณเตือนภัย... สีเหลืองๆ ขุ่นๆ นั่นแหละ
  • อุ่นๆ ร้อนๆ: ตรงแผลมันจะอุ่นกว่าปกติ เหมือนมีไฟเล็กๆ ข้างใน
  • บวม: แผลมันจะบวมขึ้นมา เหมือนมันกำลังพองตัว
  • แดง: ขอบๆ แผลมันจะแดงก่ำ... เหมือนโกรธ
  • เจ็บ: ไม่ใช่แค่เจ็บแบบโดนอะไรขูดขีด แต่มันจะเจ็บแบบลึกๆ... เหมือนมีอะไรมากัดกินข้างใน
  • ไข้: ถ้ามีไข้ด้วยนี่... เรื่องใหญ่แล้ว ต้องรีบไปหาหมอ

จะรู้ได้ยังไงว่าแผลแห้งแล้ว?

คือแบบนี้ วันที่ 12 ตุลาคม 2566 ฉันไปล้มตอนวิ่งออกกำลังกายที่สวนลุมฯ หัวเข่าถลอก เลือดออกเยอะมาก ตกใจสุดๆ รีบไปหาหมอที่ รพ. จุฬาฯ หมอบอกว่าต้องเย็บ ตอนนั้นเจ็บปวดจนตัวสั่นเลย เย็บเสร็จหมอให้ยาฆ่าเชื้อมา กับวิธีทำความสะอาดแผล

พอถึงบ้านก็เริ่มทำตามที่หมอสั่ง เช็ดรอบๆ แผลด้วยแอลกอฮอล์ แต่ระวังมากไม่ให้โดนแผลโดยตรง หมอแนะนำให้ใช้ betadine แต่ฉันใช้แอลกอฮอล์ เพราะมันสะดวกกว่า แล้วก็ทายา Mupirocin ตามที่หมอสั่งทุกวัน

แผลเริ่มแห้งประมาณอาทิตย์นึง สังเกตง่ายๆ เลยคือไม่มีของเหลวไหลออกมา ไม่มีอาการบวมแดง เปลือกแผลก็เริ่มเป็นสีน้ำตาลเข้ม แห้งกรอบ นี่แหละคือสัญญาณที่บอกว่าแผลแห้งแล้ว แต่ก่อนหน้านั้น ก็มีรอยแดงๆ บวมๆ นิดหน่อยเป็นปกติ

หลังจากแผลแห้งสนิท ประมาณสองอาทิตย์หลังจากเย็บแผล ฉันก็เริ่มทายาพวกช่วยลดรอยแผลเป็น เป็นแบบเจลใสๆ ยี่ห้ออะไรจำไม่ได้ ซื้อมาจาก Boots หวังให้รอยแผลเป็นจางลง ตอนนี้รอยแผลเป็นยังเห็นอยู่บ้าง แต่ก็จางลงเยอะแล้ว ดีใจมากที่ไม่เป็นแผลเป็นนูนๆ

  • วิธีรู้ว่าแผลแห้ง: ไม่มีของเหลวไหล ไม่บวมแดง
  • การทำความสะอาด: เช็ดรอบแผลด้วยแอลกอฮอล์ (ห้ามโดนแผลโดยตรง)
  • ยาที่ใช้: Mupirocin (แต่ละคนควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ยา)
  • ลดรอยแผลเป็น: ใช้ยาทาหลังแผลแห้งสนิท
  • สถานที่เกิดเหตุ: สวนลุมพินี
  • สถานพยาบาล: โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์
  • วันที่เกิดเหตุ: 12 ตุลาคม 2566