โรคจากการประกอบอาชีพของกระทรวงสาธารณสุขมีกี่โรค
โรคจากอาชีพกระทรวงสาธารณสุขมีกี่ชนิด?
เห้ย ถามเรื่องโรคจากอาชีพของกระทรวงสาธารณสุขใช่ป่ะ? เออ...เท่าที่จำได้นะ รู้สึกว่าจะมีหลายโรคอยู่นะ ที่เค้าลิสต์ไว้สำหรับลูกจ้าง แรงงานนอกระบบอะไรพวกนั้นน่ะ คือคนที่ทำงานแล้วอาจจะเจอสารพิษอะไรพวกนี้ไง
เอาจริงๆ จำแม่นๆ ไม่ได้ว่ากี่ชนิดเป๊ะๆ แต่มันจะมีพวกโรคจากสารตะกั่วแน่ๆ อันนี้คุ้นๆ แล้วก็โรคจากฝุ่นซิลิกาด้วยนะ เคยได้ยินตอนไปอบรมเรื่องความปลอดภัยในการทำงานเมื่อนานมาแล้ว น่าจะปี 2560 ได้มั้ง ที่ชลบุรีน่ะ
แล้วก็มีโรคจากพวกใยหินด้วยใช่ป่ะ? แอสเบสตอสน่ะ อันนี้อันตรายมากเลยนะ รู้สึกว่ามันจะทำให้เป็นมะเร็งได้ด้วย แล้วก็จะมีพวกโรคที่เกิดจากสารเคมีกำจัดศัตรูพืชอีก พวกนี้ก็อันตรายเหมือนกัน เพราะบางทีเราไม่รู้ตัวว่าเราสูดดมเข้าไปเยอะแค่ไหน
ส่วนโรคจากสิ่งแวดล้อมนี่...เอ่อ...อันนี้ไม่ค่อยแน่ใจเท่าไหร่ จำได้ลางๆ ว่าน่าจะมีสองโรค แต่นึกไม่ออกจริงๆ ว่าคืออะไรบ้าง ขอโทษทีนะ! แต่พวกโรคจากอาชีพที่บอกไปข้างต้นอ่ะ ชัวร์ๆ เลย
โรคที่เกิดจากการประกอบอาชีพตามประกาศกระทรวงแรงงานมีทั้งหมดกี่กลุ่มโรค
โอ้โห! ประกาศกระทรวงแรงงานล่าสุดนี่เล่นใหญ่มาก! เรื่องโรคจากการทำงานเนี่ย ไม่ใช่แค่ปวดหลังธรรมดาแล้วนะ เขาจัดเป็น "มหกรรม 4 ภาค" เลยทีเดียว!
จริงๆ แล้วประกาศในราชกิจจานุเบกษา วันที่ 7 กุมภาฯ ปีมะโว้ (เอ๊ย! 2566) เนี่ย เค้าแบ่งโรคจากการทำงานออกเป็น 4 กลุ่มใหญ่ๆ ตามนี้เลยครับท่าน:
- กลุ่มที่ 1: โรคจากสารเคมีและกายภาพ (สารพัดพิษสงที่มองไม่เห็น) พวกนี้ชอบแฝงตัวมากับงานที่เราทำ!
- กลุ่มที่ 2: โรคผิวหนัง (ผื่นขึ้นคันยิบๆ ชีวิตเปลี่ยน) ใครแพ้ง่ายนี่ต้องระวังเป็นพิเศษ!
- กลุ่มที่ 3: โรคระบบทางเดินหายใจ (หายใจเข้า...เฮือก! หายใจออก...เฮือก!) ฝุ่นละออง PM 2.5 นี่ตัวดีเลย!
- กลุ่มที่ 4: โรคติดเชื้อ (เชื้อโรคบุก! ป่วยไม่รู้ตัว!) ทำงานใกล้ชิดคนเยอะๆ ต้องใส่ใจเป็นพิเศษ
ทีเด็ด: อย่าคิดว่าทำงานออฟฟิศแล้วจะรอด! โรคออฟฟิศซินโดรมก็เข้าข่ายนะจ๊ะ! ระวังหลังเดาะ คอแข็ง บ่าจม! หาเวลาไปยืดเส้นยืดสายบ้างนะพวก!
ป.ล. ถ้าสงสัยว่าตัวเองเป็นอะไร ลองปรึกษาคุณหมอที่เข้าใจเรื่องโรคจากการทำงานโดยเฉพาะนะ จะได้วินิจฉัยและรักษาได้ตรงจุด! อย่าไปหาหมอดู! เดี๋ยวเค้าทักว่า "ดวงไม่ดี" จะยิ่งเครียดไปกันใหญ่!
เรื่องน่ารู้เพิ่มเติม (เผื่อเอาไปโม้กับเพื่อน):
- รู้ไหมว่า... สมัยก่อนเค้าไม่ค่อยสนใจเรื่องโรคจากการทำงานเท่าไหร่? คนงานป่วยก็ซวยไป! (อันนี้แอบดราม่านิดนึง)
- ประกาศกระทรวงฯ นี่แหละ ช่วยให้ลูกจ้างมีสิทธิได้รับการดูแลและชดเชย! (ปรบมือให้กระทรวงแรงงานรัวๆ!)
- บางทีนายจ้างก็ต้องปรับปรุงสภาพแวดล้อมในการทำงานนะ! ไม่ใช่ปล่อยให้ลูกน้องป่วยอย่างเดียว! (นายจ้างที่ดีต้องใส่ใจลูกน้อง!)
- สุดท้าย... ดูแลสุขภาพตัวเองให้ดีที่สุด! ไม่มีใครรักเราเท่าตัวเราเอง! (อันนี้จริงจังนะ!)
โรคจากการทํางาน มีกี่กลุ่ม
โรคจากการทำงานแบ่งเป็น 4 กลุ่มหลัก ๆ ครับ ซึ่งแต่ละกลุ่มก็มีโรคย่อย ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการทำงานแตกต่างกันไป
โรคจากการสัมผัสสารก่อโรค: กลุ่มนี้เน้นผลกระทบจากสารเคมี ฝุ่น ก๊าซ ที่เราเจอในที่ทำงาน เช่น โรคปอดจากแร่ใยหิน หรือผิวหนังอักเสบจากการสัมผัสสารเคมีบางชนิด
โรคจากสภาพแวดล้อมในการทำงาน: ไม่ใช่แค่สารเคมี แต่รวมถึงปัจจัยทางกายภาพ เช่น เสียงดัง ความร้อน ความเย็น หรือรังสีที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพ
โรคระบบโครงสร้างร่างกายและกล้ามเนื้อ: กลุ่มนี้เจอบ่อยในคนที่ทำงานซ้ำ ๆ หรืออยู่ในท่าที่ไม่ถูกต้องเป็นเวลานาน ทำให้เกิดอาการปวดหลัง ปวดคอ หรือ Carpal Tunnel Syndrome
โรคทางกายภาพอื่น ๆ: อันนี้เป็นกลุ่มที่รวมโรคอื่น ๆ ที่อาจเกิดจากการทำงาน แต่ไม่ได้อยู่ใน 3 กลุ่มแรก เช่น โรคติดเชื้อจากการทำงาน หรือโรคทางจิตเวชที่เกิดจากความเครียดในการทำงาน
ข้อสังเกต: จำนวน 106 โรคที่ว่ามานั้นเป็นตัวเลขที่กำหนดไว้ตามกฎหมาย อาจมีการปรับเปลี่ยนได้ในอนาคต ขึ้นอยู่กับการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมในการทำงานและองค์ความรู้ทางการแพทย์ที่ก้าวหน้าไปเรื่อย ๆ การที่กฎหมายกำหนดประเภทโรคเหล่านี้ไว้ก็เพื่อให้การดูแลและชดเชยผู้ป่วยที่เกิดจากงานเป็นไปอย่างเป็นระบบมากขึ้น แต่ก็ไม่ใช่ว่าทุกโรคที่เกิดกับคนทำงานจะถูกจัดอยู่ใน 106 โรคนี้เสมอไปนะครับ มันเป็นเรื่องของการพิจารณาเป็นรายกรณีไป
เกร็ดเล็กน้อย: ผมเคยเห็นคนรู้จักทำงานในโรงงานทอผ้า แล้วเป็นโรคปอดจากฝุ่นผ้า ต้องเปลี่ยนงานเลย น่าเห็นใจมาก มันทำให้เราตระหนักว่างานทุกอย่างมีความเสี่ยงจริง ๆ และการป้องกันตัวเองเป็นเรื่องสำคัญมาก
ข้อมูลเพิ่มเติม:
- กฎหมายที่เกี่ยวข้อง: พระราชบัญญัติเงินทดแทน พ.ศ. 2537 และกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้อง
- หน่วยงานที่ดูแล: สำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน
- ข้อมูลอ้างอิง: ประกาศกระทรวงแรงงาน เรื่อง กำหนดชนิดของโรคซึ่งเกิดขึ้นตามลักษณะหรือสภาพของงาน หรือเนื่องจากการทำงาน (ฉบับล่าสุด)
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต