โรคอะไรที่ทำงานหนักไม่ได้
โรคที่ทำให้ทำงานหนักไม่ได้คืออะไร?
คือแบบนี้ ตอนนั้นป้าฉันอายุประมาณหกสิบกว่า แกทำงานหนักมาก รับจ้างเย็บผ้า ทุกวันๆ เช้าจรดเย็นเลย สุดท้ายเป็นโรคหัวใจ เหนื่อยง่ายมาก เดินขึ้นบันไดก็หอบแล้ว จำได้แม่นเลยว่าไปหาหมอที่โรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยา ค่ารักษาแพงอยู่นะ ต้องผ่าตัดด้วย หลังจากนั้นก็ทำงานหนักไม่ได้อีกเลย ต้องพักผ่อนเยอะๆ.
อีกอย่างเพื่อนฉัน มันเป็นโรคภูมิแพ้ แต่หนักมาก คือแบบหอบหืด ทำงานหนักไม่ได้เลย แค่ทำงานบ้านหนักๆ ก็เหนื่อยแล้ว ต้องพ่นยาตลอด ตอนนั้นมันทำงานเป็นพนักงานเสิร์ฟ ลาบ่อยมาก สุดท้ายก็ต้องลาออก มันบอกว่าไปหาหมอที่รามา หมอบอกว่าต้องดูแลตัวเอง ห้ามทำงานหนัก.
แล้วก็มีอาการอื่นๆอีกนะ อย่างปวดหลังเรื้อรังนี่ก็ทำให้ทำงานหนักไม่ได้ หรือบางคนเป็นโรคกระดูกพรุน ก็ต้องระวัง จำได้ว่าลุงข้างบ้านแกเป็น เดินไม่ค่อยสะดวกเลย ไม่ไหวจริงๆ หลายโรคนะที่ทำให้ทำงานหนักไม่ได้ ควรไปตรวจสุขภาพเป็นประจำดีกว่าเนอะ.
ทำงานหนักเป็นโรคอะไรได้บ้าง
ทำงานหนักเกินไป เสี่ยงโรคฮิตเหล่านี้:
ปลอกประสาทอักเสบ (Multiple Sclerosis): ภาวะภูมิคุ้มกันทำลายปลอกประสาท ทำให้การสื่อสารในระบบประสาทผิดปกติ งานที่กดดันอาจกระตุ้นให้เกิดอาการได้ เคยอ่านเจอในงานวิจัยว่าความเครียดเรื้อรังมีผลต่อระบบภูมิคุ้มกันนะ
เครียดลงกระเพาะ (Irritable Bowel Syndrome - IBS): ลำไส้แปรปรวนจากความเครียดสะสม อันนี้เจอกับตัวเองบ่อยๆ เวลาเดดไลน์ใกล้เข้ามา ท้องไส้ปั่นป่วนไปหมด
ความดันโลหิตสูง (Hypertension): ความเครียดทำให้ความดันขึ้นสูง อาจนำไปสู่โรคแทรกซ้อนร้ายแรงได้ ต้องคอยวัดความดันเป็นประจำ
ออฟฟิศซินโดรม (Office Syndrome): ปวดเมื่อยตามตัวจากการนั่งทำงานนานๆ ในท่าเดิมๆ ต้องลุกขึ้นยืดเส้นยืดสายบ้าง
โรคหัวใจ (Heart Disease): ความเครียดและพักผ่อนไม่เพียงพอ เพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจอย่างมีนัยสำคัญ พยายามหาเวลาออกกำลังกายบ้าง
กรดไหลย้อน (Gastroesophageal Reflux Disease - GERD): ความเครียดทำให้กรดในกระเพาะอาหารไหลย้อนขึ้นมา แสบร้อนกลางอกทรมานมาก
กระเพาะปัสสาวะอักเสบ (Cystitis): กลั้นปัสสาวะบ่อยๆ ทำให้เกิดการติดเชื้อในกระเพาะปัสสาวะ อันนี้ก็เป็นกันเยอะนะ โดยเฉพาะผู้หญิง
ข้อมูลเพิ่มเติม (แบบสบายๆ ไม่วิชาการจ๋า):
เรื่องปลอกประสาทอักเสบ: จริงๆ แล้ว MS ไม่ได้เกิดจากความเครียดโดยตรง แต่ความเครียดอาจทำให้โรคกำเริบได้ คนที่บ้านเคยป่วย เลยศึกษาเรื่องนี้เป็นพิเศษ
เรื่องเครียดลงกระเพาะ: ลองปรับอาหารดู อาจช่วยได้ พวกอาหารมันๆ ทอดๆ เลี่ยงได้ก็เลี่ยง
เรื่องความดันโลหิตสูง: นอกจากความเครียดแล้ว กรรมพันธุ์ก็มีส่วนนะ ต้องเช็คประวัติคนในครอบครัวด้วย
เรื่องออฟฟิศซินโดรม: ลองหาเก้าอี้ที่ซัพพอร์ตสรีระดีๆ มาใช้ อาจช่วยได้เยอะ
เรื่องโรคหัวใจ: นอกจากออกกำลังกายแล้ว การพักผ่อนให้เพียงพอก็สำคัญนะ นอนให้ได้อย่างน้อย 7-8 ชั่วโมง
เรื่องกรดไหลย้อน: อย่ากินอาหารก่อนนอน 3 ชั่วโมง ช่วยได้เยอะเลย
เรื่องกระเพาะปัสสาวะอักเสบ: ดื่มน้ำเยอะๆ ช่วยได้นะ ขับของเสียออกไป
ปรัชญานิดๆ: ชีวิตมันสั้น อย่าทำงานจนลืมดูแลตัวเอง หาบาลานซ์ให้เจอ จะได้ไม่ป่วย!
Karoshi syndrome คืออะไร
คาโรชิ ซินโดรมเนี่ยนะ? โอ้โห ฟังดูเหมือนชื่อเมนูอาหารญี่ปุ่นที่แอบโหดร้าย แต่จริงๆ แล้วมันคือ "โรคตายเพราะทำงานหนักเกินไป" ไงเล่า! คิดดูดิ ทำงานหามรุ่งหามค่ำ เหมือนมีใครเอามีดมากรีดเลือดกรีดเนื้อ (เปรียบเทียบนะ ไม่ได้ขู่!) จนสุดท้ายร่างกายบอก "ไม่ไหวแล้วโว้ย!" แล้วก็ดับเครื่องชนไปเลย
- จุดเริ่มต้น: เริ่มจากเหนื่อยๆ เพลียๆ เหมือนแบตเตอรี่มือถือที่ไม่ได้ชาร์จมาสามชาติ แล้วก็เริ่มเครียด กินไม่ได้ นอนไม่หลับ (ชีวิตดี๊ดีเนอะ!)
- ญี่ปุ่น: ต้นตำรับความ "บ้างาน" ระดับโลก ใครไปญี่ปุ่นแล้วไม่เจอคนทำงานถึงเที่ยงคืนนี่ถือว่าผิดปกติ
- ผลร้าย: นอกจากตายแล้ว (อันนี้ร้ายแรงสุด) ยังมีโรคสารพัดตามมา ทั้งความดัน เบาหวาน หัวใจ ถามหา แถมจิตใจก็พังพาบ รู้สึกตัวเองเหมือนขยะเปียก (อันนี้แรงไปมั้ย?)
- ทางออก: ง่ายๆ เลยคือ "พักบ้างอะไรบ้าง" อย่าคิดว่าตัวเองเป็นซูเปอร์แมน เพราะถึงซูเปอร์แมนก็ยังต้องชาร์จพลัง!
เกร็ดความรู้แบบขำๆ แต่จริงจัง:
- คาโรชิเนี่ย ไม่ได้เกิดแค่ในญี่ปุ่นนะ ประเทศอื่นที่คน "ขยัน" (หรือ "โดนกดขี่"?) ก็มีเหมือนกัน
- บางทีการ "พัก" ไม่ได้แปลว่านอนเฉยๆ แต่เป็นการทำอะไรที่ "ชอบ" จริงๆ (ไม่ใช่ไปทำงานอดิเรกที่เครียดกว่างานประจำนะ!)
- ถ้าหัวหน้าบอกว่า "ทำงานให้หนักกว่าเดิมนะ" ให้ตอบไปว่า "ครับ/ค่ะ แล้วจะให้ผม/ดิฉันไปเกิดใหม่ชาติหน้าเลยมั้ยครับ/คะ?" (อันนี้อย่าทำจริง เดี๋ยวโดนไล่ออก!)
สรุปง่ายๆ คาโรชิคือสัญญาณเตือนว่า "ชีวิต" สำคัญกว่า "งาน" นะจ๊ะ!
โรคที่เกิดจากการทำงานมีโรคอะไรบ้าง
เออ โรคที่เกิดจากการทำงานอ่ะ หรอ? มีเยอะแยะเลยนะ
หลักๆ ที่เจอๆ กันบ่อยๆ ก็พวก
- ปวดหลัง ปวดคอ บ่า ไหล่ อันนี้พวกนั่งโต๊ะนานๆ เป็นกันเยอะ ม้าก
- โรคจากฝุ่นละออง พวกโรงงานอ่ะ จะมีปัญหาเรื่องนี้มากกกก
- หูหนวกจากเสียงดัง คนทำงานในที่เสียงดังๆ ต้องระวังเลยนะ
- โรคผิวหนัง จากสารเคมี อันนี้ก็พวกโรงงานเหมือนกัน
- แล้วก็พวกเครียด ซึมเศร้า อันนี้ก็มาจากการทำงานเยอะเกินไป กดดันมากๆ
แล้วๆๆๆ รู้ป่ะ? เดี่ยวนี้คนอ้วนขึ้นเยอะมากเลยนะ ยิ่งพวกวัยทำงานเนี่ย ตัวดีเลย แล้วพอมันอ้วนอ่ะ โรคก็ตามมาอีกเพียบ เบาหวาน ความดัน หัวใจ หลอดเลือดสมอง มะเร็ง โอ้ยยย สารพัด แล้วพอมันเป็นแล้วก็มีภาวะแทรกซ้อนอีกนะ ตา ไต อะไรพวกเนี้ย พังหมด!
เครียดก็อีกเรื่องนึงนะ เดี๋ยวนี้คนเป็นโรคเครียดจากการทำงานเยอะมาก เพราะอะไร? เพราะงานมันเยอะไง แล้วคนก็ต้องแข่งกัน ทำงานหนักๆๆๆๆๆๆๆๆ เพื่ออะไรก็ไม่รู้ สุดท้ายสุขภาพพังหมด แล้วก็ต้องไปหาหมอ เสียเงิน เสียเวลา โอ้ยยย ชีวิต!
ข้อมูลเพิ่มเติม (อันนี้แถมให้)
- HDC: คือระบบรายงานข้อมูลด้านสุขภาพของกระทรวงสาธารณสุข
- ภาวะแทรกซ้อน: คืออาการหรือโรคที่เกิดตามมาจากโรคหลัก เช่น คนเป็นเบาหวานแล้วมีภาวะแทรกซ้อนคือ ไตวาย หรือตาบอด
- ปีนี้: ข้อมูลเรื่องโรคที่เกิดจากการทำงานอ่ะ มันเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ต้องดูข้อมูลของปีล่าสุดนะ ถึงจะแม่นยำสุดๆ
- อย่าลืม: ออกกำลังกายบ้าง กินอาหารดีๆ พักผ่อนให้เพียงพอ สำคัญมากๆ นะ!!!
อาการวัยทองที่ใกล้หมดประจําเดือนมีอะไรบ้าง
แสงสุดท้ายลอดหน้าต่าง...สิบโมงเช้า... ฉันจิบชา... อากาศเย็น
ร้อนวูบวาบ เหงื่อ: โอย ร้อนเหมือนไฟสุม! แล้วก็หนาวจับใจ เหงื่อชุ่ม! ซ้ำไปซ้ำมา...เหมือนคนบ้า!
ผิวหนังเหี่ยว: ผิว...มันไม่เด้งเหมือนก่อน... รอยย่นถามหา... เศร้าเนอะ
จิตใจแกว่ง: หงุดหงิดง่าย ร้องไห้ไม่มีเหตุผล... เหมือนคนไม่มีสติ
ปัสสาวะสืบพันธุ์: แสบๆ คันๆ... เรื่องส่วนตัว... ไม่อยากพูดเยอะ
หัวใจ หลอดเลือด: ใจสั่นบ้าง... กลัวจะเป็นอะไรไป
กระดูกพรุน: กลัวหกล้ม... แล้วกระดูกหัก... จะทำยังไง
ร้อนวูบวาบ เหงื่อ: (อีกที) เฮ้อ... วนกลับมาที่เดิม... ร้อน...หนาว...
ผิวหนังเหี่ยว: (ซ้ำอีก) ผิว... แก่แล้วจริงๆ... เวลาผ่านไปไวมาก
ข้อมูลเพิ่มเติม: ปีนี้ (2567) หมอบอกว่ากินอาหารมีประโยชน์ ออกกำลังกายช่วยได้นะ!
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต