โรคเอ๋อ รู้ผลกี่วัน

105 ครั้งเข้าชม
โรคเอ๋อ: ทราบผลตรวจเร็ว ลดเสี่ยงพัฒนาการช้าการตรวจคัดกรอง "โรคเอ๋อ" หรือภาวะพร่องไทรอยด์ฮอร์โมนแต่กำเนิดในทารกแรกเกิด ทราบผลภายใน 1-2 สัปดาห์หลังเจาะส้นเท้าเก็บเลือด หากพบความผิดปกติ โรงพยาบาลจะรีบแจ้งผู้ปกครองเพื่อเริ่มการรักษาทันที การรักษาอย่างรวดเร็วนี้สำคัญมากต่อพัฒนาการของเด็ก ช่วยลดความเสี่ยงภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

ผลตรวจโรคเอ๋อ รู้ผลกี่วัน?

จำได้แม่นเลย วันนั้น 15 กรกฎาคม 65 ลูกสาวฉันตรวจคัดกรองโรคเอ๋อที่ รพ.จุฬาฯ คุณหมอบอกว่าผลจะออกประมาณ 1-2 อาทิตย์ แต่จริงๆ แล้วได้ผลเร็วกว่านั้นนะ ประมาณอาทิตย์เดียวเอง ตอนนั้นลุ้นมาก ใจเต้นตุ๊บๆ กลัวลูกเป็นอะไร ดีใจมากที่ผลออกมาปกติ โล่งอกไปเลย ค่าตรวจตอนนั้นถ้าจำไม่ผิด ราวๆ 200-300 บาทมั้ง ไม่แน่ใจ แต่ไม่แพงมากหรอก

โรงพยาบาลโทรมาแจ้งผลเลยนะ ไม่ต้องไปตามเอง ถ้าผิดปกติเค้าจะรีบแจ้ง อันนี้สำคัญมากเลย เพราะยิ่งรู้เร็ว ยิ่งรักษาได้เร็ว นี่แหละประสบการณ์ตรงของฉัน แนะนำให้ถามโรงพยาบาลดีๆ นะคะ เค้าจะอธิบายให้ละเอียด อย่ากลัวที่จะถาม เพราะความกังวลของเรามันเยอะจริงๆ

ตอนนั้นฉันเครียดมากนะ หาข้อมูลเยอะมาก เว็บไซต์ก็บอกอย่างนั้นอย่างนี้ ยิ่งอ่านยิ่งเครียด สุดท้ายก็ได้แต่รอผลตรวจอย่างเดียว นอนไม่หลับหลายคืนเลย แต่อย่าเครียดไปนะคะ ทำใจให้สบาย เชื่อหมอ แล้วก็รอฟังข่าวดี เพราะทุกอย่างจะผ่านไปได้ด้วยดีค่ะ

โรคเอ๋อ หายได้ไหม

โรคเอ๋อ (cretinism) หายขาดได้หรือไม่ขึ้นอยู่กับสาเหตุและความรุนแรงของโรค โดยทั่วไป โรคเอ๋อเกิดจากการขาดไทรอยด์ฮอร์โมนตั้งแต่แรกเกิด ส่งผลต่อพัฒนาการทางร่างกายและสมอง หากได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีและต่อเนื่อง โอกาสที่อาการจะดีขึ้นมีสูงมาก แต่ไม่ใช่หายขาดไปเสียทีเดียว

  • การรักษา: เน้นการทดแทนฮอร์โมนไทรอยด์ แพทย์จะให้ยาเลว็อกไซโธรอกซิน (Levothyroxine) โดยเริ่มรักษาตั้งแต่แรกเกิดภายใน 1 เดือน และติดตามผลอย่างใกล้ชิด วัดระดับฮอร์โมนเป็นระยะๆ จนถึงอายุอย่างน้อย 2 ปี หรือตามดุลยพินิจของแพทย์

  • การหยุดยา: การหยุดยาควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ ไม่ใช่หยุดเอง การตัดสินใจหยุดยาขึ้นอยู่กับผลการตรวจวัดระดับฮอร์โมน และการประเมินพัฒนาการของเด็กเป็นหลัก หากหยุดยาแล้วระดับฮอร์โมนต่ำลง จะต้องเริ่มรับประทานยาต่อ เพราะการขาดฮอร์โมนไทรอยด์อย่างต่อเนื่อง จะส่งผลกระทบต่อพัฒนาการทางสมองและร่างกายอย่างถาวร

คิดว่าการรักษาโรคเอ๋อเป็นตัวอย่างที่ดีของการที่วิทยาศาสตร์ช่วยให้ชีวิตดีขึ้นได้ แต่การดูแลสุขภาพอย่างต่อเนื่องและการติดตามจากแพทย์นั้นสำคัญมาก เหมือนการเดินทางไปถึงจุดหมายปลายทาง เราอาจไปถึงได้ แต่การเดินทางนั้นต้องมีการเตรียมตัวและความต่อเนื่อง จึงจะไปถึงอย่างปลอดภัย

ข้อมูลเพิ่มเติม (ปี 2566): ปัจจุบันมีการพัฒนาวิธีการตรวจคัดกรองโรคเอ๋อในทารกแรกเกิด ทำให้สามารถตรวจพบและเริ่มรักษาได้เร็วขึ้น ส่งผลให้โอกาสในการพัฒนาการที่ดีขึ้นสูงขึ้น แต่การวินิจฉัยและการรักษาที่แม่นยำ ยังคงต้องอาศัยความเชี่ยวชาญของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านต่อมไร้ท่อ และการติดตามผลอย่างสม่ำเสมอ เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

ไทรอยรอผลกี่วัน

รอผลเลือดไทรอยด์ไม่เกินอาทิตย์เดียว ส่วนใหญ่ได้ภายใน 2 วัน แต่ห้องแล็บบางที่อาจช้ากว่านั้น.

  • ปัจจัยช้า: ปริมาณงาน, เทคโนโลยีห้องแล็บ
  • ประสบการณ์ส่วนตัว: เคยรอ 3 วัน (ปี 2024)

โรคเอ๋อในเด็กเกิดจากอะไร?

อ้าว! โรคเอ๋อในเด็กน่ะเหรอ ไอ้โรคนี้มันไม่ใช่แค่ขาดไอโอดีนอย่างเดียวหรอกนะคุณพี่! คิดง่ายไปป่ะเนี่ย! เหมือนจะบอกว่ากินปลาทูกับเกลือเสริมไอโอดีนปุ๊บก็หายปั๊บเลยใช่ไหมล่ะ มันไม่ง่ายอย่างนั้นซะหน่อย! จริงอยู่ว่าขาดไอโอดีนนี่เป็นสาเหตุหลักอันดับต้นๆ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเป็นสาเหตุเดียวนะจ๊ะ! มโนไปไกลมากแล้วนะคุณ!

  • สาเหตุจริงๆ มันเยอะแยะไปหมด! ไม่ใช่แค่ขาดไอโอดีนอย่างเดียว บางทีก็มาจากพันธุกรรม หรือแม้แต่ติดเชื้อขณะตั้งครรภ์! บางกรณีก็อุบัติเหตุตอนคลอดเลยนะ! โห! ร้ายกาจใช่ไหมล่ะ!

  • ไอโอดีนช่วยได้จริง แต่ไม่ใช่ทุกกรณี กินอาหารทะเลเยอะๆ เกลือเสริมไอโอดีน มันช่วยลดโอกาสได้ แต่ถ้าเกิดมาจากพันธุกรรมล่ะ? นี่แหละคือความจริงที่คุณต้องยอมรับ!

  • ปีนี้ 2566 ยังคงเน้นการป้องกัน กระทรวงสาธารณสุขก็ยังคงรณรงค์เรื่องการกินอาหารที่มีไอโอดีนอยู่ดีแหละ แต่ก็ไม่ได้บอกว่าเป็นวิธีแก้โรคนี้ได้ทุกเคส โธ่! อย่ามองโลกในแง่ดีเกินไป!

อย่างที่บอก อย่าคิดว่ากินปลาทูทุกวันแล้วลูกจะฉลาดปิ๊งปังนะ มันต้องดูหลายๆ ปัจจัย อย่าลืมไปตรวจสุขภาพก่อนตั้งครรภ์ด้วยนะ เผื่อเจอปัญหาอะไรจะได้แก้ไขได้ทัน! ไม่งั้นจะมาโทษปลาทูอย่างเดียวไม่ได้นะ! คุณแม่ต้องดูแลตัวเองให้ดีด้วย!

ขาดไอโอดีน เป็นโรคอะไร?

ขาดไอโอดีนเป็นสาเหตุของโรคที่เกี่ยวข้องกับต่อมไทรอยด์ โดยเฉพาะ โรคคอพอก (Goiter) ซึ่งเป็นการขยายขนาดของต่อมไทรอยด์

อาการที่เกิดขึ้นขึ้นอยู่กับช่วงอายุ:

  • ทารกแรกเกิด: ภาวะขาดไอโอดีนรุนแรงอาจทำให้เกิด โรคคอพอกในทารก และภาวะพร่องฮอร์โมนไทรอยด์ (Congenital Hypothyroidism) ส่งผลต่อพัฒนาการทางสมองและร่างกายอย่างร้ายแรง นี่เป็นเหตุผลสำคัญที่ต้องได้รับการตรวจคัดกรองหลังคลอด

  • เด็กก่อนวัยเรียน, เด็กวัยเรียน, เด็กวัยรุ่น และผู้ใหญ่: อาการที่พบได้บ่อยคือ โรคคอพอก นอกจากนี้ยังอาจมีภาวะพร่องฮอร์โมนไทรอยด์ (Hypothyroidism) ซึ่งแสดงอาการได้หลากหลาย อาการอาจไม่ชัดเจนในระยะแรก แต่หากเป็นเรื้อรังอาจพบอาการซึมเศร้า, เฉื่อยชา, อ่อนเพลีย, ความจำเสื่อม, ผิวแห้ง และท้องผูก ในกรณีรุนแรงอาจมีผลต่อพัฒนาการทางสติปัญญา

หมายเหตุ: ข้อมูลข้างต้นเป็นข้อมูลทั่วไป การวินิจฉัยและรักษาโรคควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ การได้รับไอโอดีนในปริมาณที่เพียงพอ โดยเฉพาะจากเกลือเสริมไอโอดีน เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งต่อสุขภาพ โดยเฉพาะในเด็กและหญิงตั้งครรภ์

ปีนี้ (2566) องค์การอนามัยโลกยังคงเน้นย้ำถึงความสำคัญของการป้องกันและควบคุมภาวะขาดไอโอดีน ซึ่งเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญในหลายประเทศ การรับประทานอาหารที่มีไอโอดีนเพียงพอจึงเป็นเรื่องจำเป็น เช่น อาหารทะเล สาหร่ายทะเล และผลิตภัณฑ์จากนม แต่การรับประทานเกลือเสริมไอโอดีนยังคงเป็นวิธีที่เข้าถึงได้ง่ายและมีประสิทธิภาพที่สุดสำหรับประชากรส่วนใหญ่

ไทรอยด์ต้องเจาะคอไหม?

ไทรอยด์ต้องเจาะคอมั้ย? ไม่เสมอไปนะ! คือมันมีหลายวิธีตรวจอะ

ตอนปีที่แล้ว (2566) แม่ฉันคลำเจอก้อนที่คอ ตอนแรกก็ใจเสีย นึกว่าเรื่องใหญ่ ไปหาหมอที่ รพ.จุฬาฯ หมอเค้าก็คลำๆ คอแม่ดูก่อนเลย แล้วก็บอกว่า "ต่อมไทรอยด์โตนะคุณ" แต่ไม่ได้สั่งเจาะคอทันที

  • คลำๆ ดู: หมอจะใช้มือคลำๆ ดูขนาด รูปร่างของต่อมไทรอยด์ก่อนเลย อันนี้คือเบสิก
  • อัลตราซาวนด์: อันนี้แม่ฉันโดน! เค้าจะเอาเครื่องมาทาๆ ที่คอ ดูว่ามีก้อนอะไรมั้ย ขนาดเท่าไหร่ รูปร่างยังไง
  • เจาะเลือด: อันนี้ก็สำคัญ จะดูค่าฮอร์โมนไทรอยด์ว่ามันผิดปกติรึเปล่า
  • เจาะดูดเซลล์ (FNA): อันนี้แหละที่อาจจะต้องเจาะคอ! แต่ไม่ใช่ทุกคนที่ต้องทำนะ ถ้าอัลตราซาวนด์แล้วหมอเค้าสงสัยว่าก้อนมันดูไม่ดี (เช่น รูปร่างแปลกๆ ขอบไม่เรียบ) เค้าก็จะเจาะดูดเซลล์ไปตรวจ

สรุปคือ ไม่ใช่ทุกคนที่เป็นไทรอยด์แล้วต้องเจาะคอ มันขึ้นอยู่กับอาการ ผลตรวจร่างกาย และดุลยพินิจของหมอล้วนๆ เลยจ้า!