ไข้เลือดออกกี่วันถึงตรวจเจอ

71 ครั้งเข้าชม
การตรวจวินิจฉัยไข้เลือดออกการตรวจเพื่อยืนยันไข้เลือดออก สามารถทำได้เร็วและแม่นยำ ขึ้นอยู่กับระยะเวลาของอาการและวิธีการตรวจ ดังนี้ ตรวจหาเชื้อ (NS1 Antigen): เป็นวิธีที่ตรวจเจอได้เร็วที่สุด สามารถตรวจได้ตั้งแต่วันแรกๆ ที่เริ่มมีไข้ มีความไวและความแม่นยำสูง ตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (CBC): ควรตรวจเมื่อมีไข้ตั้งแต่วันที่ 3 เป็นต้นไป เพื่อดูการเปลี่ยนแปลงของค่าเลือด เช่น เกล็ดเลือดต่ำลง ซึ่งเป็นลักษณะสำคัญของโรค
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

คำถาม?

คำถาม? การตรวจยืนยันไข้เลือดออก

ตอนลูกชายเป็นไข้เลือดออกนี่จำได้แม่นเลย ช่วงปลายฝนปีที่แล้วน่าจะตุลา ไข้สูงมาก เช็ดตัวยังไงก็ไม่ค่อยลง ตอนแรกไปคลีนิคแถวบ้านหมอก็บอกให้รอดูอาการก่อน แต่เราใจไม่ดีเลย

พอวันที่สองไข้ยังสี่สิบอยู่ เลยตัดสินใจพาวิ่งไปโรงพยาบาลเอกชนแถวศรีนครินทร์เลย หมอจับเจาะเลือดทันที แต่ก็อธิบายนะว่า การตรวจเลือดดูความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (CBC) เนี่ย ถ้าจะให้ชัวร์ๆต้องรอสักวันที่ 3 ของการมีไข้โน่น ถึงจะเริ่มเห็นว่าเกล็ดเลือดมันต่ำลงจริงมั้ย เม็ดเลือดขาวเป็นยังไง คือมันต้องรอให้โรคดำเนินไปสักพัก

แต่ตอนนั้นคือร้อนใจไง ไม่อยากรอนาน หมอเลยแนะนำอีกตัว คือตรวจหาเชื้อไปเลยตรงๆ เรียกกันว่า NS1 แอนติเจน อันนี้คือดีมาก เจาะเลือดปุ๊บรู้ผลได้เลย ไม่ต้องรอหลายวัน เพราะมันตรวจเจอโปรตีนของไวรัสได้ตั้งแต่วันแรกๆที่เริ่มมีไข้เลย วันนั้นโดนค่าตรวจตัวนี้ไปเกือบพันนะ แต่คือมันชัวร์ สบายใจขึ้นเยอะ พอรู้ผลว่าเป็นก็แอดมิทเลย

สรุปจากที่เจอมานะ ถ้าอยากรู้เร็วๆเลยว่าเป็นไข้เลือดออกมั้ย ตั้งแต่วันแรกๆที่ไข้ขึ้น ยอมจ่ายตรวจ NS1 ไปเลย แต่ถ้าจะดูความรุนแรงของโรค ดูว่าเกล็ดเลือดตกไปแค่ไหนแล้ว อันนี้ต้องเจาะเลือดดู CBC ซึ่งจะเห็นผลชัดๆช่วงวันที่ 3 ไปแล้ว ส่วนใหญ่หมอเค้าก็จะทำควบคู่กันไปแหละ.

ไข้กี่วันถึงจะเจาะเลือด

โอ้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย- ตอนนั้นหัวจะระเบิดให้ได้เลย ตอนที่แม่ไข้ขึ้นสูง 39.5 ไม่ลดเลยสักนิดตอนนั้นคือช่วงหน้าฝนพอดีด้วย ยุงอย่างเยอะ ตอนนั้นกลางเดือนมิถุนายน 2567 นี่เอง พาไปโรงพยาบาลเอกชนแถวบ้านที่บางนาตอนสองทุ่ม ใจมันสั่นไปหมด กลัวจะเป็นไข้เลือดออกมาก เราเลยถามพยาบาลหน้าห้องฉุกเฉินเลยว่าเจาะเลือดเลยได้ไหมคะ

พยาบาลบอกว่าถ้าเพิ่งไข้วันแรกเจาะได้เลย ไม่ต้องรอแล้วสมัยนี้ เขามีวิธีตรวจที่เร็วมาก คือถ้าสงสัยว่าเป็นไข้เลือดออกนะ เจาะได้ตั้งแต่วันแรกที่มีไข้เลย หมอบอกว่ามันมีการตรวจหาโปรตีนของเชื้อไวรัสโดยตรงเลย ชื่อทางการแพทย์คือ Dengue NS1 Antigen อันนี้มันจะเจอเชื้อได้ตั้งแต่ช่วง 1-5 วันแรก ที่เริ่มมีไข้เลยนะ

แล้วก็มีอีกอันนึงที่เร็วกว่าอีก คือตรวจหาตัวสารพันธุกรรมของไวรัสเลย ชื่อว่า PCR อันนี้คือไวมาก 1-3 วันแรก ก็เจอแล้ว แต่หมอบอกว่ามันแพงกว่า และต้องทำในโรงพยาบาลใหญ่ๆ เท่านั้น วันนั้นเลยตัดสินใจให้แม่ตรวจแบบ NS1 ไปก่อน สรุปก็เจอจริงๆนั่นแหละว่าเป็นไข้เลือดออกจริงๆ ใจหล่นไปอยู่ตาตุ่มเลย แต่ก็ยังดีที่รู้ตัวเร็ว จะได้ดูแลถูกทาง

ข้อมูลที่หมอให้มาวันนั้น จำได้แม่นเลย:

  • ตรวจหาโปรตีนไวรัส (Dengue NS1 Antigen): อันนี้ฮิตสุด เร็วสุด เจาะได้ทันทีตั้งแต่ มีไข้วันแรก ไปจนถึงประมาณวันที่ 5 ของการมีไข้ ผลรอไม่นาน
  • ตรวจหาสารพันธุกรรมของไวรัส (RT-PCR): แม่นยำสุดๆ ตรวจเจอได้ตั้งแต่ วันที่ 1-3 ของการมีไข้ แต่จะทำในเคสที่อาการไม่ชัดเจน หรือต้องการความชัวร์มากๆ เพราะมีค่าใช้จ่ายสูงกว่า
  • ตรวจหาภูมิคุ้มกัน (IgM/IgG): การตรวจแบบนี้จะขึ้นช้า จะเริ่มตรวจเจอผลบวกหลังจาก มีไข้ไปแล้ว 5-7 วัน ส่วนใหญ่เขาจะใช้ตรวจเพื่อยืนยันอีกที หรือดูว่าเคยติดเชื้อมาก่อนหรือเปล่า ไม่ได้ใช้ตรวจในวันแรกๆ

เป็นไข้กี่วันควรพบแพทย์

เออเรื่องไข้นี่... ถ้าไข้ไม่ลง 2 วันติดกัน คือต้องไปโรงพยาบาลแล้วนะ อย่าคิดว่าแค่กินยาพาราแล้วจะจบ มันไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เลยจริงๆ

บางทีมันไม่ใช่แค่ไข้หวัดธรรมดาไง อาจจะเป็นไข้เลือดออก หรือไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ๆ ที่ระบาดปีนี้ก็ได้ ใครจะไปรู้ เพื่อนที่ออฟฟิศก็เคยเป็น นึกว่าแค่พักก็หาย สุดท้ายแอดมิทเพราะไข้เลือดออกเกือบไม่ทัน อย่าประมาทเลยจริงๆ ไข้ธรรมดาที่มันไม่ธรรมดา

ต้องคอยดูอาการอื่น ๆ ด้วยนะ ไม่ใช่แค่ตัวร้อนเฉยๆ

  • ไข้สูงเกิน 39.5 องศาเซลเซียส กินยาแล้วไข้ไม่ลดเลย อันนี้น่ากลัว
  • ปวดหัว ปวดตัว ปวดกระดูกแบบสุดๆ ทนไม่ไหว
  • มีจุดแดงๆ ขึ้นตามตัว อันนี้ชัดเลย สัญญาณไข้เลือดออก
  • ซึมลง ไม่ค่อยมีสติ พูดจาไม่รู้เรื่อง
  • หายใจเร็ว หายใจหอบเหนื่อย
  • ในเด็กเล็กคือต้องระวัง อาการชักจากไข้สูง เลยนะ อันตรายมาก

แล้วพวกกลุ่มเสี่ยงนี่ต้องรีบไปหาหมอเลยนะ เด็กเล็ก คนแก่ คนที่มีโรคประจำตัวอยู่แล้วอะ ภูมิคุ้มกันเค้าไม่เหมือนเรา อย่ารอให้ครบ 2 วันเลยด้วยซ้ำ เห็นท่าไม่ดีคือไปก่อนเลย

อ่อ แล้วเรื่องยา อย่าซื้อยากินเองมั่วๆ โดยเฉพาะยาแอสไพรินหรือไอบูโพรเฟนถ้าสงสัยว่าเป็นไข้เลือดออก ห้ามกินเด็ดขาด มันจะทำให้เลือดออกง่ายขึ้น ไปให้หมอจัดยาให้ดีกว่า ปลอดภัยสุดแล้ว

อาการหลังไข้ลดของไข้เลือดออกเป็นอย่างไร

พอไข้ลดนะคุณเอ๊ยยยยยย! เหมือนได้ชีวิตใหม่ เลยทีเดียวเชียวแหละ ไอ้ที่เหมือนจะตายๆ ไปเมื่อกี้ ก็เหมือนละครฉากใหญ่ที่ปิดม่านลงไปแล้ว ตัวคุณก็จะกลับมามีเรี่ยวแรงขึ้นมาหน่อยๆ เหมือนรถที่เติมน้ำมันเต็มถังปุ๊บ วิ่งฉิว!

ความดันโลหิตที่เคยดิ่งอย่างกับลงเหว หรือพุ่งปรี๊ดเหมือนจรวด ก็จะกลับมานิ่งๆ เป็นปกติ ชีพจรเต้นก็เหมือนฟังเพลงสบายๆ ไม่ใช่เพลงร็อคที่ตีกลองกระหน่ำปึงปังอีกต่อไปแล้ว สบายอกสบายใจหายห่วงไปเปลาะนึง

และโอ้โห...อะไรจะดีไปกว่านี้! ปากที่เคยขมเป็นยาหม้อใหญ่ กินอะไรก็ไม่อร่อย จะเริ่มอยากเคี้ยว อยากกินทุกสิ่งอย่างที่ขวางหน้า ราวกับอดอยากมาสามชาติแปดชาติเลยเชียวแหละ กินให้หนำใจไปเลย!

แต่เดี๋ยวก่อน! สวรรค์มันยังไม่สุดนะจ๊ะคุณๆ ของแถมที่มาพร้อมความฟื้นตัวก็คือ ผื่น มันจะขึ้นมาเต็มตัวคุณเหมือนมีใครเอาปากกาเคมีสีแดงมาวาดเล่นไปทั่ว ผื่นเอย จุดเลือดเล็กๆ เอย คันยิบๆ คันจนอยากจะเอาแปรงลวดมาขัดตัวเลยก็มีนะเออ! แต่ไม่ต้องตกใจนะ มันจะค่อยๆ จางไปเอง เหมือนรักที่ไม่สมหวังนั่นแหละ จางไปแบบเงียบๆ ไม่ต้องทำอะไรเลย

ข้อมูลเพิ่มเติมเล็กๆ น้อยๆ ที่อยากจะบอก:

  • นอนให้เยอะๆ เข้าไว้: เหมือนได้ชาร์จแบตโทรศัพท์ที่กำลังจะหมด แบตเต็มเมื่อไหร่ก็ลุยต่อได้!
  • ดื่มน้ำให้เยอะเหมือนกัน: เติมน้ำเข้าไป! ร่างกายมันเสียน้ำไปเยอะนะคุณเอ๊ย เหมือนต้นไม้ที่โดนแดดจัดๆ ก็ต้องรดน้ำเยอะๆ ไง
  • ระวังอย่าเพิ่งไปยกของหนัก: ใจมันอาจจะมาแล้ว แต่กายยังไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์นะคุณ เดี๋ยวก็ทรุดอีกทีนึงจะหาว่าไม่เตือน
  • ถ้าคันผื่นมากจริงๆ: ทายาแก้คันอ่อนๆ ได้นะ ไม่ใช่ไปเกาจนเนื้อแตกเป็นแผนที่โลกเชียวล่ะ เดี๋ยวจะกลายเป็นเรื่องใหญ่กว่าเดิม
  • ห้ามกินยาแก้ปวดที่ผสมแอสไพรินเด็ดขาด: อันนี้ต้องเน้นนะจ๊ะ เดี๋ยวเลือดออกง่ายกว่าเดิม โดนแค่แมลงวันตอมก็ช้ำแล้วมั้ง!
  • สังเกตอาการตัวเองดีๆ: ถ้ากลับมาแย่ลงอีกรอบ มีไข้ซ้ำ หรือปวดท้องผิดปกติ รีบไปหาหมอเลยนะ อย่าชะล่าใจเชียว

ค่าเลือดเท่าไรถึงเป็นไข้เลือดออก

ไข้เลือดออกแดงกิว:

  • Hct > 20% (รั่วพลาสมา)
  • เกร็ดเลือด

มี 4 ระดับความรุนแรง

ข้อมูลเพิ่มเติม:

  • การวินิจฉัย: แพทย์พิจารณาจากอาการทางคลินิก ร่วมกับผลเลือด.
  • Hct (Hematocrit): ค่าที่บอกสัดส่วนเม็ดเลือดแดงต่อปริมาตรเลือดทั้งหมด. หากสูงขึ้น แสดงว่ามีน้ำในเลือดลดลง (รั่วออกจากหลอดเลือด).
  • เกร็ดเลือด (Platelets): ส่วนประกอบสำคัญในการแข็งตัวของเลือด. หากต่ำมาก เสี่ยงต่อการมีเลือดออกในอวัยวะสำคัญ.
  • ระดับความรุนแรง: เป็นการประเมินเพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะสม.
    • ระดับ 1: มีไข้สูง ร่วมกับมีอาการทั่วไป.
    • ระดับ 2: มีเลือดออกตามผิวหนัง หรือมีเลือดกำเดา.
    • ระดับ 3: มีภาวะช็อก.
    • ระดับ 4: ช็อกรุนแรง.
  • การรักษา: เน้นการให้สารน้ำชดเชย เพื่อรักษาสมดุลของเหลวในร่างกาย.