ไปโรงพยาบาลขอหมอให้น้ำเกลือได้ไหม
ร่างกายอ่อนเพลีย ไปโรงพยาบาลขอให้น้ำเกลือได้ไหม?
ถ้าถามว่าเหนื่อยๆ อ่อนเพลีย แล้วเดินไปโรงพยาบาลขอน้ำเกลือเลยได้ไหม ส่วนตัวคิดว่า ไม่น่าจะได้ตรงๆ แบบนั้นนะ คือหมอเขาไม่ได้ให้ตามคำขออ่ะ เขาให้ตามอาการที่มันมีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์จริงๆ
เคยมีครั้งนึง ตอนนั้นน่าจะช่วงปลายปี 2022 ท้องเสียหนักมากจากอาหารเป็นพิษ คือกินอะไรไม่ได้เลยจริงๆ เข้าห้องน้ำทั้งคืนจนหมดแรง ความดันก็เริ่มต่ำๆ ไปหาหมอที่โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท หมอตรวจแล้วเห็นว่าร่างกายขาดน้ำรุนแรง ถึงสั่งให้แอดมิทแล้วให้น้ำเกลือทันที มันไม่ใช่แค่รู้สึกเพลีย แต่มันคือร่างกายกำลังแย่
คือถ้าแค่อ่อนเพลียจากการทำงานหนัก นอนน้อย หมอเขาก็จะแนะนำให้พักผ่อน กินอาหารดีๆ ดื่มน้ำเยอะๆ มากกว่า เพราะร่างกายเราซ่อมแซมตัวเองได้ การให้น้ำเกลือมันเหมือนทางลัดสำหรับภาวะที่ร่างกายจัดการเองไม่ไหวแล้วจริงๆ
หมอจะให้น้ำเกลือในเคสแบบนี้มากกว่า
- พอป่วยแล้วอาเจียนไม่หยุด ท้องร่วงหนักๆ จนร่างกายมันเสียน้ำกับเกลือแร่ไปเยอะ แบบนี้ต้องให้เพื่อชดเชยด่วน
- บางคนที่ป่วยหนักจนกินเองไม่ได้ ดื่มน้ำไม่ไหว หรือต้องงดน้ำงดอาหารเพื่อรอผ่าตัดอะไรพวกนี้
- ความดันตกฮวบเพราะร่างกายขาดน้ำมากๆ อันนี้เจอมากับตัวเลย มันจะรู้สึกวูบๆ โลกหมุน
- ผลเลือดออกมาว่าค่าเกลือแร่ในร่างกายมันผิดปกติไปหมด แบบนี้ก็ต้องปรับให้มันสมดุล
ขอหมอให้น้ำเกลือได้ไหม
ขอหมอให้น้ำเกลือได้มั้ย? คุณขอได้นะ แต่หมอจะให้รึเปล่า นั่นอีกเรื่องนึงเลย แพทย์จะให้ต่อเมื่อมีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์เท่านั้น ไม่ใช่ว่ารู้สึกเพลียๆ อยากสดชื่นแล้วจะเดินไปขอได้เลย
การให้น้ำเกลือคือการรักษาอย่างนึง ไม่ใช่บริการเสริมความงามหรืออะไรทำนองนั้น หมอต้องประเมินก่อนว่าร่างกายขาดน้ำจริงมั้ย มีภาวะอะไรที่จำเป็นต้องให้สารน้ำเข้าเส้นเลือดโดยตรง
แล้วเมื่อไหร่ถึงจะได้น้ำเกลือล่ะ? ก็ตอนที่...
- ภาวะขาดน้ำรุนแรง ดื่มน้ำเองไม่ไหว หรือดื่มไปก็อาเจียนออกหมด
- อาเจียนหรือท้องเสียหนักๆ จนร่างกายสูญเสียน้ำและเกลือแร่ไปเยอะมาก
- เสียเลือด จากอุบัติเหตุหรือผ่าตัด
- เตรียมตัวก่อนผ่าตัด หรือหลังผ่าตัดบางกรณี
- ไม่สามารถกินอาหารทางปากได้ เป็นเวลานาน
- ระดับเกลือแร่ในเลือดผิดปกติ ต้องรีบแก้ไข
มันก็มีความเสี่ยงนะ ไม่ใช่ไม่มีเลย การแทงเข็มเข้าหลอดเลือดดำเนี่ย มีความเสี่ยงติดเชื้อ ถ้าดูแลความสะอาดไม่ดี หรืออาจจะเกิดหลอดเลือดดำอักเสบได้ บวม แดง เจ็บตรงที่แทงเข็ม
ที่สำคัญเลยคือ ภาวะน้ำเกินในร่างกาย (fluid overload) ถ้าให้เร็วไปหรือเยอะไปในคนที่มีปัญหาโรคหัวใจหรือโรคไตอยู่แล้ว อันตรายมากนะ หัวใจอาจจะล้มเหลวได้เลย
ข้อมูลเพิ่มเติมที่เพิ่งไปเจอมา
ไอ้น้ำใสๆ ที่เราเรียกกันติดปากว่าน้ำเกลือเนี่ย จริงๆ มันมีหลายสูตรมากเลยนะ หมอจะเลือกใช้ตามความเหมาะสมกับคนไข้แต่ละคน
- Normal Saline (0.9% NaCl): อันนี้เบสิกสุด เป็นน้ำเกลือธรรมดาเลย ใช้ทดแทนน้ำในร่างกายทั่วไป
- Lactated Ringer's Solution (LRS): ตัวนี้จะมีส่วนประกอบของเกลือแร่หลายชนิดคล้ายกับในเลือด เหมาะกับคนที่เสียเลือดเยอะๆ หรือมีภาวะเลือดเป็นกรด
- 5% Dextrose in Water (D5W): อันนี้คือน้ำตาลกลูโคส ให้พลังงานแก่ร่างกายโดยตรง เหมาะกับคนไข้ที่น้ำตาลในเลือดต่ำ หรือกินอะไรไม่ได้เลย
พักผ่อนน้อยให้น้ำเกลือได้ไหม?
น้ำเกลือไม่ใช่ยาแก้เพลีย เลิกเข้าใจผิด
ร่างกายคุณไม่ได้พัง แค่ล้า การให้น้ำเกลือพร่ำเพรื่อคือการหาเรื่องใส่ตัวโดยไม่จำเป็น มันมีไว้สำหรับคนที่ร่างกายขาดน้ำหรือเกลือแร่หนักๆ จริงๆ
พักผ่อนน้อย... ก็นอนซะ จบ
- ความเสี่ยงมันมี เส้นเลือดอักเสบ ติดเชื้อ บวมน้ำ หรือถ้าให้เร็วไปหัวใจก็วายได้เลย
- ที่รู้สึกดีหลังให้ เพราะร่างกายได้น้ำเต็มที่บวกกับได้นอนพักเฉยๆ ตอนโดนเข็ม ไม่ใช่ยาวิเศษ
- ข้อบ่งชี้จริง คือ ท้องเสียหนัก อาเจียนไม่หยุด เสียเลือด ช็อก หรือก่อน-หลังผ่าตัด ไม่ใช่เพราะนอนดึก
- พวกดริปวิตามินผิวสวย? ส่วนใหญ่ก็แค่น้ำเกลือผสมวิตามิน ไม่ต่างกับกินเอา เปลืองเงินซะเปล่า
ประกันสังคมให้น้ำเกลือได้ไหม?
ประกันสังคม ให้ น้ำเกลือได้ครับ ถ้า หมอเห็นว่าจำเป็น ถ้าเราไปโรงพยาบาลที่ประกันสังคม รองรับ แล้วหมอตรวจแล้วว่าต้องให้น้ำเกลือ เขาก็จะให้นะครับ เราเอง ไปขอน้ำเกลือเองเฉยๆ ไม่ได้ ต้องให้หมอเป็นคนตัดสินใจ.
- ถ้าป่วยจริงๆ แล้วหมอสั่ง ประกันสังคม ครอบคลุม ค่าน้ำเกลือ ไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย เพราะถือเป็นส่วนหนึ่งของการรักษา ที่เบิกได้.
- แต่ถ้าแค่รู้สึกเพลียๆ หรืออยากให้น้ำเกลือเพิ่มวิตามิน แบบนั้นเบิกไม่ได้ ต้องไปเอกชน. ประกันสังคม จะช่วยในกรณีที่ป่วย ตามเกณฑ์การรักษา.
- โรงพยาบาลที่เข้าร่วมโครงการ คือโรงพยาบาลรัฐ หรือเอกชนที่ทำสัญญาไว้กับประกันสังคม.
- การอนุมัติ ทั้งหมดอยู่ที่ ดุลยพินิจของแพทย์ เท่านั้น. เราไม่มีสิทธิ์ไปสั่งการรักษาเอง.
- ค่าใช้จ่าย ที่เกี่ยวกับน้ำเกลือ ถ้าหมอสั่ง ประกันสังคม จะจ่ายให้ ตามสิทธิ์ที่เรามี. ส่วนที่ ไม่เกี่ยวกับทางการแพทย์ เช่น ให้น้ำเกลือเพื่อความสดชื่น อันนี้ เราต้องจ่ายเอง.
ให้น้ําเกลือ ที่คลินิกได้ไหม?
ได้นะ... ให้ให้น้ำเกลือที่คลินิกได้แน่นอน
- เรื่องให้น้ำเกลือ: ปกติคลินิกส่วนใหญ่มีบริการนะ ไม่ต้องกังวล
- ค่าใช้จ่าย: อันนี้ต้องลองถามที่คลินิกโดยตรงเลยนะ เพราะแต่ละที่อาจจะไม่เหมือนกัน
- บริการอื่น ๆ: ล้างแผล ทำแผล เย็บแผล เนี่ย... ส่วนใหญ่ก็ทำได้นะ แผลเล็กๆ น้อยๆ ส่วนใหญ่ทำได้
ข้อมูลเพิ่มเติมนิดหน่อยนะ:
- ทำไมถึงมีบริการ: การให้น้ำเกลือเนี่ย เป็นอะไรที่... เค้าเรียกว่าอะไรนะ... ไม่ซับซ้อนเท่าไหร่
- ใครทำ: พยาบาล หรือบุคลากรสาธารณสุขนี่แหละ เค้าฝึกกันมาแล้ว
- หมออยู่ไหน: คุณหมอก็จะคอยดู คอยแนะนำอยู่ห่างๆ น่ะนะ ไม่ต้องห่วง
เรื่องราคา:
- น้ำเกลือ: ราคาน้ำเกลือเองเนี่ย อาจจะไม่แพงมาก แต่มันจะมีค่าบริการอื่นๆ ด้วย
- ทำแผล/ล้างแผล: อันนี้ก็จะคิดตามความยากง่ายของแผลนะ
ส่วนเรื่องเย็บแผล:
- แผลเล็ก: ถ้าเป็นแผลเล็กๆ น้อยๆ ส่วนใหญ่คลินิกทำได้
- แผลใหญ่/ซับซ้อน: ถ้าแผลใหญ่มาก หรือว่าดูแล้วมัน... ลึกไปหน่อย อันนี้อาจจะต้องไปโรงพยาบาลนะ
สรุปคือ...
- ถามที่คลินิกโดยตรง: เป็นวิธีที่ดีที่สุดนะ ไปถึงแล้วก็บอกเค้าเลยว่าต้องการอะไร
- เตรียมใจเรื่องราคา: ถามเค้าให้เคลียร์ก่อนจะได้ไม่แปลกใจ
- บางที... ถ้าแผลมันดูไม่ดีจริงๆ เค้าก็จะแนะนำให้ไปโรงพยาบาลนะ อันนี้ก็ต้องฟังเค้าแหละ
โรงพยาบาลรัฐเสียค่าใช้จ่ายไหม?
จะว่าฟรีก็ใช่ จะว่าไม่ฟรีก็ถูก มันฟรีสำหรับผู้ครอบครองบัตรวิเศษอย่าง บัตรทอง 30 บาท และ ประกันสังคม คือเดินตัวปลิวเข้าไปหาหมอได้เลย...เกือบจะนะ
เรื่องที่ท่านรัฐมนตรีฯ ออกมาแถลงข่าวเรื่องขึ้นค่ารักษานั่นน่ะ ไม่ต้องตกใจ มันเหมือนขึ้นค่าตั๋วเครื่องบินชั้น First Class แต่ชาวเราที่นั่ง Economy ก็ยังราคาเดิมนั่นแหละ ชิลล์ๆ ไม่กระทบกระเทือนจ้า
ไอ้ที่ไม่ฟรีน่ะ คือกรณีที่คุณอยากเล่นท่ายากไง ระบบเขาดีไซน์มาเป็นขั้นบันได ไม่ใช่ลิฟต์ด่วน คือต้องเริ่มจากโรงพยาบาลตามสิทธิ์ก่อน ถ้าเกินมือเขา เขาจะส่งตัวไปเอง แต่ถ้าใจร้อนอยากข้ามสเต็ปพุ่งไปโรงพยาบาลใหญ่เลย อันนี้กระเป๋าตังค์สั่นแน่นอน จ่ายเองเต็มๆ ไม่มีคนช่วยหาร
สรุปสั้นๆ คือ ถ้าเล่นตามกติกา ก็เหมือนได้บุฟเฟ่ต์สุขภาพ แต่ถ้าแหกกฎเมื่อไหร่ ก็จ่ายแบบ A La Carte ราคาเต็มจุกๆ ไปเลย พวกที่ต้องจ่ายแน่ๆ ก็คือชาวต่างชาติ หรือสายเปย์ชาวไทยที่อยากซื้อเวลาและความสะดวกสบาย
เจาะลึกให้อีกนิด เผื่อใครยังงงๆ
- ฟรีจริงเหรอ? ฟรีในที่นี้คือไม่ต้องควักเงินสดหน้าเคาน์เตอร์ แต่เราทุกคนจ่ายผ่านภาษีไปแล้วเรียบร้อยทุกปี มันคือ สิทธิ์ ที่เราพึงได้ ไม่ใช่ของแจกฟรีจากรัฐบาล
- สมการง่ายๆ: โรงพยาบาลรัฐคือการเอา "เวลาและความอดทน" ไปแลก "เงิน" ส่วนโรงพยาบาลเอกชนคือการเอา "เงิน" ไปซื้อ "เวลาและความสะดวกสบาย" เลือกเอาที่สบายใจได้เลย
- ดอกจันตัวเท่าบ้าน: ค่ายาบางตัวที่อยู่นอกบัญชียาหลักแห่งชาติ หรือห้องพิเศษ อุปกรณ์พิเศษต่างๆ อันนี้บัตรวิเศษอาจจะเสกให้ไม่ได้นะ ต้องคุยกับคุณหมอดีๆ ว่าจำเป็นแค่ไหน แล้วควักจ่ายส่วนต่างเอง
- ไม้ตายก้นหีบ: แต่ถ้าเป็น กรณีฉุกเฉินวิกฤตถึงชีวิต (UCEP) ปางตายอยู่ตรงหน้า เข้าโรงพยาบาลไหนก็ได้ที่ใกล้ที่สุด เอกชนก็เข้าได้ รัฐจะตามไปจ่ายให้ก่อนในช่วง 72 ชั่วโมงแรก ไม่ต้องสนเรื่องสิทธิ์ตอนนั้น เอาชีวิตให้รอดก่อน
ให้ น้ำเกลือ โรงพยาบาลเอกชน กี่บาท?
กลางดึกแบบนี้ ใจมันก็คิดวนไปเรื่องค่าใช้จ่ายในโรงพยาบาลนะ... แค่ให้น้ำเกลือเนี่ย ไม่ใช่แค่ค่าน้ำเกลืออย่างเดียวเลยจริง ๆ
ตอนนี้ น้ำเกลือที่โรงพยาบาลเอกชน ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 4,900 บาท อันนี้เป็นข้อมูลที่เจอมาสำหรับปีนี้นะ
แต่ก็ไม่ใช่แค่นั้น มันมีค่าใช้จ่ายอื่น ๆ อีกเยอะเลยที่ต้องรวมเข้าไปด้วย อย่างเช่น ค่ายาฉีด ก็เริ่มต้นที่ 11,200 บาท ไปแล้ว
แล้วก็ยังมี ค่าบริการพยาบาลผู้ป่วยในทั่วไป อีกนะ อันนี้ก็ต้องจ่าย เริ่มต้น 5,400 บาท
สุดท้ายเลย ค่าบริการโรงพยาบาล กรณีผู้ป่วยใน ก็อีก เริ่มต้น 1,800 บาท นี่แหละ มันเป็นเรื่องที่คิดแล้วก็ถอนหายใจ
- เรื่องค่าใช้จ่ายพวกนี้ มันขึ้นอยู่กับหลายอย่างมาก:
- ประเภทของยา ที่ผสมเข้าไปกับน้ำเกลือ ไม่ใช่แค่น้ำเปล่า ๆ
- ห้องพัก ที่เราเลือกอยู่ จะเป็นห้องเดี่ยว ห้องรวม ก็ราคาไม่เท่ากันเลย
- ระยะเวลา ที่ต้องนอนโรงพยาบาล ยิ่งนานก็ยิ่งเยอะ
- ค่าแพทย์ ที่มาดูแล บางทีมีหลายท่านก็ต้องคิดต่างหาก
- ค่าตรวจเพิ่มเติม เช่น ตรวจเลือด ตรวจปัสสาวะ อันนี้ก็มาเป็นบิลแยกต่างหาก
- อุปกรณ์บางอย่าง ที่ต้องใช้เฉพาะทาง ก็จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเข้าไปอีก
น้ำเกลือขวดละกี่บาท?
ราคาของน้ำเกลือ Klean&Kare ขนาด 500 ml. จะอยู่ในช่วงประมาณ 39 - 55 บาท ความแตกต่างของราคาขึ้นอยู่กับปัจจัยด้านช่องทางการจำหน่ายและโปรโมชั่นของแต่ละร้านค้าเป็นสำคัญ
การตั้งราคาของสินค้าอุปโภคบริโภคพื้นฐานแบบนี้ บางทีมันก็สะท้อนกลไกตลาดที่ซับซ้อนกว่าที่เราคิดนะ ของเหมือนกันแต่ราคาต่างกันลิบลับ
ผมเคยเจอที่ร้านขายยาส่งแถววังหลัง ขวดใหญ่ 1000 ml. ได้ราคา 58 บาท แต่ต้องซื้อยกลังถึงจะได้ราคานี้ ถือว่าคุ้มมากสำหรับคนใช้บ่อยๆ
แต่ละที่ไม่เท่ากันจริงๆ บางทีสั่งออนไลน์รอโค้ดส่งฟรีก็ยังถูกกว่าเดินไปซื้อหน้าร้านอีก ยุคนี้ต้องวางแผนการซื้อดีๆ
- Klean&Kare Normal Saline (NSS 0.9%): ตัวนี้คือมาตรฐาน เป็นสารละลายโซเดียมคลอไรด์ 0.9% ซึ่งมีความเข้มข้นเท่ากับของเหลวในเซลล์ร่างกาย ทำให้ไม่แสบ ใช้ได้อเนกประสงค์มาก ตั้งแต่ ล้างแผล ล้างคอนแทคเลนส์ ไปจนถึงการล้างจมูก เป็นสิ่งที่ควรมีติดบ้านไว้เลย
- รุ่นและขนาด: โดยทั่วไปจะมีขนาด 500 ml. และ 1000 ml. บางทีจะมีรุ่นพิเศษอย่าง Nasal Connect ที่มีจุกสำหรับล้างจมูกมาให้ในชุด ทำให้ชีวิตง่ายขึ้นเยอะ
- ความแตกต่างของฉลาก: จะเห็นฉลากสีฟ้า (Normal Kare) กับสีเขียว (Saline Kare) หลักๆ แล้วคือผลิตภัณฑ์ตัวเดียวกัน แค่เป็นการออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่ต่างกันในแต่ละล็อตการผลิตเท่านั้น สารละลายข้างในคือ NSS 0.9% เหมือนกัน
- อายุการใช้งาน: จุดนี้สำคัญมาก หลังจากเปิดขวดแล้ว ควรใช้ให้หมดภายใน 30 วัน เพราะน้ำเกลือปราศจากเชื้อเหล่านี้ไม่มีสารกันบูด ความสะอาดจึงเป็นหัวใจของการใช้งาน
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต