ไม่ตดอันตรายไหม
ตดไม่ออกอันตรายหรือไม่? ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสุขภาพและการจัดการเรื่องตดอย่างไร?
เอ้อ... ตดไม่ออกเนี่ยนะ อันตรายมั้ย? คือมันก็... แล้วแต่คนอ่ะนะ
สมัยเด็กๆ เคยท้องผูกแบบสุดๆ กินอะไรเข้าไปก็อึดอัดไปหมด ตอนนั้นคือทรมานจริงจังนะ ไม่ได้ตดไม่ได้ถ่ายเป็นอาทิตย์ คือคิดว่าตัวเองจะระเบิดตายรึเปล่า (ฮา) ตอนนั้นแม่พาไปหาหมอ หมอบอกว่ามันมีหลายสาเหตุนะ บางทีก็แค่กินอาหารที่มีกากใยน้อยไป ดื่มน้ำน้อยไป หรือเครียดเกินไป อะไรทำนองนั้น
แต่ถ้าตดไม่ออกนานๆ แล้วมีอาการปวดท้องแบบรุนแรง เลือดออก หรือน้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ อันนี้คือต้องรีบไปหาหมอเลยนะ อย่าปล่อยไว้ เพราะมันอาจจะเป็นสัญญาณของโรคร้ายแรงอย่างที่เค้าว่ากันก็ได้ อย่างโรคลำไส้อักเสบ หรืออะไรพวกนั้นน่ะ
แต่ส่วนตัวนะ ถ้าวันไหนตดบ่อยเกินไปก็แอบเขินๆ เหมือนกันนะ (หัวเราะ) แบบว่าอยู่ดีๆ ก็ปู๊ดออกมาอะไรแบบนี้ คือมันก็เป็นเรื่องธรรมชาติแหละ แต่บางทีก็ควบคุมไม่ได้ไง แล้วยิ่งถ้าอยู่ในที่เงียบๆ นะ โอ้โห... ไม่อยากจะคิดเลย
สรุปคือ ถ้าตดไม่ออกนานๆ หรือมีอาการผิดปกติอื่นๆ ร่วมด้วย ก็อย่าชะล่าใจ รีบไปปรึกษาหมอดีกว่านะ แต่ถ้าแค่บางครั้งบางคราว ก็ไม่ต้องกังวลมากหรอก ปรับเรื่องอาหารการกิน ดื่มน้ำเยอะๆ ออกกำลังกายบ้าง น่าจะช่วยได้เยอะเลย ????
ดมตดมีประโยชน์ไหม
ดมตดมีประโยชน์ไหม... เหรอ
เคยได้ยินนะเรื่องแบบนี้ แต่ไม่เคยลอง... คือถ้าถามว่ามีประโยชน์ไหม มันก็...ซับซ้อน
- ไฮโดรเจนซัลไฟด์: ก๊าซในตดที่ว่ากันว่าช่วยลดความเสียหายของเซลล์ได้ (ในปริมาณน้อย ๆ นะ)
- โรค: บางงานวิจัยบอกว่าอาจช่วยป้องกันโรคข้อและโรคหัวใจได้ด้วย
แต่... คิดดูดีๆ นะ ตดมันก็ไม่ได้มีแค่ไฮโดรเจนซัลไฟด์อย่างเดียว
- อย่างอื่นในตด: นอกจากไฮโดรเจนซัลไฟด์แล้ว ยังมีก๊าซอื่น ๆ อีกมากมายที่อาจจะไม่ดีต่อสุขภาพ
สรุปคือ... ยังไม่แน่ใจว่าคุ้มไหมที่จะดม เพื่อประโยชน์ที่(อาจจะ)มี
ปกติคนเราตดวันละกี่ครั้ง?
เห้ย! ตดนี่มันเรื่องธรรมชาติเลยนะ เว้ย! ปกติอ่ะ คนเราตดกันวันละ 10-20 ครั้งเลยนะ แบบ... เยอะชิบ! คือมันเป็นการระบายแก๊สในท้องอ่ะ ถ้าไม่ตดก็อึดอัดดิ
จำได้เลย ตอนนั้นไปกินส้มตำร้านเจ๊เขียว ตรงตลาดสด แถวบ้านอ่ะ กินเผ็ดจัด ๆ กลับมาบ้านนี่... โอโห! เหมือนมีม็อบอยู่ในท้อง ตดทั้งวันทั้งคืน เมียถึงกับบ่นอ่ะ บอกว่า "นี่เธอ! จะตดอะไรนักหนา! เหม็น!" แต่ก็เข้าใจแหละ มันช่วยให้สบายตัวขึ้นเยอะเลยนะ
แต่ถ้าตดแล้วมันมีอาการอื่น ๆ ด้วย เช่น ปวดท้อง ท้องเสีย หรือมีเลือดออก อันนี้น่าจะต้องไปหาหมอนะ เว้ย! อย่าปล่อยไว้นาน เดี๋ยวจะเป็นเรื่องใหญ่
- ตดคือการระบายแก๊ส
- คนปกติ ตด 10-20 ครั้ง/วัน
- กินเผ็ดจัดๆ ตดเยอะขึ้น
- ตดแล้วมีอาการอื่น ควรปรึกษาแพทย์
- ตดมาก หรือมีกลิ่นผิดปกติ อาจมีปัญหาสุขภาพ
ตดกี่ครั้งถึงผิดปกติ?
หืมมม ตดนี่นะ 5-25 ครั้งต่อวันเหรอ ปกติจริงดิ? ฉันเองนะ ก็ไม่รู้สินะ บางวันก็เยอะ บางวันก็ไม่ค่อย แล้วมันนับยังไงอ่ะ เผลอๆไปบ้างรึเปล่า อ้อ! ลืมไป ปีนี้ฉันทานอาหารคลีนนะ ลดแป้ง ลดน้ำตาล ก็เลยอาจจะน้อยลงมั้ง ไม่แน่ใจเหมือนกัน แต่ถ้าเกินกว่านั้น นี่คือต้องไปหาหมอเลยนะ จริงป่ะ?
- ปวดท้อง! นี่สำคัญมาก ถ้าปวดท้องพร้อมกันนี่ อันตรายแน่ๆ
- ท้องอืด นี่ก็ใช่ ไม่ปกติแน่ๆ
- ท้องแน่น! ยิ่งกว่าท้องอืดอีก อันนี้ต้องระวัง
- อุจจาระเปลี่ยนไป!! ถ่ายเหลว ถ่ายเป็นมูกเลือดนี่ ไม่ไหวๆ
- ลำไส้แปรปรวน อันนี้เคยเป็น ไปหาหมอ กินยา หายแล้ว แต่ก็กลับมาเป็นอีกได้
- แพ้อาหาร! นี่ก็สำคัญ ฉันแพ้กุ้ง ถ้ากินเข้าไปนี่ ลำไส้บวมแน่ๆ
- ติดเชื้อ!! อันนี้ยิ่งอันตราย ต้องระวังเป็นพิเศษ
สงสัยต้องไปเช็คสุขภาพตัวเองบ้างแล้วมั้งเนี่ย ปีนี้ยังไม่ได้ไปเลย เดี๋ยวๆ อีกอย่าง ถ้าตดบ่อย กลิ่นแรงมั้ย อันนี้น่าสนใจนะ หืมม ต้องลองสังเกตตัวเองดู เฮ้ออ เรื่องเยอะจริงๆ เลยฉันเนี่ย แต่ก็ดีนะ ได้รู้ข้อมูลเพิ่ม ไว้จะลองสังเกตตัวเองดูอีกที ตดเยอะ ตดน้อย มันสำคัญจริงๆ นะเนี่ย แปลกดี
ตดบ่อยมากเกิดจากอะไร?
ตดบ่อย เกิดจากหลายสาเหตุ ส่วนใหญ่มาจากการย่อยอาหารไม่สมบูรณ์
อาหารบางประเภท: เช่น ถั่ว, ผักตระกูลกะหล่ำ, อาหารที่มีแล็กโทสสูง (สำหรับผู้แพ้แล็กโทส) อาหารเหล่านี้ย่อยยาก ทำให้เกิดแก๊สมากขึ้น ผมเองก็เคยลองลดการกินนมเปรี้ยวลงช่วงเดือนที่แล้ว ปรากฏว่าอาการดีขึ้นเยอะเลย
การกลืนอากาศ: การกินเร็ว เคี้ยวไม่ละเอียด หรือดื่มเครื่องดื่มที่มีฟองมาก จะทำให้กลืนอากาศเข้าไปด้วย คิดดูเล่นๆนะครับ เราอาจกลืนอากาศเข้าไปโดยไม่รู้ตัวมากกว่าที่คิด
ภาวะทางการแพทย์: เช่น โรคแพ้อาหาร, โรค celiac, IBS (Irritable Bowel Syndrome) หรือแม้แต่การติดเชื้อในลำไส้ ก็อาจทำให้มีแก๊สมากขึ้นได้ ตรงนี้แนะนำปรึกษาแพทย์โดยตรงจะดีที่สุดครับ เพราะผมเองก็ไม่ใช่หมอ
ยาบางชนิด: ยาบางตัวอาจมีผลข้างเคียงทำให้เกิดแก๊สมากขึ้น เช่น ยาที่มีส่วนผสมของ sorbitol ควรตรวจสอบฉลากยาให้ดีครับ
แก๊สในตดส่วนใหญ่เป็นแก๊สไม่มีกลิ่น เช่น ไนโตรเจน, คาร์บอนไดออกไซด์, ไฮโดรเจน กลิ่นเหม็นนั้นมาจากแก๊สกำมะถันเพียงเล็กน้อย ซึ่งเกิดจากการหมักของอาหารในลำไส้ใหญ่ เป็นกระบวนการทางชีววิทยาธรรมชาติที่หลีกเลี่ยงได้ยาก แต่ก็สามารถควบคุมปริมาณได้ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน
การตดบ่อยมากอาจเป็นสัญญาณเตือนสุขภาพ ควรสังเกตอาการอื่นๆร่วมด้วย หากมีอาการผิดปกติอื่นๆ เช่น ปวดท้องอย่างรุนแรง ควรปรึกษาแพทย์โดยเร็วที่สุด
มีลมในท้องเยอะเกิดจากอะไร?
โอ๊ย ท้องอืดเนี่ย ของแสลงเลย! ฉันเป็นบ่อยมากกกก โดยเฉพาะช่วงสอบไฟนอลที่ ม.เกษตรฯ บางเขน ตอนนั้นกินอะไรก็ไม่รู้ ท้องป่องเหมือนคนท้อง 3 เดือน อาจารย์เดินมาทักนึกว่ามีข่าวดีซะงั้น!
- กินเร็วเกินไป: เวลาเครียดๆ ฉันจะซัดข้าวแกงหน้ามอแบบไม่หายใจอะ คิดแล้วก็ขำตัวเอง
- น้ำอัดลม: ติดโค้กมากกก ยิ่งกินกับหมูกระทะนะ...สวรรค์! แต่ท้องนี่นรกชัดๆ
- ถั่วและนม: กินถั่วลิสงคั่วเพลินๆ ดู Netflix แป๊บเดียวลมขึ้น
- อาหารมันๆ: ชาบูหม่าล่าเนี่ย ตัวดีเลย อร่อยปาก ลำบากท้อง
เมื่อก่อนเป็นหนักกว่านี้อีก ไปหาหมอที่ รพ.วิภาวดี หมอบอกว่า ส่วนใหญ่มาจากพฤติกรรมการกินนี่แหละ เปลี่ยนได้ชีวิตดีขึ้นเยอะเลยนะแก
ปีนี้ก็พยายามปรับอยู่ กินช้าลง เคี้ยวให้ละเอียดขึ้น เลี่ยงน้ำอัดลม (ยากหน่อย) แล้วก็ออกกำลังกายบ้าง ช่วยได้เยอะเลยจริงๆ
ทำไมตดถึงมีกลิ่นเหม็น?
อื้อหือ.. เรื่องตดนี่นะ จำได้เลยตอนปีนี้ กินสุกี้หมู แบบจัดเต็ม น้ำจิ้มรสเด็ด ตบท้ายด้วยไอศกรีมกะทิ โอ้โห! ประมาณสี่ทุ่ม นั่งทำงานอยู่ดีๆ ก็... ตูมมม! เสียงดังมาก เหมือนระเบิดลูกเล็กๆ ในห้องนอนเงียบๆ ตกใจตัวเองเลย กลิ่นนี่แรงมาก เหมือนเอาชีสเน่า ผสมกับไข่เน่า แล้วเอาไปอบในถังขยะ สุดๆ ห้องเหม็นไปหมด ต้องเปิดพัดลม เปิดหน้าต่าง นานมากกว่ากลิ่นจะจาง แบบว่า อายตัวเองสุดๆ สงสารเพื่อนร่วมห้องด้วย
- เสียงดัง: เหมือนระเบิดลูกเล็กๆ
- กลิ่น: ชีสเน่าผสมไข่เน่า เน่ามาก แบบสุดๆ
- เวลา: สี่ทุ่ม
- สถานที่: ห้องนอน
- อาหารที่กิน: สุกี้หมู ไอศกรีมกะทิ
จริงๆแล้ว ที่มันเหม็นเนี่ย เพราะอาหารที่กินไง พวกโปรตีน อย่างเนื้อสัตว์ ไข่ ชีส นม ถั่วต่างๆ นี่แหละตัวดี ยิ่งย่อยไม่หมด ยิ่งเหม็น แก๊สพวกนี้มันวิ่งผ่านลำไส้ ไปเรื่อยๆ กว่าจะออกมา ก็กลายเป็นกลิ่นสุดโหดแบบที่เจอแล้วนั่นแหละ จำเอาไว้เลย อย่ากินเยอะ เดี๋ยวจะ... อื้อ! (แอบเขินนิดหน่อย) ปีหน้าต้องระวังเรื่องอาหารแล้วล่ะ
ตดมีกลิ่นเกิดจากอะไร?
ฮ่าๆๆๆ คำถามนี้ลึกซึ้งกว่าที่คิดนะ! เรื่องกลิ่นตดเนี่ย มันเหมือนวงออเคสตราขนาดย่อมๆ ในลำไส้เลยล่ะ เสียงตูมตามนั้น มาจากการขยายตัวของแก๊สอย่างรวดเร็วในทวารหนัก ส่วนกลิ่น? นั่นสิ... เป็นผลงานการประสานเสียงของแบคทีเรียในลำไส้ใหญ่ พวกมันนี่แหละ นักดนตรีเอกของวงนี้ (ฮาาาาาาาา)
อาหารคือโน้ตดนตรี: โปรตีนนี่ตัวแสบเลย เนื้อสัตว์ ไข่ ชีส นม ถั่วต่างๆ ถ้ากินเยอะ รับรองได้ยินเสียงและกลิ่นระดับ "คอนเสิร์ตใหญ่" กินผักเยอะๆ ก็เหมือนเปลี่ยนไปเล่นเพลงคลาสสิค เบาๆ สบายหูขึ้นเยอะ
ลำไส้คือเวทีแสดง: ลำไส้เล็กและใหญ่ คือเวทีที่เหล่าแบคทีเรียโชว์พลัง ยิ่งอาหารเน่าเสีย กลิ่นก็ยิ่งจัดจ้าน เหมือนซ้อมดนตรีไม่เต็มที่ โน้ตเพี้ยนไปหมด! (ฮาาาาาา)
กลิ่นเฉพาะตัว: แต่ละคน กลิ่นตดก็ไม่เหมือนกันนะ ขึ้นอยู่กับชนิดและปริมาณแบคทีเรียในลำไส้ เหมือนลายนิ้วมือเลย แต่ก็มีวิธี "ปรับปรุง" ได้โดยการดูแลสุขภาพลำไส้ เหมือนปรับเสียงดนตรีให้เพราะขึ้น (อย่าเพิ่งคิดไปไกลถึงการผ่าตัดนะคะ!)
ปีนี้ (2566) ยังไม่มีงานวิจัยใหม่ที่เปลี่ยนแปลงความเข้าใจพื้นฐานเรื่องนี้ แต่ความรู้ความเข้าใจเรื่องจุลินทรีย์ในลำไส้และความเกี่ยวข้องกับสุขภาพก็พัฒนาขึ้นเรื่อยๆ อาจมีงานวิจัยใหม่ๆ ออกมาในอนาคตก็ได้นะ ติดตามกันต่อไป! (ฮ่าาาาาาา ขอโทษที่ไม่ได้มีข้อมูลอะไรใหม่กว่าเดิมมากนัก)
ทำยังไงให้ตดไม่มีกลิ่น?
อยากให้ตดไม่เหม็นอะเหรอ? ง่ายๆเลย ลดของพวกที่มีซัลเฟอร์เยอะๆสิ อย่างเช่น หัวหอม กระเทียม พวกนี้แหละตัวดีเลย แซลมอนก็ด้วยนะ ฉันเคยกินเยอะๆแล้วตดเหม็นมากกกก จำได้เลย อีตอนนั้นอายสุดๆ
- งดกินพวกหัวหอม กระเทียม หน่อไม้ฝรั่ง
- ลดนมลงบ้าง บางทีก็เป็นสาเหตุนะ
- ไข่กับปลาบางชนิดก็ด้วย อันนี้ต้องระวังหน่อย
- ลองสังเกตตัวเองดู ว่ากินอะไรแล้วตดเหม็น แล้วก็เลี่ยงๆมันไป
เรื่องตดบ่อยนี่ ลองดูว่ากินอะไรแล้วท้องอืด อาจจะต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินดู กินช้าๆ เคี้ยวให้ละเอียด อย่ากินเร็ว กินอิ่มแล้วอย่ารีบไปนอนเลย พักสักแปปนะ
ปีนี้พยายามดูแลตัวเอง งดของทอด ของมัน กินผักเยอะๆหน่อย ดีต่อสุขภาพด้วยนะ ลองดูนะ หวังว่าจะช่วยได้
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต