เนื้อสันนอกวัว เหนียวไหม

0 ครั้งเข้าชม
เนื้อสันนอกวัว เหนียวไหม ขึ้นอยู่กับการเลือกซื้อและการประกอบอาหาร โดยเนื้อส่วนนี้มีไขมันแทรกน้อยและผ่านการใช้งานมาก ทำให้มีความเหนียวมากกว่าเนื้อสันติดมัน หากนำไปย่างหรือทอดสุกเกินไปจะยิ่งเหนียวขึ้น ผู้ทำอาหารจึงควรเลือกวิธีตุ๋นหรือหั่นขวางลายกล้ามเนื้อเพื่อลดความเหนียว
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

เนื้อสันนอกวัว เหนียวไหม และวิธีทำให้เนื้อนุ่มขึ้น

เนื้อสันนอกวัว เหนียวไหม เป็นคำถามที่ผู้ชื่นชอบการทำอาหารมักสงสัย การทำความเข้าใจคุณลักษณะของเนื้อวัวช่วยให้เลือกวิธีปรุงอาหารได้อย่างเหมาะสม ป้องกันปัญหาเนื้อเหนียวแข็งกระด้างและช่วยรักษาความชุ่มชื้นของอาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เนื้อสันนอก (Sirloin) คือส่วนไหน และเหนียวจริงไหม?

เนื้อสันนอก หรือ Sirloin มีความนุ่มปานกลางค่อนไปทางเหนียวเล็กน้อย หากเทียบกับเนื้อสันในหรือริบอาย เพราะเป็นส่วนที่วัวต้องใช้งานบ่อย ทำให้มีเส้นใยกล้ามเนื้อชัดเจน แต่จะมีไขมันแทรกบริเวณขอบนอกซึ่งช่วยเพิ่มความหอมและรสชาติ เหมาะสำหรับการนำไปทำสเต๊ก ย่าง หรือผัด

เนื้อสันนอกมีปริมาณไขมันแทรกน้อยกว่าริบอาย ทำให้เนื้อสัมผัสมีความต้านทานต่อฟันมากกว่าเวลาเคี้ยว[1] แต่ช้าก่อน ความเหนียวนี้ไม่ได้แปลว่าไม่อร่อย - ในความเป็นจริง รสชาติของเนื้อสันนอกกลับชัดเจนและเข้มข้นกว่าสันในมาก สำหรับคนที่ชอบเคี้ยวเนื้อให้ได้รสสัมผัสและกลิ่นเนื้อชัดๆ ส่วนนี้คือคำตอบที่ใช่ที่สุด

หลายคนคิดว่าการเลือกซื้อเนื้อเกรดแพงๆ คือวิธีเดียวที่ทำให้นุ่ม แต่จริงๆ แล้วมีข้อผิดพลาดร้ายแรงข้อหนึ่งที่คน 90% มักทำพลาดเวลาทำสเต๊กเนื้อสันนอก - ผมจะเฉลยให้ฟังในหัวข้อการพักเนื้อด้านล่างครับ

ทำไมเนื้อสันนอกถึงมีความเหนียวซ่อนอยู่?

วัวต้องใช้กล้ามเนื้อส่วนหลังในการทรงตัวและเคลื่อนไหว ยิ่งกล้ามเนื้อส่วนไหนถูกใช้งานมาก เส้นใยกล้ามเนื้อก็จะยิ่งหนาและเหนียวขึ้นตามธรรมชาติ

พูดตรงๆ เลยนะ ตอนผมหัดทำสเต๊กครั้งแรก ผมทำเนื้อสันนอกราคาแพงพังไม่เป็นท่า ผมโยนมันลงกระทะร้อนๆ ทอดจนสุกเกรียม แล้วหั่นกินทันที เหนียวเป็นยางรถยนต์เลยครับ ใช้เวลาเคี้ยวนานจนปวดกราม กว่าจะรู้ว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่ชิ้นเนื้อ แต่อยู่ที่ความไม่เข้าใจโครงสร้างเส้นใยของผมเอง ก็เสียเนื้อดีๆ ไปหลายชิ้น

ทำอย่างไรให้เนื้อสันนอกนุ่มขึ้น? 4 เคล็ดลับที่ต้องรู้

หากต้องการลดความเหนียวและเพิ่มความนุ่มให้กับเนื้อสันนอก คุณสามารถจัดการได้ตั้งแต่การเลือกซื้อ การหั่น การหมัก ไปจนถึงการพักเนื้อหลังปรุงสุก

1. การเลือกเกรดเนื้อ

ยิ่งมีลายไขมันแทรกเยอะ เนื้อก็จะยิ่งนุ่มชุ่มฉ่ำ เนื้อโคขุนหรือเนื้อนำเข้าเกรดพรีเมียมมักจะมีคะแนนไขมันแทรกสูงกว่าเนื้อวัวทั่วไปในตลาดทั่วไป

2. เทคนิคการหั่นขวางเส้นใย

นี่คือกฎเหล็กของการกินเนื้อ คุณต้องมองหาทิศทางของเส้นใยกล้ามเนื้อว่าวิ่งไปทางไหน แล้วหั่นตั้งฉากกับเส้นนั้น การปรับทิศทางการหั่นให้ถูกต้องช่วยลดแรงต้านในการเคี้ยวลงได้ทันทีโดยไม่ต้องพึ่งสารหมักใดๆ [2]

3. การหมักเนื้อ

การหมักเนื้อด้วยกรดอ่อนๆ หรือเอนไซม์ธรรมชาติช่วยย่อยโปรตีนและทำให้เส้นใยอ่อนนุ่มลง วิธีหมักเนื้อสันนอกไม่ให้เหนียวด้วยการใช้น้ำส้มสายชู ไวน์ เบียร์ สับปะรด หรือยางมะละกอหมักทิ้งไว้ 1-2 ชั่วโมงก่อนปรุง จะช่วยเพิ่มความนุ่มได้เมื่อเทียบกับการไม่หมักเลย [3] แต่มีข้อควรระวัง - อย่าหมักด้วยสับปะรดนานเกินไป - เพราะเนื้ออาจจะเปื่อยจนเละเสียรสสัมผัสได้

4. การพักเนื้อ (Resting)

นี่แหละครับคือข้อผิดพลาดร้ายแรงที่ผมพูดถึงตอนต้น หลายคน - รวมถึงผมในอดีต - มักจะพลาดตรงจุดนี้ การหั่นเนื้อทันทีหลังขึ้นจากเตาทำให้น้ำหวานในเนื้อไหลเจิ่งนองเต็มเขียง

หลังจากปรุงสุกเสร็จแล้ว ควรพักเนื้อทิ้งไว้ประมาณ 5-10 นาทีก่อนหั่น จะช่วยให้น้ำฉ่ำในเนื้อกระจายตัวกลับไปทั่วชิ้นเนื้อ ไม่ไหลออกหมด ทำให้เนื้อไม่แห้งกระด้างและเคี้ยวได้ง่ายขึ้นมาก

เปรียบเทียบ สันนอก ริบอาย และสันใน

การทำความเข้าใจความแตกต่างของเนื้อแต่ละส่วน จะช่วยให้คุณเลือกซื้อได้ตรงกับความชอบและเมนูที่จะทำ

เนื้อสันนอก (Sirloin)

  • เข้มข้น หอมกลิ่นเนื้อชัดเจนที่สุด
  • ราคาเป็นมิตร จับต้องได้ง่าย เหมาะกับการทำกินบ่อยๆ
  • มีแถบไขมันด้านข้าง ลายไขมันแทรกปานกลาง
  • นุ่มปานกลาง ต้องเคี้ยวสู้ฟันเล็กน้อย

เนื้อริบอาย (Ribeye)

  • หอมมัน ฉ่ำไขมัน รสเนื้อนุ่มนวล
  • ราคาสูงปานกลางถึงแพง เหมาะกับมื้อพิเศษ
  • มีไขมันแทรกสูงมาก และมีก้อนไขมันตรงกลางชิ้น
  • นุ่มมาก แทบจะละลายในปาก

เนื้อสันใน (Tenderloin)

  • อ่อนที่สุดในสามส่วน กลิ่นเนื้อไม่ค่อยชัด
  • ราคาแพงที่สุดในวัวหนึ่งตัว
  • น้อยมาก แทบไม่มีไขมันแทรก เหมาะกับคนลดน้ำหนัก
  • นุ่มที่สุด ไม่มีพังผืดกวนใจ
สำหรับมือใหม่ที่อยากทำสเต๊กกินเองที่บ้าน เนื้อสันนอกคือจุดเริ่มต้นที่ดีที่สุด เพราะราคาเป็นมิตรและให้รสชาติเนื้อที่ชัดเจน หากคุณรู้วิธีจัดการที่ถูกต้อง มันจะอร่อยไม่แพ้เนื้อริบอายแพงๆ เลย

บทเรียนการทำสเต๊กของเอก: จากยางรถยนต์สู่สเต๊กหรู

เอก พนักงานออฟฟิศวัย 30 ปีในกรุงเทพฯ อยากทำสเต๊กฉลองวันเกิดให้แฟน เขาซื้อเนื้อสันนอกโคขุนมาชิ้นใหญ่ หวังว่าจะทำเมนูสุดประทับใจ แต่เขากังวลมากเพราะเคยทำเนื้อเหนียวจนแฟนบ่นและกินไม่ลงมาก่อน

ครั้งแรกที่เขาลองทำ เขาหมักเนื้อด้วยซอส ทอดจนสุกเกรียม แล้วรีบหั่นใส่จานทันทีตอนร้อนๆ ผลลัพธ์คือเนื้อเหนียวเคี้ยวยาก น้ำไหลออกหมดจนเนื้อแห้งผาก แฟนกินไปได้สองคำก็ยอมแพ้วางส้อมลง

เอกไม่ยอมแพ้ เขาไปหาข้อมูลและพบว่าจุดพลาดคือการไม่พักเนื้อและการหั่นตามเส้นใย ครั้งต่อมาเขาเปลี่ยนวิธี นำเนื้อไปย่างแค่ระดับ Medium Rare พักเนื้อทิ้งไว้บนตะแกรง 7 นาทีเต็มๆ ก่อนหั่น และตั้งใจหั่นขวางเส้นใยอย่างระมัดระวัง

ผลลัพธ์เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เนื้อนุ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด น้ำหวานยังคงฉ่ำอยู่ด้านใน แฟนของเขาชมว่าอร่อยเหมือนกินที่ร้าน เอกเรียนรู้ว่าความอดทนรอ 7 นาทีนั้น คือกุญแจสำคัญที่เปลี่ยนเนื้อธรรมดาให้เป็นสเต๊กชั้นเยี่ยมได้

หากคุณสนใจวิธีทำอาหารเพิ่มเติม สามารถดูเคล็ดลับเกี่ยวกับเนื้อวัวส่วนไหนไม่เหนียว ทำสเต๊กได้เลยครับ

รายละเอียดเพิ่มเติม

เนื้อ sirloin ส่วนไหน เหนียวไหม?

เนื้อ Sirloin หรือสันนอก อยู่บริเวณช่วงหลังตอนท้ายของวัว มีความนุ่มปานกลางและเหนียวเล็กน้อยเมื่อเทียบกับส่วนอื่น เพราะวัวใช้กล้ามเนื้อส่วนนี้บ่อย แต่แก้ได้ด้วยการหั่นขวางเส้นใยและการปรุงที่ถูกวิธีครับ

ทำอย่างไรให้เนื้อสันนอกนุ่มขึ้น?

วิธีที่ง่ายและเห็นผลที่สุดคือการพักเนื้อ 5-10 นาทีหลังปรุงสุกเสร็จ และต้องหั่นขวางเส้นใยกล้ามเนื้อเสมอ นอกจากนี้การเลือกเนื้อที่มีไขมันแทรกเยอะก็จะช่วยเพิ่มความนุ่มชุ่มฉ่ำได้มากครับ

วิธีหมักเนื้อสันนอกไม่ให้เหนียว ต้องทำอย่างไร?

แนะนำให้ใช้ผลไม้ที่มีเอนไซม์ธรรมชาติ เช่น สับปะรดคั้นน้ำ หรือยางมะละกอหมักทิ้งไว้ประมาณ 30-60 นาที เอนไซม์จะช่วยย่อยโปรตีนให้เส้นใยคลายตัว หรือจะใช้ไวน์แดงหมักคู่กับน้ำมันมะกอกเพื่อเพิ่มความหอมก็ได้เช่นกัน

สรุปอย่างรวดเร็ว

ความเหนียวคือธรรมชาติของเนื้อสันนอก

มันคือส่วนที่วัวใช้งาน จึงมีเส้นใยกล้ามเนื้อชัดเจน แต่ก็แลกมาด้วยรสชาติเนื้อที่เข้มข้นที่สุด เหมาะสำหรับคนชอบเคี้ยวสู้ฟัน

การพักเนื้อคือหัวใจสำคัญ

การพักเนื้อทิ้งไว้ 5-10 นาทีหลังย่างเสร็จ จะช่วยให้น้ำฉ่ำกระจายตัวกลับเข้าสู่ชิ้นเนื้อ ทำให้เนื้อไม่แห้งกระด้างเวลาหั่น

หั่นขวางเส้นใยเปลี่ยนชีวิต

แค่มองหาทิศทางของเส้นใยและปรับทิศทางการหั่นให้ตั้งฉาก ก็สามารถลดความฝืดในการเคี้ยวลงได้อย่างชัดเจน

ข้อมูลสำหรับอ้างอิง

  • [1] Beefitswhatsfordinner - เนื้อสันนอกมีปริมาณไขมันแทรกน้อยกว่าริบอาย ทำให้เนื้อสัมผัสมีความต้านทานต่อฟันมากกว่าเวลาเคี้ยว
  • [2] Beefresearch - การปรับทิศทางการหั่นให้ถูกต้องช่วยลดแรงต้านในการเคี้ยวลงได้ทันทีโดยไม่ต้องพึ่งสารหมักใดๆ
  • [3] Fsis - การใช้น้ำส้มสายชู ไวน์ เบียร์ สับปะรด หรือยางมะละกอหมักทิ้งไว้ 1-2 ชั่วโมงก่อนปรุง จะช่วยเพิ่มความนุ่มได้เมื่อเทียบกับการไม่หมักเลย