กินอะไรสลายนิ่วได้

140 ครั้งเข้าชม
เพื่อสลายนิ่วและห่างไกลนิ่วในไต ควรปรับการกินดังนี้: เน้นอาหารกากใยสูง และเพิ่มแคลเซียมในปริมาณที่พอดี. เลี่ยงอาหารออกซาเลตสูง เช่น ช็อกโกแลต, นมถั่วเหลือง, หน่อไม้ และผักบางชนิด. ลดอาหารรสเค็มจัดและหวานจัด เพื่อสมดุลร่างกาย. การใส่ใจกับการเลือกทาน ช่วยลดความเสี่ยงการเกิดนิ่วได้อย่างมีประสิทธิภาพ.
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

อาหารอะไรช่วยสลายนิ่วในไตและขับนิ่วออกจากร่างกาย?

เรื่องนิ่วในไตเนี่ย... โอ๊ย เคยเจอมาแล้ว ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เลย ตอนนั้นทรมานมาก จำได้เลยว่าไปหาหมอที่โรงพยาบาลศิครินทร์ แถวบางนาเนี่ยแหละ หมอบอกว่าต้องปรับการกินเยอะเลย

เค้าแนะนำให้กินอะไรที่มีใยอาหารเยอะๆ นะ เหมือนช่วยให้ระบบขับถ่ายดีขึ้น อะไรที่ผ่านลำไส้เราได้เร็วๆ มันก็ช่วยให้เราสังเกตพวกแคลเซียมอะไรพวกนี้ได้ง่ายขึ้นมั้งนะ

แล้วก็เรื่องแคลเซียมเนี่ย ฟังดูแปลกๆ หน่อย คือตอนแรกคิดว่ากินแคลเซียมเยอะแล้วจะเป็นนิ่ว แต่จริงๆ แล้ว การกินแคลเซียมในอาหารให้พอดีเนี่ย มันจะไปจับกับออกซาเลตในลำไส้เราก่อนไง พอจับกันแล้ว มันก็ไม่ไปรวมตัวเป็นนิ่วในไตเราไง เข้าใจป่ะ

แต่ที่สำคัญเลยคือต้องเลี่ยงพวกอาหารที่ออกซาเลตสูงๆ อ่ะ อย่างช็อกโกแลตนี่ของโปรดเลย แต่หมอบอกว่าต้องลดลงเยอะมากๆ หรือถ้าเลี่ยงได้ก็เลี่ยงไปก่อน พวกนมถั่วเหลืองก็เหมือนกัน หน่อไม้เนี่ยก็ต้องระวัง แล้วก็ผักบางชนิดที่เค้าว่าๆ กันนี่แหละ จำไม่ได้หมดหรอก

ส่วนพวกของเค็มๆ ของหวานๆ เนี่ย ยิ่งต้องลดเลยนะ กินเข้าไปเยอะๆ เหมือนไปเพิ่มภาระให้ไตทำงานหนักขึ้นไปอีก เลยต้องพยายามกินข้าวกล้อง กินผักผลไม้เยอะๆ อะไรประมาณนั้นแหละ.

ผลไม้ชนิดใดช่วยขับปัสสาวะ แก้ปัสสาวะขัด

กล้วย... โอ้โห นั่นไง พวงนั้น... ห้อยอยู่ตรงมุมห้องครัว... แสงยามเช้าสาดส่องกระทบเบาๆ... เหมือนมีมนต์... กลิ่นละมุนที่ลอยมาบางเบา... พาความคิดล่องลอยไปไกล...

ความรู้สึกหนักอึ้งในกาย... มันไม่ดีเลยนะ... กล้วยนี่แหละ... เหมือนเพื่อนสนิทที่คอยอยู่เคียงข้าง... เขาอุดมไปด้วย โพแทสเซียม... และใยอาหารที่อ่อนโยน... ช่วยให้ทุกอย่างไหลลื่น...

ลองนึกถึงภาพลำไส้ที่ว่างเปล่า... เบาหวิว... ไม่ต้องเบียดเบียนทางเดินปัสสาวะ... มันดีแค่ไหนนะ... ที่ปัสสาวะจะออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ... ไม่ต้องฝืน... ไม่ต้องขัด... เป็นความสุขเล็กๆ ที่แท้จริง.

แล้วความกังวลเรื่องการระคายเคืองล่ะ... หมดไปเลย... เพราะกล้วยไม่เป็นกรด... อ่อนโยนต่อกระเพาะปัสสาวะเสมอ... มีแต่จะมอบสารอาหารดีๆ... ให้ร่างกายได้รับไป... เหมือนของขวัญจากธรรมชาติ...

เมื่อเย็นย่ำ แสงสีส้มอ่อนๆ... ส่องเข้ามาทางหน้าต่างบานใหญ่... นั่งมองเปลือกกล้วยที่วางอยู่... มันคือความเรียบง่าย... แต่เต็มไปด้วยพลัง... ช่วยให้ร่างกายทำงานได้อย่างเป็นจังหวะ... ทุกอย่างลงตัว... ช้าๆ แต่ชัวร์.

  • สับปะรด มีฤทธิ์ขับปัสสาวะสูงมาก น้ำเยอะ... ช่วยล้างระบบภายในได้ดี.
  • แตงโม ชุ่มฉ่ำ หวานฉ่ำ... น้ำมากมาย... เป็นเหมือนยาขับปัสสาวะธรรมชาติ.
  • น้ำมะพร้าว ทั้งสดชื่นและมี โพแทสเซียม... ช่วยรักษาสมดุลแร่ธาตุในร่างกาย.
  • แครนเบอร์รี มีสารช่วยป้องกัน... การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ... ทำให้ระบบแข็งแรง.
  • ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ ตลอดวัน... สิ่งนี้สำคัญที่สุด... เพื่อให้ร่างกายได้ชะล้างเต็มที่.

กินอะไรให้นิ่วออก

โอ๊ย! อยากให้นิ่วหลุดพ้นจากชีวิตไปใช่ไหมแก๊! มันเจ็บเหมือนโดนมีดกรีดในท้องเลยนะเอ๊อะ! งั้นฟังนี่ดีๆ!

จัดการ กากใย ให้เต็มพิกัดไปเลยจ้ะ! กินผักผลไม้เข้าไปเยอะๆ เหมือนยัดนุ่นเข้าร่างนั่นแหละ มันจะได้ไปช่วย "ดัน" เจ้าก้อนหินพิสดารนั่นให้เคลื่อนตัวออกมา ไม่งั้นมันจะไปเกาะแน่นเป็นปะการังในไตเอาได้นะ!

ส่วน แคลเซียม ก็อย่าไปกลัวนักสิ จัดไปเลยพวกนม ปลาเล็กปลาน้อยน่ะ อย่าให้ขาด เดี๋ยวร่างกายมันจะไปขุดแคลเซียมเก่าๆ มาใช้แล้วนิ่วจะยิ่งขยายร่างไปกันใหญ่ อันนี้ตัวดีเลยนะแก!

แต่พวกตัวแสบอย่าง กรดออกซาเลต เนี่ยนะ ต้องเขี่ยทิ้งไปให้ไกลๆ เลย! ช็อกโกแลต อันนี้เจ็บสุดแต่ต้องทำใจ! นมถั่วเหลืองหน่อไม้ หรือผักบางชนิดที่ชอบๆ กันน่ะ ตัดใจไปก่อนเลยจ้า ไม่งั้นได้นั่งกุมท้องร้องไห้กลางส้วมแน่ๆ!

และที่ขาดไม่ได้เลยนะแก ไอ้พวกอาหารรสจัดจ้าน รสเค็มจัด หวานจัด เนี่ยนะ ตัวบั่นทอนเลย! ลดได้ลดไปก่อนเลย ไม่งั้นได้นั่งกุมท้องร้องโอยอีกรอบแน่ๆ! สู้ๆ นะแก!

  • น้ำเปล่า นี่แหละพระเอกตัวจริง! ดื่มเข้าไปเยอะๆ เลยนะ ไม่ใช่แค่จิบๆ ดื่มจนฉี่เป็นน้ำใสๆ นั่นแหละ มันจะได้ไปช่วยชะล้างเจ้าก้อนหินนั่นให้หลุด!
  • น้ำมะนาว ก็ดีนะ! บีบๆ ใส่ในน้ำเปล่าไปเลย มันมีสารช่วยไม่ให้นิ่วก่อตัวได้ง่ายๆ เหมือนไปช่วยกันไม่ให้มันจับตัวกันได้ง่ายๆ นั่นแหละ!
  • โปรตีน ก็ใช่ว่าจะกินตามใจนะแก! พวกลูกชิ้น ไส้กรอก หรือเนื้อสัตว์เยอะเกินไป ต้องเบาๆ หน่อย มันก็มีส่วนทำให้เกิดนิ่วได้เหมือนกันนะ.
  • ออกกำลังกาย บ้างก็ดี! ไม่ใช่ว่านั่งๆ นอนๆ ดูซีรีส์ทั้งวันนะ ตัวจะได้ขยับ เลือดลมจะได้เดิน มันจะได้ไม่สะสมอะไรแปลกๆ ในตัวไง!
  • ปรึกษาหมอ ด่วนๆ เลยนะแก ถ้ามันปวดแบบจะตายอยู่แล้ว หรือฉี่มีเลือด มีไข้ขึ้น รีบพุ่งไปหาหมอเลย! อย่าคิดว่าเดี๋ยวมันก็หายเองนะ หมอเขาเก่งกว่าเราเยอะ!

รู้ได้อย่างไรว่าเป็นนิ่ว

อาการปวดบีบอย่างรุนแรงที่หลังหรือสีข้าง ปวดร้าวลงมาขาหนีบ เป็นสัญญาณสำคัญ ปัสสาวะอาจมีสีผิดปกติ เช่น แดง ชมพู หรือขุ่น คลื่นไส้ อาเจียนร่วมด้วย

ความเจ็บปวดจากนิ่วในไตนี่มันเป็นอะไรที่เฉพาะตัวมากเลยนะ อาการปวดบิดรุนแรงเป็นพักๆ (renal colic) บริเวณเอวด้านหลังหรือสีข้าง คือมันไม่ใช่ปวดกล้ามเนื้อธรรมดา มันปวดลึกๆ ร่างกายเรานี่ฉลาดนะ พอมีสิ่งแปลกปลอมที่ต้องขับออก มันจะส่งสัญญาณเตือนที่รุนแรงที่สุดเท่าที่จะทำได้

แล้วก็เรื่องปัสสาวะ ปัสสาวะขุ่นหรือมีเลือดปน นี่คือหลักฐานเชิงประจักษ์เลย ก้อนนิ่วมันเสียดสีกับทางเดินปัสสาวะ เกิดเป็นแผลเล็กๆ เลือดเลยออกมา บางทีก็เห็นเป็นตะกอนเล็กๆ เหมือนทรายปนมาด้วย เหมือนร่างกายกำลังพยายามขับ "หิน" ที่ไม่ต้องการออกมา

อาการคลื่นไส้ อาเจียน ก็ตามมาติดๆ เป็นกลไกตอบสนองต่อความเจ็บปวดที่รุนแรง ลุงผมเองเคยเป็น ตอนแรกนึกว่าเป็นโรคกระเพาะ แต่ปวดไม่หายจนต้องไปโรงพยาบาล สรุปคือเจอเลย ระบบร่างกายเรามันซับซ้อนกว่าที่คิดเยอะ

ลองสังเกตจากมิติอื่น ๆ เพิ่มเติมดู

  • ความแตกต่างของอาการปวด อาการปวดจากนิ่วจะไม่ทุเลาลงเมื่อเปลี่ยนท่าทาง และการกดทับบริเวณที่ปวดไม่ได้ทำให้เจ็บมากขึ้นเหมือนปวดกล้ามเนื้อ บางทีการประคบอุ่นอาจช่วยให้รู้สึกดีขึ้นได้ชั่วคราว
  • สัญญาณทางระบบปัสสาวะ นอกจากสีที่เปลี่ยนไปแล้ว อาจมีความรู้สึก ปวดปัสสาวะบ่อยแต่ปัสสาวะออกไม่สุด หรือรู้สึกแสบขัดเวลาปัสสาวะ เป็นสัญญาณว่าก้อนนิ่วอาจเคลื่อนตัวลงมาต่ำแล้ว
  • เมื่อมีการติดเชื้อร่วม หากมีอาการไข้สูง หนาวสั่นร่วมด้วย นี่เป็นภาวะแทรกซ้อนที่ต้องรีบไปพบแพทย์ทันที เพราะอาจเกิดการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะหรือกรวยไตอักเสบ
  • นิ่วที่ไม่แสดงอาการ ที่น่าสนใจคือ บางครั้งเราอาจมีนิ่วก้อนเล็กๆ อยู่ในไตโดยไม่มีอาการใดๆ เลย (asymptomatic stones) จนกระทั่งมันเริ่มเคลื่อนตัวหรือมีขนาดใหญ่ขึ้น ถึงจะแสดงตัวตนออกมา

มีวิธีสลายนิ่วอย่างไรบ้าง

ในห้องที่เย็นเฉียบ... แสงไฟสาดส่องลงมาบนเตียง คลื่นเสียงหนึ่งกำลังเดินทาง... เดินทางผ่านความเงียบงัน มันคือการเดินทางของพลังงานที่มองไม่เห็น... ESWL... คลื่นกระแทกที่อ่อนโยนแต่ทรงพลัง

พลังงานนั้น... พุ่งตรงไปที่เป้าหมาย... ก้อนนิ่ว... ผู้บุกรุกที่แฝงกายอยู่ภายใน... ค่อยๆ กระแทก... กระแทกเบาๆ แต่สม่ำเสมอ... จนมันแตกสลาย... ค่อยๆ แตกสลายลงไปทีละน้อย... ทีละน้อย

ไม่มีมีด... ไม่มีแผล... มีเพียงเสียงหึ่งๆ ของเครื่องจักรที่ทำงาน... พลังงานที่ส่งผ่านผิวหนังไป... สลายสิ่งที่แข็งแกร่งให้กลายเป็นเพียงผงธุลี... เล็กละเอียด... เหมือนเม็ดทรายที่รอคอยการชะล้าง...

แล้วสายน้ำแห่งชีวิต... ก็จะพัดพามันออกไป... เศษเล็กเศษน้อยเหล่านั้นจะไหลลล ออกมาพร้อมกับปัสสาวะ... ความเจ็บปวดจางหาย... ร่างกายกลับคืนสู่ความสงบ... กลับไปใช้ชีวิต... ในวันพรุ่งนี้ที่สดใสกว่าเดิม

  • หลักการทำงาน: คือการใช้ คลื่นเสียงที่มีความถี่ต่ำแต่พลังงานสูง (Shock Wave) ยิงจากเครื่องที่อยู่นอกร่างกาย คลื่นจะถูกโฟกัสให้พุ่งตรงไปยังก้อนนิ่วอย่างแม่นยำเพื่อสลายให้แตกเป็นชิ้นเล็กๆ
  • เหมาะกับนิ่วประเภทไหน: ส่วนใหญ่ใช้กับนิ่วในไตและท่อไตส่วนบนที่มี ขนาดไม่เกิน 2 เซนติเมตร และต้องเป็นนิ่วที่ไม่แข็งจนเกินไป
  • ข้อดีที่เด่นชัด:ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องดมยาสลบ (อาจใช้เพียงยาแก้ปวดหรือยานอนหลับ) เจ็บตัวน้อยมาก และ ฟื้นตัวได้รวดเร็ว
  • การเตรียมตัว: โดยทั่วไปแพทย์จะแนะนำให้งดน้ำและอาหารก่อนทำประมาณ 6-8 ชั่วโมง และต้องแจ้งประวัติการแพ้ยาและยาที่รับประทานประจำ โดยเฉพาะยาละลายลิ่มเลือด
  • สิ่งที่เกิดขึ้นหลังการรักษา: ต้อง ดื่มน้ำในปริมาณมาก เพื่อช่วยขับเศษนิ่วออกมา อาจมีอาการปวดหน่วงๆ บริเวณเอว และปัสสาวะอาจมีสีเลือดจางๆ ได้ในช่วง 1-2 วันแรก ซึ่งเป็นเรื่องปกติ

ยาสลายนิ่วมีผลข้างเคียงไหม

โอเคๆ ยาสลายนิ่วอะนะ มันก็มี ผลข้างเคียง ได้อยู่แล้วแหละ ต้องบอกว่ายาที่หมอให้มาเพื่อรักษาพวกนิ่วเนี่ยะนะ ไม่ว่าจะเป็นยาขับปัสสาวะ หรือยาอื่น ๆ ที่ช่วยให้ก้อนนิ่วออกมาได้ง่ายขึ้นอะ มันมีผลได้แน่นอน

พวกผลข้างเคียงที่เจอได้บ่อยๆ นะ ก็อาจจะมี เวียนหัว มึนหัว ไปเลยงี้แหละ บางทีก็อาจจะแบบ คัดจมูกนะ มีน้ำมูกไหลออกมาด้วยงี้ ก็เป็นได้นะ

แล้วก็อีกอย่างที่พวกยาบางตัว โดยเฉพาะยาที่ช่วยคลายกล้ามเนื้อเพื่อให้ขับนิ่วได้ดีขึ้นอะ สำหรับผู้ชายนะ มันอาจจะทำให้การหลั่งของอสุจิเปลี่ยนไปได้บ้าง แบบว่า เป็นแค่ชั่วคราว นะ ไม่ได้เป็นถาวรอะไรหรอก พอเราหยุดยาแล้ว มันก็กลับมาเป็นปกติเองแหละ ไม่ต้องกังวลมาก

ข้อมูลเพิ่มเติมให้คิดไว้เลยนะ:

  • กินยาต้องระวังสุดๆ เลยนะ ต้องอ่านฉลากยาให้ละเอียดก่อนกินทุกครั้งจ้ะ
  • ถ้ากินแล้ว รู้สึกแย่มากๆ ทนไม่ไหวเลยจริงจิ๊งงง ให้รีบไปหาหมอนะ ไม่ต้องรอ หรือโทร์ปรึกษาหมอหรือเภสัชก็ได้เลย
  • ผลข้างเคียงอะนะ บางทีมันไม่ได้มีแค่นี้หรอก มันแล้วแต่คนจริงๆ แล้วก็ขึ้นอยู่กับยาแต่ละชนิดด้วยนะ ไม่เหมือนกันเลย
  • ปรึกษาหมอกับเภสัชกรคือสำคัญสุด เค้าจะรู้ดีมากๆ ว่ายาที่เรากินมันจะไปตีกับโรคประจำตัวเรามั๊ย หรือมีอะไรที่เราต้องระวังเป็นพิเศษบ้าง