ถั่วแระกินสดได้ไหม
ถั่วแระกินดิบได้ไหม? อันตรายหรือเปล่า มีวิธีเตรียมอย่างไรให้ปลอดภัย?
จะกินถั่วแระดิบๆ เลยนี่นะ? ส่วนตัวนะ ฉันว่าไม่ค่อยน่าจะดีเท่าไหร่. มันเหมือนกับผักบางอย่างที่กินดิบๆ แล้วอาจจะมีปัญหาเรื่องระบบย่อยอาหารของเราน่ะ. เคยได้ยินมาว่าบางทีมันมีสารบางอย่างที่ทำให้ท้องอืดท้องเฟ้อได้ถ้าไม่ผ่านความร้อน.
ถ้าจะกินถั่วแระญี่ปุ่นน่ะนะ ที่เขาขายกันตามซูเปอร์มาร์เก็ตน่ะ ทั้งแบบสดๆ ที่เป็นฝักๆ เลย หรือแบบแช่แข็งที่แกะเม็ดมาแล้วเนี่ย. ทางที่ดีที่สุดเลยนะ คือต้องทำให้สุกก่อน. วิธีที่ง่ายที่สุดก็ต้ม หรือจะนึ่งก็ได้. บางทีก็เอาไปอบร้อนๆ ก็ได้เหมือนกัน. พอสุกแล้วค่อยแกะเอาแต่เม็ดข้างในออกมา.
จริงๆ แล้วประโยชน์ของถั่วแระญี่ปุ่นน่ะมีเยอะมากนะ. มันเป็นแหล่งโปรตีนที่ดีเลยทีเดียว. แล้วก็มีไฟเบอร์สูง ช่วยเรื่องขับถ่าย. เรื่องแคลอรีนี่ก็ไม่ได้สูงมากนักนะ ถ้าเทียบกับอาหารอื่นๆ. แต่ก็อย่างว่าแหละเนอะ อะไรที่กินเยอะเกินไปก็อาจจะทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นได้เหมือนกัน. ต้องกะปริมาณให้ดี.
เคยไปเดินตลาดสดแถวบ้านเมื่อช่วงกลางเดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว ซื้อถั่วแระฝักสดมาโลละประมาณ 30-40 บาท. เห็นเขาบอกว่าถ้ากินดิบๆ อาจจะมีปัญหาได้. เลยเอามาต้มกิน. หวานอร่อยดีนะ.
ถั่วแระกินทั้งเปลือกได้ไหม
เกลือที่ริมฝีปาก...สัมผัสแรก. ก่อนที่เม็ดถั่วจะถึงลิ้นด้วยซ้ำ ค่ำคืนนั้นอากาศเย็น.
ดึงฝักเข้าปาก. รูด. ความเค็ม ความสากของเปลือก. มันคือรสชาติของความทรงจำ.
ใช่...กินทั้งเปลือก. เคยทำ. เคี้ยวไปเรื่อยๆ เหนียว เหมือนเคี้ยวหญ้าแห้งๆ ที่ชุ่มรส. มันเป็นประสบการณ์. เป็นการเดินทางของรสสัมผัสที่ไม่ได้จบแค่ที่เนื้อใน.
แต่แล้ว...การบีบ. นิ้วโป้งกับนิ้วชี้. ออกแรงเบาๆ. พรึ่บ. เม็ดเขียวอวบอิ่มก็กระเด้งออกมา. ง่ายดาย. สะอาด. เหลือเพียงเปลือกว่างเปล่าในมือ. กองทิ้งไว้ข้างจาน. ค่อยๆ สูงขึ้น.
เหมือนกัน. สุดท้ายก็เหลือแต่เม็ด. การกินทั้งเปลือกมันเหมือนความพยายามที่สวยงาม. แต่สุดท้ายเราก็ต้องการแค่แก่นแท้ของมัน.
เปลือกมัน...กินได้แต่ไม่ควรกิน. ร่างกายไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อย่อยสิ่งนี้. มันแค่ผ่านไป.
- เปลือกถั่วแระญี่ปุ่น (Edamame) นั้นแข็งและมีเส้นใยสูงมาก ประกอบด้วยเซลลูโลสและลิกนินเป็นหลัก
- ระบบย่อยอาหารของมนุษย์ ไม่สามารถย่อยสลาย เส้นใยเหล่านี้ได้ ทำให้การกินเข้าไปอาจนำไปสู่อาการท้องอืด ปวดท้อง หรืออาหารไม่ย่อย
- วิธีการกินที่ถูกต้องและเป็นที่นิยมทั่วโลก คือการใช้ปากดูดรสชาติเกลือและเครื่องปรุงรสที่เคลือบอยู่ด้านนอกของเปลือก จากนั้นใช้มือบีบให้เมล็ดถั่วด้านในหลุดออกมาเพื่อรับประทาน
- แม้จะกินไม่ได้ แต่เปลือกก็ทำหน้าที่ปกป้องเมล็ดถั่วข้างในระหว่างการต้มหรือนึ่ง และยังช่วยอุ้มรสชาติของเครื่องปรุงไว้ได้อย่างดีเยี่ยม ถั่วแระจึงเป็นอาหารว่างที่สมบูรณ์แบบ ในตัวของมันเอง
ต้นอ่อนถั่วลันเตากินดิบได้ไหม
ต้นอ่อนถั่วลันเตากินดิบได้เลย ไม่ต้องปรุง ยอดอ่อนทานตะวันก็เหมือนกัน กินสดได้
- อร่อยกับลาบ: รสชาติเข้ากันดีมากนะ ลองใส่ดู
- ในสลัดก็แจ่ม: เพิ่มความกรุบกรอบ สดชื่นดี
- เหมือนยอดทานตะวัน: ก็กินดิบได้เหมือนกัน
ข้อมูลเสริม:
- วิตามินเพียบ: พวกนี้มีวิตามินซี แร่ธาตุต่างๆ สูง
- ย่อยง่าย: กินดิบๆ แบบนี้ ร่างกายดูดซึมสารอาหารได้ดี
- ปลอดภัย: ถ้าซื้อจากแหล่งที่ไว้ใจได้ ก็ไม่มีปัญหาอะไร
- เก็บยังไง? แช่เย็นดีที่สุด กินให้หมดเร็วๆ จะสดใหม่
- ล้างให้สะอาด: สำคัญมากนะ ก่อนกิน ต้องล้างให้ดีก่อนเสมอ
- รสชาติ: หวานนิดๆ กรอบๆ อร่อยแบบธรรมชาติ
- ปลูกเองยิ่งดี: ถ้ามีพื้นที่ ลองปลูกเองดู จะได้กินแบบสดๆ ปลอดภัยสุดๆ
- ยอดอะไรบ้าง? นอกจากถั่วลันเตา ทานตะวัน ก็มีพวกยอดกระเจี๊ยบ ยอดฟักทอง ก็กินดิบได้นะ
- แหล่งซื้อ: ตามตลาดสด หรือซูเปอร์มาร์เก็ตใหญ่ๆ ก็มีขาย
- กินได้ถึงส่วนไหน? กินได้ทั้งต้นเลยนะ ตั้งแต่รากยันยอดอ่อน
สรุปคือ กินดิบได้แน่นอนทั้งต้นอ่อนถั่วลันเตาและยอดอ่อนทานตะวัน!
ถั่วลันเตาสามารถกินดิบได้หรือไม่
กินดิบ? อย่าหาทำ.
สารต้านโภชนาการในถั่วดิบมันขวางการดูดซึมสารอาหาร. ง่ายๆ แค่นี้.
- ปรุงให้สุกก่อนกิน: ปลอดภัยกว่าเยอะ.
- สารต้านโภชนาการ: ตัวร้ายที่ทำให้ร่างกายดูดซึมอะไรไม่ได้เต็มที่.
ข้อมูลเพิ่มเติม:
- ถั่วลันเตาสดมีสารไฟเตต (Phytate) สูง.
- ไฟเตตมันเกาะกับแร่ธาตุสำคัญอย่างเหล็ก สังกะสี และแคลเซียม.
- ทำให้ร่างกายเราเอาแร่ธาตุพวกนี้ไปใช้ได้น้อยลง.
- การต้ม การนึ่ง หรือการผัด ช่วยลดปริมาณไฟเตตได้.
- แต่ปริมาณสารต้านโภชนาการก็ยังพอมีอยู่บ้างนะ.
- อย่าไปกินดิบเยอะล่ะ.
ทำไมถึงห้ามกินถั่วดิบ
ไอ้เจ้าถั่วดิบเนี่ย โดยเฉพาะพวกถั่วงอกดิบนะ ไม่ใช่แค่เรื่องรสชาติเพียวๆ หรอก แต่มันซ่อนความลับที่อาจไม่น่ารักเท่าไหร่ไว้ด้วยนะเออ คืองี้ ศูนย์ข้อมูลพิษวิทยา กระทรวงสาธารณสุข เขาออกมาเตือนเองเลยว่าระวัง สารฟอกสีอันตราย ที่แอบแฝงมากับพวกนี้แหละ
ไอ้สารตัวร้ายที่ว่าน่ะ ชื่อเต็มๆ คือ โซเดียมไฮโดรซัลไฟต์ ฟังดูไฮโซ แต่ฤทธิ์เด็ดเรื่องฟอกขาวนี่สิ! เดิมทีเขาเอาไว้ฟอกแห ฟอกอวน ให้ขาววิ้ง เพื่อจับปลาได้ดีขึ้น (อันนี้เราก็คิดเองนะว่ามันช่วยจับปลาได้ไง 555) แต่บางคนก็หัวใสนำมาใช้กับของกินซะงั้น
กะอีแค่ถั่วงอกให้ขาวอวบ (เหมือนอยากให้ใครบางคนขาวออร่าแบบไม่ต้องพึ่งแอป) ดันไปใช้สารฟอกแห! คิดดูสิว่ามันจะรุนแรงขนาดไหน ถ้าร่างกายเราไปรับสารเคมีแบบที่เขาใช้กับอุปกรณ์ประมงเนี่ยะนะ แค่คิดก็คันปากยิบๆ ละ
มันไม่ใช่แค่ถั่วงอกนะ ยังมี น้ำตาลปึก ขิงหั่นฝอย หน่อไม้ดอง อีกที่ผู้ผลิตบางรายเขานำมาใช้ แบบว่าอยากได้ของที่ดูดี เพอร์เฟกต์ แต่บางทีความ "ดูดี" ก็แลกมาด้วยความ "ดูไม่ดี" ต่อสุขภาพน่ะสิ น่ากลัวชะมัด
เกร็ดความรู้เล็กๆ น้อยๆ ที่ควรจำไว้ให้ขึ้นใจ (เพราะร่างกายเราไม่ได้มีอะไหล่เยอะนะ)
- สารโซเดียมไฮโดรซัลไฟต์ เป็นสารเคมีที่ใช้ในอุตสาหกรรม ห้ามนำมาใช้กับอาหารโดยเด็ดขาด เพราะมีผลกระทบต่อระบบทางเดินอาหารและสุขภาพโดยรวม
- อาการที่อาจเกิดขึ้นหลังจากกินอาหารปนเปื้อน ได้แก่ คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ท้องร่วง และในรายที่แพ้รุนแรงอาจถึงขั้น ช็อก หมดสติ ได้เลยนะ
- มองหาถั่วงอกที่ สีไม่ขาวจั๊วะจนเกินเหตุ ดูเป็นธรรมชาติ ไม่ขาววอกเหมือนใส่ฟิลเตอร์หนักๆ หรือจะเลือกซื้อจากแหล่งที่ไว้ใจได้ก็ดี
- ถ้ารู้สึกว่าถั่วงอก หรืออาหารอื่นๆ มี กลิ่นแปลกๆ หรือ รสชาติที่ผิดปกติ ให้ทิ้งไปเลย อย่าเสียดาย ของกินมีใหม่ได้ แต่สุขภาพดีๆ หายากกว่า
- วิธีที่ปลอดภัยที่สุด คือนำถั่วงอกไป ล้างให้สะอาดหลายๆ ครั้ง และ ลวกหรือผัดให้สุก ก่อนบริโภคทุกครั้ง (ความร้อนช่วยลดความเสี่ยงได้บ้าง แต่อย่าประมาท)
- พวกอาหารอื่นๆ อย่าง หน่อไม้ดอง หรือ ขิงหั่นฝอย ก็ต้องระวังเรื่องสารฟอกขาวเช่นกัน เลือกซื้อที่สีเป็นธรรมชาติ และมาจากแหล่งผลิตที่น่าเชื่อถือดีที่สุด
ถั่วอะไรกินดิบไม่ได้
ถั่วที่กินดิบแล้วจะกลายเป็น "ตัวร้าย" ของระบบทางเดินอาหาร คือ ถั่วฝักยาว!
ใครเคยคิดว่าถั่วฝักยาวกินสดๆ ได้นี่ คิดผิดแล้วนะจ๊ะ! ที่เค้าห้ามซดดิบๆ ก็เพราะในเจ้าถั่วเขียวๆ อวบๆ นี่แหละ มี "แขกไม่ได้รับเชิญ" แฝงตัวอยู่ นั่นก็คือ โมโนโครโตฟอส สารเคมีสุดแสบที่พวกแมลงสาบยังต้องหนี!
เจ้าถั่วฝักยาวเนี่ย มันดูดสารพิษเข้าไปเก็บไว้ในตัวเหมือนเป็น "ถังขยะ" เคมีขนาดย่อมๆ ล้างน้ำเปล่าก็ไม่ออกไปไหนหรอกจ้า! กินเข้าไปนี่เหมือนเอากล่องยาพิษมาประเคนให้ท้องตัวเองชัดๆ!
สรุปง่ายๆ จบๆ:
- ถั่วที่กินดิบแล้วมีปัญหา: ถั่วฝักยาว
- สาเหตุหลักๆ ที่ต้องปรุงสุก: เพราะมันดูดซับ โมโนโครโตฟอส (สารกำจัดศัตรูพืช) เข้าไปเต็มที่ ล้างภายนอกเท่าไหร่ก็ไม่ออก!
เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย (แบบแซ่บๆ):
- โมโนโครโตฟอส นี่ไม่ใช่เล่นๆ นะ เป็นสารเคมีกลุ่มออร์แกโนฟอสเฟต ที่พวกนักวิทยาศาสตร์ปวดหัวกันมาเยอะแล้ว ถ้าเข้าสู่ร่างกายในปริมาณมาก อาจส่งผลต่อระบบประสาทได้เลยทีเดียว!
- แล้วต้องทำยังไง? ง่ายนิดเดียว! แค่เอาไป ปรุงให้สุก! ผ่านความร้อนแล้วเจ้าโมโนโครโตฟอสจะสลายตัวไปเอง เหลือไว้แต่ความอร่อย (ที่ปลอดภัย) ของถั่วฝักยาว
- จำไว้เลย! ถ้าจะกินถั่วฝักยาว ต้องปรุงให้สุกทุกครั้ง! ไม่งั้นจากเมนูเด็ด อาจกลายเป็น "เรื่องเด็ด" ในห้องน้ำแทนนะจ๊ะ!
- ไม่ใช่แค่ถั่วฝักยาวนะ! ผักผลไม้อื่นๆ ที่เราซื้อมาจากตลาด ก็ควรล้างให้สะอาดและปรุงให้สุกเสมอ ถ้าจะกินดิบๆ (แต่ก็ไม่ใช่ทุกอย่างที่กินดิบได้นะ!)
เน้นย้ำอีกครั้ง:"ปรุงให้สุก" คือคำตอบสุดท้ายสำหรับถั่วฝักยาว!
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต