ทำไมกินหวานแล้วเลี่ยน
กินหวานแล้วเลี่ยนคอ เกิดจากอะไร มีวิธีแก้ไขอย่างไร?
โอ้ย พูดถึงเรื่องกินหวานแล้วเลี่ยนคอนี่คือเรื่องประจำตัวเลย จำได้เลยมีครั้งนึงไปกินช็อกโกแลตลาวาที่ร้านคาเฟ่แถวอารีย์เมื่อกลางปีที่แล้ว คำแรกๆ คือฟินมาก แต่พอเข้าคำที่สี่ที่ห้าเท่านั้นแหละ ความรู้สึกมันตีขึ้นมาที่คอหอยเลย มันไม่ใช่แค่อิ่มนะ มันคือแบบ...ร่างกายมันบอกพอแล้ว รับไม่ไหวแล้วจริงๆ
สำหรับเรานะ มันเหมือนระบบในตัวมันช็อตไปเลยอะ น้ำตาลมันเข้าไปเยอะๆ เร็วๆ จนสมองมันประมวลผลไม่ทัน มันเลยส่งสัญญาณเตือนภัยออกมาเป็นความรู้สึกพะอืดพะอม อยากจะเอาของเก่าออกมา มันคือการปฏิเสธของร่างกายล้วนๆ เลย
วิธีแก้เฉพาะหน้าของผมคือต้องหาอะไรเปรี้ยวๆ มาตัดทันที วันนั้นที่ร้านที่อารีย์ก็รีบสั่งชามะนาวเลย พอดูดอึกแรกเข้าไปนะ โห มันเหมือนมีคนมากดปุ่มรีเซ็ตในคอ ความเปรี้ยวจี๊ดของมะนาวมันไปสู้กับความหวานเลี่ยนที่เกาะอยู่ มันล้างทุกอย่างเลย
บางทีก็พกบ๊วยเค็มติดตัวไว้เลยนะ ช่วยได้จริงๆ แล้วมันก็แปลก บางวันกินเค้กได้เป็นชิ้นๆ ไม่เป็นไรเลย แต่อีกวันแค่โดนัทชิ้นเดียวก็แทบจะอ้วกแล้ว ผมว่ามันเกี่ยวกับสภาพร่างกายวันนั้นๆ ด้วย นอนพอไหม หรือเครียดอยู่หรือเปล่า มันก็ส่งผลหมดเลย
อาการเลี่ยนเกิดจากอะไร
ความจำเจคือสาเหตุ ลิ้นมันเบื่อ สมองมันล้า โดยเฉพาะของมัน ของทอด ร่างกายมันปฏิเสธสิ่งที่ซ้ำซาก
อะไรที่มากไป...ก็ไม่ดีทั้งนั้น
ต้องหาอะไรมาตัดรส เปลี่ยนเกม น้ำจิ้มใหม่ ผักสด ของเปรี้ยวๆ แค่นั้น
การรับรสที่ซ้ำซาก (Sensory-Specific Satiety): เป็นศัพท์ทางวิทยาศาสตร์ สมองจะลดความอยากอาหารชนิดนั้นลง เมื่อเจอรสชาติเดิมนานๆ เป็นกลไกป้องกันไม่ให้ร่างกายขาดสารอาหารจากแหล่งเดียว
ปริมาณไขมัน: ไขมันสูงจะกระตุ้นฮอร์โมน Cholecystokinin (CCK) ฮอร์โมนตัวนี้ทำให้รู้สึกอิ่มเร็ว...และเลี่ยน บุฟเฟ่ต์ส่วนใหญ่เต็มไปด้วยไขมัน
จิตใจ: ความตื่นเต้นมันหมดไป เมื่อรู้ว่าคำต่อไปรสชาติจะเป็นยังไง เหลือแค่หน้าที่กินให้คุ้ม
อะไรแก้เลี่ยนได้
โอ้ยยย โคตรจุก เลี่ยนแบบสุดๆ เพิ่งเจอมากับตัวเมื่อคืนวันเสาร์เลย ไปจัดบุฟเฟ่ต์ปิ้งย่างแถวห้วยขวางกับเพื่อน กะว่าเอาให้คุ้ม
จัดเต็มมาก ทั้งสามชั้น เบคอน สันคอราดชีส คือตอนแรกมันอร่อยไง กินเพลินมาก พอผ่านไปชั่วโมงนึงเท่านั้นแหละ... นั่งนิ่งเลย รู้สึกเหมือนมีน้ำมันเคลือบอยู่ในคอ จุกอก หายใจไม่ออก
เพื่อนก็สภาพเดียวกัน หน้าซีด นั่งพิงเก้าอี้ ตอนแรกว่าจะหาเป๊ปซี่มากินตัดเลี่ยน แต่คือมันไม่ไหวแล้วอะ แค่น้ำเปล่ายังไม่อยากจะกลืนเลย
แล้วสายตาก็เหลือบไปเห็นเมนูของกินเล่น มันมี "ยำวุ้นเส้น" อยู่ เลยลองสั่งมาแบบไม่คาดหวังอะไรมาก พอพนักงานมาเสิร์ฟนะ กลิ่นมะนาวพุ่งเตะจมูกเลย ตักเข้าปากคำแรกเท่านั้นแหละ... สวรรค์! โล่งเลย ความเปรี้ยวเผ็ดของยำมันล้างทุกอย่างออกไปหมดเลยจริงๆ จากที่นั่งเหมือนผีซอมบี้คือกลับมากินต่อได้อีกนิดหน่อยเลยอะ 555
ส่วนตัวเลยนะ ถ้าเลี่ยนมากๆ อะไรก็เอาไม่อยู่ ต้องเจอของรสจัดๆ เปรี้ยวนำสถานเดียวเลยจริงๆ
นี่คือลิสต์ อาหารแก้เลี่ยน ที่ช่วยได้จริง
ผลไม้รสเปรี้ยว
ของดอง
ยำหรือส้มตำ
เครื่องดื่มซ่าๆ
ชาร้อน
ทำไมของเปรี้ยวถึงช่วยได้? เพราะ กรดในผลไม้ โดยเฉพาะพวกสับปะรด มะม่วงเปรี้ยว มันช่วยย่อยไขมันได้ดีมาก เหมือนล้างท่อไขมันในคอเลย สับปะรดนี่ตัวดีเลย มีเอนไซม์ช่วยย่อย กินแล้วรู้สึกสะอาดปากทันที
เครื่องดื่มซ่าๆ... ช่วยจริงเหรอ? มันช่วยให้เรารู้สึกดีขึ้นนะ ความซ่ามันทำให้เรอออกมาแล้วรู้สึกโล่งท้อง แต่พวกน้ำอัดลมน้ำตาลมันเยอะ ถ้าจะให้ดีจริงๆ สั่งเป็น โซดามะนาว ไม่หวานเลยจะดีกว่า ได้ทั้งความซ่าและความเปรี้ยวของมะนาวแท้ๆ
ที่สุดของทางแก้สำหรับฉัน คือ ชาร้อนไม่ใส่น้ำตาล โดยเฉพาะชาจีนหรือชาอู่หลงร้อนๆ มันล้างไขมันได้ดีมากจริงๆ จิบเข้าไปแล้วรู้สึกเลยว่าความมันในปากมันหายไปหมด มันช่วยให้สบายท้อง ไม่ได้รู้สึกโล่งแบบปุบปับเหมือนของเปรี้ยว แต่จะค่อยๆ รู้สึกดีขึ้นเรื่อยๆ
ของดองต้องระวังนิดนึง พวกกระเทียมดอง ขิงดองก็ช่วยได้ดีนะ แต่ต้องดูร้านที่ทำสะอาดๆ หน่อย แล้วก็กินเยอะไปก็ไม่ดีเพราะโซเดียมมันสูง กิมจิ ก็เป็นตัวเลือกที่ดีมากเหมือนกัน ได้ทั้งเปรี้ยวทั้งเผ็ด มีโปรไบโอติกด้วย
ทำไมกินของหวานแล้วอารมณ์ดีขึ้น
โอ๊ย พ่อเอ๊ยแม่เอ๊ย มันบ่มีหยังซับซ้อนดอก! พอเรากระแทกของหวานเข้าปากปุ๊บ น้ำตาลมันก็วิ่งปรู๊ดขึ้นไปจิกหัวใช้สมอง บอกว่า "เฮ้ย! ทำงานสิวะ! ปล่อยของดีออกมาเดี๋ยวนี้!"
สมองเรามันก็ขี้ขลาด ตกใจ รีบปล่อย สารฟินในตำนานชื่อ โดพามีน ออกมาท่วมหัวอย่างไวเลยทีนี้แหละ อารมณ์ที่มันเน่าๆ เหมือนถุงเท้าไม่ได้ซักมาสามวัน ก็พลันสดใสซาบซ่าขึ้นมาทันที เหมือนมีคนเอาเงินฟาดหน้ายังไงยังงั้น มันคือความสุขแบบเร่งด่วนยิ่งกว่าบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป!
แล้วมันเป็นจะอิ้...
สมองมันติดสินบน: สมองเรามันยังคิดว่าเป็นมนุษย์ถ้ำอยู่ พอเจอน้ำตาลหวานๆ มันนึกว่าเป็นของหายาก เลยให้รางวัลตัวเองด้วยการหลั่งสารฟินออกมา จะได้จำว่าไอ้นี่มันดี ต้องไปหามากินอีก สรุปคือสมองมันหลอกล่อเราด้วยความสุขอ่ะแหละ ร้ายกาจ!
ความสุขสั้นกว่าวันเงินเดือนออก: แต่ไอ้ความฟินเนี่ย มันอยู่กับเราแป๊บเดียว! พอน้ำตาลตกปุ๊บ สารฟินหายเกลี้ยง อารมณ์ก็ดิ่งลงเหวเร็วกว่าจรวดอีกทีนี้ คราวนี้ก็จะโหยหาของหวานหนักกว่าเก่า เป็น วงจรอุบาทว์ที่แท้ทรู
สมองมันดื้อยา: พอกินบ่อยๆ เข้า สมองมันก็เริ่มชินชา เหมือนฟังเพลงเดิมซ้ำๆ มันไม่เพราะเหมือนเก่าแล้ว ต้อง เพิ่มโดสความหวานเข้าไปอีก ถึงจะรู้สึกฟินเท่าเดิม จากเค้กชิ้นเดียวกลายเป็นกินทั้งปอนด์!
ผลลัพธ์คือพุงนำนม: สุดท้ายรางวัลที่เราได้จริงๆ ไม่ใช่ความสุขหรอก แต่มันคือ พุงสามชั้นกับเบาหวานที่ยืนรออยู่หน้าประตูบ้าน นี่แหละคือราคาที่ต้องจ่ายเพื่อความสุขชั่วข้ามคำ! ว่าซั่นนน
กินยังไงไม่ให้เลี่ยน
ศึกชิงบัลลังก์ของทอดโดยไม่สละชีพให้ความเลี่ยน! การรบครั้งนี้เราจะไม่ยอมพ่ายแพ้ให้กับไขมันที่มาในคราบความอร่อยอีกต่อไป
หัวใจของการทอดให้กรอบนอกฉ่ำใน ไม่ใช่อมน้ำมันจนเหมือนฟองน้ำล้างจาน คือการทำให้น้ำมันตกใจกลัวจนไม่กล้าเกาะติดอาหารของเรา วิธีง่ายๆ ที่เหมือนเสกคาถา แต่จริงๆ คือวิทยาศาสตร์ล้วนๆ
เพียงแค่เหยาะ น้ำส้มสายชู ลงไปในน้ำมันเล็กน้อยก่อนเปิดไฟ... แค่นั้นแหละ จบ! กรดในน้ำส้มสายชูจะทำปฏิกิริยากับน้ำมัน ช่วยให้ของทอดมีเกราะป้องกันบางๆ ทำให้น้ำมันซึมเข้าไปได้น้อยลง ผลลัพธ์คือความกรอบที่ไม่ต้องแลกมาด้วยอาการจุกเสียดแน่นท้อง
มันเหมือนกับการส่งหน่วยรบพิเศษลงไปเคลียร์พื้นที่ก่อนทัพหลักจะบุกนั่นแหละ หน่วยรบพิเศษ (น้ำส้มสายชู) จะทำให้สนามรบ (น้ำมัน) ไม่เป็นใจให้ศัตรู (ความอมน้ำมัน) ตั้งหลักได้
ทีนี้ก็เตรียมตัวโซ้ยไก่ทอด หมูทอด เฟรนช์ฟรายส์ ได้แบบสบายใจกว่าเดิมเยอะเลย
อุณหภูมิน้ำมันคือพระเจ้า: ไฟต้องร้อนได้ที่ก่อนหย่อนอะไรลงไปเสมอ ถ้าน้ำมันไม่ร้อนพอ ของทอดจะกลายร่างเป็นฟองน้ำดูดซับน้ำมันทันที ทดสอบง่ายๆ แค่หย่อนเศษแป้งเล็กๆ ลงไป ถ้ามันฟู่ขึ้นมาทันทีแปลว่าพร้อมรบแล้ว น้ำมันร้อนจัด ของทอดจะกรอบไว ไม่อมน้ำมัน
อย่าแออัดยัดเยียด: ทอดทีละน้อยๆ ให้มีพื้นที่ว่างในกระทะ การใส่ของลงไปเยอะเกินไปจะทำให้อุณหภูมิน้ำมันตกฮวบ เหมือนสาดน้ำเย็นลงไปในกองไฟนั่นแหละ มันไม่เวิร์ค
สะเด็ดน้ำมันอย่างมืออาชีพ: พอทอดเสร็จแล้ว ตักขึ้นมาวางบนตะแกรง ไม่ใช่จานที่ปูด้วยกระดาษทิชชู่ การวางบนตะแกรงจะช่วยให้อากาศถ่ายเทได้รอบทิศทาง ความร้อนและความชื้นระบายออกไปได้ดีกว่า ทำให้ของทอดคงความกรอบได้นานกว่า ไม่แฉะตรงก้น
เครื่องเคียงคือผู้ช่วยชีวิต: กินของทอดคู่กับอะไรที่มีรสเปรี้ยวหรือผักสดๆ เช่น ส้มตำ แตงกวาดอง หรือแม้แต่น้ำจิ้มรสจัดจ้าน มันคือการสร้างสมดุลในปาก เหมือนมีทีมซัพพอร์ตคอยตัดเลี่ยนให้ทุกคำที่เคี้ยว
เมาน้ำตาลคืออะไร
เมาน้ำตาล? ร่างกายมันเตือน. สัญญาณเมื่ออัดแป้ง น้ำตาลสูงเกิน. ระดับน้ำตาลพุ่งกระฉูด. ผลลัพธ์? คลื่นไส้ ปวดหัว หรือลิ้นด้านชาจากของปรุงแต่ง หลังวิถีคลีนมาพักใหญ่.
- กลไกหลัก: ตับอ่อนกรีดร้อง ปั๊มอินซูลินสุดตัว. น้ำตาลถั่งโถมเข้าร่างเร็วไป.
- แค่ปวดหัว? ไม่ใช่แค่นั้น. ระยะยาวพัง. เบาหวานประเภท 2 รออยู่. ระบบเผาผลาญรวน.
- ทางออก: ไม่ต้องหักดิบ. ค่อยๆปรับ. เน้นโปรตีน, ไฟเบอร์. ชะลอการดูดซึม. ลดแรงกระแทก.
- ใครก็โดน: ไม่จำเป็นต้องสายคลีน. ใครประมาทกับแป้ง/น้ำตาล เจอแน่.
อาการเมาน้ำตาล เกิดจากอะไร
บ่ายแก่ๆ แดดรอนๆ ความหวานที่ไหลซึมเข้าร่างกาย มันไม่ใช่แค่ความอร่อยบนลิ้น แต่มันเดินทาง... เดินทางไปทั่ว
ความรู้สึกเหมือนโลกหมุนช้าลง หัวมันตื้อๆ หนักๆ เหมือนมีหมอกจางๆ มาคลุมความคิดไว้
แล้วมันก็เริ่ม... ความปวดที่ขมับ ตุบ... ตุบ... เป็นจังหวะที่น่ารำคาญ ร่างกายกำลังส่งเสียงประท้วงความหวานที่มากเกินไป
ภาพตรงหน้าเริ่มพร่าเลือน โฟกัสไม่ได้ ทุกอย่างมันเบลอไปหมด เหนื่อย... ทั้งที่ไม่ได้ทำอะไรเลย อยากจะแค่จมลงไปในความเงียบ
คอแห้งผาก ต้องการน้ำ ต้องการอะไรมาชะล้างความหวานที่เหนียวเหนอะหนะข้างในนี้ออกไปให้หมดสิ้น นี่แหละ เมาน้ำตาล
- ภาวะน้ำตาลในเลือดสูง (Hyperglycemia) คือจุดเริ่มต้น เมื่อน้ำตาลพุ่งสูง ร่างกายจะตอบสนองโดยปล่อยฮอร์โมนบางชนิดออกมา
- ผลกระทบหลักคือ การขยายตัวของหลอดเลือดในสมอง ซึ่งเป็นสาเหตุโดยตรงของอาการปวดศีรษะแบบตุบๆ ที่หลายคนรู้สึก
- ร่างกายพยายามจัดการกับน้ำตาลปริมาณมากโดยการหลั่ง อินซูลิน ออกมาอย่างรวดเร็ว ซึ่งหลังจากนั้นอาจทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดตกวูบลง (Hypoglycemia) นำไปสู่อาการอ่อนเพลียและเหนื่อยล้าอย่างรุนแรง
- อาการอื่นๆ ที่พบร่วมด้วยคือ สมองตื้อ คิดอะไรไม่ค่อยออก, มองเห็นภาพไม่ชัดเจนหรือพร่ามัว และ กระหายน้ำบ่อยครั้ง เพราะร่างกายพยายามขับน้ำตาลส่วนเกินออกทางปัสสาวะ
ทำไมกินหวานแล้วคลื่นไส้
โธ่เอ๊ย! กินหวานแล้วคลื่นไส้เนี่ย มันไม่ใช่แค่หวานบาดใจจนสมองมึนหรอกนะ! บางทีก็เพราะ น้ำตาลขึ้นปรี๊ดดด! เหมือนรถซิ่งพุ่งทะยาน แล้วร่างกายตามไม่ทัน หรือไม่ก็ ท้องไส้ไม่เอ็นดู ของหวานที่ลงไป เหมือนมีใครเอาสิบล้อไปชนในพุง! ส่วนคุณแม่ทั้งหลายน่ะเหรอ ฮอร์โมนมันแรงจริงแม่เอ๊ย ฮอร์โมนพุ่ง หวานนิดหวานหน่อยก็พุ่งออก!
มาดูสาเหตุอื่นที่ทำให้เจ้าของหวานตัวดีพาเราเข้าห้องน้ำกันนะ:
ของหวานมีพิษร้าย! หรือไม่ก็ หวานปี๋จนกระเพาะงง! ถ้าเจอของหวานที่เขาทำไม่สะอาด หรือใช้วัตถุดิบแปลกๆ หรือมันหวานจับจิตจนตับไตไส้พุงรับไม่ไหว อันนี้ก็ปั่นป่วนถึงขั้นคลื่นไส้ได้เลยนะ เหมือนกินยาพิษเข้าไป!
ลำไส้อักเสบ กระเพาะมีแผล พวกนี้มันขี้โมโหอยู่แล้ว! พอเจอของหวานเข้าไปก็เหมือนเอาน้ำมันไปราดไฟ ก็ระเบิดสิคะรออะไร! เจ็บแสบไปหมด บางทีก็ลามไปถึงขั้นคลื่นไส้อ้วกพุ่ง!
คุณแม่ตั้งครรภ์ ช่วงนี้ฮอร์โมนมันเต้นระบำซิมบ้า! หวานนิด หวานหน่อย ก็เหมือนไปกระตุ้นมันให้ทำงานหนัก! คลื่นไส้ แพ้ท้องไปสิคะคุณแม่ น้ำหนักก็ขึ้น ฮอร์โมนก็ปั่นป่วน! นี่แหละ ชีวิตแม่!
เบาหวานถามหา หรือว่า น้ำตาลในเลือดแกว่ง ไปมายังกับลูกตุ้มนาฬิกา! ถ้าคุณเป็นเบาหวาน หรือน้ำตาลในเลือดมันสูงปรี้ดดดดไม่ลงสักที การกินหวานเข้าไปอีก ก็เหมือนจะไปเร่งให้เครื่องยนต์ในร่างกายพังไวขึ้น! บางทีคลื่นไส้ก็คือสัญญาณเตือนว่า "เฮ้ย! พอได้แล้วคุณ!"
ไมเกรนจอมมาร สำหรับบางคน แค่เห็นของหวานก็เหมือนไปจุดชนวนให้ไมเกรนทำงาน! อาการปวดหัวตุ้บๆ มันชอบมาพร้อมกับคลื่นไส้จะอ้วกนี่แหละ เหมือนมีตัวอะไรไปเต้นในหัวเรา!
ความดันในสมองสูง อันนี้ต้องบอกว่า เรื่องใหญ่มาก! ถ้าอยู่ดีๆ กินหวานแล้วคลื่นไส้จนหน้ามืดตามัว คลื่นไส้ไม่หยุด หรือปวดหัวหนักเหมือนสมองจะระเบิด อันนี้มันไม่ใช่แค่แพ้หวานแล้วนะ! มันอาจจะถึงขั้นมีเลือดออกในสมองได้เลย! รีบวิ่งไปหาหมอด่วนๆ เลย อย่ารอช้า!
ทำไมกินน้ำตาลแล้วเวียนหัว
คือพอเรากินของหวานเข้าไปเยอะๆๆ อะ ระดับน้ำตาลในเลือดมันจะพุ่งขึ้นแบบเร็วมากก ร่างการก็จะตกใจไง เลยรีบปล่อยอินซูลินออกมาเยอะๆ เลยเพื่อมาจัดการน้ำตาล
ทีนี้พออินซูลินมันทำงานเก่งเกินอะ มันก็รีบดึงน้ำตาลไปใช้จนหมดเกลี้ยงเลยย พอหมดปุ๊บ ระดับน้ำตาลในเลือดก็ตกฮวบลงมาอย่างเร็ว นี่แหละสาเหตุที่ทำให้เรารู้สึกเวียนห้ว หน้ามืด มึนๆ เหมือนคนจะวูบ
อาการแบบนี้บางทีก็เรียกว่าภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำหลังกินอาหารนะ ไม่ใช่เบาหวาน แต่มันเปนปฏิกิริยาของร่างกายนี่แหละ
- นอกจากเวียนหัวแล้ว อาการอื่นที่เจอได้บ่อยๆ คือ ใจสั่น มือสั่น เหงื่อออกเยอะ แบบไม่มีสาเหตุ บางทีก็หงุดหงิดง่ายมาก
- วิธีแก้เฉพาะหน้าคือหาของกินที่มีคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนหรือโปรตีนนิดหน่อย เช่น กล้วยสักลูก หรือ ถั่ว ไม่ควรกินของหวานซ้ำเข้าไปอีกนะ เพราะมันจะวนลูปเดิม
- วิธีป้องกันที่ดีที่สุดคือพยายามอย่ากินของหวาน หรือเครื่องดื่มน้ำตาลสูงๆ ตอนท้องว่างอะ ให้กินหลังอาหารมื้อหลักจะดีกว่า แล้วก็ควรกินอาหารให้เป็นเวลาด้วยย
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต