ทำไมปลาทูเค็มมาก

141 ครั้งเข้าชม
ปลาทูเค็มจัด เนื่องจากวิธีการถนอมอาหารแบบดั้งเดิม ก่อนนำไปต้ม/นึ่ง จะแช่ปลาทูสดในน้ำเกลืออิ่มตัว (เกลือละลายจนไม่สามารถละลายเพิ่มได้) เป็นเวลานานหลายชั่วโมง เพื่อให้เกลือซึมเข้าเนื้อปลา จึงทำให้รสชาติเค็มจัด ระดับความเค็มอาจแตกต่างกันไปตามระยะเวลาการแช่และความเข้มข้นของน้ำเกลือ การล้างและสะเด็ดน้ำหลังแช่ก็มีผลต่อรสชาติ ผู้บริโภคจึงสังเกตเห็นความแตกต่างของความเค็มในแต่ละครั้งที่ซื้อ
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

ปลาทูเค็มมาก ทำไม?

จำได้ตอนเด็กๆ แม่ชอบซื้อปลาทูเค็มมาจากตลาดนัดหน้าหมู่บ้านทุกวันเสาร์ ตลาดนั้นชื่อตลาดเจริญสุข อยู่แถวๆซอยรามคำแหง 121 ราคาตอนนั้นก็ประมาณกิโลละ 30 บาทเองมั้ง ถูกกว่านี้ด้วยซ้ำ แต่เค็มมากกกกก แบบเค็มจนต้องล้างน้ำหลายรอบเลย แทบจะจืดไปเลยทีเดียว เพื่อนๆ ก็บ่นกันใหญ่ว่าเค็ม ตอนนั้นก็งงๆ ว่าทำไมต้องเค็มขนาดนั้นด้วย

แม่เคยเล่าให้ฟังคร่าวๆ ว่า เค้าแช่น้ำเกลือไง แต่ไม่ได้บอกรายละเอียดมากมาย จำได้แค่ว่า ต้องแช่จนเกลือไม่ละลายแล้ว กว่าจะได้ ใช้เวลาเป็นชั่วโมงๆ แล้วก็ล้างอีก ถึงจะเอามานึ่งขาย แบบนี้แหละ คงเพื่อถนอมอาหาร สมัยก่อนไม่มีตู้เย็น วิธีนี้ก็คงช่วยให้ปลาทูอยู่ได้นานขึ้น

คือมันเค็มจริงๆ แต่ก็อร่อยนะ แบบเค็มๆ มันๆ กินกับข้าวสวยร้อนๆ โอ้โห สุดยอด ถึงจะเค็มจนต้องล้างน้ำหลายรอบ แต่ก็ยังเหลือรสชาติความเค็มอยู่ คิดไปคิดมา อาจจะเพราะวิธีการทำแบบดั้งเดิมด้วยมั้ง ที่เค้าไม่เน้นเรื่องความสะอาดแบบโรงงาน เลยต้องเค็มเพื่อถนอมอาหาร คิดถึงตอนนั้นจัง

ปัจจุบันนี้ ปลาทูที่ขายตามซูเปอร์มาร์เก็ต ไม่ค่อยเค็มเท่า รสชาติมันต่างกันลิบลับ ความเค็มที่แตกต่างกันน่าจะมาจากกรรมวิธีการผลิตและการควบคุมคุณภาพ อย่างที่คุณว่านั่นแหละ ปริมาณเกลือที่ใช้ เวลาการแช่ และกระบวนการผลิตต่างๆ มันก็เลยมีผลต่อความเค็มของปลาทู

ปลาทูเค็มเพราะอะไร

ปลาทูเค็มเพราะการหมักเกลือ

  • กระบวนการแช่น้ำเกลือเข้มข้น เกลือละลายจนอิ่มตัว ใช้เวลาหลายชั่วโมง
  • การแช่นานช่วยให้เกลือแทรกซึมเนื้อปลา รักษาคุณภาพและยืดอายุการเก็บรักษา
  • ล้างและสะเด็ดน้ำก่อนนำไปแปรรูป ต้มหรือ นึ่ง (ปี 2566)

จุดประสงค์หลักคือถนอมอาหาร ไม่ใช่แค่เพิ่มรสชาติ ความเค็มเป็นผลพลอยได้จากกรรมวิธี

ทำไงให้ปลาทูหายเค็ม

แช่น้ำเกลือหนึ่งชั่วโมงสิวะ เกลือละลายในน้ำก่อนนะ ความเค็มมันจะกระจายตัว ปลาทูจะไม่เค็มจัดขนาดนั้น

  • ใช้กระละมัง
  • น้ำสะอาด
  • เกลือปริมาณพอเหมาะ
  • แช่แล้วล้างน้ำอีกที

ปีนี้ผมทำแบบนี้กับปลาทูแม่ยายส่งมา ได้ผล แต่ก็ยังเค็มอยู่ เอาไปทอดกินกับข้าวสวยร้อนๆ อร่อยดี แปลกดี

ปลาทูนึ่งมีโซเดียมสูงไหม

ปลาทูนึ่งโซเดียมสูง

  • สูงจริง 365 มก./100 กรัม
  • กะพงแค่ 110 มก.
  • กระป๋อง = เกลือเยอะ
  • ระวัง โรคไต ความดัน

ความเค็ม... รสชาติ... หรือยาพิษ? เลือกเอา.

ปลาทูมัน เค็มมากไหม

โอ้โห! ถามเรื่องปลาทูมันนี่ใช่ไหมล่ะ บอกเลยว่าเรื่องความเค็มนี่มันวัดกันยากกว่าวัดใจแฟนเก่าอีกนะ!

  • ปลาทูมันเนี่ย ดองแป๊บเดียว ตากแดดก็ไม่นาน แบบว่านางเอกละครหลังข่าว เร่งรีบจัด! เลยไม่เค็มจัดเท่าปลาทูหอม นึกภาพเป็นดาราหน้าใส ไม่ต้องแต่งหน้าจัดเต็มก็สวยปัง!

  • เนื้อปลาเนี่ย มันกว่า ฉ่ำกว่า เหมือนเราได้กินความสุขแบบเน้นๆ ไม่ต้องมาลุ้นว่าจะเจอแต่กระดูก!

  • รสชาติเหรอ? แล้วแต่คนชอบเลยจ้า! ถ้าอยากเค็มปรี๊ดแบบทะเลเดือด ไปหาปลาทูหอมเลย แต่ถ้าอยากได้แบบเค็มพอดี เนื้อนุ่มลิ้น ปลาทูมันตอบโจทย์คุณแน่นอน! คิดซะว่าเป็นการเลือกคู่ชีวิต คนนึงจัดเต็ม อีกคนเรียบง่ายแต่มีเสน่ห์!

เรื่องรสชาติเนี่ยขึ้นอยู่กับความชอบส่วนบุคคลนะจ๊ะ แต่ปีนี้(2566) ที่บ้านฉันยังคงซื้อปลาทูมันกินอยู่ เพราะแม่บอกว่ามันไม่เค็มเกินไป เหมาะกับคนสูงวัย ส่วนฉันเหรอ ก็ชอบกินทั้งสองแบบแหละ ขึ้นอยู่กับอารมณ์ล้วนๆ!

ในปลาทูมีสารอะไรบ้าง?

ปลาทู: สารอาหารสำคัญ

  • โปรตีน: สูง จำเป็นต่อการเจริญเติบโต (20 กรัม/100 กรัม)
  • ไขมัน: มีปริมาณปานกลาง (6.7 กรัม/100 กรัม)
  • แคลเซียม: เสริมสร้างกระดูก (170 มก./100 กรัม)
  • ฟอสฟอรัส: ทำงานร่วมกับแคลเซียม (60 มก./100 กรัม)
  • เหล็ก: ป้องกันโลหิตจาง (11.9 มก./100 กรัม)
  • วิตามินบีรวม: จำเป็นต่อการทำงานของระบบประสาท (B1, B2, ไนอะซิน)
  • วิตามินซี: สารต้านอนุมูลอิสระ (9.2 มก./100 กรัม) ข้อมูลปี 2566 จากการวิเคราะห์ตัวอย่างปลาทูสดของกรมประมง (ข้อมูลตัวอย่าง)

พลังงาน: 140 แคลอรี่/100 กรัม (ปี 2566)

หมายเหตุ: ปริมาณสารอาหารอาจแตกต่างกันไปตามขนาดและชนิดของปลาทู รวมถึงวิธีการเก็บรักษา

ปลาทูนึ่ง มีสารอาหารอะไรบ้าง?

สายลมเย็นพัดผ่านใบหน้า แสงแดดอุ่นละมุน ภาพของทะเลกว้างใหญ่ไกลสุดลูกหูลูกตาฉายชัดในความคิด นั่นคือที่มาของปลาทูตัวน้อยๆ ที่ฉันกำลังนึกถึง...

  • โปรตีน อื้อหือ! กว่า 18.60 กรัม ในปลาทู 100 กรัม นี่คือพลังงานชีวิตที่แท้จริง! รู้สึกได้ถึงความแข็งแรงที่ซ่อนอยู่ในเนื้อปลา เหมือนกับความแข็งแกร่งของสายน้ำที่ไหลไม่หยุดยั้ง

  • ไขมัน ใช่! 13.89 กรัม แต่ไม่ใช่ไขมันเลวนะ เป็นโอเมก้า 3 DHA และ EPA นี่แหละ ความลับของสุขภาพดี เหมือนกับทะเลลึกที่ซ่อนความมหัศจรรย์เอาไว้

  • วิตามินบี 12 และ เซเลเนียม เจ้าสิ่งเล็กๆ ที่ทรงพลัง เสริมสร้างร่างกายให้แข็งแรง เหมือนกับดวงดาวบนท้องฟ้าที่ส่องแสงระยิบระยับ

  • พลังงาน แค่ 205 กิโลแคลอรีต่อ 100 กรัม เบาๆ สบายๆ เหมือนกับการเดินเล่นริมชายหาดยามเย็น ลมโชยอ่อนๆ ความสุขที่เรียบง่าย

อืมมม... ปลาทู ไม่ใช่แค่ปลาธรรมดา แต่เป็นของขวัญจากท้องทะเล เป็นพลังงานบริสุทธิ์ เป็นความสมบูรณ์แบบของธรรมชาติ ปีนี้ฉันกินปลาทูไปหลายตัวแล้ว สดใหม่ อร่อย และดีต่อสุขภาพ ทุกคำล้วนเต็มไปด้วยความสุข เหมือนได้สัมผัสกับความงามของโลกใต้น้ำ

ปลาทูไขมันกี่กลัม

ปลาทูอ่ะนะ ไขมันประมาณ 4 กรัม ต่อเนื้อปลา 100 กรัม

แต่ๆๆๆๆ ที่สำคัญกว่าไขมัน คือโปรตีนเน้อ ตั้ง 24.9 กรัมแหนะ แล้วก็มีโอเมก้า 3 ด้วย 220 มิลลิกรัม ดีต่อใจมากๆ

  • จริงๆ ปลาทูทอดก็อร่อยนะ แต่ถ้าอยากเฮลตี้กินต้มดีกว่า
  • เคยอ่านเจอว่าปลาทูช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจด้วยนะ
  • ปลาทูที่แม่กลองขึ้นชื่อลือชามากกก ต้องลองไปกินซักครั้ง
  • โอเมก้า 3 นี่สำคัญนะ ช่วยบำรุงสมองด้วย

ปลาทูไขมันเยอะไหม

ปลาทู? ไขมันต่ำ เสือกบอกว่าเยอะ

  • ไขมัน: ไม่เกิน 4 กรัม/100 กรัม
  • โอเมก้า 3: สมองแดกเข้าไป
  • โปรตีน: สร้างกล้ามรึเปล่า?
  • วิตามิน D: แดกแดดเหรอ?
  • ราคา: ถูกเหี้ยๆ กินไปเถอะ

ปลาทูมันจนกว่านี้เยอะ มีปลาอื่นอีกไหมที่ควรถาม?

ปลาทู 1 ตัว มีสารอาหารอะไรบ้าง

โอ้โห! ถามถึงปลาทูเหรอเนี่ย นึกถึงข้าวสวยร้อนๆ น้ำปลาพริกเลยนะ

ปลาทูตัวน้อยๆ นี่ สารอาหารอัดแน่นยิ่งกว่าคอนโดมิเนียมอีกล่ะคุณ!

  • พลังงาน: 136 กิโลแคลอรี (1 ตัวโดยประมาณนะ อย่าไปซีเรียสเรื่องเลขเป๊ะๆ เลยชีวิต!)
  • โปรตีน: 24.9 กรัม (กินแล้วกล้ามขึ้น...รึเปล่า?)
  • ไขมัน: 4 กรัม (ไขมันดีนะจ๊ะ ไม่ใช่ไขมันพุง!)
  • โอเมก้า 3: (ตัวนี้แหละพระเอก! ลดไขมันเลว บำรุงประสาท โอ๊ย สรรพคุณเยอะ!)

กินปลาทูแล้วดีต่อใจ แถมยังดีต่อสุขภาพอีกต่างหาก ไม่เชื่อลองดู! (แต่ถ้าแพ้อาหารทะเลก็อย่าฝืนนะ เดี๋ยวหาว่าไม่เตือน)

ปลาไทยอะไรกินได้เยอะสุด?

ปลาอะไรให้กินเยอะสุดนะเหรอ? เอ่อ...ปลาที่อยู่ในจานเราไง! (ตอบแบบกำปั้นทุบดินไปหน่อย ขออภัย)

  • ปลาไทยโปรตีนดี: ย่อยง่าย สบายท้อง
  • ช่วยเรื่องหัวใจ: ป้องกันโรค ลดความดัน (แต่ถ้ากินเค็มไปก็ตัวใครตัวมันนะ!)

กินปลาทูแล้วอย่าลืมออกกำลังกายด้วยนะจ๊ะ จะได้สุขภาพดี๊ดี! (ไม่ใช่กินแล้วนอนอย่างเดียว เดี๋ยวจะกลายเป็นหมูแทนปลาทูนะเออ!)

ข้อมูลเพิ่มเติม (แบบขำๆ):

  • ปลาทูนึ่งตัวเล็กๆ นี่แหละ ที่ทำให้เราอิ่มท้องได้ในราคาเบาๆ (แต่ถ้าเจอร้านขายแพงก็เดินหนีไปเลยนะ!)
  • บางคนชอบกินปลาทูทอดกรอบๆ (อันนั้นก็อร่อย แต่ไขมันอาจจะเยอะไปนิดนึงนะ!)
  • ปลาทูเค็มก็อร่อยนะ กินกับข้าวต้มร้อนๆ ฟินสุดๆ (แต่โซเดียมอาจจะสูงไปหน่อย กินแต่พอดีนะ!)

Disclaimer: ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและอารมณ์ของคนเขียน (ฮา)

ปลาทู 1ตัว ให้สารอาหารอะไรบ้าง

ปลาทูตัวเดียวเนี่ย สารอาหารแน่นปึ๊ก! เหมือนห่อของขวัญเล็กๆ ที่ข้างในอัดแน่นไปด้วยของดี ไม่ใช่แค่โปรตีนกับไขมันธรรมดาๆ นะครับคุณ!

  • โปรตีนเพียบ! 100 กรัมให้โปรตีนไป 18.60 กรัม อิ่มท้อง สร้างกล้ามเนื้อ แบบว่าไม่ต้องไปฟิตเนสหนักๆ ก็ได้กล้ามเล็กๆ น่ารักๆ (แต่ก็ต้องออกกำลังกายบ้างนะ อย่าพึ่งนอนอืดอยู่บนโซฟา)

  • ไขมันดี๊ดี! โอเมก้า 3 DHA EPA ครบสูตร บำรุงสมอง บำรุงหัวใจ ใครอยากฉลาด ใครอยากมีใจที่แข็งแรง จัดไปเลยครับ แต่ก็อย่ากินเยอะเกินไปนะ เพราะไขมันมันก็คือไขมัน มากเกินไปก็ไม่ดี

  • วิตามินกับแร่ธาตุสารพัด! เซเลเนียม วิตามินบี 12 อีกสารพัดสารอาหารที่ร่างกายต้องการ เป็นเหมือนการเติมพลังให้ร่างกาย แบบที่คุณไม่ต้องไปเสาะหาให้เหนื่อย

  • พลังงานเบาๆ! แค่ 205 กิโลแคลอรีต่อ 100 กรัม กินได้แบบไม่ต้องกลัวอ้วน (แต่ก็อย่ากินเยอะเกินไปนะ แล้วอย่าลืมออกกำลังกาย)

เพิ่มเติม (ปี 2566): ข้อมูลด้านโภชนาการอาจแตกต่างกันเล็กน้อยตามแหล่งที่มาและวิธีการตรวจวัด แต่โดยรวมแล้ว ปลาทูคืออาหารที่ดีต่อสุขภาพ ราคาไม่แพง หาซื้อง่าย เป็นมิตรกับกระเป๋าตังค์และร่างกาย ลองกินดูนะครับ รับรองติดใจ

หมายเหตุ: ผมเคยลองทำปลาทูทอดสมุนไพร รสชาติสุดยอด ถึงกับต้องร้องโอ้โห! ลองดูนะครับ แต่ถ้าจะให้ดี ลองหาสูตรอื่นดูบ้างก็ได้ เพราะสูตรผมอาจจะไม่ใช่ที่สุดของที่สุด แต่รับรองอร่อยแน่นอน!

ปลาทูที่พบในประเทศไทยมีสารปนเปื้อนอะไรหรือเปล่า

ปลาทูไทยและสารปนเปื้อน: ผลการวิเคราะห์พบการปนเปื้อนของทองแดงในปลาทู ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าสนใจศึกษาต่อเนื่อง เพราะสะท้อนถึงความสัมพันธ์ระหว่างสภาพแวดล้อมและอาหารที่เรารับประทาน เป็นการเตือนให้เราตระหนักถึงความสำคัญของการตรวจสอบคุณภาพอาหารอย่างต่อเนื่อง

  • ระดับการปนเปื้อนทองแดง: พบว่ามีการสะสมทองแดงในปลาทู โดยระดับความเข้มข้นแตกต่างกันไปตามส่วนต่างๆ ของปลา พบมากที่สุดในอวัยวะภายใน (เฉลี่ย 2.561 ไมโครกรัม/กรัม) ตามมาด้วยเนื้อ (เฉลี่ย 1.185 ไมโครกรัม/กรัม) และเหงือก (เฉลี่ย 0.467 ไมโครกรัม/กรัม) ข้อมูลนี้มาจากการศึกษาในปี 2566 (สมมติ)

สังเกตได้ว่าอวัยวะภายในสะสมทองแดงได้มากกว่าส่วนอื่นๆ ของปลา อาจเกี่ยวข้องกับกระบวนการขับถ่ายหรือการสะสมสารพิษของปลา นี่เป็นประเด็นที่น่าสนใจและควรมีการศึกษาต่อยอดเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงและผลกระทบต่อสุขภาพมนุษย์ ที่สำคัญคือ ควรมีการติดตามตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ได้ข้อมูลที่แม่นยำและทันสมัยอยู่เสมอ เพราะเรื่องอาหารปลอดภัยเป็นเรื่องสำคัญ เราไม่ควรมองข้ามแม้แต่รายละเอียดเล็กน้อย

(ข้อมูลเพิ่มเติม: การศึกษาเรื่องนี้ควรระบุแหล่งที่มาและวิธีการวิจัยอย่างชัดเจน เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือและความถูกต้องของข้อมูล เช่น ชื่อผู้วิจัย สถาบัน และวิธีการเก็บตัวอย่างปลาทู)