ปลาเค็มทำมาจากปลาอะไร

101 ครั้งเข้าชม
ปลาเค็ม: การแปรรูปเพื่อถนอมอาหารปลาเค็ม คือ ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากการถนอมอาหารด้วยการหมักเกลือร่วมกับการทำให้แห้ง วัตถุดิบหลัก: ปลาน้ำเค็ม เช่น ปลาอินทรี ปลากุเลา กรรมวิธี: นำปลาที่ตัดแต่งแล้วมาเคล้าเกลือหรือแช่น้ำเกลือ ตั้งทิ้งไว้ในระยะเวลาที่เหมาะสม ทำให้แห้งด้วยแสงแดดหรือแหล่งความร้อนอื่น
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

ปลาเค็มส่วนใหญ่ทำมาจากปลาอะไร และมีปลาชนิดไหนบ้าง?

ปลาเค็มน่ะนะ อืม... นึกถึงทีไร ก็ได้กลิ่นทะเลลอยมาทุกทีเลยนะ กลิ่นมันติดจมูกดีจริงๆ สมัยเด็กๆ ชอบมากเลย แม่เคยเอาปลาอินทรีเค็มหอมๆ มาทอดให้กินกับข้าวสวยร้อนๆ ตอนเย็นๆ คือที่สุดอะ

ส่วนใหญ่ที่เห็นเลยนะ คือปลาอินทรีกับปลากุเลา สองตัวนี้แหละที่ดังๆ จำได้เลยตอนไปเที่ยวเพชรบุรีเมื่อเดือนมกราคมปี 66 ไปร้านขายของฝากแถวๆ หาดชะอำ เห็นเค้าแขวนปลาอินทรีเค็มเป็นพวงเลยอะ ราคาโหดอยู่เหมือนกันนะ ตัวใหญ่ๆ เกือบห้าร้อยบาท

วิธีทำมันก็ไม่ได้ซับซ้อนอะไรหรอก เหมือนเอาปลาสดนี่แหละ แล้วก็เอาเกลือทาๆ ให้ทั่วเลย บางทีก็แช่ในน้ำเกลือเป็นวันๆ เลยนะ แล้วก็เอาไปตากแดดแผดเผาให้มันแห้ง ให้เนื้อปลามันแข็งๆ อ่ะ มันจะได้เก็บได้นานๆ

แต่ถ้าให้เลือกนะ ฉันชอบปลากุเลามากกว่าหน่อย คือเนื้อปลามันจะนุ่มกว่าอินทรีนิดนึง เวลาเอาไปทอดแล้วกรอบนอกนุ่มใน กินกับข้าวต้มนะ อร่อยจนต้องขอเบิ้ลเลยล่ะ

คือบางทีเค้าก็ใช้ปลาตัวเล็กกว่านี้นะ ไม่ได้มีแต่อินทรีตัวเบิ้มๆ อย่างเดียว ที่ตลาดสดบ้านฉันที่บางแค วันอังคารต้นเดือนที่แล้ว เห็นคนขายเค้าเอาปลาทูตัวเล็กๆ มาทำเค็มด้วยนะ เออ แปลกดี

ปลาเค็มอะไรอร่อยที่สุด

ปลาอินทรีเค็ม คือที่สุด. ไม่ต้องถามซ้ำ. เนื้อแน่น กลิ่นแรง ชิ้นมันวาว ไม่ใช่ของตลาดล่าง.

  • ปลาอินทรีเค็ม ของแท้ ต้องมาจากแหล่งดี. ปราณบุรี หรือ สงขลา คือตัวจริง. รสจัดจ้าน เค็มกำลังพอดี.
  • การหมักสำคัญ. เนื้อปลาสด คือหัวใจก่อนลงเกลือ ไม่ใช่ของค้างปี.
  • มีหลายประเภท. อินทรีหอม กลิ่นชัด ไว้ทอดกินข้าว. หรือ อินทรีแห้ง สำหรับเมนูเฉพาะ.
  • เลือกชิ้นเนื้อหนา สีเหลืองอมชมพู ไม่คล้ำ. นั่นแหละของดี.
  • เก็บในตู้เย็น ใส่กล่องสนิท กลิ่นจะไม่กวน. อยู่ได้นานเป็นปี.
  • เอาไปทำอะไร? ทอดกรอบ ราดพริก, ผัดคะน้าปลาเค็ม, หรือ หลน ก็จัดว่าเด็ดขาด.
  • ข้อควรจำ: ปลาเค็มที่เค็มอย่างเดียวไร้รสชาติ คือของไร้ค่า. อย่าซื้อ.

ปลาเค็มโซเดียมเยอะไหม

ปลาเค็ม ถือเป็นขุมทรัพย์แห่งโซเดียมเลยก็ว่าได้นะ

ปริมาณโซเดียมในปลาเค็ม

  • ปลาเค็ม 100 กรัม อาจมีโซเดียมสูงถึง 5,327 มิลลิกรัม เลยทีเดียว

อาหารที่มีโซเดียมสูง

  • การบริโภคอาหารที่มีโซเดียมสูงเป็นประจำส่งผลต่อสุขภาพได้นะ

ทำไมโซเดียมถึงเยอะ?

  • กระบวนการถนอมอาหารด้วยการหมักเกลือ ทำให้ปลาเค็มมีปริมาณโซเดียมสูงกว่าปลาสดหลายเท่าตัว

ข้อมูลน่ารู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับโซเดียม:

  • ปริมาณที่แนะนำต่อวัน: โดยทั่วไป ร่างกายเราต้องการโซเดียมไม่เกิน 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน
  • ผลกระทบต่อสุขภาพ: การได้รับโซเดียมมากเกินไปอาจนำไปสู่ภาวะความดันโลหิตสูง, โรคหัวใจ, และปัญหาเกี่ยวกับไต
  • แหล่งโซเดียมอื่นๆ: นอกเหนือจากปลาเค็มแล้ว อาหารแปรรูปอื่นๆ เช่น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป, ขนมกรุบกรอบ, และน้ำจิ้มต่างๆ ก็เป็นแหล่งโซเดียมชั้นดีเช่นกัน
  • ทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพ: หากชอบรสชาติเค็มๆ ลองหันมาบริโภคผักใบเขียว, ผลไม้, หรืออาหารทะเลสดที่ไม่ผ่านการแปรรูป จะดีต่อสุขภาพมากกว่าเยอะเลย

การเข้าใจปริมาณโซเดียมในอาหารที่เราทานเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพนะ.

ปลาเค็มมีโปรตีนไหม

ปลาเค็ม มีโปรตีนสูง จัดเป็นอาหารประเภทโปรตีนคุณภาพดี เป็นกรรมวิธีถนอมอาหารที่ง่าย

อืมมม... ปลาเค็มเหรอ มีโปรตีนแน่นอนสิ! แม่ฉันก็ชอบทอดให้กินบ่อยๆ แต่ก่อนนะ ตอนเด็กๆ จำได้ว่ากลิ่นมันติดบ้านเลย ไม่ชอบเลยตอนนั้น แต่ตอนนี้กลับชอบกินซะงั้น แปลกเนอะคนเรา

ว่าแต่ทำไมคนสมัยก่อนถึงกินกันนักนะ? มันเก็บได้นานไง คงเป็นวิธีถนอมอาหารที่ดีมากๆ สมัยก่อนไม่มีตู้เย็น มันก็เลยเป็นอาหารหลักเลยมั้ง ภูมิปัญญาล้วนๆ

ปลาเค็มกินได้ทุกเพศทุกวัยจริงๆนะ ลุงข้างบ้านฉันก็กิน ยายฉันก็กิน เห็นกินกับข้าวสวยร้อนๆ แล้วดูอร่อยเชียว คือมันง่ายสะดวกด้วยนะ

ไม่แปลกใจเลยที่มันเป็นอาหารที่กินกันทั่วบ้านทั่วเมือง มันไม่แบ่งชนชั้นจริงๆ เหมือนน้ำพริกเด๊ะๆ ใครๆ ก็เข้าถึงได้หมด ไม่ต้องเป็นคนรวยคนจนก็กินได้

ตอนนี้ปี 2567 ฉันก็ยังซื้อมากินอยู่เลย บางทีก็ทอด บางทีก็เอามาทำยำปลาเค็ม โอ๊ย...น้ำลายไหลเลย นึกถึงแล้ว

ข้อมูลเพิ่มเติมที่ฉันจำได้เกี่ยวกับปลาเค็มนะ:

  • กรรมวิธีทำ ง่ายมาก แค่เอาปลามาล้าง คลุกเกลือเยอะๆ แล้วตากแดดแค่นั้นเอง
  • ปลาที่นิยมทำก็มีหลายอย่างเลยนะ อย่างปลาอินทรี ปลากุเลา ปลาช่อน นี่ที่บ้านฉันทำบ่อย
  • กินกับข้าวต้มก็อร่อยนะ เข้ากันสุดๆ หรือเอาไปทำแกงส้มก็ได้ แปลกแต่อร่อย
  • แต่ ต้องระวัง เรื่องโซเดียมนะ เพราะมันเค็มมาก กินเยอะไปไม่ดีแน่ๆ

ปลาทะเลกับปลาน้ำจืดต่างกันยังไง

เอาจริงดิ ต่างกันคนละเรื่องเลย เหมือนคนนึงอยู่ท่ามกลางปาร์ตี้น้ำฟรี แต่อีกคนติดอยู่กลางทะเลทรายเลยอะ

เรื่องมันก็มีอยู่ว่า ปลาน้ำจืด เนี่ยตัวมันเค็มกว่าน้ำรอบๆ เยอะ กฎบ้าๆ ของธรรมชาติที่เรียกว่าออสโมซิสเลยทำให้น้ำพยายามจะทะลักเข้าตัวมันตลอดเวลา เหมือนลูกโป่งรั่วที่น้ำซึมเข้าตลอดเวลา มันเลยไม่ต้องดื่มน้ำ ใครจะดื่มล่ะ แค่นี้ก็ตัวจะแตกแล้ว ภารกิจหลักของมันคือ "ฉี่" ทิ้งอย่างเดียว ฉี่เยอะมาก เยอะจนน่าเกลียด เป็นฉี่จางๆ เหมือนน้ำเปล่าเพื่อระบายน้ำส่วนเกินออกไป

ส่วน ปลาทะเล ชีวิตดราม่าคนละขั้วเลย น้ำทะเลมันเค็มกว่าตัวปลาเยอะมาก น้ำในตัวเลยพยายามจะไหลออกไปหาทะเลตลอดเวลา เหมือนเนื้อแดดเดียวที่กำลังจะแห้งกรอบ มันเลยต้องดื่มน้ำทะเลเข้าไปทั้งวันทั้งคืน ดื่มเข้าไปเยอะๆ เพื่อชดเชยน้ำที่เสียไป แล้วก็ใช้พลังงานมหาศาลให้เหงือกพิเศษของมัน "ปั๊ม" เกลือส่วนเกินทิ้งไป ส่วนฉี่น่ะเหรอ...นิดเดียว แถมเข้มข้นยิ่งกว่ากาแฟเอสเปรสโซ่อีก เพราะต้องสงวนน้ำทุกหยดไว้กับตัว

สรุปง่ายๆ คือ ปลาน้ำจืดไม่ดื่มน้ำแต่ฉี่เยอะมาก ปลาทะเลดื่มน้ำทั้งวันแต่ฉี่น้อยมาก

  • ไตคนละไซส์:ไตของปลาน้ำจืด จะใหญ่และทรงพลังมาก ทำงานเหมือนโรงกรองน้ำขนาดมหึมาเพื่อขับน้ำออกตลอดเวลา ในขณะที่ไตปลาทะเลจะเล็กกว่า เพราะหน้าที่หลักไม่ใช่การขับน้ำ แต่เป็นการสงวนน้ำ
  • เหงือกสุดไฮเทค:เหงือกของปลาทะเล มีเซลล์พิเศษที่เรียกว่า "คลอไรด์เซลล์" ทำหน้าที่เป็นปั๊มเกลือทรงพลัง คอยสูบโซเดียมและคลอไรด์ส่วนเกินทิ้งลงทะเล เป็นเทคโนโลยีชีวภาพที่ล้ำสุดๆ
  • พวกยอดมนุษย์สองน้ำ: แล้วปลาอย่างแซลมอนที่ว่ายไปมาระหว่างน้ำจืดกับน้ำเค็มล่ะ? พวกนี้คือยอดมนุษย์แห่งวงการปลา มันสามารถ "ตั้งโปรแกรม" ร่างกายใหม่ได้ทั้งหมด ทั้งไตและเหงือกจะปรับเปลี่ยนการทำงานแบบ 180 องศาเพื่อเอาตัวรอดในสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไป โคตรเท่
  • เรื่องของรสชาติ: นี่คือเหตุผลที่ เนื้อปลาทะเล มักจะมีรสชาติเข้มข้นกว่า มีความเค็มปะแล่มๆ และรสอูมามิชัดเจน เพราะเซลล์ของมันเต็มไปด้วยกรดอะมิโนและสารประกอบต่างๆ เพื่อรักษาสมดุลกับน้ำทะเล ส่วน ปลาน้ำจืด เนื้อจะจืดกว่า นุ่มนวลกว่า บางทีก็แอบมีกลิ่นดินหรือกลิ่นโคลนติดมาเบาๆ เป็นเสน่ห์แบบบ้านๆ ไงล่ะ