ผู้ป่วยเบาหวานน้ําตาลตก กินอะไร
คำถาม?
เมื่อก่อนนะ เวลาฉันรู้สึกตาลายๆ หน้ามืดแบบที่เค้าเรียกกันว่าน้ำตาลตกเนี่ย ฉันก็ไม่รู้จะทำไงดีจริงๆ แฟนฉันที่ทำงานโรงพยาบาลเคยบอกว่า ให้รีบหาอะไรหวานๆ กิน แต่ต้องเป็นพวกที่ดูดซึมเร็วๆ นะ ประมาณสามช้อนชา น้ำตาลเลย คือเขาบอกว่าน้ำผึ้ง หรือน้ำเชื่อมก็ได้
จำได้เลย ตอนนั้นเมื่อสองปีก่อน วันที่ 15 กรกฎาคม ฉันกำลังเดินซื้อของที่ตลาดนัดหลัง ม. ที่ขอนแก่น อยู่ๆ ก็รู้สึกหัวใจเต้นแรง เหงื่อแตก แล้วก็มึนๆ เลยนะ โชคดีที่เดินผ่านร้านน้ำส้มคั้นพอดี เจ้าของร้านใจดีมาก เห็นฉันหน้าซีดๆ เลยยื่นน้ำส้มให้ครึ่งแก้ว บอกว่ากินไปก่อนเถอะไม่ต้องคิดเงิน หวานฉ่ำ ดื่มปุ๊บก็รู้สึกดีขึ้นเยอะเลยทันที คือน้ำผลไม้เนี่ยแหละครึ่งแก้วก็ได้เลย แต่อย่าไปเอาน้ำตาลน้อยๆ นะ มันไม่ช่วยอะไรหรอก
อีกทีนะ ประมาณเดือนธันวาคมปีที่แล้วนี่แหละ ฉันไปบ้านเพื่อนที่อยุธยา กำลังช่วยเค้าจัดของอยู่ในโกดังร้อนๆ น่ะสิ แดดเปรี้ยงๆ เลย รู้สึกเหมือนจะล้ม เหมือนตอนนั้นอีกแล้ว เพื่อนฉันเลยรีบปอกกล้วยน้ำว้าให้กินไปสองลูก กล้วยมันหอมหวานดีนะ ช่วยให้กลับมามีแรงได้เร็วมากจริงๆ ตอนนั้นคือถ้าไม่มีกล้วยคงแย่แน่ๆ
หรือบางทีนะ ถ้าฉันไม่ได้ออกไปไหน ไม่ได้มีน้ำส้มหรือกล้วยติดบ้าน ปกติฉันก็จะมีน้ำผึ้ง หรือไม่ก็น้ำเชื่อมสต็อกไว้ ขวดน้ำผึ้งที่ซื้อจากร้านโครงการหลวงแถวบ้านนะ ตอนนั้นซื้อมาสามร้อยกว่าบาท เดือนเมษาปีนี้เอง พอน้ำตาลตกก็จะควักช้อนชามาตักกินสักสามช้อน มันช่วยได้เยอะเลยนะ ให้พลังงานปุ๊บปั๊บ รู้สึกดีขึ้นได้ทันตาเห็นเลย เวลาเวียนหัวๆ คลื่นไส้ ก็ได้เจ้านี่แหละช่วยชีวิต คือมันง่ายสุดแล้วในบ้านเรา
ส่วนเรื่องส้มน่ะสิ ฉันก็จำได้นะ วันก่อนไปตลาดเห็นส้มโอแมนดารินสดๆ ตั้งเยอะแยะ แต่เอาจริงๆ นะ ส้มสองลูกนี่ก็ไม่ใช่ว่าจะหาง่ายๆ ถ้าเกิดเหตุฉุกเฉิน มันไม่เหมือนกล้วยหรอกที่มักจะมีติดบ้านกันน่ะ แต่ถ้ามีจริงๆ ก็ช่วยได้แหละ
ผู้ป่วยเบาหวานน้ำตาลตกทำยังไง
น้ำตาลตกในคนเบาหวาน ทำไงดี?
โอ๊ย! น้ำตาลตกนี่เรื่องใหญ่เลยนะ ทำไงดีๆๆ
- รีบกินอะไรหวานๆ ด่วน! น้ำหวาน น้ำผลไม้ ลูกอม ขนมปัง แต่อย่าเยอะเกินไปนะ เดี๋ยวจะพุ่งพรวด
- เช็กน้ำตาลอีกที! หลังกินไป 15 นาที ลองวัดดูอีกทีว่าดีขึ้นยัง
- ถ้าไม่ดีขึ้น? กินอีกรอบ! วนไปจนกว่าจะรู้สึกดีขึ้น
- แล้วยา? ถ้ากินยาเบาหวานอยู่ หรือฉีดอินซูลิน ต้องรู้ไว้ว่าน้ำตาลตกอาจเกี่ยวกับยาพวกนี้
- สำคัญสุด! ถ้าอาการไม่ดีขึ้นเลย หรือเป็นบ่อยๆ ไปหาหมอเถอะ!! หมอจะช่วยปรับยา หรือหาวิธีแก้ให้
ข้อมูลเพิ่มเติมที่ควรจำ:
- สัญญาณเตือน: มือสั่น ใจสั่น หิวจัด เหงื่อออก ตัวเย็น ปวดหัว เวียนหัว ง่วงซึม มองเห็นไม่ชัด สับสน หรือร้ายแรงสุดคือชัก หมดสติ
- สาเหตุ: กินน้อยไป ออกกำลังกายหนักไป กินยาเยอะไป หรือดื่มแอลกอฮอล์
- ป้องกัน: กินอาหารให้เป็นเวลา สม่ำเสมอ อย่าขาดยา (ถ้าหมอสั่ง) รู้เท่าทันร่างกายตัวเอง
- พกติดตัว: ลูกอม น้ำหวานกล่องเล็กๆ หรือกลูโคสเจลติดกระเป๋าไว้ก็ดี เผื่อฉุกเฉิน
- บอกคนใกล้ชิด: บอกคนในครอบครัว หรือเพื่อนสนิทให้รู้ว่าเราเป็นเบาหวาน และมีอาการยังไงถ้าเกิดน้ำตาลตก จะได้ช่วยเหลือทัน
- เบาหวานชนิดที่ 1 และ 2: ภาวะน้ำตาลต่ำเกิดได้ทั้งสองชนิด แต่กลไกอาจต่างกันนิดหน่อย
- ระดับน้ำตาล: ปกติควรอยู่ระหว่าง 70-130 mg/dL ก่อนมื้ออาหาร และต่ำกว่า 180 mg/dL หลังมื้ออาหาร 2 ชั่วโมง ถ้าต่ำกว่า 70 mg/dL นี่คือสัญญาณเตือนแล้ว
- การรักษา: นอกจากกินหวานแล้ว ถ้าเกิดบ่อยๆ หมออาจพิจารณาปรับยา ลดขนาดยา หรือเปลี่ยนชนิดยา
- โรคประจำตัวอื่นๆ: ถ้ามีโรคอื่นร่วมด้วย อาจส่งผลต่อน้ำตาลในเลือดได้ ต้องแจ้งหมอให้ครบถ้วน
Precision Cancer Center... อันนี้ไม่แน่ใจว่าเกี่ยวกันยังไงนะ แต่ถ้ามีปัญหาเกี่ยวกับมะเร็งก็ลองดูที่นี่ได้
น้ําตาลต่ําในผู้ป่วยเบาหวาน เกิดจากอะไร
น้ำตาลตกอะนะ คือเวลาน้ำตาลในเลือดเรามันน้อยกว่า 50 มก./ดล. ส่วนพวกที่เป็นเบาหวานนี่มันจะต่ำกว่า 70 มก./ดล. นี่คือภาวะ น้ำตาลในเลือดต่ำ เลยนะ
ทำไมมันถึงลงง่ายจังวะ? แบบ อยู่ๆ ก็เป็นได้เลยหรอ? เคยเห็นคนน้ำตาลตกแล้วสั่นๆ เหงื่อแตกน่ากลัวมาก จริงๆ มันเกิดกระทันหันได้เลยนะ พวกผู้ป่วยเบาหวานนี่ต้องระวังสุดๆ.
ฉันเองเมื่อปีที่แล้วตอนไปเดินตลาดนัดวันอาทิตย์ ฉันไม่ได้กินข้าวเช้าไปหน่อย พอเดินเยอะๆ รู้สึกมือสั่นเลย คิดว่าตัวเองน้ำตาลตกแน่ๆ ตอนนั้นรีบหาไรหวานๆ กินทันที โชคดีมีขนมติดกระเป๋า! รอดไป โห เกือบไปแล้ว.
ทำไมต้อง 70 สำหรับคนเบาหวาน? มันต่างกันกับคนปกติที่ 50 ตั้ง 20 มก./ดล. เลยนะ งงอยู่เหมือนกัน แต่ก็ต้องจำไว้ ถ้าปล่อยไว้นานๆ นี่ เรื่องใหญ่แน่นอน อันตรายมากจริงๆ.
สาเหตุหลักๆ ของภาวะน้ำตาลตกในผู้ป่วยเบาหวาน
- ใช้ยาเบาหวานมากเกินไป ทั้งฉีดอินซูลินหรือกินยาเม็ดเยอะไป
- ลืมกินอาหาร หรือกินไม่พอตามปริมาณยาที่รับ
- ออกกำลังกายหนักไป โดยไม่ได้ปรับยาหรือปริมาณอาหารก่อน
- ดื่มแอลกอฮอล์ เยอะเกินไป
- โรคไตบางชนิด ก็อาจมีส่วนด้วยนะ อันนี้เคยอ่านเจอ
แล้วถ้าปล่อยไว้นานๆ จะเป็นไงนะ...
- มึนงง สับสน
- ชัก
- หมดสติ
- สมองเสียหาย ถ้าเป็นนานๆ หรือรุนแรง
- โคม่า คือขั้นที่แย่ที่สุดเลย
คนเป็นเบาหวานกินน้ำตาลอะไรได้บ้าง
คนเป็นเบาหวานเนี่ย...มันก็กินน้ำตาลได้นะ แต่ต้องเลือกหน่อย
น้ำตาลหญ้าหวาน ก็พอไหวนะ
หล่อฮังก๊วย ก็ดีเหมือนกัน
ไซรัปหญ้าหวาน อันนี้ก็ใช้ได้
อิควล อะไรพวกนี้ก็ลองดู
แคร์ช้อยส์ ก็มีนะ
ทำไมถึงต้องเลือก?
จริงๆ แล้วน้ำตาลที่เราคุ้นเคยกันเนี่ย มันทำให้น้ำตาลในเลือดพุ่งสูงเร็วใช่ไหมล่ะ
- พวกสารให้ความหวานแทนน้ำตาล พวกนี้มันจะให้รสหวานเหมือนกัน แต่ร่างกายเราไม่เอาไปใช้เป็นพลังงาน ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดไม่ค่อยขึ้น
แล้วไอ้ชื่อที่เห็นๆ กันเนี่ย...
- Whole Sweet เนี่ย เขาว่ากันว่าเป็นสารสกัดจากหญ้าหวาน
- Equal อันนี้ก็เป็นแบรนด์ที่ทำพวกสารให้ความหวานแทนน้ำตาล
- Stevia อันนี้ตรงตัวเลย ก็คือหญ้าหวานนั่นแหละ
- คีเต้ อันนี้ก็มีส่วนผสมของหล่อฮังก๊วย
- Smart Sugar อันนี้ก็มาจากหญ้าหวานเหมือนกัน
- CareChoice ก็เป็นอีกแบรนด์ที่มีตัวเลือกให้
แต่...
ถึงจะกินได้ก็อย่าเยอะนะ ค่อยๆ กิน
- อ่านฉลาก สำคัญมาก ดูส่วนผสมดีๆ
- ปรึกษาหมอ อันนี้ชัวร์สุด จะได้รู้ว่าอะไรเหมาะกับเราจริงๆ
บางทีก็คิดนะ...ว่าความหวานที่แท้จริงมันอยู่ตรงไหนนะ...
คนเป็นเบาหวานกินอะไรแทนน้ำตาลได้
คนเป็นเบาหวานกินอะไรแทนน้ําตาลได้? อืมมม จริงๆ มีหลายอย่างเลยนะที่ใช้กันบ่อยๆ หลักๆ ก็พวก หญ้าหวาน นี่แหละ กับ หล่อฮังก๊วย สองอันนี้คือตัวท็อปๆ เลยที่คนเป็นเบาหวานหรือพวกกินคีโตชอบใช้ ฉันเองก็ชอบนะ เอามาใส่กาแฟตอนเช้านี่ดีเลย ไม่ต้องกลัวน้ำตาลพุ่ง
ทำไมถึงใช้ได้? ก็เพราะพวกนี้มันมี ดัชนีน้ำตาลต่ำ มากๆ ไง แทบไม่มีผลกับระดับน้ำตาลในเลือดเลย กินได้ในปริมาณที่เหมาะสม คือนิดหน่อยก็พอแล้ว ไม่ต้องเยอะหรอก เหมือนฉันไง แค่ช้อนเล็กๆ ก็พอแล้วนะ ไม่ได้ทำให้หวานเจี๊ยบอะไรขนาดนั้น
แล้ว Erythritol ล่ะ? อันนี้ก็เป็นอีกตัวที่เห็นบ่อยนะ โดยเฉพาะในพวกขนมคีโต หรืออาหารที่เน้นคาร์โบไฮเดรตต่ำ มันคือน้ำตาลแอลกอฮอล์ชนิดหนึ่งนั่นแหละ ใช้ทดแทนน้ำตาลได้ดี เลย หวานก็คล้ายน้ำตาลนะ แต่ไม่ให้พลังงานเยอะเท่า อ้อ! เห็นเขาว่ามันไม่ค่อยทำให้ฟันผุด้วยนะ อันนี้ดีเลย ฉันเองก็ชอบนะ รสชาติมันโอเคอยู่
บางทีก็มีคำถามนะ ว่ากินเยอะไปจะเป็นอะไรไหม ก็คงต้องดูปริมาณที่เหมาะสมแหละ ทุกอย่างต้องพอดี ไม่มากไปไม่น้อยไป สุขภาพสำคัญที่สุด จริงๆ แล้วยังมีสารให้ความหวานอื่นๆ อีกนะ แต่สามตัวนี้คือตัวหลักๆ ที่คนพูดถึงบ่อยและหาซื้อง่ายด้วยแหละ
เผื่อข้อมูลเพิ่มเติมนะ พวกสารให้ความหวานอื่นๆ ที่อาจจะเจอ:
- ไซลิทอล (Xylitol): ก็เป็นน้ำตาลแอลกอฮอล์อีกตัวนะ หวานพอๆ กับน้ำตาลเลย แคลอรี่ต่ำกว่า แต่ถ้ากินเยอะๆ บางคนอาจจะท้องเสียได้นะ
- ซูคราโลส (Sucralose): อันนี้ก็ฮิตในเครื่องดื่มไดเอท หวานกว่าน้ำตาลหลายร้อยเท่าเลย ใช้แค่ติ่งเดียวก็หวานแล้ว ไม่มีแคลอรี่ด้วย
- แอสปาร์แตม (Aspartame): เคยเห็นในน้ำอัดลมไดเอทเยอะนะ แคลอรี่ต่ำมากเหมือนกัน แต่บางคนก็มีข้อกังวลเรื่องผลข้างเคียงนะ ต้องศึกษาดีๆ
- แซคคาริน (Saccharin): เป็นสารให้ความหวานตัวแรกๆ เลย รสชาติอาจจะมีรสขมติดปลายลิ้นนิดหน่อย ถ้าใช้เยอะไป
- มอลติตอล (Maltitol): อีกหนึ่งน้ำตาลแอลกอฮอล์ มักจะใช้ในขนมเบเกอรี่สำหรับผู้ป่วยเบาหวาน ให้พลังงานต่ำกว่าน้ำตาลนิดหน่อย
จำไว้ว่าพวกนี้ช่วยให้เรายังได้รสหวานอยู่ แต่ก็ควรใช้ในปริมาณที่พอดีนะ เลือกที่เหมาะกับตัวเองที่สุด
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต