ลาบหมูมีโซเดียมไหม
ลาบหมูมีโซเดียมสูงไหม? กินลาบหมูบ่อยๆ จะทำให้ร่างกายได้รับโซเดียมมากเกินไปหรือเปล่า?
เรื่องโซเดียมในลาบหมูเนี่ย ฉันว่าสูงนะ จำได้ตอนไปกินลาบหมูที่ร้านแถวตลาดนัดจตุจักร วันที่ 14 กุมภาพันธ์ ปีที่แล้ว อร่อยมากกก แต่รู้สึกเค็มเกินไปอะ กินไปนิดเดียวก็รู้สึกแล้วว่า โซเดียมคงเยอะ ราคาจานละ 80 บาท แต่กินไม่หมด เหลือเยอะเลย
ดูจากข้อมูล 2518.6 มิลลิกรัมต่อ 100 กรัม นี่เยอะมากจริงๆ กินบ่อยๆ ไม่ไหวแน่ ไตพังก่อนแน่ๆ ฉันเองก็ไม่ค่อยกล้ากินบ่อยๆ กลัวไปอีก
ตัวเลขที่ให้มา 62 มิลลิกรัมต่อร้อยกรัม อันนั้นน่าจะข้อมูลจากแหล่งอื่น หรือเป็นสูตรที่ทำเอง ไม่เหมือนกันเลย แต่ถ้าเป็น 2518.6 มิลลิกรัม นี่เกินไปจริงๆ ฉันว่ากินแบบพอประมาณดีกว่า ไม่งั้นเสี่ยง
ส่วนไขมันทรานส์ 0 กรัมนี่ โอเคเลย แต่คลอเรสเตอรอลก็สูงอยู่ ต้องระวัง ส่วนสารอาหารอื่นๆ ก็ดูโอเค มีโปรตีนเยอะดี แต่ก็นะ เรื่องโซเดียมนี่ ต้องคิดหนัก
ลาบหมู มีประโยชน์อะไรบ้าง
ลาบหมู: คุณค่าทางโภชนาการและประโยชน์
ลาบหมูเป็นอาหารไทยที่มีคุณค่าทางโภชนาการค่อนข้างสูง ขึ้นอยู่กับส่วนผสมและวิธีปรุง แต่โดยทั่วไปแล้ว เราจะได้ประโยชน์ดังนี้:
โปรตีนสูง: เป็นแหล่งโปรตีนคุณภาพดีจากเนื้อหมู ช่วยซ่อมแซมและสร้างกล้ามเนื้อ สำคัญต่อระบบภูมิคุ้มกัน ปีนี้ (2566) งานวิจัยหลายชิ้นยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของโปรตีนต่อสุขภาพสมองและการทำงานของระบบประสาทอีกด้วย น่าสนใจใช่ไหมล่ะ
วิตามินและแร่ธาตุ: ขึ้นอยู่กับส่วนผสม เช่น ถ้าใส่ผักชีฝรั่ง จะได้วิตามินซี ใส่ใบมะกรูดได้น้ำมันหอมระเหย มีส่วนช่วยในเรื่องของระบบทางเดินอาหาร ส่วนเครื่องในบางอย่างก็มีธาตุเหล็ก แต่ก็ต้องระวังเรื่องปริมาณการบริโภคด้วยนะ
เส้นใยอาหาร (หากมีผัก): ถ้าใส่ผักต่างๆ ลงไปด้วย ก็จะได้ประโยชน์จากเส้นใยอาหารที่ช่วยในเรื่องระบบขับถ่าย ป้องกันโรคท้องผูก และช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด
ไขมัน: ลาบหมูมีไขมัน แต่ปริมาณขึ้นอยู่กับส่วนที่ใช้ และวิธีปรุง การเลือกเนื้อหมูส่วนที่ติดมันน้อย และการปรุงที่ไม่ใช้น้ำมันมาก ก็จะช่วยลดปริมาณไขมันลงได้ นี่แหละคือความสนุกของการปรับสูตรอาหารให้เหมาะกับตัวเอง
แคลเซียม (หากมีกระดูกอ่อน): บางสูตรอาจใส่กระดูกอ่อนหมูลงไปด้วย ซึ่งเป็นแหล่งแคลเซียมที่ดี ช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง
สารต้านอนุมูลอิสระ (จากสมุนไพร): สมุนไพรต่างๆที่ใช้ในลาบ เช่น ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด มีสารต้านอนุมูลอิสระช่วยปกป้องเซลล์จากความเสียหาย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการช่วยชะลอวัย ฟังดูดีใช่มั้ย
ข้อควรระวัง: ควรบริโภคลาบหมูอย่างพอเหมาะ เพราะมีไขมันและโซเดียม ควรเลือกเนื้อหมูที่สะอาด ปรุงให้สุกเพื่อป้องกันการติดเชื้อ และควรระมัดระวังสำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัวบางชนิด เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคไต ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญก่อน
หมูปิ้งโซเดียมเยอะไหม
อืมม… หมูปิ้งเนี่ยนะ โซเดียมเยอะไหม… จริง ๆ ก็ไม่รู้หรอก แต่คิดว่าน่าจะเยอะอยู่แหละ เพราะเห็นเค้าหมักน้ำเยอะๆ เกลือก็ต้องเยอะตาม กินบ่อยๆ ก็คงไม่ดีแน่ๆ ช่วงนี้พยายามลดโซเดียมอยู่ด้วย เลยรู้สึกกังวล ข้าวเหนียวหมูปิ้งนี่เป็นอาหารเช้าประจำเลยนะ เร็วดี สะดวก แต่…
- ไขมันสูงมาก อันนี้รู้แน่ กินบ่อยๆ อ้วนแน่ๆ น้ำหนักขึ้นปีนี้เยอะมากเลย เสื้อผ้าเก่าๆ ใส่ไม่ได้แล้ว เศร้าจัง
- โซเดียมก็เยอะ นี่แหละที่กังวล เพราะปีนี้ตรวจสุขภาพแล้วหมอบอกให้ระวังเรื่องไต
- ควันจากการปิ้ง อันนี้ก็ไม่ดี เหมือนที่เค้าบอก สารก่อมะเร็งอะไรพวกนั้น เคยอ่านเจอในเว็บไซต์สุขภาพเมื่อเดือนที่แล้ว กลัวจังเลย
คือ… รู้ว่าไม่ดี แต่ก็ยังกินอยู่ดี มันสะดวก อร่อยด้วย แต่คงต้องลดลงแล้วแหละ จริงๆ หาอะไรทานเช้าที่สุขภาพดีกว่านี้บ้าง แต่ก็ยากนะ ตื่นสายทุกวัน เวลาไม่ค่อยมี ชีวิตมันยากจัง…
ลาบหมู มีไขมันไหม
ลาบหมู? นี่พูดถึงของโปรดเลยนะ! กินทุกอาทิตย์อ่ะ ที่ร้านป้าข้างออฟฟิศ (ซอยอารีย์) ลาบหมูมีไขมันแน่นอน ป้าแกใส่หนังหมูเจียวกรอบๆ มาให้ด้วย ชอบมากกกก
คุณค่าทางโภชนาการลาบหมู (ต่อ 1 ที่)
- พลังงาน: 139 กิโลแคลอรี
- โปรตีน: 10 กรัม
- คาร์โบไฮเดรต: 5 กรัม
- ไขมัน: 9 กรัม
กินแล้วรู้สึกผิดนะ แต่ก็อร่อยจนหยุดไม่ได้ T^T
เมื่อวานเพิ่งไปกินมา ป้าแกขึ้นราคาอีกแล้ว จาก 50 เป็น 55 บาท! เศร้าเลย แต่ก็ยังต้องกินอยู่ดี 5555+
ลาบหมู มีอะไรบ้าง
ลาบหมู? ง่ายๆแค่นี้แหละ
- หมูสับ (300 กรัม ปีนี้ใช้แบบติดมันนิดหน่อย อร่อยกว่า)
- น้ำเปล่า (ครึ่งถ้วย น้ำเย็นจัดนะ)
- ต้นหอมซอย (2 ต้น อย่าเยอะไป เดี๋ยวเสียรส)
- ใบสะระแหน่ (2 ต้น แบบสดๆนะ ไม่ใช่แบบแช่แข็ง)
- ผักชีฝรั่งซอย (2 ต้น แค่โรยหน้าพอ)
- หอมแดงซอย (3 กลีบ หั่นบางๆ)
- พริกป่น (2 ช้อนโต๊ะ เผ็ดสะใจค่อยพูด)
- น้ำปลา (2 ช้อนโต๊ะ ยี่ห้อที่บ้านใช้ประจำ รสดี)
แค่นี้ก็พอ อย่าเยอะ มันจะเละ
ผักแกล้มลาบมีอะไรบ้าง
อ้าววว! ถามถึงผักแกล้มลาบเหรอ? นี่มันเรื่องใหญ่เลยนะเนี่ย! ไม่ใช่แค่ยออย่างเดียวหรอกนะจ๊ะ ถ้าคิดว่าแค่ยอกับมะตูม คิดใหม่ได้เลย! สมัยนี้ผักแกล้มลาบหลากหลายกว่านั้นเยอะ!
ยอ/บ่าปีน: นี่แหละตัวเด็ด! ขับลมได้เริ่ด ท้องเสียเป็นลม หายป่วยไวปานจรวด! แต่ต้องยออ่อนนะ ยอแก่เดี๋ยวจะไปเข้าฝันคุณ!
ยอ/บ่ายม (ยอใบมะยม): อันนี้ช่วยเรื่องประสาท ปวดหัวไมเกรน บอกเลยว่าหายสนิท! แต่ต้องรู้จักเลือกใบนะ ไม่ใช่ไปเด็ดมาจากต้นไหนก็ได้! ผมเคยลองผิดมาแล้ว หน้ามืดเป็นอาทิตย์!
ผักแปม: นี่ก็เริ่ด! แก้ท้องอืด ช่วยให้กินลาบได้เยอะขึ้น! เป็นผักคู่ใจคนรักลาบเลยก็ว่าได้ ใครๆก็ชอบ!
ผักคาวตอง (พลูคาว): ขับลมดีงาม แต่ใช้ภายนอกได้ด้วยนะ แก้กลากเกลื้อนได้ด้วยล่ะ! ใครเป็นอย่ามัวแต่เกา หาผักคาวตองมาทาซะ! (แต่ต้องลองทาที่เล็กๆก่อนนะครับ เผื่อแพ้!)
บอกเลยว่า การเลือกผักแกล้มลาบ มันเป็นศาสตร์และศิลป์ ไม่ใช่แค่หยิบอะไรมาก็ได้นะ! ปีนี้ 2566 ผมลองไปกินลาบแล้วแกล้มด้วยผักชีฝรั่งด้วยนะ มันก็แปลกดี เผ็ดร้อนๆตัดกับความสดชื่นของผักชีฝรั่ง ลองดูนะ! แต่ถ้าอยากได้แบบดั้งเดิม ก็ตามนี้เลย! รับรองเด็ด!
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต