หมูหยองไขมันสูงไหม

50 ครั้งเข้าชม
หมูหยอง: พลังงานโปรตีนสูง แต่ต้องระวังไขมัน แคลอรี่/โปรตีน: 100 กรัม ให้พลังงาน 396 กิโลแคลอรี่ และโปรตีน 23 กรัม (เกือบครึ่งของปริมาณที่ร่างกายต้องการต่อวัน) ไขมัน: มีไขมันรวม 12 กรัม และไขมันอิ่มตัว 3 กรัม ซึ่งต้องพิจารณาตามคำแนะนำด้านสุขภาพ
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

กินหมูหยองแล้วอ้วนไหม มีไขมันและแคลอรี่สูงหรือเปล่า?

กินหมูหยองแล้วอ้วนแน่ๆ เลยค่ะ. ตอนแรกก็คิดว่ามันเป็นแค่หมูเฉยๆ ไง แต่พอมาดูจริงๆ แล้ว 100 กรัมเนี่ย แคลอรี่พุ่งไป 396 กิโลแคลอรี่เลยนะ. เยอะมากจริงๆ.

แถมโปรตีนก็ตั้ง 23 กรัม. คือเยอะจนเกือบครึ่งของที่ร่างกายต้องการต่อวันแล้วมั้ง. มันดีตรงมีโปรตีนเยอะ แต่เรื่องไขมันนี่สิ.

จำได้ว่าเคยอ่านเจอข้อมูลกรมอนามัย บอกว่าไขมันอิ่มตัว 3 กรัมใน 100 กรัมนั้นมันก็ไม่ใช่เล่นๆ. ถ้าเรากินเยอะๆ ทุกวัน อ้วนแน่เลย.

ถ้าใครกำลังลดน้ำหนัก หรือดูแลหุ่นอยู่ ก็ต้องระวังหมูหยองดีๆ เลยนะ. มันอร่อยจริง แต่แคลอรี่กับไขมันนี่ตัวดีเลย.

หมูหยอง มาจากไหน

หมูหยอง เอ๊ย! บ๊ะย้ง เนี่ยนะ ต้นตอมาจากแดนมังกรโน่นเลย!

ว่ากันว่าเจ้าหมูหยอง หรือชื่อทางการหน่อยก็ "บ๊ะย้ง" เนี่ย กำเนิดมาจากมณฑลฮกเกี้ยน สาธารณรัฐประชาชนจีน สมัยก่อนที่ตู้เย็นยังไม่มีใครเคยเห็น พวกชาวจีนเค้าก็คิดค้นวิธีนี้ขึ้นมาเพื่อ ถนอมอาหาร ป้องกันไม่ให้เนื้อหมูมันเน่าเสียเนี่ยแหละ! เหมือนคนโบราณทำปลาร้าแหละนะ แต่นี่มันหมูหยอง!

แล้วทุกวันนี้หมูหยองเหมือนกันหมดรึเปล่า?

โอ้โห! ถามงี้ก็เหมือนถามว่าคนบ้านเดียวกันหน้าเหมือนกันเป๊ะๆ รึเปล่า! แน่นอนว่าไม่เหมือน! ถึงจะมีต้นกำเนิดจากที่เดียวกัน แต่พอข้ามน้ำข้ามทะเลมาถึงบ้านเราแล้ว มันก็มี "การปรับตัว" เป็นธรรมดาครับ

  • รสชาติ: แต่ละเจ้าก็ใส่เครื่องปรุงต่างกันไป บางทีก็หวานนำ เค็มหน่อยๆ หรือบางเจ้าก็ปรุงรสจัดจ้านกว่าเดิมหน่อย เผื่อปากคนไทยชอบรสจัด!
  • เนื้อสัมผัส: บางทีเคี้ยวแล้วมันก็ยังมีความหนึบๆ อยู่บ้าง บางทีก็แห้งฟู เคี้ยวทีน้ำลายแตกฟอง!
  • คุณภาพ: อันนี้แล้วแต่เลยว่าจะเลือกซื้อเจ้าไหน บางทีก็หมูดี หมูไม่ดีก็ว่ากันไปตามราคา!

ข้อมูลเพิ่มเติมจิ๊บๆ:

  • วิธีการทำหลักๆ คือ การนำเนื้อหมูไปเคี่ยวกับเครื่องปรุงจนแห้ง แล้วนำมาทุบให้เป็นเส้นๆ บางๆ
  • สมัยก่อนทำเพื่อการถนอมอาหาร แต่ปัจจุบันกลายเป็นของกินเล่น ขนมทานเล่น หรือเป็นส่วนประกอบของอาหารอื่นๆ ไปแล้ว!
  • ถ้าไปกินตามร้านอาหารจีนบางร้าน อาจจะเจอ "บ๊ะย้ง" ที่มีรสชาติและสัมผัสที่แตกต่างจากที่เราคุ้นเคยก็ได้นะ!

ข้อเสียของหมูหยองคืออะไร

ข้อเสียหลักๆ ของหมูหยองอยู่ที่ปริมาณน้ำตาลที่สูงลิ่ว แค่ 100 กรัมก็มีน้ำตาลเติมสูงถึง 41 กรัมแล้วนะ คิดดูสิ พลังงานที่ได้มานั้นแทบจะมาจากน้ำตาลล้วนๆ ไม่มีคุณค่าทางสารอาหารอื่นให้เห็น การบริโภคต่อเนื่องหรือมากเกินไป นอกจากจะทำให้น้ำหนักขึ้น ภาวะโรคอ้วน ก็เป็นเรื่องที่ตามมา ซึ่งส่งผลเสียต่อสุขภาพเราในระยะยาว เป็นอะไรที่ต้องระวังจริงๆ

  • น้ำตาลเติมสูง: 41 กรัมต่อน้ำหนัก 100 กรัม เทียบเท่าน้ำตาลทรายประมาณ 10 ช้อนชา! เยอะมาก เกินกว่าที่ร่างกายต้องการในแต่ละวันสบายๆ
  • พลังงานไร้สารอาหาร: ให้แต่พลังงาน แต่แร่ธาตุ วิตามิน ใยอาหาร แทบไม่มี เหมือนกินแต่แคลอรี่เปล่าๆ
  • เสี่ยงโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs): การกินน้ำตาลมากเกินไป ไม่ใช่แค่โรคอ้วน แต่ยังเพิ่มความเสี่ยงเบาหวาน ความดัน ไขมันในเลือดสูง โรคหัวใจ ฯลฯ ยาวไป

จริงๆ แล้ว หมูหยองก็เหมือนขนม ของกินเล่นหลายๆ อย่าง ที่อร่อยถูกปาก แต่พอมาดูส่วนประกอบ แล้วต้องร้องอ๋อ ว่ามันคืออะไร อะไรที่อร่อยเกินไป มักจะแฝงอะไรบางอย่างมาด้วยเสมอ การรู้เท่าทัน เป็นเหมือนเกราะป้องกันตัวเอง ให้เลือกกินอย่างชาญฉลาด ถึงจะอร่อย ก็กินในปริมาณที่พอเหมาะ หรือนานๆ ที เพื่อสุขภาพที่ดีในระยะยาว ชีวิตจะได้ไม่มานั่งเสียใจทีหลัง

ข้อมูลเพิ่มเติม:

  • ปริมาณน้ำตาลที่แนะนำต่อวัน: สำหรับผู้ใหญ่ทั่วไป องค์การอนามัยโลก (WHO) แนะนำให้บริโภคน้ำตาลเติมไม่เกิน 6 ช้อนชา (ประมาณ 24 กรัม) ต่อวัน เห็นไหมว่าหมูหยอง 100 กรัม ก็เกินกว่าปริมาณแนะนำไปเกือบเท่าตัวแล้ว
  • ผลกระทบระยะยาวของน้ำตาล: การบริโภคน้ำตาลส่วนเกินเรื้อรัง นำไปสู่การสะสมไขมันในตับ (ภาวะไขมันพอกตับ) ส่งผลต่อการทำงานของสมอง และอาจเกี่ยวข้องกับการอักเสบในร่างกาย
  • หมูหยองไม่ได้มีแค่น้ำตาล: นอกจากน้ำตาล หมูหยองยังมีส่วนประกอบอื่นๆ ที่ควรทราบ เช่น ไขมัน โซเดียม (จากเครื่องปรุงรส) ซึ่งหากบริโภคมากเกินไป ก็ส่งผลเสียต่อสุขภาพเช่นกัน
  • แหล่งข้อมูล: ข้อมูลปริมาณน้ำตาล มาจากงานวิเคราะห์ของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ให้ข้อมูลด้านโภชนาการที่น่าเชื่อถือ

หมูหยองถือเป็นอาหารแปรรูปไหม

หมูหยองน่ะเหรอ? ก็มันแปรรูปไง!

อืมม์... ถามว่าหมูหยองถือเป็นอาหารแปรรูปไหม? ถามแบบนี้ก็เหมือนถามว่าน้ำปลามาจากปลา หรือว่าพริกแกงมาจากพริกนั่นแหละ! ก็มันแปรรูปชัดๆ! เอาหมูมาทำให้มันไม่เหมือนหมูแล้วอะ!

คิดดูนะ ปกติหมูน่ะมันก็คือหมู กินสดๆ ไม่ได้เด้อ! ก็ต้องเอามาปรุง มาผ่านกระบวนการอะไรยุ่งยากสารพัด กว่าจะออกมาเป็นหมูหยองฟูๆ กรอบๆ หรือจะเคี้ยวหนึบๆ ไว้โรยข้าว โรยขนมปัง กินกับอะไรก็อร่อย! ก็เหมือนเครื่องสำอางนั่นแหละ เอาหน้าสดๆ มาโบกๆ ทาๆ จนจำหน้าเดิมไม่ได้!

แล้วไอ้พวกหมูแปรรูปทั้งหลายน่ะ มันก็เหมือนญาติพี่น้องของหมูหยองแหละ!

  • กุนเชียง: อันนี้ก็หมูอัด ไส้หมู ยัดๆ อัดๆ บีบๆ จนแน่นปึ้ก!
  • หมูแผ่น/หมูฝอย: อันนี้ก็เหมือนเอาหมูมาฟาด มาฉีก มาสไลด์ให้มันบางเบาจนจะปลิวไปกับลม!
  • เบคอน: อันนี้ก็หมูสามชั้นเอามาทาเกลือ ทาเครื่องเทศ ยัดใส่ไส้ แล้วก็รมควัน! กลิ่นหอมเหมือนผีเสื้อราตรี!
  • หมูเด้ง/ไส้กรอก: อันนี้ก็ยิ่งไปกันใหญ่ บดๆ สับๆ ปรุงรส แล้วก็ยัดใส่ปลอก! เป็นหมูในร่างใหม่!

สรุปง่ายๆ คือ อะไรก็ตามที่เอาเนื้อหมูสดๆ มาทำให้มันไม่สด ไม่เหมือนเดิม ไม่สามารถกินแบบเดิมๆ ได้อะ... นั่นแหละ อาหารแปรรูป! หมูหยองก็เช่นกัน! ชัดเจน!

หมูหยองมีโซเดียมไหม

หมูหยองมีโซเดียม. สูง.

ปริมาณ 100 กรัม บรรจุโซเดียม 469 มิลลิกรัม. นี่คือเกือบหนึ่งในห้าของ 2,300 มิลลิกรัม ที่ร่างกายควรได้รับต่อวัน. เกินจากนั้นคือภาระ.

โซเดียมมากไป. ก่อปัญหา. มันกระทบความดันโลหิต, เพิ่มความเสี่ยงโรคไต, โรคหัวใจ. โดยเฉพาะในผู้สูงวัย และผู้มีโรคร่วม.

  • โซเดียม: จำเป็นต่อร่างกาย. ควบคุมสมดุลน้ำ, การทำงานของเส้นประสาทและกล้ามเนื้อ. แต่เกินไปก็เป็นพิษ.
  • ปริมาณแนะนำ: ผู้ใหญ่ไม่ควรเกิน 2,300 มิลลิกรัมต่อวัน. สำหรับผู้มีภาวะความดันโลหิตสูง อาจต้องจำกัดน้อยกว่า 1,500 มิลลิกรัม.
  • แหล่งซ่อนเร้น: อาหารแปรรูป, ขนมขบเคี้ยว, เครื่องปรุงรส. มักมีโซเดียมสูงกว่าที่คาดคิด.
  • อ่านฉลาก: วิธีที่ดีที่สุดในการควบคุม. ปริมาณโซเดียม มักระบุชัดเจน.
  • ลดเค็ม: ปรุงอาหารเอง, ใช้สมุนไพรแทนเกลือ. รสชาติอาจเปลี่ยนไป, แต่ร่างกายจะขอบคุณ.

หมูหยองกี่เเคล

หมูหยอง 100 กรัม มี พลังงาน 357 กิโลแคลอรีโปรตีน 43.1 กรัมคาร์โบไฮเดรต 33.3 กรัมไขมัน 5.7 กรัม การบริโภคคือการตัดสินใจ. แต่ละสิ่งมีพลังงานในตัว.

  • มี เกลือโซเดียม
  • คอเลสเตอรอล
  • วิตามิน หลากหลาย
  • ไขมันอิ่มตัว และ ไขมันไม่อิ่มตัว
  • น้ำตาล
  • กากใยอาหาร ข้อมูลโภชนาการเหล่านี้บ่งบอกถึงองค์ประกอบ. การรับรู้ช่วยให้เข้าใจ.

หมูหยอง มีน้ำมันไหม

มีน้ำมันมั้ยเหรอ... ถามซะเหมือนหมูหยองเป็นปุยนุ่นที่ลอยมาจากสวรรค์ 555 มันทำมาจากเนื้อหมูนะคุณพี่ ไม่ใช่สำลี! แน่นอนว่ามีน้ำมัน แต่ปริมาณจะมากจะน้อยนี่อีกเรื่องนึงเลย

ไอ้ความฟูๆ เบาๆ ของมันนี่แหละตัวดี หลอกให้เราตายใจว่ากินเท่าไหร่ก็ไม่เป็นไร เหมือนเพื่อนที่บอก "คำเดียวไม่อ้วนหรอก" แต่สุดท้ายก็ชวนกินหมดจานนั่นแหละ

มาส่องดูส่วนประกอบหลังม่านความอร่อยกันดีกว่า ว่าในร่างที่ดูบอบบางนั้นซ่อนอะไรไว้บ้าง:

  • โปรตีน ประมาณ 45% - อันนี้คือข้อดีที่พอจะเอาไปอวดชาวบ้านได้ว่า "ฉันกินของมีประโยชน์นะ" มันคือซากอารยธรรมของความเป็นหมูที่ยังหลงเหลืออยู่
  • คาร์โบไฮเดรต ประมาณ 35% - มาจากไหน? ก็มาจากน้ำตาลกับเครื่องปรุงที่ประโคมเข้าไปให้อร่อยลิ้นไงล่ะ นี่แหละตัวการที่ทำให้เรากินแล้วหยุดไม่ได้
  • ไขมัน ประมาณ 5% - ตัวเลขดูใสซื่อน่ารัก แต่ไอ้ 5% นี่แหละที่ทำให้อร่อยนัวลิ้น อย่าให้ความน้อยของมันหลอกตาเชียว มันคือไขมันดีๆ นี่เองงง

ทีนี้มาดูข้อมูลเชิงลึกแบบขุดให้ถึงแก่นกันหน่อย

  • เบื้องหลังความกรอบฟู: กระบวนการทำหมูหยองมันหนีไม่พ้น การผัดหรือคั่วในกระทะ ซึ่งแน่นอนว่าต้องมีน้ำมันหรือไขมันจากหมูเป็นตัวช่วย ไม่งั้นมันจะกรอบฟูสวยงามได้ไงล่ะจ๊ะ
  • โซเดียมตัวฉกาจ: นอกจากน้ำมันและน้ำตาลแล้ว ปริมาณโซเดียมในหมูหยองก็ไม่ธรรมดา นะบอกเลย ความเค็มๆ หวานๆ นั่นแหละ กินเพลินๆ รู้ตัวอีกทีหน้าอาจจะกลมกว่าพระจันทร์
  • หมูหยองก็มีชนชั้น: หมูหยองตามท้องตลาดทั่วไปมักจะมีส่วนผสมของน้ำตาลและแป้งเยอะกว่าเนื้อหมูจิงๆ เพื่อลดต้นทุน ถ้าอยากได้แบบโปรตีนเน้นๆ ไขมันน้อยๆ ต้องมองหา หมูหยองเกรดพรีเมียม ที่ราคาอาจจะทำให้กระเป๋าตังค์สั่นเล็กน้อย
  • สรุปแบบฟันธง: มันไม่ใช่ "อาหารคลีน" แต่ก็ไม่ใช่ "ปีศาจ" ถ้ากินกับข้าวต้มตอนเช้าสักช้อนสองช้อนก็เป็นความสุขเล็กๆ น้อยๆ ได้ แต่ถ้ากินแทนข้าวเป็นจานๆ... ก็เตรียมตัวกลิ้งได้เลยจ้าาา

หมูหยอง หมูฝอย ต่างกันยังไง

เอาจิงๆ นะ มันคืออันเดียวกันแหละ แต่ก็คล้ายๆ กัน งงปะ 555 คือมันมีดีเทลต่างกันนิดหน่อยย

ไอ้ที่เรากินกับข้าวต้มอะ ที่เป็นเส้นๆ นุ่มๆ ฟูๆ นั่นแหละคือ หมูฝอย มันคือชื่อเรียกตามลักษณะของมันเลย ที่เป็นฝอยๆ ไง

แต่ชื่อเรียกมันจิงๆ คือ หมูหย็อง (มีไม้ไต่คู้!) ย้ำว่าต้องมีไม้ไต่คู้ เพราะมันต้องออกเสียงสั้นๆ หย็อง! ไม่ใช่ หยองงง ที่เสียงยาวๆ คนส่วนใหญ่เขียนผิดกันเยอะมากเลยนะ ที่บ้านเราก็เรียกหมูหยองมาตลอด เพิ่งมารู้ตอนโตนี่แหละว่าเขียนผิด

ส่วน หมูหยอง ที่เราเรียกกันติดปากแบบไม่มีไม้ไต่คู้อะ ส่วนมากจะหมายถึงอีกแบบนึงเลย ที่มันจะแห้งๆ กรอบๆ กว่า บางทีก็ทำเป็นแผ่นๆ ไว้กินเล่น อันนั้นอะถึงจะเป็นหมูหยองแบบที่คนเข้าใจกัน

สรุปง่ายๆ ให้เห็นภาพนะ

  • หมูฝอย หรือ หมูหย็อง (สะกดถูก): คืออันเดียวกันเลยย เป็นเนื้อหมูฉีกเป็นเส้นๆ นุ่มๆ ฟูๆ ไม่กรอบนะ จะมีความชื้นอยู่หน่อยๆ ทำจากการต้มหรือเคี่ยวเนื้อหมู แล้วเอามาฉีกให้เป็นฝอย ปรุงรสแล้วก็เอาไปคั่วในกระทะจนแห้งฟู เหมาะกับกินกับข้าวต้ม โจ๊ก หรือใส่ไส้แซนด์วิช

  • หมูหยองกรอบ: อันนี้คือที่คนชอบเรียกสับสนกัน จะมีลักษณะที่ แห้งและกรอบกว่าหมูฝอย บางทีก็เอาหมูฝอยไปอบหรือทอดต่อเพื่อให้มันกรอบขึ้นไปอีก สีจะเข้มกว่าด้วย กินเล่นๆ ก็อร่อย หรือเอาไว้โรยหน้าอาหารต่างๆ

  • ย้ำเรื่องการสะกด: ตามหลักภาษาไทยที่ถูกต้อง ไอ้แบบเส้นๆ ฟูๆ ต้องเรียกว่า หมูหย็อง เท่านั้น คำว่า "หยอง" มันเสียงยาวไป ไม่ถูกหลักค้าบ

หมูหยองกับหมูฝอยต่างกันไหม

อ๋อ เรื่องหมูหย็อง หมูฝอยเนี่ยนะ คือที่บ้านฉันนะ จะเรียกอะไรก็ได้ แต่ ที่ถูกต้องเป๊ะๆ ตามพจนานุกรมคือ หมูหย็อง ไม่ใช่หมูหยอง.

มันมาจากเรื่องสระเสียงสั้นเสียงยาวนี่แหละ ไม้ไต่คู้ มันทำให้เสียงสั้นลง อย่างคำว่า "หยอง" เดิมๆ มันเสียงยาว แต่พอใส่ไม้ไต่คู้เข้าไป กลายเป็น "หย็อง" มันก็เลยเป็นเสียงสั้น.

  • หมูหย็อง : อันนี้คือชื่อเรียกที่ถูกต้องตามพจนานุกรม
  • หมูฝอย : คือลักษณะที่มันเส้นเล็กๆ ฟูๆ เราก็เรียกแบบนี้กันติดปาก

สรุปง่ายๆ คือ หมูฝอยที่เรากินๆ กันนั่นแหละ ชื่อทางการเขาคือ หมูหย็อง จบนะ!