อาหารแห้งต้องแช่ตู้เย็นไหม

75 ครั้งเข้าชม
อาหารแห้งต้องแช่ตู้เย็นหรือไม่โดยทั่วไปไม่จำเป็นต้องแช่ตู้เย็น ควรเก็บรักษาในที่แห้ง อากาศถ่ายเทสะดวก พ้นจากแสงแดดและความร้อนเพื่อคงคุณภาพอาหารอย่างไรก็ตาม อาหารแห้งบางชนิด เช่น ถั่ว ธัญพืช หรือผลไม้อบแห้ง การนำไปแช่ตู้เย็นโดยใส่ภาชนะที่ปิดสนิท จะช่วยยืดอายุการเก็บรักษาและป้องกันมอดได้ดียิ่งขึ้น
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

อาหารแห้งควรเก็บในตู้เย็นหรือไม่? อุณหภูมิที่เหมาะสมคือเท่าใด?

อาหารแห้งเนี่ยนะ จะเอาเข้าตู้เย็นดีไหม?

จริงๆ แล้วอาหารแห้งส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องแช่ตู้เย็นเลยนะ ถ้าเราเก็บมันดีๆ หน่อย

หลักๆ คือหาที่แห้งๆ โปร่งๆ หน่อย ที่สำคัญคืออย่าให้อับชื้น แสงแดดส่องถึงนี่ตัวดีเลย ทำลายคุณภาพอาหารเราหมด

เคยเจอแบบข้าวสารซื้อมาเป็นถุงใหญ่ๆ แล้วแบบ ลืมไว้ในครัวที่แดดส่องเข้าถึงนิดหน่อย พอกลับไปดู เม็ดข้าวเริ่มออกสีเหลืองๆ ไม่ใสเหมือนเดิมเลย

แต่ก็มีบางประเภทนะ ที่พอจะเอาเข้าตู้เย็นได้บ้าง ถ้าอยากยืดอายุ หรือว่ากลัวชื้นมากๆ

เรื่องอุณหภูมินี่ ถ้าจะแช่ตู้เย็น ก็อุณหภูมิปกติของตู้เย็นทั่วไปนั่นแหละ ประมาณ 4 องศาเซลเซียส ก็กำลังดี

ถ้าให้ดีที่สุดนะ ให้หาภาชนะที่ปิดสนิทหน่อย พวกกล่องสุญญากาศ หรือถุงซิปล็อกดีๆ ก็ได้ แล้วก็เอาไปเก็บในที่แห้งๆ ที่ไม่โดนแดด ดีกว่านะ.

การเก็บรักษาอาหารแห้งควรเก็บอย่างไร

ของแห้งเก็บไม่เป็นก็พัง. เหม็นหืน. ไม่ต้องเรื่องมาก.

หาภาชนะปิดสนิท ยัดของลงไป. แก้วดีสุด. พลาสติกก็ได้เรื่อง.

เก็บในที่มืดและเย็น. ห้ามโดนแดด ห้ามชื้น. แค่นั้น.

  • ภาชนะคือหัวใจ: โหลแก้วสุญญากาศคือที่สุด. กันได้ทุกอย่าง. แพงหน่อยแต่จบ. ถุงซิปล็อคหนาๆ ก็พอไหวแต่อย่านาน.
  • ตัวช่วยเทพ: อยากเก็บนานเป็นปีๆ? ไปหา ซองดูดออกซิเจน (Oxygen Absorber) มาใส่. พวกมอดแมลงไข่ฝ่อตายหมด. ไม่ต้องมานั่งส่อง.
  • โลเคชั่น: ตู้กับข้าวชั้นล่างๆ หรือห้องเก็บของที่ไม่มีหน้าต่าง. นั่นแหละที่ของมัน. อย่าเอาไปไว้ใกล้เตาแก๊สหรือที่ร้อนๆ.
  • เช็คบ้าง: นานๆ ทีเปิดดู. ถ้าเห็นอะไรแปลกๆ มีกลิ่นแปลกๆ... โยนทิ้งไปซะ. อย่าเสียดาย.

อาหารแห้งในข้อใดควรเก็บไว้ที่อากาศเย็น เช่น ตู้เย็น

อาหารแห้งเนี่ยนะ จะให้เอาไปแช่ตู้เย็น? คิดไปได้! บ้านเราเนี่ย ของแห้งๆ อย่างข้าวสาร ถั่ว งา แป้งนี่ เขาเก็บกันในครัวแบบแห้งๆ โปร่งๆ เย็นๆ ของเขาอยู่แล้ว ไม่ได้มีใครเอาไปยัดตู้เย็นหรอก มันจะกลายเป็นก้อนแข็งเหมือนศิลาแลงเปล่าๆ

ส่วนของที่ เสียง่าย จริงๆ น่ะพวกผักสด ผลไม้สด เนื้อสัตว์สดๆ นม ไข่ พวกนี้ต่างหากที่ต้องรีบจับไปนอนในตู้เย็น ยัดช่องฟรีซไปเลยยิ่งดี จะได้ไม่เน่าเสียไปก่อนถึงปาก

  • ข้าวสาร, ธัญพืช, ถั่ว, แป้ง: พวกนี้คือสายแห้งตัวจริง เสียงจริง! ไม่ต้องกลัวว่าจะเสียถ้าเก็บถูกที่ ที่แห้งและเย็น คือสวรรค์ของมัน
  • ผลไม้, ผัก, เนื้อสัตว์, นม, ไข่: พวกนี้คือสายเปราะ เสียง่าย! ถ้าไม่อยากเสียของแพงๆ ก็ เอาเข้าตู้เย็น หรือช่องแช่แข็ง ซะ!

เสริมหน่อย: การเก็บอาหารแห้งให้ดีเนี่ย หลักๆ คือต้องกัน ความชื้น กับ แมลง ถ้าครัวใครชื้นเป็นน้ำตก ก็เหมือนเอาข้าวสารไปแช่น้ำเล่นนั่นแหละ ส่วนแมลงนี่ ถ้าปล่อยไว้ มีหวังได้มีเพื่อนร่วมสำรับเพิ่มเป็นร้อยเป็นพันตัว!

ปลาหมึกแห้งควรใส่ตู้เย็นไหม

เปิดถุงแล้ว? เอาเข้าตู้เย็นซะ.

  • กันรา: ยับยั้งเชื้อรา ไม่ให้มันขึ้น.
  • ยืดอายุ: ปลาหมึกจะได้อยู่กับเรานานขึ้น.
  • ยังไม่เปิด: เก็บที่แห้งๆ เย็นๆ ในตู้กับข้าวก็พอ.

เพิ่มเติม:

  • ความชื้นคือศัตรู: เชื้อราชอบความชื้น.
  • อุณหภูมิห้อง: เหมาะกับของที่ยังซีลอยู่.
  • ตู้เย็น: สำหรับของที่เปิดปากแล้ว.

วิธีการเก็บรักษา Dry goods ที่ถูกต้องคือข้อใด?

โอ๊ยยย เรื่องเก็บของแห้งนี่มันสำคัญเหมือนเลือกคู่ครองนะโว้ย! ถ้าอยากให้ของอยู่ยงคงกระพัน ไม่ใช่แค่มีชีวิตรอดแต่ต้องเป๊ะ! ที่เก็บต้องแห้งสนิท เหมือนทะเลทรายซาฮาร่าในวันแดดจ้า ไม่ใช่ห้องน้ำที่เพิ่งอาบเสร็จใหม่ๆ อากาศต้องโล่งโจ้ง flow ดี๊ดี ไม่ใช่ไปยัดไว้ใต้เตียงจนฝุ่นจับหนาเตอะ!

ความอับชื้นนี่ตัวทำลายล้างเลยนะ อาหารจะเยิน จะราขึ้นยังกะป่าอะเมซอน งึยยยยยย! ส่วนแสงแดดน่ะเหรอ ตัวดีเลย! ห้ามโดนแดดตรงๆ เด็ดขาด! เหมือนเอาของไปอบซาวน่ากลางแจ้งอ่ะ สีจะซีดจางหมด รสชาติก็เพี้ยนไปไกลถึงดาวอังคารแน่ๆ ของดีๆ จะกลายเป็นของใกล้เน่าทันที!

ส่วนพวกที่อยากจะอัปเกรดความคงทน ให้ของรักของหวงอยู่ไปนานๆ นะเว้ยยย ลองนี่เลย:

  • อาหารแห้งบางอย่าง ใส่ตู้เย็นไปเลยจ้า ไม่ต้องกลัวเปลืองไฟ! พวกพริกแห้ง กระเทียมเจียว ปลาหมึกแห้ง ถั่วคั่วบลาๆๆๆ เนี่ย ใส่ไปได้เลย ชิลๆๆๆ เย็นเจี๊ยบๆ มันช่วยยืดอายุได้อีกเยอะเลยนะ!
  • ถ้าเป็นพวกข้าวสาร เส้นพาสต้า อย่าไปเปิดทิ้งไว้ ให้หากล่องสุญญากาศดีๆ มาใส่ หรือถุงซิปล็อกหนาๆ ไล่อากาศออกให้หมด ไอ้พวกมอดจะได้ไม่มายกครัวทำรัง!
  • และที่สำคัญนะ หมั่นตรวจเช็ก ดูสภาพตลอดเวลา อย่ารอให้มันมีขนเขียวๆ ฟูๆ ขึ้นมาก่อนค่อยทิ้งนะ อันนั้นมันสายไปแล้วโว้ยยยย!

การเก็บรักษาอาหารประเภท เมล็ดพืช ข้าว อาหารแห้งควรเก็บรักษาอย่างไร

การเก็บเมล็ดพืช ข้าว อาหารแห้ง ให้อยู่ได้นาน

  • ที่แห้ง อากาศถ่ายเทสะดวก คือหัวใจหลัก อย่าเก็บในที่ชื้นแฉะ เด็ดขาด!
  • ภาชนะสุญญากาศ สำคัญมาก ปิดให้สนิท กันแมลง กันความชื้น กันเชื้อรา
  • ตู้เย็นก็ช่วยได้ ถ้าเป็นของแห้งที่รับไหว แช่เย็นไว้ยิ่งทน

ข้อมูลเพิ่มเติม (ที่จริงก็อยากเก็บไว้คนเดียวแหละ แต่!)

  • แสงแดดไม่ชอบ เก็บในที่มืดๆ หน่อยก็ดี แสงแดดอาจทำให้คุณค่าทางโภชนาการลดลงได้นะ
  • ก่อนเก็บ ล้างให้สะอาด? ไม่ใช่กับทุกอย่างนะ ถ้าเป็นข้าวสารก็เช็คดูดีๆ ถ้าเจอตัวอะไร หรือมีความชื้นก็จัดการก่อน
  • แบ่งเป็นส่วนเล็กๆ เวลาจะใช้จะได้ไม่ต้องเปิดถุงใหญ่บ่อยๆ อันนั้นก็ช่วยได้
  • วันหมดอายุ เช็คบ้างก็ดีนะ ถึงจะเก็บดีแค่ไหน แต่ถ้ามันนานไปก็ไม่ไหว
  • การตาก ถ้าซื้อมาแบบยังไม่ได้แปรรูปมากๆ การตากแดดอ่อนๆ สักพักก่อนเก็บก็ช่วยไล่ความชื้นได้ แต่ระวังแดดแรงเกินไป
  • กระเทียมหรือพริกแห้ง ที่ต้องเก็บนานๆ แนะนำให้ใส่ถุงซิปล็อกแล้วแช่แข็งไปเลย ยิ่งกว่ายืดอายุ
  • อาหารสำเร็จรูป ที่เป็นซองๆ พวกนี้มักมีสารกันบูดอยู่แล้ว แต่ก็ยังต้องเก็บในที่แห้งและเย็นเหมือนกัน
  • ถุงดูดความชื้น อันเล็กๆ ที่ชอบแถมมากับพวกของแห้งบางทีก็มีประโยชน์นะ เอามาใส่รวมไว้ในภาชนะเก็บอาหารได้
  • อย่ารวมของหลายชนิด ในภาชนะเดียวกันนะ ของบางอย่างกลิ่นแรงอาจจะไปติดของอื่นได้
  • การหมุนเวียน ใช้ของเก่าก่อนของใหม่ คือหลักการพื้นฐานที่ทุกคนควรรู้และทำ

ไอเดียเพิ่มเติม:

  • กล่องพลาสติกแบบมีซีลยาง พวกนี้เวิร์คมาก
  • ขวดโหลแก้ว ถ้าปิดฝาแน่นๆ ก็ดี
  • ซองฟอยล์ บางทีก็ช่วยได้ถ้าปิดสนิท
  • การอบไล่ความชื้น ด้วยเตาอบที่อุณหภูมิต่ำๆ ก็เป็นวิธีที่ได้ผลนะ แต่ต้องระวังหน่อย
  • เมล็ดพืช ถ้าอยากเก็บนานมากๆ อาจจะต้องพิจารณาถึงการแช่แข็งแบบสุญญากาศเลยถ้ามีเครื่องมือ
  • ข้าวกล้อง จะเสียเร็วกว่าข้าวขาวนะ อันนี้ก็จำไว้
  • แป้งต่างๆ ถ้ารู้ว่าจะใช้ไม่หมดเร็วๆ ควรเก็บในตู้เย็น
  • น้ำตาล ถ้าความชื้นสูงก็จับเป็นก้อนได้นะ เก็บในที่แห้งสำคัญมาก
  • เกลือ ก็ดูดความชื้นเหมือนกัน
  • สมุนไพรแห้ง การเก็บในขวดแก้วทึบแสงจะดีกว่า
  • พวกเส้นพาสต้า ส่วนใหญ่ทนนะ แต่อย่าให้โดนความชื้น
  • ถั่วต่างๆ ที่เป็นของแห้งแบบแกะเปลือกแล้ว ก็เหมือนเมล็ดพืชทั่วไป
  • เห็ดหอมแห้ง พวกนี้ก็ชอบความแห้งและความเย็น
  • การป้องกันมอด บางทีก็ต้องมีอะไรช่วยหน่อยนะ ไม่ใช่แค่ภาชนะอย่างเดียว
  • ความสะอาดของพื้นที่เก็บ สำคัญไม่แพ้กันนะ

สรุปง่ายๆ:แห้ง, ปิดสนิท, เย็น (ถ้าได้) คือคีย์เวิร์ด!

ของอบแห้งเก็บยังไง

ของแห้งเนี่ยนะ! จะให้เก็บแบบคนรวยที่แช่ตู้เย็นจนน้ำแข็งขึ้นเหมือนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ หรือจะเก็บแบบชาวบ้านๆ ที่พอทนได้ก็พอ? ถ้าไม่ใช่นักโบราณคดีที่จะขุดหาของกินในตู้เย็นนะ ไม่ต้องคิดมาก!

  • หนังยางรัดถุงให้แน่น: นี่แหละคือเทคนิคพระเอก! เอาหนังยางเส้นไหนก็ได้ที่มีในบ้าน รัดให้แน่นปึ้กเหมือนจะรัดเอวคนที่กินข้าวเกินลิมิตตอนปีใหม่
  • ที่แห้งและเย็น: หาที่ที่มันไม่ร้อน ไม่ชื้นเหมือนหน้าฝนตกทั้งปีอะพวก! จะในตู้กับข้าว หรือมุมไหนก็ได้ที่อากาศไม่คล้ายซาวน่า ก็โอเคแล้ว
  • อุณหภูมิห้องก็พอ: ถ้าไม่มีที่เย็นๆ แบบหรูๆ ก็เอาที่อุณหภูมิห้องนี่แหละ แต่อย่าไปวางใกล้เตาแก๊สนะ เดี๋ยวของแห้งจะกลายเป็นของไหม้กลายเป็นผงไปก่อนจะได้กิน

เพิ่มเติมอีกหน่อยให้รู้เรื่อง:

  • แสงแดดนี่ตัวร้าย: แสงแดดมันจะทำลายคุณภาพของ ทำให้สีซีด และเสียรสชาติไปเหมือนเจอกิ๊กเก่าตอนไปเที่ยวอะ!
  • ความร้อนก็ไม่ชอบ: ความร้อนมันเหมือนเจอเจ้านายมาตรวจงานตอนบ่ายๆ วันศุกร์อะ! ทำให้ของแห้งเสียเร็ว
  • ภาชนะก็สำคัญ: ถ้าอยากให้ของแห้งอยู่ทนทานนานๆ ก็หาภาชนะที่มันปิดสนิทจริงๆ นะ ไม่ใช่แค่เอาถุงพลาสติกมาวางเฉยๆ เดี๋ยวจะกลายเป็นที่อยู่ของมดแมลงแทน

จำไว้เลยนะ! เก็บของแห้งก็เหมือนเก็บความลับอะ! ต้องปิดให้มิดชิด ไม่ให้โดนแดดโดนลม แล้วมันจะอยู่กับเราไปนานๆ!