แกงกะทิมีโทษไหม

138 ครั้งเข้าชม
แกงกะทิไม่ใช่ตัวร้ายเสมอไป การบริโภคกะทิอย่างพอเหมาะไม่ก่อให้เกิดโทษ ผลเสียต่อสุขภาพเกิดจากการบริโภคไขมันอิ่มตัวสูงเกินไป กะทิมีไขมันอิ่มตัวสูงจริง แต่ส่วนใหญ่เป็นชนิดโมเลกุลปานกลาง ดังนั้น ควรบริโภคอย่างมีสติ ไม่กินมากเกินไป เพื่อควบคุมปริมาณไขมันอิ่มตัวในร่างกาย การรับประทานอาหารหลากหลายและสมดุลสำคัญกว่า อย่ามองกะทิเป็นศัตรูแต่ควรรับประทานอย่างรู้คุณค่าและปริมาณ
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

แกงกะทิมีข้อเสียอะไรบ้าง? กินบ่อยๆ ส่งผลเสียต่อสุขภาพอย่างไร? ควรทานแค่ไหน?

จริง ๆ นะ เรื่องแกงกะทิเนี่ย ฉันชอบมากเลย แต่ก็ใช่ว่าจะกินได้ไม่อั้น เพื่อนฉันคนนึง (ชื่อ นิด อายุ 30 เจอกันที่คลาสโยคะเมื่อ 14 ก.พ. 66) เค้าบอกว่ากินแกงกะทิบ่อยๆ แบบทุกวันเลยนะ ผลคือ หน้ามันขึ้นเยอะ สิวขึ้น แล้วก็รู้สึกตัวบวมๆ นั่นแหละ มันก็ไม่ดีเท่าไหร่หรอก

ส่วนตัวฉัน ไม่ถึงขนาดนั้นนะ แต่ถ้ากินบ่อย รู้สึกท้องอืดๆ แน่นๆ ไม่ค่อยสบายตัวเท่าไหร่ บางทีก็ปวดหัว (ประมาณสัปดาห์ก่อนนี่เอง หลังจากกินแกงเหลืองที่ตลาดนัดแถวบ้าน ราคา 50 บาท อร่อยมากกก แต่ผลคือปวดหัวไปครึ่งวัน) อาจจะเป็นเพราะไขมันอิ่มตัวในกะทินั่นแหละมั้ง

เท่าที่เคยอ่านๆมา(จำแหล่งไม่ได้แล้วอ่ะ) เค้าบอกว่ากะทิมีประโยชน์นะ แต่ต้องควบคุมปริมาณ ไม่ใช่กินแบบไม่อั้น อย่างฉัน พยายามกินไม่เกินอาทิตย์ละ 2-3 ครั้ง แล้วก็เลือกกินแบบที่ไม่ใส่กะทิเยอะเกินไปด้วย ประมาณนี้มั้ง ถึงจะโอเค

สรุปง่ายๆ แกงกะทิอร่อย แต่กินเยอะไปก็ไม่ดี พอดีๆ นี่แหละ ดีที่สุด ประมาณนี้แหละ ฉันว่านะ

แกงกะทิไขมันสูงไหม

แกงกะทิเนี่ยนะ ถามว่าไขมันสูงมั้ย? โอ๊ย...ถามใจเธอดูสิ! มันเยิ้มขนาดนั้น ไม่สูงได้ไง? แต่เอาน่า อร่อยปาก ลำบากพุง ว่ากันอีกที!

กะทิเนี่ยนะ นางเอกร้ายๆ ตัวจริง! มีทั้งดีทั้งร้าย เหมือนชีวิตคนเรานั่นแหละ กินแต่พอดี อย่าซัดโฮก! ถ้าอยากกิน ก็เลือกกะทิสดๆ หน่อยนะ แล้วเอามาทำอาหารให้หลากหลาย อย่ากินแต่แกงเขียวหวานอย่างเดียว เดี๋ยวเบาหวานถามหา!

แล้วทำไมต้องกินกะทิ?

  • อร่อยไง! (อันนี้สำคัญสุด)
  • มีวิตามิน: วิตามินอีช่วยบำรุงผิว (แต่กินเยอะไป ผิวจะมันแทน!)
  • มีแร่ธาตุ: ช่วยเรื่องกระดูกและฟัน (แต่กินเยอะไป กระดูกจะรับน้ำหนักไม่ไหว!)
  • ไขมันดี (บางส่วน): ช่วยลดคอเลสเตอรอล (แต่ถ้ากินเยอะไป ก็...นะ!)

เคล็ดลับกินกะทิแบบไม่รู้สึกผิด (มาก):

  • กินกับผัก: แกงเลียง แกงส้ม (ใส่กะทิหน่อยๆ พอมีกลิ่น)
  • กินกับปลา: ห่อหมก (แต่ห่อหมกบางร้านก็มันเกินไป๊!)
  • ออกกำลังกาย: อันนี้ช่วยได้เยอะ! วิ่งสักสิบกิโลฯ แล้วค่อยกลับมากินแกงเขียวหวาน!

ข้อควรระวัง: คนที่คอเลสเตอรอลสูง ความดันสูง หรือมีโรคประจำตัว ควรปรึกษาหมอก่อนกินกะทินะจ๊ะ! อย่าเชื่อคนในอินเทอร์เน็ตมากเกินไป! (รวมทั้งฉันด้วย!)

กะทิเป็นไขมันประเภทอะไร

กะทิประกอบด้วยไขมันอิ่มตัวเป็นหลัก จริงอยู่ที่ว่าน้ำมันมะพร้าวและกะทิมีองค์ประกอบคล้ายคลึงกัน แต่การกล่าวว่า "สารตัวเดียวกัน" นั้นไม่ถูกต้องสมบูรณ์ เพราะแม้ทั้งสองจะมีกรดไขมันสายกลาง (Medium-chain triglycerides: MCTs) เป็นส่วนประกอบสำคัญ แต่สัดส่วนและชนิดของกรดไขมันอื่นๆ แตกต่างกัน

  • กะทิ: ประกอบด้วย MCTs แต่ยังมีกรดไขมันชนิดอื่นๆ เช่น กรดลอริก (Lauric acid) ปริมาณมาก แต่ไม่ใช่ 100% เหมือนน้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์
  • น้ำมันมะพร้าว: มี MCTs โดยเฉพาะกรดลอริก ในปริมาณสูงกว่ากะทิอย่างเห็นได้ชัด เป็นน้ำมันที่สกัดมาโดยตรงจากเนื้อมะพร้าว

ดังนั้น ข้อดีของน้ำมันมะพร้าวจึงอาจไม่ครอบคลุมข้อดีทั้งหมดของกะทิเสมอไป กะทิมีสารอาหารอื่นๆ เช่น วิตามินและแร่ธาตุ ซึ่งน้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์อาจขาดไป (ข้อมูล ณ ปี 2024)

การศึกษาเกี่ยวกับประโยชน์ของ MCTs ยังคงดำเนินอยู่ จึงไม่ควรสรุปประโยชน์ของกะทิจากน้ำมันมะพร้าวเพียงอย่างเดียว ควรพิจารณาองค์ประกอบโดยรวม และผลการศึกษาที่เฉพาะเจาะจงต่อแต่ละสาร มากกว่าการกล่าวอย่างกว้างๆ ว่า "สารตัวเดียวกัน" เหมือนกันหมด

ประเด็นนี้สะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนของธรรมชาติ ซึ่งมักไม่สามารถอธิบายได้ด้วยความเรียบง่าย การเข้าใจอย่างลึกซึ้งจำเป็นต้องอาศัยการวิเคราะห์ที่รอบคอบและรอบด้าน

คนเป็นโรคหัวใจกินกะทิได้ไหม

โรคหัวใจกับกะทิเนี่ยนะ? เหมือนถามว่า "เศรษฐีใส่รองเท้าแตะได้มั้ย?" คือมันไม่ได้ห้าม แต่ต้องดูบริบท! กินได้...ถ้าไม่ได้ซดโฮกๆ ทุกวัน

กะทิเนี่ย ตัวร้าย?

กะทิมันก็ไขมันอิ่มตัวไงท่าน! พวกหมูสามชั้น หนังไก่เนี่ยญาติๆ กันเลย กินมากไปเส้นเลือดตีบตันถามหาแน่นอน แต่ไม่ได้แปลว่าต้องบ๊ายบายแกงเขียวหวานตลอดชาติ! (ใจร้ายไปนะ!)

6 อาหารที่ "หัวใจ" สั่งแบน (แบบขำๆ แต่จริงจัง)

  1. ไขมันอิ่มตัวตัวดี: หมูสามชั้นนี่ตัวพ่อ! หมูกรอบนี่ลูกน้อง! หนังไก่, เครื่องในสัตว์ (ไส้กรอกอีสานก็แอบมีนะ), มันกุ้ง (ของโปรดใครบางคน), มันปู, ไข่ปู (ของอร่อยทำร้าย), แกงกะทิ (มาแล้ว!) พวกนี้กินเข้าไป ไขมันมันจะไปปาร์ตี้สุมหัวกันในหลอดเลือดเราไง!
  2. อาหารทอด: น้ำมันท่วมๆ เนี่ยตัวอ้วนเลย แถมทำลายสุขภาพหัวใจอีก!
  3. อาหารแปรรูป: ไส้กรอก, แฮม, นักเก็ต พวกนี้โซเดียมสูงปี๊ดดดด! ความดันขึ้น หัวใจทำงานหนัก!
  4. น้ำหวาน: น้ำอัดลม, ชานมไข่มุก (อย่ามอง!), น้ำผลไม้กล่อง (น้ำตาลทั้งนั้น) กินแล้วน้ำตาลในเลือดพุ่ง! โรคหัวใจถามหา!
  5. เบเกอรี่: เค้ก, คุกกี้, พาย (อร่อยแต่ทำร้าย!) เนย, น้ำตาล, ไขมันทรานส์ มาครบ!
  6. โซเดียมสูง: บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป, ปลาร้า (แซ่บแต่ต้องระวัง), ผงชูรส (ใส่เยอะไปก็ไม่ดี) ความดันสูง หัวใจแย่!

เคล็ดลับเล็กๆ น้อยๆ (แต่สำคัญมากกก)

  • "พอดี" คือคำตอบ: อะไรที่อร่อย มักจะทำร้าย! กินแต่พอดี ชีวิตก็ดี๊ดี!
  • ออกกำลังกายบ้าง: ขยับตัววันละนิด จิตแจ่มใส หัวใจแข็งแรง!
  • ปรึกษาหมอ: อย่าเชื่อคนในเน็ตมากไป! (รวมถึงฉันด้วย!) ไปหาหมอ ให้หมอแนะนำดีกว่า!

ป.ล. จริงๆแล้วกะทิมีประโยชน์นะ! มีวิตามิน, เกลือแร่, ช่วยเรื่องระบบขับถ่ายด้วย (ถ้ากินแต่พอดี!) แต่คนเป็นโรคหัวใจต้องระวังปริมาณไขมันอิ่มตัวเป็นพิเศษ! จบนะ! เข้าใจตรงกันนะ!