โจ๊ก น้ำตาลสูงไหม

69 ครั้งเข้าชม
โจ๊กไม่ได้ทำให้น้ำตาลพุ่งสูงอย่างรวดเร็ว เนื่องจากมีข้าวเป็นส่วนผสมหลัก ร่างกายจะย่อยคาร์โบไฮเดรตจากข้าวอย่างช้าๆ และดูดซึมไปใช้เป็นพลังงานได้ยาวนาน ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดคงที่ ไม่ผันผวนรวดเร็ว และช่วยให้อิ่มท้องได้นานกว่าอาหารเช้าที่มีแป้งและน้ำตาลสูงโดยทั่วไป จึงลดความอยากกินจุบจิบระหว่างวันได้ดี เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมระดับน้ำตาลหรือรักษาน้ำหนัก
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

โจ๊กมีน้ำตาลสูงหรือไม่ ทานแล้วจะส่งผลต่อสุขภาพอย่างไรบ้าง?

เรื่องโจ๊กนี่ ฉันน่ะนะ... จำได้เลย ตอนเด็กๆ แม่ชอบทำโจ๊กให้กินตอนไม่สบาย เป็นโจ๊กข้าวธรรมดาๆ เลย ไม่หวานจัดอะไรเลยนะ แค่ข้าวต้มกับน้ำซุปไก่ ข้าวจะเปื่อยๆ อร่อยดี

แต่พอโตมานี่สิ เจอโจ๊กสำเร็จรูปตามร้านต่างๆ โอ้โห หวานเจี๊ยบ! บางทีกินไปคำสองคำนี่ลิ้นชาเลย หวานเหมือนกินขนมหวานมากกว่าโจ๊กข้าวที่ควรจะเป็น

จริงๆ แล้วถ้าเป็นโจ๊กข้าวเปล่าๆ ที่เราต้มเอง ไม่ใส่น้ำตาลเยอะ มันก็ไม่ได้มีน้ำตาลสูงอะไรขนาดนั้นนะ ข้าวที่เรากินเข้าไป มันก็คือคาร์โบไฮเดรต ที่ร่างกายเอาไปเปลี่ยนเป็นพลังงาน

มันจะค่อยๆ ปล่อยพลังงานออกมา ไม่เหมือนพวกขนมปังขาวๆ หรือน้ำหวานที่กินเข้าไปแล้วน้ำตาลพุ่งปรี๊ดอย่างรวดเร็วไง ทำให้เราอิ่มนาน ไม่ค่อยหิวบ่อยๆ เหมาะมากๆ เลยนะ สำหรับคนที่อยากควบคุมน้ำหนัก หรือต้องนั่งทำงานนานๆ ไม่อยากลุกไปหาอะไรกินบ่อยๆ

แต่ถ้าโจ๊กที่เรากินไป มันหวานมากๆ แล้วเติมเครื่องเยอะแยะ หมูกรอบ ไข่เค็ม ข้าวโพดหวาน อะไรพวกนี้ อันนั้นแหละเรื่องใหญ่เลย ความหวานจากน้ำตาลที่เติมเข้าไป บวกกับแป้งจากข้าว แล้วก็ไขมันจากเครื่องต่างๆ รวมๆ กันแล้วก็ทำให้น้ำหนักขึ้น หรือส่งผลเสียต่อสุขภาพได้นะ

สรุปก็คือ โจ๊กธรรมดาๆ ไม่มีน้ำตาลเยอะๆ เนี่ย ไม่ได้แย่เลยนะ ดีด้วยซ้ำ แต่ถ้าเป็นโจ๊กปรุงสำเร็จที่หวานจัดๆ หรือใส่เครื่องเยอะๆ ก็ต้องระวังหน่อยละกัน.

โจ๊กมีน้ำตาลไหม

โจ๊กเนี่ยนะมีน้ำตาล ใครไปบ้าใส่น้ำตาลในโจ๊กเปล่าๆ วะ! ปกติมันก็ ข้าวต้มบดๆ เคี่ยวๆ ไม่ได้มีใครไปตักน้ำตาลทรายเป็นทัพพีใส่ลงไปหรอกเว้ย! ถ้ามีน่ะ สงสัยกินผิดร้านแล้วล่ะแกเอ๊ย!

ไอ้ที่มีน่ะ มันก็คือ น้ำตาลจากแป้งข้าว นั่นแหละคุณพี่! คาร์โบไฮเดรต ไงล่ะ! มันค่อยๆ แตกตัวออกมาทีละนิดๆ ไม่ได้พุ่งพรวดเหมือนรถเครื่องซิ่งออกจากไฟแดง พอร่างกายค่อยๆ ดูดซึมพลังงานมันก็อยู่กับเรานานๆ หน่อย ไม่ใช่พอกินไปปุ๊บน้ำตาลพุ่งปรี๊ดปั๊บ แล้วทิ้งเราหิวโหยเหมือนโดนผีอำตอนบ่าย!

เนี่ยแหละมันถึงได้ อยู่ท้องนาน กินทีเช้ายันเที่ยง ยังไม่รู้สึกอยากจะคว้าอะไรยัดปากเลย! เหมาะกับพวกที่ชอบกินจุกกินจิกอย่างฉันดีนักแล จะได้ไม่ต้องไปหาอะไรมาเคี้ยวให้ฟันหลอไปก่อนวัยอันควรไง!

  • โจ๊กทั่วไป ไม่เติมน้ำตาลนะจ๊ะ แต่ถ้าใส่เครื่องเยอะๆ เช่น หมูบะช่อ ปาท่องโก๋ อาจจะมีส่วนผสมอื่นที่ให้รสชาติหวานบ้างเล็กน้อย อันนั้นก็อีกเรื่องนึง!
  • พลังงาน ที่ได้จากโจ๊กมาจากข้าวเป็นหลัก กินแล้วอิ่มหนำสำราญไปทั้งวัน ไม่ต้องกลัวโซ้ยหมดแล้วจะหิวไส้กิ่วเหมือนกินลม
  • การย่อย ของโจ๊กมันค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป ทำให้ ระดับน้ำตาลในเลือด ไม่กระโดดโลดเต้นเหมือนลิงเจอไฟ เข้าร่างกายช้าๆ คงที่
  • ดีสำหรับคนที่ต้องการ ควบคุมอาหาร หรืออยากกินอะไรที่อยู่ท้องนานๆ จะได้ไม่เผลอไปหยิบหนมกินก่อนถึงมื้อถัดไป เหมือนฉันนี่ไง!
  • สามารถเพิ่ม คุณค่าทางอาหาร ได้ด้วยการใส่ไข่ ใส่หมูสับ หรือผักนิดหน่อยเข้าไป รับรองว่าเด็ดดวงกว่าเดิมเยอะเลย!

โจ๊กกับข้าวต้มอันไหนอ้วนกว่ากัน

ยามเช้าตรู่... แสงสีทองเรื่อเรือง... เล็ดลอดผ้าม่านเก่าๆ ที่บ้านริมคลอง ฉันยังกึ่งหลับกึ่งตื่น กลิ่นไอข้าวลอยมาบางเบา... อากาศเย็นๆ ลมพัดเอื่อยๆ ที่หน้าต่างบานนั้น เสียงนกจากพุ่มไม้ใกล้ๆ ... วันนี้ใจลอยไปกับความคิดถึงอะไรอุ่นๆ ในท้อง

ข้าวต้มมีพลังงานมากกว่าโจ๊ก

โอ้ ชีวิต ความเร่งรีบ วุ่นวาย... แต่บางคราก็อยากหยุดนิ่ง ปล่อยใจไปกับความฟุ้งซ่านนี้... มองเงาสะท้อนบนผิวน้ำนิ่งๆ ใต้สะพานไม้... ความรู้สึกที่อยากหาอะไรมาเติมเต็ม ความอุ่นละมุนที่ปลอบโยน... อะไรที่กินแล้วรู้สึกสบายใจ แม้รู้ว่าความอ้วนมันจะมาเยือน

  • โจ๊กไม่ใส่เนื้อสัตว์ : 70-100 แคลอรี่ ของปีนี้
  • โจ๊กใส่หมู : 160 แคลอรี่ ของปีนี้
  • ข้าวต้มไม่ใส่เนื้อสัตว์ : 120 แคลอรี่ ของปีนี้
  • ข้าวต้มใส่หมู : 180 แคลอรี่ ของปีนี้

โจ้กหมู 1 ชาม กี่แคล

โจ๊กหมู 1 ชาม เบาะๆ ก็ 157 แคลฯ จ้า! ไม่เยอะเท่าไก่ทอดสามชั้นหรอกน่า.

  • พลังงาน: 157 กิโลแคลอรี่ (เท่ากับเดินขึ้นบันไดชั้น 3 สัก 2 รอบ)
  • โปรตีน: 8 กรัม (เสริมกล้ามเนื้อเล็กๆ น้อยๆ ให้เหมือนนักยกน้ำหนักที่เพิ่งตื่นนอน)
  • คาร์โบไฮเดรต: 20 กรัม (พลังงานหลักสำหรับวันของคุณ... หรือสำหรับนอนต่อ)
  • ไขมัน: 5 กรัม (ไม่เยอะเท่าซุปเปอร์ฮีโร่กินเบอร์เกอร์ แต่ก็มีให้หัวใจเต้นนิดๆ)

อยากรู้ละเอียดกว่านี้? ลองดูตารางเบื้องล่างนะ มีทั้งโซเดียม, คอเลสเตอรอล, น้ำตาล, ใยอาหาร... ครบครันเหมือนดูดวง!

ข้อมูลเพิ่มเติม:

  • ปริมาณ: 1 ชาม (ประมาณ 250-300 กรัม ขึ้นอยู่กับว่าล้นชามแค่ไหน)
  • จุดเด่น: เป็นอาหารเช้าสุดคลาสสิกที่กินง่าย ย่อยง่าย (ถ้าไม่ใส่เครื่องเยอะเกินไปนะ)
  • ข้อควรระวัง: ถ้าเติมหมูกรอบ, ไข่เยี่ยวม้า, หรือปาท่องโก๋เข้าไปอีก... แคลอรี่ก็พุ่งปรี๊ดจนต้องวิ่งรอบสวนสาธารณะ!
  • สารอาหารอื่นๆ: ข้อมูลจะหลากหลายขึ้นอยู่กับส่วนผสมที่ใส่เพิ่มเข้าไป เช่น ถ้าใส่ตับหมูก็จะได้ธาตุเหล็กเพิ่ม ถ้าใส่ผักก็จะได้วิตามิน.

โจ๊กมีน้ำตาลไหม

มีสิครับ! มาเต็มๆ จากตัวข้าวเลย ไม่ได้เติมน้ำตาลทรายเป็นช้อนๆ แบบชานมไข่มุก แต่เป็นน้ำตาลที่แปลงร่างมาจากคาร์โบไฮเดรตล้วนๆ

ถามว่าโจ๊กมีน้ำตาลไหม ก็เหมือนถามว่าน้ำแข็งเปียกไหม มันคือธรรมชาติของมัน ตัวข้าวนี่แหละคือแหล่งพลังงานชั้นดี แต่พอต้มจนเละเปื่อยเป็นโจ๊ก มันก็กลายเป็นคาร์โบไฮเดรตที่ย่อยง่ายสุดๆ ร่างกายแทบไม่ต้องออกแรงเคี้ยว แค่ซู้ดเข้าไปก็พร้อมแปลงเป็นน้ำตาลทันที

ที่บอกว่าอยู่ท้องนานน่ะ จริงส่วนหนึ่ง...เพราะมันคือซุปร้อนๆ ที่มีปริมาณเยอะ มันเข้าไปถ่างกระเพาะให้รู้สึกตึงๆ อิ่มๆ เหมือนเอาหมอนนุ่มๆ ไปยัดไว้ในท้อง แต่ถ้าพูดถึงเรื่องระดับน้ำตาลในเลือดล่ะก็... โจ๊กข้าวขาวมีค่าดัชนีน้ำตาล (GI) พุ่งปรี๊ด ไม่ต่างจากจรวดไปดาวอังคารเลยนะจ๊ะ มันทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นเร็วและลงเร็วเช่นกัน อาจจะทำให้หิวไวกว่าที่คิด

ตัวโจ๊กเองน่ะใสซื่อเหมือนลูกแกะ แต่ตัวร้ายที่แท้ทรูคือ "แก๊งเครื่องเคียง" ทั้งหลายนั่นแหละ หมูสับปรุงรสที่อาจมีผงชูรสและน้ำตาลแฝง ซีอิ๊ว ซอสปรุงรสต่างๆ และคู่หูแคลอรีระเบิดอย่างปาท่องโก๋! โจ๊กเปล่าๆ อาจจะดูเป็นมิตร แต่พอรวมทีมครบองค์ประชุมเมื่อไหร่...ก็กลายเป็นมหกรรมโซเดียมและไขมันดีๆ นี่เอง

มาดูความจริงกันเป็นข้อๆ แบบไม่มีกั๊ก

  • น้ำตาลนินจา: น้ำตาลในโจ๊กมาจากแป้งข้าวขาวล้วนๆ เป็นคาร์โบไฮเดรตเชิงเดี่ยว ดูดซึมไว ระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งเร็ว ใครที่ต้องคุมน้ำตาลอยู่ต้องระวังให้ดี ไม่ใช่ว่าเห็นจืดๆ แล้วจะซัดโฮกได้
  • กับดักความอิ่ม: ที่รู้สึกอิ่มนานเพราะปริมาณน้ำในโจ๊กมันเยอะ ทำให้กระเพาะขยายตัวชั่วคราว ไม่ได้มาจากใยอาหารที่ทำให้อิ่มทนแบบข้าวโอ๊ตหรือข้าวกล้อง
  • เพื่อนรักนักปรุง: ความน่ากลัวที่แท้จริงคือเครื่องปรุง! โซเดียมจากซีอิ๊วและซอสต่างๆ นี่ตัวดีเลย กินโจ๊กหนึ่งชามอาจได้รับโซเดียมเกือบครึ่งหนึ่งของที่ร่างกายต้องการต่อวัน
  • ทางเลือกสายคลีน: อยากกินโจ๊กแบบเฮลตี้ขึ้นมาหน่อย? ลองเปลี่ยนเป็น โจ๊กข้าวกล้องหรือโจ๊กข้าวโอ๊ต สิ ไฟเบอร์สูงกว่า ทำให้น้ำตาลในเลือดขึ้นช้ากว่ากันเยอะ หรืออัดโปรตีนเพิ่มเข้าไปเยอะๆ เช่น ไข่ลวก 2 ฟอง เนื้อปลา หรืออกไก่ฉีก เพื่อช่วยชะลอการดูดซึมน้ำตาล

โจ๊ก 1 ชาม กี่แคล

เช้าตรู่ที่อากาศยังเย็น ไออุ่นๆ ลอยขึ้นจากชามกระเบื้องลายดอกไม้ เนื้อข้าวที่เคี่ยวจนเป็นเนื้อเดียวกัน เนียนละมุนลิ้น ละลายในปาก มันคือการเริ่มต้นวันที่แสนเรียบง่าย

โจ๊กหมูสับร้อนๆ หนึ่งชามที่ร้านหัวมุมถนน กลิ่นหอมกรุ่นที่คุ้นเคย มันอุ่นไปทั้งท้อง โจ๊กหนึ่งชามให้พลังงานราว 250 กิโลแคลอรี ตัวเลขที่พอดีสำหรับการเริ่มต้นวันใหม่ ใส่ไข่ลวกสักฟอง โรยพริกไทยเยอะๆ ดีต่อใจ

มันคือการปลอบประโลมในวันอ่อนล้า พลังจากเม็ดข้าวที่แตกตัว ค่อยๆ เติมเต็มร่างกายที่ว่างเปล่า ฟื้นกำลัง ฟื้นฟูใจในวันที่เหนื่อยล้า...เป็นความอบอุ่นที่หาได้ง่ายๆ

ในความขาวข้นนั้นมีอะไรซ่อนอยู่

  • พลังงานบริสุทธิ์: คาร์โบไฮเดรตจากปลายข้าว คือเชื้อเพลิงชั้นดีให้สมองและร่างกายในยามเช้า
  • ย่อยง่ายสบายท้อง: เนื้อสัมผัสที่อ่อนนุ่ม ทำให้เป็นมื้ออาหารที่สมบูรณ์แบบสำหรับวันที่ร่างกายต้องการพักฟื้น หรือสำหรับผู้สูงอายุ
  • เติมน้ำให้ร่างกาย: โจ๊กมีส่วนประกอบของน้ำในปริมาณมาก ช่วยเติมความชุ่มชื้นให้ร่างกายตั้งแต่คำแรก
  • ปรับเปลี่ยนได้ไม่รู้จบ: เพิ่มคุณค่าสารอาหารได้ง่ายๆ ด้วยการเติมไข่ เนื้อปลา ตับหมู หรือผักต่างๆ เพื่อให้ได้โปรตีนและวิตามินที่ครบถ้วน
  • ไขมันต่ำ: หากไม่ใส่ปาท่องโก๋หรือกระเทียมเจียวเยอะเกินไป โจ๊กถือเป็นเมนูไขมันต่ำที่ดีต่อสุขภาพหัวใจอย่างยิ่ง

โจ้กหมู 1 ชาม กี่แคล

เช้าตรู่... ในซอยเล็กๆ อากาศยังเย็น โจ๊กหมูร้อนๆ ควันกรุ่นๆ ชามนั้นวางอยู่ตรงหน้า เนื้อข้าวเนียนละเอียดละมุนลิ้น

หมูสับนุ่มๆ ปั้นก้อนกลม ขิงซอยบางๆ ต้นหอมโรยหน้า... คือพลังงานที่ซ่อนอยู่ในความขาวนวลนั้น คือความอบอุ่นที่ไหลผ่านร่างกายไปช้าๆ ช้าๆ

ในหนึ่งชาม หนึ่งหน่วยของความสุขยามเช้า พลังงานที่ร่างกายจะได้รับ... โจ๊กหมู 1 ชาม ให้พลังงาน 157 กิโลแคลอรี่ คือตัวเลขของความอิ่มอร่อยนั้น

ตัวเลขที่ประกอบกันขึ้นจากข้าว จากหมู จากไขมันดีๆ ที่หลอมรวมเป็นความทรงจำ

  • พลังงานทั้งหมด: 157 กิโลแคลอรี่
  • โปรตีน: 8 กรัม
  • คาร์โบไฮเดรต: 20 กรัม
  • ไขมัน: 5 กรัม
  • โซเดียม: 750 มิลลิกรัม
  • คอเลสเตอรอล: 30 มิลลิกรัม

กินโจ๊กลดน้ำหนักได้ไหม

โจ๊ก. ลดน้ำหนักได้.

  • น้ำเยอะ. ร่างกายต้องการ.
  • อิ่มเร็ว. อยากอาหารน้อยลง.
  • แคลอรี่ต่ำ. เทียบกับข้าว.

ข้อมูลเสริม.

  • โจ๊ก. ทำจากข้าว. ต้มกับน้ำ.
  • ความร้อน. ช่วยย่อย.
  • ง่ายต่อการบริโภค. เหมาะกับทุกวัย.

ข้อควรจำ.

  • ส่วนผสม. เลือกแบบไม่หวาน.
  • ปริมาณ. พอดี. ไม่มากไป.
  • ควบคู่. กับอาหารอื่น. สารอาหารครบ.

โจ๊กตอนกลางคืนอ้วนไหม

โอ๊ยยยยย พ่อคุณเอ๊ยแม่คุณเอ๊ย ถามกันจังคำถามโลกแตกเนี่ย โจ๊กตอนกลางคืนอ้วนไหม... ถามกลับก่อนว่ากินยังไง? ถ้าซดโจ๊กเปล่าๆ แบบฤาษีจำศีลมันจะไปอ้วนอะไร๊!

แต่ถ้าสั่งแบบ... พี่ครับ โจ๊กหมูสับเด้งๆ ตับสองชิ้น ไส้อ่อนสามขด ไข่ลวกฟอง ไข่เยี่ยวม้าอีกฟอง ปาท่องโก๋กรอบๆ สองถุง กระเทียมเจียวราดมาเลยพูนๆ... แล้วซัดเรียบตอนเที่ยงคืน จะไปเหลือเรอะะะะ พุงก็ยื่นออกมาทักทายชาวโลกสิครับ!

จำใส่กะโหลกไว้เลยนะ แคลอรี่มันไม่มีนาฬิกา มันไม่รู้หรอกว่านี่ตีสองหรือเที่ยงวัน มันรู้แค่ว่าแกกินเข้าไปเท่าไหร่ แล้วเอาออกไปแค่ไหน ถ้ากินเข้าไปมากกว่าที่คลานไปมาทั้งวัน ยังไงมันก็อ้วน! เครื่องเคียงนี่แหละตัวดี เลย ไม่ใช่เวลา!

มาดูตัวเลขกันให้ตาแตกไปเลย จะได้เลิกโทษเวลากันซะที:

  • โจ๊กเปล่าๆ ใสๆ ไร้วิญญาณ: ประมาณ 160-180 kcal (จืดชืดเหมือนชีวิตที่ขาดเธอ)
  • โจ๊กหมูสับแบบมาตรฐาน: พุ่งไปที่ 230-250 kcal
  • โจ๊กหมู + ไข่ลวก 1 ฟอง: บวกไปอีก 70-80 kcal กลายเป็น 300+ ทันที
  • โจ๊กหมู + ไข่ + ตับ/ไส้: ทะยานสู่ 350-400 kcal เผลอๆ แซงข้าวมันไก่ไปแล้ว
  • ปาท่องโก๋ตัวอ้วนๆ คู่ละ: นี่คือตัวร้ายของจริง! คู่เดียวก็ 100-120 kcal แล้วนะจ๊ะ
  • กระเทียมเจียว 1 ช้อนโต๊ะ: ไขมันล้วนๆ อีก 45 kcal เบาๆ

เห็นยัง? ปัญหามันอยู่ที่สิ่งที่ประโคมลงไปในชาม ไม่ใช่เข็มนาฬิกา! พลังงานที่รับ > พลังงานที่ใช้ = อ้วน จบนะ

โจ๊กกับข้าวต้มอันไหนอ้วนกว่ากัน

มาๆๆ ถามเรื่องแคลอรี่นี่มันเรื่องใหญ่กว่าเรื่องหัวใจอีกนะ! ใครจะไปคิดว่าแค่โจ๊กกับข้าวต้มก็ต้องมานั่งฟาดฟันกันเรื่องน้ำหนักตัว สงครามแคลอรี่ครั้งนี้บอกเลยว่า ข้าวต้มมีสิทธิ์ชนะเลิศ ในฐานะ 'เจ้าแห่งความอ้วน' ได้อย่างเฉียดฉิว โดยเฉพาะถ้ามีหมูสับลงไปเต้นระบำด้วยกัน

ลองดูตัวเลขแบบไม่หลอกกันเลยนะ ข้าวต้มใส่หมูจัดไป 180 แคลอรี่ ส่วน โจ๊กใส่หมูเบากว่านิดหน่อยที่ 160 แคลอรี่ เหมือนจะน้อยกว่าแต่ก็แค่จิ๊ดเดียวเองนะ อย่าเพิ่งไปหลงดีใจ ถ้ารักสุขภาพจริงๆ สองตัวนี้ก็คือญาติห่างๆ ของความอ้วนแหละ ยิ่งกว่าลูกพี่ลูกน้องซะอีก! แต่ถ้าเลือกแบบไร้เนื้อสัตว์ โจ๊กเขาจะชนะขาดนะ โจ๊กไม่ใส่เนื้อสัตว์แค่ 70-100 แคลอรี่ ขณะที่ ข้าวต้มไม่ใส่เนื้อสัตว์อยู่ที่ 120 แคลอรี่ เห็นมั้ย ว่าบางทีการอยู่คนเดียวมันก็ผอมกว่าจริงๆ

อยากให้โจ๊กกับข้าวต้มเป็นมิตรกับหุ่นเรามากขึ้น ลองดูเคล็ดลับนี้:

  • แคลอรี่ ไม่ได้มาจากแค่ข้าว แต่เครื่องเคียงนี่แหละตัวดี! ไข่ลวก ไชโป๊ว กุนเชียง หมูกรอบ หมูเค็ม คือตัวปั่นยอดแคลอรี่ชั้นยอด พอก่อนนะพวกเธอ!
  • ถ้าอยากผอมจริงจัง แนะนำให้ ลดปริมาณข้าว ลงหน่อย แล้วเพิ่มพวกผัก เช่น เห็ดหอม ขิงซอย หรือต้นหอมเยอะๆ แทน ให้มันดูเหมือนชามใหญ่แต่แคลอรี่เบาๆ
  • ปรุงรสเบาๆ พวกซีอิ๊ว น้ำปลา หรือซอสต่างๆ ก็มีโซเดียมและอาจจะมาพร้อมน้ำตาลแฝง ทำให้เราบวมน้ำได้ง่ายๆ เหมือนโดนหลอกให้รักแล้วทิ้งอะ
  • เนื้อสัตว์ เลือกแบบไม่ติดมัน หรือเน้นโปรตีนจากปลา อกไก่ จะดีกว่าหมูสับติดมันที่ปรุงรสจัด ลองเปลี่ยนดูสิ แล้วจะรู้ว่าโลกนี้ยังมีอะไรดีๆ อีกเยอะ
  • ทานตอนเช้า ยังไงก็ยังดีกว่าไปกินเบเกอรี่หรือของทอดมันๆ ยามค่ำคืนเยอะเลยนะ เลือกเวลาให้ถูก ชีวิตก็เปลี่ยนแล้ว! (อย่างน้อยก็เรื่องพุงอะนะ)

การกินข้าวต้มทุกวันดีต่อสุขภาพหรือไม่

การกินข้าวต้มทุกวันเหรอ... อืม... บางทีก็คิดนะ... กลางคืนแบบนี้ ยิ่งคิดเยอะ... มันดีจริง ๆ ใช่ไหม... ฉันก็กินมาพักใหญ่แล้วนะ... มันดูเบา ๆ ท้องดี... แต่ในใจก็แอบกังวลนิด ๆ นะ ว่ามันจะพอไหม... แค่ข้าวต้มอย่างเดียว...

แต่ที่แน่ ๆ คือ เรื่องขับถ่ายน่ะดีขึ้นจริง ๆ อันนี้สัมผัสได้เลยนะ ข้าวในโจ๊กมีเส้นใยอาหารสูง ช่วยกระตุ้นให้ระบบมันทำงานได้ดี ป้องกันท้องผูกนะ ประมาณ 1.8 กรัมต่อ 1 ทัพพี อันนี้ข้อมูลที่อ่านเจอมานะ มันยังช่วยดูดซับสารพิษ ไขมันส่วนเกินในลำไส้ได้ด้วยนะ

พอระบบขับถ่ายดี สุขภาพโดยรวมมันก็ดีตามไปด้วย ลดความเสี่ยงของโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้ด้วยนะ การกินโจ๊กเป็นมื้อเช้าช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ จริง ๆ นะ

แต่ก็ต้องคิดเพิ่มนะ...

  • ต้องระวังเรื่องสารอาหารอื่น ๆ ด้วยนะ แค่ข้าวต้มเปล่า ๆ อาจไม่ครบถ้วนนะ
  • ถ้าจะให้ดี ควรใส่เนื้อสัตว์ โปรตีน เช่น หมู ไก่ ปลา หรือไข่เพิ่มเข้าไปนะ
  • เติมผักใบเขียว ด้วยก็ดีนะ จะได้วิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็นนะ
  • พลังงานในข้าวต้มไม่สูงมาก เหมาะกับคนที่ต้องการควบคุมน้ำหนักนะ
  • แต่บางคนที่มีปัญหาเรื่องน้ำตาล อาจต้องระวังปริมาณ หรือชนิดของข้าวที่ใช้ทำนะ เพราะบางทีมันก็ย่อยง่ายไป
  • ความสะอาดสำคัญมาก เวลาทำหรือซื้อนะ ป้องกันการปนเปื้อนเชื้อโรค

ข้าวต้มช่วยอะไร

ข้าวต้มช่วยได้เยอะมาก โดยเฉพาะน้ำข้าวต้มอะนะ

  • เติมพลัง มันมีคาร์โบไฮเดรตเยอะไง ถ้าเบื่ออาหารหรือไม่ค่อยอยากกินอะไร น้ำข้าวต้มร้อนๆ นี่แหละช่วยได้เลย รู้สึกอบอุ่นในคอ กินแล้วสบายท้อง เหมือนได้เติมพลังให้ร่างกาย
  • ท้องไส้ดีขึ้น ถ้ามีอาการท้องเสีย กินน้ำข้าวต้มจะช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้น ไม่ปวดท้องบิดๆ รู้สึกดีขึ้นทันที
  • ลดอักเสบ น้ำข้าวต้มมันมีสารบางอย่างที่ช่วยลดการอักเสบในร่างกายได้นะ นึกภาพเวลาเราป่วยๆ แล้วกินอะไรที่มันอ่อนโยนต่อท้อง น้ำข้าวต้มก็ประมาณนั้นแหละ
  • ไข้ ไอ ดีขึ้น อันนี้ก็ช่วยได้เหมือนกัน เวลาเป็นไข้หรือไอมากๆ ซดน้ำข้าวต้มร้อนๆ มันจะช่วยให้รู้สึกดีขึ้น หายใจโล่งขึ้น ไม่ต้องทรมานมาก

ข้อมูลเพิ่มเติม:

  • จริงๆ แล้วน้ำข้าวต้มได้มาจากข้าวที่หุงจนเละๆ แล้วเอาน้ำส่วนที่เป็นแป้งๆ ขาวๆ ออกมานะ ไม่ใช่น้ำที่เหลือจากการหุงข้าวปกติ
  • มันเหมาะมากๆ สำหรับคนป่วย หรือคนที่ไม่ค่อยมีแรง เพราะมันย่อยง่าย ได้พลังงานเร็ว
  • การเลือกข้าว: ข้าวกล้องก็ทำได้ แต่น้ำอาจจะไม่ขาวเนียนเท่าข้าวขาว
  • วิธีทำ: ต้มข้าวเยอะๆ กับน้ำเยอะๆ จนข้าวเปื่อยยุ่ยมากๆ แล้วกรองเอาแต่น้ำใสๆ สีขาวๆ
  • ประโยชน์อื่นๆ: บางคนก็เอาไปทาหน้าหรือผมด้วยนะ บอกว่าช่วยให้ผิวนุ่ม ผมเงา แต่ฉันไม่เคยลองเหมือนกัน 555