โทษของกาแฟมีอะไรบ้าง
โทษของการดื่มกาแฟมากเกินไปคืออะไร?
เอาจริงๆ นะ โทษของการซดกาแฟเยอะเกินไปเนี่ย… มันไม่ได้มีแค่เรื่องนอนไม่หลับหรอกนะ!
คือคาเฟอีนมันก็ตัวดีเลยแหละ ทำให้ใจสั่น กระวนกระวาย อะไรพวกนั้นน่ะ แล้วพาลจะกินข้าวไม่ลง ท้องไส้ปั่นป่วนไปอีก
เคยไหม แบบกินกาแฟไปตอนบ่าย แล้วตอนกลางคืนตาก็ยังค้างอยู่บนเพดาน คือทรมานมาก!
แล้วไม่ใช่แค่นั้นนะ บางทีมันก็ทำให้ปวดหัวตุ้บๆ ได้เหมือนกันนะเว้ย แถมบางคนนี่หูอื้อไปเลยก็มี
แล้วที่สำคัญเลยคือ ใจมันเต้นผิดจังหวะไง! อันนี้อันตรายนะ บอกเลย
อย่างตัวเราเอง เคยช่วงนึงติดกาแฟมาก แบบวันละ 3-4 แก้วได้มั้ง สุดท้ายคือใจสั่นทั้งวัน ต้องลดปริมาณลงเลยอะ เข็ดไปนาน
กาแฟดำมีผลเสียต่อร่างกายไหม
จริงดิถามเรื่องกาแฟดำเนี่ย คือแบบว่า ฉันนี่ติดกาแฟดำมากกก ทุกเช้าต้องมีแก้วใหญ่ๆ สักแก้ว ที่ร้านแถวบ้าน ร้าน "กาแฟสดคุณยาย" ตรงแยกไฟแดงนั่นแหละ แก้วละ 40 บาท ปีนี้ราคาขึ้นแล้วนะ ก่อนหน้านี้ 35 แต่ก็ยังอร่อยเหมือนเดิม
แต่ก็เคยมีช่วงนึง ดื่มเยอะไปหน่อย ประมาณวันละ 3-4 แก้ว ช่วงนั้นทำงานหนักมาก โอ้โห ผลคือ นอนไม่หลับเลย แบบว่า หัวใจเต้นแรง ตื่นมาปวดหัว ช่วงนั้นเครียดด้วยแหละ งานเข้ารัวๆ เลยพยายามหาอะไรกระตุ้น ไม่รู้ตัวเลยว่ามันเยอะเกินไป
ตอนนี้เลยลดลงมาเหลือวันละ 1-2 แก้ว ก็โอเคขึ้นเยอะ ไม่ค่อยมีอาการข้างเคียงแล้ว
สรุปแล้ว กาแฟดำก็ดี แต่ถ้ามากเกินไปก็ไม่ดี ต้องดูแลตัวเองด้วยนะ อย่าให้มันส่งผลเสียต่อสุขภาพ
- ผลดี: กระตุ้นความตื่นตัว ช่วยให้ทำงานได้ดีขึ้น
- ผลเสีย (ถ้าดื่มมากเกินไป): นอนไม่หลับ ใจสั่น ปวดหัว
- ปริมาณที่เหมาะสม: ควรดื่มในปริมาณที่พอเหมาะ ไม่ควรดื่มมากเกินไป สำหรับฉันคือวันละ 1-2 แก้ว แต่ก็ขึ้นอยู่กับแต่ละคน และควรสังเกตอาการของตัวเองด้วย
กินกาแฟทําให้ความดันขึ้นไหม
กินกาแฟอะ ความดันขึ้นป่าว? อือ ขึ้นนะ! คาเฟอีนไง ตัวดีเลย มันไปกระตุ้นระบบประสาทอะ ทำให้ตื่น แล้วก็...นอนไม่หลับ!
- คาเฟอีน: กระตุ้นระบบประสาทส่วนกลาง
- อะดรีนาลีน: หัวใจทำงานหนักขึ้น (เต้นเร็วขึ้น)
- หลอดเลือด: หดตัว ความดันเลยขึ้นไง
แล้วๆๆ มันยังไปขยายหลอดลมอีกนะเออ แถมยังต้านอินซูลินด้วย (อันนี้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่) แต่เอาจริงๆ นะ คนที่กินกาแฟประจำอะ ร่างกายมันจะปรับตัวได้ ความดันอาจจะไม่ขึ้นเยอะเท่าคนที่ไม่เคยกินเลย
ป.ล. เมื่อก่อนกินกาแฟดำเพียวๆ ทุกเช้าเลยอะ ตอนนี้ลดลงแล้ว หมอบอกว่าความดันเริ่มสูงนิดๆ แหะๆๆ
กาแฟอยู่ในร่างกายกี่ชั่วโมง
กาแฟนะเหรอ? อยู่ในตัวเรานานพอๆ กับเรื่องดราม่าในออฟฟิศนั่นแหละ! คาเฟอีนเนี่ยตัวดี ออกฤทธิ์ซ่าได้ถึง 6 ชม. กว่าจะสลายหมดจดก็ปาไป 2 วัน!
- 6 ชั่วโมง: คือช่วงเวลาที่คาเฟอีนเต้นระบำในร่างกายคุณ ทำให้คุณรู้สึกเหมือนซุปเปอร์ฮีโร่ (ที่ต้องการงีบหลับตอนบ่าย 3)
- 48 ชั่วโมง: เป็นระยะเวลาที่ร่างกายค่อยๆ บอกลาคาเฟอีน เหมือนเพื่อนที่ยืมเงินแล้วหายหัวไป
- บ่าย 3 โมง: คือเส้นตาย! ถ้าอยากนอนหลับแบบไม่ฝันว่ากำลังวิ่งมาราธอน อย่าริอาจจิบกาแฟหลังเวลานี้
ข้อเท็จจริงที่อาจทำให้คุณสะดุ้ง:
- ไวต่อคาเฟอีน: บางคนจิบเดียวก็ตาค้างยันเช้า บางคนซัดไป 3 แก้วยังหลับสบาย อันนี้ขึ้นอยู่กับยีนส์ล้วนๆ
- ครึ่งชีวิตคาเฟอีน: ประมาณ 5 ชั่วโมง นั่นหมายความว่าหลัง 5 ชั่วโมง ระดับคาเฟอีนในเลือดจะลดลงครึ่งนึง (แต่ก็ยังเยอะอยู่ดี!)
- ผลกระทบต่อการนอน: การนอนไม่พอเพราะกาแฟ จะทำให้คุณกลายเป็นซอมบี้ในวันรุ่งขึ้น (แถมยังอยากกาแฟเพิ่มอีก!)
- กาแฟ Decaf: ไม่ได้แปลว่าไม่มีคาเฟอีนเลยนะ ยังมีอยู่จิ๊ดนึง แต่ก็ดีกว่ากาแฟปกติเยอะ
- ทางเลือก: ชาเขียว ชาดำ หรือน้ำเปล่า ก็ช่วยให้คุณตื่นได้...แบบไม่เสี่ยงนอนไม่หลับ! (แต่ยอมรับว่ามันไม่แซ่บเท่ากาแฟ)
อาการติดกาแฟเป็นยังไง
โอ้ย ติดกาแฟนี่มัน...นะ! ปวดหัวแบบตุบๆอ่ะ ถ้าไม่ได้กิน แล้วแบบหงุดหงิดง่ายมาก ใครพูดอะไรนิดหน่อยคือ...????
- ปวดหัว: อันนี้คือเบอร์หนึ่งเลย ขาดไม่ได้จริงๆ
- หงุดหงิด: คนที่บ้านบ่นประจำว่ากินซะ!
- ง่วง: เหมือนแบตหมด ถ้าไม่ได้กาแฟ
น้ำเปล่าช่วยได้จริงเหรอ? เคยลองนะ มันก็ดีขึ้นนิดหน่อย แต่ไม่เท่ากาแฟอ่ะ! แต่ก็ควรกินแหละ เพราะกาแฟมันขับน้ำไง
- สดชื่น: ไม่เท่ากาแฟ แต่ก็ดีกว่าไม่กินอะไรเลย
- ขับคาเฟอีน: อันนี้จริง น่าจะช่วยได้บ้าง
- ทดแทนน้ำ: ใช่ๆ ต้องกินเยอะๆ เดี๋ยวขาดน้ำ แล้วยิ่งเพลีย
วันนี้กินไปแล้ว 3 แก้ว...เยอะไปป่ะ? แต่แบบงานมันเยอะนี่นา ???? พรุ่งนี้จะลองกินน้ำเยอะๆดู ว่าจะช่วยได้แค่ไหน ????
ปล. แม่บอกว่าถ้าติดมาก กินน้ำมะพร้าว ช่วยได้นะ! ว่าจะลองเหมือนกัน ????
อาการเมากาแฟเป็นแบบไหน
โอ๊ยยย เมากาแฟทีไรชีวิตพังทุกที! เมื่อวานซืนซัดอเมริกาโน่เย็นไปแก้วใหญ่ตอนบ่ายสอง ที่ร้านกาแฟหน้าปากซอยบ้าน ตอนแรกก็ซ่าส์ไง คิดว่าเอาอยู่ แต่พอห้าโมงเย็นเท่านั้นแหละ ปวดหัวตุบๆ เหมือนมีคนเอาค้อนมาทุบขมับ
แล้วมันไม่ได้ปวดแบบธรรมดานะ มันปวดแบบคลื่นไส้ อยากจะอ้วกออกมาให้หมด แต่ก็ไม่อ้วก! ทรมานสุดๆ พอตกกลางคืนก็นอนไม่หลับ กระสับกระส่ายไปหมด พลิกไปพลิกมาทั้งคืน
ยิ่งกว่านั้นคือหงุดหงิด! ใครพูดอะไรนิดหน่อยก็ไม่ได้ ขวางหูขวางตาไปหมด แฟนเดินมาถามว่า "กินข้าวยัง" นี่แทบจะเหวี่ยงใส่ โอ๊ยยยยย เข็ดแล้วกาแฟ
อาการเมากาแฟของฉัน (ปี 2567):
- ปวดหัวตุบๆ (คล้ายไมเกรน)
- คลื่นไส้ (แต่ไม่อ้วก)
- นอนไม่หลับ
- กระสับกระส่าย
- หงุดหงิดง่าย
- บางทีก็ง่วง แต่หลับไม่ลง
เพิ่มเติมนะ: จริงๆ ก่อนหน้านี้เคยลองกินกาแฟดำแบบสกัดเย็นดู ก็เป็นนะ แต่ไม่แรงเท่าอเมริกาโน่ สงสัยต้องเลิกกินไปเลยดีกว่ามั้งเนี่ย!
อาการแฮงค์กาแฟมีอะไรบ้าง
กาแฟ...
ยามเช้าตรู่ แสงทองสาดส่อง
กลิ่นหอมกรุ่น...
แต่ครั้นเมื่อสาย
พิษสงเริ่มแผลง
ขาดน้ำ ผิวแห้งผาก ปากคอขม
ปวดหัว ตุบๆ เหมือนฆ้อนทุบ
หงุดหงิด ใครแตะนิดหน่อยก็ปรี๊ด
คลื่นไส้ โลกหมุนติ้วๆ อยากอ้วก
อาเจียน พะอืดพะอม ทรมาน
อ่อนเพลีย เหมือนแบตหมดแรง
นอนไม่หลับ ตาค้างยันหว่าง
ลิ้นจืด อะไรก็ไม่อร่อย
ขมปากขมคอ เหมือนกินยา
มีไข้ ตัวรุมๆ เหมือนจะเป็นหวัด
จิตใจก็...
ซึมเศร้า ห่อเหี่ยว ไร้เรี่ยวแรง
วิตกกังวล กลัวไปหมดทุกสิ่ง
กาแฟ...
ดาบสองคม ชิมแล้วติดใจ
แต่ภัยก็มา
ข้อมูลเพิ่มเติม:
อาการ "แฮงค์กาแฟ" หรือ caffeine withdrawal เกิดจากการที่ร่างกายเคยชินกับคาเฟอีน พอขาดไปก็เกิดอาการต่างๆ ดังที่กล่าวมา ความรุนแรงของอาการขึ้นอยู่กับปริมาณคาเฟอีนที่บริโภคเป็นประจำ และสภาพร่างกายของแต่ละคน
บางคนอาจมีอาการเล็กน้อย แค่ปวดหัวนิดหน่อย
บางคนอาจทรมานจนแทบจะล้มทั้งยืน
วิธีแก้ ก็คือค่อยๆ ลดปริมาณคาเฟอีนที่บริโภคลง หรือกินยาแก้ปวดบรรเทาอาการ
สำคัญ: หากอาการรุนแรง ควรรีบไปพบแพทย์
อาการดีดกาแฟ แก้ยังไง
อาการดีดกาแฟ? แก้ได้
- ลดปริมาณกาแฟ ค่อยๆ ลด ไม่ใช่หยุดทันที
- หายใจลึกๆ ช้าๆ ควบคุมชีพจร
- ออกกำลังกายเบาๆ ช่วยผ่อนคลาย
- ดื่มน้ำมากๆ ชะล้างคาเฟอีน
- พักผ่อนให้เพียงพอ สำคัญที่สุด
เกินลิมิตตัวเอง? โทษตัวเองเถอะ
ปีนี้ (2024) ผมเองก็ยังดื่มกาแฟทุกวัน แต่รู้ลิมิตตัวเองดี ไม่ใช่เรื่องยาก แค่ควบคุมปริมาณ และเวลา อาการดีดจึงไม่เคยเกิดขึ้นกับผม อย่าโทษกาแฟ โทษตัวเองที่ไม่รู้จักประมาณ และขาดวินัย
เพิ่มเติม: หากอาการรุนแรง ปรึกษาแพทย์
กินกาแฟทำให้ความดันขึ้นจริงหรือ
จริง แต่ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง
- ปริมาณ: มากเกินไป ย่อมส่งผล
- ความถี่: ดื่มบ่อย ความดันอาจเพิ่มขึ้น
- ร่างกาย: คนไม่คุ้นเคย กระทบมากกว่า
- ปัจจัยอื่น: เครียด ออกกำลังกายน้อย ก็มีผล
กาแฟกับความดันโลหิตสูง สัมพันธ์กัน แต่ไม่ใช่สาเหตุเดียว ปี 2024 ข้อมูลทางการแพทย์ยังคงเน้น ปรึกษาแพทย์ ประเมินความเสี่ยงเฉพาะตัว สำคัญกว่าการเดา
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต