โรคไทรอยด์กินปลาอะไรได้บ้าง

133 ครั้งเข้าชม
ผู้ป่วยไทรอยด์ควรกินปลาที่มีไขมัน เช่น แซลมอน ทูน่า ซาร์ดีน เพื่อรับโอเมก้า 3 ช่วยลดการอักเสบ บำรุงภูมิคุ้มกัน ลดความเสี่ยงโรคหัวใจ สำคัญสำหรับผู้มีภาวะพร่องไทรอยด์ควบคุมยาก เพราะช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล LDL อย่างไรก็ตาม ควรปรึกษาแพทย์ก่อนปรับเปลี่ยนอาหาร การรับประทานปลาอย่างเหมาะสม ควบคู่การรักษาจากแพทย์ จะช่วยให้สุขภาพดีขึ้น
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

โรคไทรอยด์ กินปลาอะไรได้บ้าง?

ถามว่าไทรอยด์กินปลาอะไรได้บ้างเหรอ? เอาจริง ๆ นะ ตอนแรกที่รู้ว่าเป็นไทรอยด์ก็งงเหมือนกัน กินอะไรได้ กินอะไรไม่ได้เนี่ย.

แต่เท่าที่จำได้นะ หมอเคยบอกว่า พวกปลาที่มีไขมันดีอ่ะ กินได้เลย อย่างแซลมอนเนี่ย ตัวดีเลย เพราะมีโอเมก้า 3 สูงมากกก ช่วยลดอักเสบในร่างกายได้ด้วยนะ ซึ่งคนเป็นไทรอยด์อ่ะ ส่วนใหญ่ร่างกายมันจะอักเสบง่ายกว่าคนอื่นอยู่แล้ว

แล้วก็พวกปลาทูน่า ปลากระป๋องซาร์ดีนอะไรพวกนี้ก็ได้เหมือนกันนะ แต่ก็ต้องดูดี ๆ หน่อย บางทียี่ห้อที่เคยกินประจำมันก็มีโซเดียมเยอะไปหน่อย ก็ต้องเปลี่ยนไปกินยี่ห้ออื่นบ้างอะไรบ้าง

เมื่อก่อนตอนที่ยังคุมไทรอยด์ไม่ได้อ่ะ รู้สึกว่าคอเลสเตอรอลมันขึ้นสูงมาก หมอก็เลยบอกว่ากินโอเมก้า 3 เยอะ ๆ จะช่วยลดความเสี่ยงเรื่องโรคหัวใจได้ด้วยนะ คือมันก็เป็นอะไรที่แบบ เออ ดีกว่าไม่กินอ่ะนะ

เป็นไทรอยด์กินฟักทองได้ไหม

กินได้สิครับ! ฟักทองนี่ของดีนะ ไม่ใช่แค่กินได้ ยังช่วยเสริมสร้างร่างกายให้แข็งแรงอีกต่างหาก โดยเฉพาะถ้าไทรอยด์คุณมีปัญหา ยิ่งต้องทานของดีๆ บำรุง คิดซะว่าฟักทองเป็นยาอายุวัฒนะ ช่วยให้ต่อมไทรอยด์ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ฮ่าๆ (แต่ก็อย่ากินแต่ฟักทองอย่างเดียวล่ะ ชีวิตมันต้องมีความหลากหลาย!)

  • ธาตุเหล็กสำคัญ: ขาดธาตุเหล็ก ต่อมไทรอยด์ทำงานห่วยแตกแน่ๆ! เหมือนเครื่องยนต์รถขาดน้ำมัน วิ่งไม่ไหวหรอกครับคุณ! ฟักทองมีธาตุเหล็กนะ แต่ก็อย่าหวังพึ่งพาแต่ฟักทองอย่างเดียว ควรทานอาหารหลากหลาย ครบ 5 หมู่ เพื่อความสมดุล (ผมเองก็กำลังพยายามกินผักมากขึ้นอยู่ เพื่อสุขภาพที่ดี จริงจังนะ!)

  • อาหารบำรุงไทรอยด์: นอกจากฟักทอง ยังมีอีกเพียบเลยครับ ตับ เลือด ผักโขม แครอท ถั่วต่างๆ เมล็ดฟักทอง ยิ่งเมล็ดฟักทองนี่ นับว่าเป็นตัวช่วยที่ดีเลยล่ะ เพราะอุดมไปด้วยธาตุเหล็ก ซิงค์ และแมกนีเซียม ยิ่งกว่าซูเปอร์ฮีโร่สำหรับไทรอยด์อีก! (แต่ก็อย่าไปคาดหวังว่าจะหายเป็นปลิดทิ้งนะครับ ต้องปรึกษาแพทย์ด้วยนะ)

  • สำคัญที่สุด: ปรึกษาแพทย์! อย่าพึ่งพาแต่ข้อมูลบนอินเตอร์เน็ต แม้ว่าข้อมูลนี้จะเป็นความจริงก็ตามที เพราะร่างกายแต่ละคนไม่เหมือนกัน ควรได้รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ เพื่อวางแผนการรักษาและการรับประทานอาหารที่เหมาะสมที่สุด (นี่คือคำแนะนำจากผู้ที่เคยมีประสบการณ์กับญาติที่เป็นไทรอยด์ครับ)

ปล. ปีนี้ผมลองปลูกฟักทองเอง หวังจะได้ทานฟักทองที่ปลอดภัย ไม่มีสารพิษ อร่อยและดีต่อสุขภาพ แถมยังได้ออกกำลังกายด้วย! (แต่ผลผลิตอาจจะไม่มากเท่าไร เพราะฝีมือการปลูกยังไม่เก่งเท่าไหร่ ฮ่าๆ)

ไทรอยด์ไม่ควรกินผลไม้อะไร

กลางดึกแบบนี้... บางทีเราก็คิดเรื่องอาหาร

ไทรอยด์เนี่ยนะ... ผลไม้ที่ ไม่ควรกิน เหรอ...

มันเหมือนมีอะไรซ่อนอยู่เบื้องหลังความหวาน

  • รสจัด: เผ็ดจัด เค็มจัด มันเหมือนไปกระตุ้นอะไรบางอย่างในร่างกายเราให้วุ่นวาย
  • หวานจัด: ทุเรียน ลำไย มะม่วงสุก ขนุน น้อยหน่า มะพร้าว เงาะ ขนมหวาน... โอ้ย เยอะไปหมด กินแล้วมันขึ้นเร็วลงเร็ว รู้สึกไม่มั่นคง
  • เค็มจัด/ดอง: กะปิ ปลาร้า หน่อไม้ดอง ผักกาดดอง... พวกนี้มันรักษาสภาพตัวเองได้นาน แต่กับร่างกายเรา มันอาจจะทำร้ายมากกว่า

ทำไมต้องหลีกเลี่ยงนะ...

  • รสจัดมันไป รบกวนธาตุ ในร่างกาย ทำให้การทำงานของไทรอยด์ไม่คงที่
  • หวานจัด... น้ำตาลเยอะเกินไป มันส่งผลต่อ อินซูลิน และอาจจะเกี่ยวพันกับการอักเสบ
  • เค็มจัด/ดอง... โซเดียมสูง มันมีผลต่อ ความดัน และการทำงานของต่อมไร้ท่อ

บางทีการดูแลตัวเอง มันก็เหมือนการเดินอยู่ในความมืด ต้องค่อยๆ คลำหาทาง

แล้วทำไมต้องกินทุเรียนวะ? ตอนนั้น... ไม่ได้คิดอะไรเลย

ผู้ป่วยโรคฮาชิโมโตไทรอยด์ควรหลีกเลี่ยงอาหารอะไรบ้าง

เรื่องมันก็เริ่มจากคุณหมอที่โรงพยาบาลจุฬาฯ เดือนมีนาคมปีนี้แหละ บอกว่าฉันเป็นโรคฮาชิโมโตะ ตอนนั้นเครียดมาก น้ำตาไหลเลย คุณหมอแนะนำให้ปรับเปลี่ยนอาหาร จำได้แม่นว่าเน้นย้ำเรื่องกลูเตน บอกว่าต้องลด ไม่ใช่ตัดขาดเลยนะ แต่ก็ต้องระวัง

แรกๆก็งงๆ เพราะฉันนี่กินขนมปังเป็นชีวิตจิตใจ เช้ากลางคืน นี่ต้องเลิกเลยเหรอ พาสต้าก็ชอบ เบียร์เย็นๆนี่ก็ของโปรด ยิ่งคิดยิ่งหดหู่

แต่พอได้ลองปรับดู ก็ค่อยๆดีขึ้นนะ ฉันเริ่มจากลดปริมาณก่อน อย่างขนมปัง เปลี่ยนจากกินทุกวันเป็นกินอาทิตย์ละครั้งสองครั้ง พาสต้าก็เหมือนกัน เปลี่ยนเป็นกินพวกเส้นบุกแทนบ้าง รู้สึกว่าอาการดีขึ้นนะ ไม่ค่อยเหนื่อยง่ายเหมือนก่อน

สิ่งที่ฉันทำจริง ๆ ในปีนี้

  • ลดขนมปัง พาสต้า เบียร์ แต่ไม่ได้เลิกเลย แค่ควบคุมปริมาณ
  • เพิ่มผักผลไม้ เนื้อไม่ติดมัน พวกปลา ไก่ เข้าไปในมื้ออาหาร
  • ดื่มน้ำเยอะขึ้น รู้สึกว่าช่วยได้เยอะเลย
  • งดอาหารแปรรูป พวกไส้กรอก พวกนี้ฉันก็กินบ่อย ตอนนี้เลยลดลงเยอะมาก

ถึงจะไม่ใช่การเลิกกินกลูเตนทั้งหมด แต่การลด ละ เลิก แบบค่อยเป็นค่อยไป มันก็ช่วยให้รู้สึกดีขึ้นจริงๆ บอกเลยว่าตอนนี้รู้สึกตัวเบาขึ้น ไม่เหนื่อยล้าเหมือนก่อน แต่อย่าลืมปรึกษาคุณหมอ เค้าจะแนะนำได้ดีกว่า อย่าเชื่อฉันอย่างเดียวนะ นี่แค่ประสบการณ์ส่วนตัว