ใน 1วันควรกินกี่คาร์บ

132 ครั้งเข้าชม
ปริมาณคาร์โบไฮเดรตที่เหมาะสมต่อวันขึ้นอยู่กับเพศและสุขภาพ ผู้หญิง: 3-4 หน่วยคาร์บ/มื้อ ผู้ชาย: 4-5 หน่วยคาร์บ/มื้อ ข้อควรระวัง: ผู้ป่วยเบาหวานหรือผู้ควบคุมระดับน้ำตาล ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการเพื่อวางแผนการบริโภคคาร์โบไฮเดรตอย่างเหมาะสม การนับคาร์บอย่างถูกต้องช่วยให้สุขภาพดีขึ้นได้
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

กินคาร์โบไฮเดรตเท่าไหร่ใน 1 วัน?

โอเค เล่าจากประสบการณ์ตัวเองเลยนะ

กินคาร์โบไฮเดรตเท่าไหร่ต่อวันเนี่ย... บอกเลยว่าแล้วแต่คนสุดๆ ตอนที่ฉันไปเข้าค่ายลดน้ำหนักที่เชียงใหม่เมื่อปี 2563 (จำเดือนไม่ได้แล้ว น่าจะช่วงพฤษภาคม) โค้ชบอกว่าผู้หญิงไทยควรกินประมาณ 3-4 คาร์บต่อมื้อ แต่สำหรับผู้ชายก็อาจจะ 4-5 คาร์บนะ

แต่ๆๆๆ อย่าเพิ่งเชื่อฉันทั้งหมด! คือถ้าใครมีโรคประจำตัว อย่างเบาหวานเนี่ย ต้องปรึกษาหมอหรือนักโภชนาการก่อนนะ สำคัญมากๆ เลยล่ะ เพราะว่าแต่ละคนต้องการคาร์โบไฮเดรตไม่เท่ากันจริงๆ แล้วแต่กิจกรรมที่เราทำด้วย วันไหนออกกำลังกายหนักๆ ฉันก็กินเยอะหน่อย

จำได้เลย ตอนนั้นไปวิ่งเทรลที่ดอยอินทนนท์ กลับมาคือซัดข้าวเหนียวมะม่วงไปคนเดียวหมดจาน (ราคาประมาณ 80 บาท) ก็มันเหนื่อยนี่นา! แต่ถ้าวันไหนนั่งๆ นอนๆ อยู่บ้าน ก็จะพยายามกินน้อยลงหน่อย ฟังร่างกายตัวเองสำคัญสุด

1วันกินได้กี่คาร์บ

คาร์บ? แล้วแต่คนดิ

  • เบาหวาน: นับไปเหอะ ชีวิตมีแค่นั้น? คุมน้ำตาลก็จบ.
  • ลดน้ำหนัก: กินน้อยกว่าที่ใช้ จบป่ะ?
  • ผู้ชาย: 5 ส่วน/มื้อ (ตาม รพ. บอก)
  • ผู้หญิง: 4 ส่วน/มื้อ (ตาม รพ. บอก)

เพิ่ม: ไอ้ "ส่วน" ที่ว่าน่ะ แต่ละคนก็ไม่เท่ากันอีก กินอะไรบ้าง Activity level เท่าไหร่ ร่างกายแม่งซับซ้อนกว่านั้นเยอะ.

1วัน ควรกินคาร์บให้ได้กี่แคล

ขึ้นอยู่กับเป้าหมาย 200-300 แคลอรี่จากคาร์โบไฮเดรตสำหรับมื้อ 2000 แคลอรี่ อาจน้อยไปสำหรับบางคน มากไปสำหรับบางคน

  • ปัจจัยสำคัญ: ระดับกิจกรรม ความต้องการพลังงาน เป้าหมายการลดน้ำหนัก หรือการเพิ่มกล้ามเนื้อ

  • คำแนะนำ: ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการ อย่าพึ่งพาตัวเลขทั่วไป

  • ตัวอย่างส่วนตัว: ฉันเอง (ปี 2566) ปรับคาร์โบไฮเดรตตามระดับการฝึกซ้อม บางวัน 400 แคลอรี่ บางวัน 150 ขึ้นอยู่กับความต้องการพลังงาน ไม่ใช่แค่ตัวเลข แต่เป็นความสมดุล

  • หลักการ: การบริโภคควรยืดหยุ่น ไม่ใช่สูตรตายตัว การรับประทานที่หลากหลาย สำคัญกว่าตัวเลข ทุกอย่างขึ้นอยู่กับร่างกายคุณ ไม่ใช่ตัวเลขที่คนอื่นกำหนด

ลดน้ำหนักควรกินคาร์บวันละกี่กรัม

ลดน้ำหนักจะกินคาร์บกี่กรัมเนี่ยนะ? โธ่! ถามได้น่ารักเชียว! 50-100 กรัมพอแล้วมั้ง! อย่าให้มันเยอะกว่านั้นเลย เดี๋ยวพุงปลิ้นออกมาเป็นทรงโดม เหมือนโบสถ์ซะก่อน!

  • จำกัดคาร์บอย่างเคร่งครัด! ไม่งั้นเตรียมตัวรับมือกับความอ้วนแบบจัดเต็ม! เหมือนพกภูเขาไฟไว้ในพุงเลยล่ะ!

  • โปรตีนเนี่ยสำคัญ! กินให้จุใจไปเลย! 1.5-2.0 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม กินเยอะๆนะ เดี๋ยวตัวเล็กไป กลายเป็นกระดาษ A4 เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน!

  • ข้าวแป้ง น้ำตาล? งด! งด! งด!! เหมือนงดแฟนเก่าที่ทิ้งเราไปเลย! ตัดใจให้ได้!

  • ปีนี้ผมลดน้ำหนักมาได้ 5 กิโลแล้วนะ วิธีนี้แหละ ได้ผลจริง! (เอ๊ะ! หรือว่าเพราะผมไปออกกำลังกายด้วยกัน) ฮ่าๆๆ

จำไว้! ลดน้ำหนักต้องใจแข็ง! เหมือนกับการต่อสู้กับเหล่าปีศาจแห่งความหิวโหย! สู้ๆ! อย่าไปยอมแพ้ให้กับโดนัทชิ้นนั้น! มันแค่ชิ้นเดียว! แต่พุงเราอาจจะโตขึ้นอีกหลายเซน! คิดให้ดีๆนะ!

คาร์บ 50 กรัม กินอะไรได้บ้าง

คาร์บ 50 กรัมเนี่ยนะ! กินอะไรให้มันอยู่ท้อง? โอ้โห นี่มันชาเลนจ์เรียกหุ่นนางแบบชัดๆ! อ่ะๆ เดี๋ยวป้าจัดให้!

  • ผักใบเขียว: กินเข้าไป! กินเข้าไป! เหมือนกินหญ้าให้วัวควายเลยจ้ะ แต่ดีต่อสุขภาพนะเออ (ประชด!) ผักโขม ผักกาด บรอกโคลี สารพัดผัก! กินเข้าไปให้เข็ด!
  • ฟักทอง: ฟักทองน่ะดี หวานน้อย ไฟเบอร์เยอะ แต่กินเยอะไปก็อ้วนได้นะจ๊ะ อย่าคิดว่าจะกินได้ไม่อั้น!
  • บลูเบอร์รี่: ผลไม้ไฮโซ! ลูกเล็กๆ ราคาแพงๆ กินพอเป็นพิธีนะจ๊ะ อย่าหวังว่าจะกินบลูเบอร์รี่จนอิ่ม!
  • ฝรั่ง: ฝรั่งนี่แหละพระเอก! หาซื้อง่าย ราคาถูก ไฟเบอร์จัดเต็ม! แต่กินเยอะไปก็ท้องอืดนะจ๊ะ บอกไว้ก่อน!
  • เครื่องดื่ม: น้ำเปล่าเท่านั้นที่ครองโลก! งดชา กาแฟ น้ำอัดลม น้ำหวาน ทุกชนิด! ช่วงนี้ต้องทำตัวเป็นคนดี ดื่มแต่น้ำเปล่า!

เตือน: อย่าริอาจกินข้าว กินขนมปัง กินเส้น! ลืมไปเลยว่าสิ่งเหล่านี้เคยมีอยู่ในโลก! ช่วงนี้ต้องตัดขาดจากแป้งทุกชนิด!

เคล็ดลับ: ถ้าหิวจัดๆ ให้กินไข่ต้ม! โปรตีนสูง อยู่ท้องนาน แต่กินเยอะไปก็เบื่อนะจ๊ะ!

เพิ่มเติม: คาร์บ 50 กรัมนี่มันน้อยมาก! เหมาะสำหรับคนที่ต้องการลดน้ำหนักแบบเร่งด่วน! แต่ถ้าทำนานๆ อาจจะขาดสารอาหารได้นะจ๊ะ! ปรึกษาหมอหรือนักโภชนาการก่อนทำดีกว่า! อย่าทำตามป้าโดยไม่คิด! ป้าแค่แนะนำ!

คำเตือน: การกินคาร์โบไฮเดรตต่ำมากๆ อาจทำให้เกิดอาการไม่พึงประสงค์ เช่น อ่อนเพลีย ปวดหัว ท้องผูก! ดังนั้นต้องระมัดระวังและฟังร่างกายตัวเองด้วยนะจ๊ะ!

ออกกําลังกายกี่นาทีถึงจะเบิร์นได้ 500 แคล

โอ๊ย! ถามว่าออกกำลังกี่นาทีเบิร์น 500 แคลฯ เนี่ยนะ? บอกเลยว่าไม่ใช่เรื่องหมูๆ นะจ๊ะ! มันขึ้นอยู่กับว่าแกจะแด๊นซ์กระจาย หรือจะคลานเข่า!

  • วิ่งสิวิ่ง: วิ่งแบบหมาหอบแดดซัก 45-60 นาที นี่แหละ อาจจะถึง 500 แคลฯ แต่ถ้าวิ่งเหยาะๆ เหมือนเต่าคลาน ก็บวกเวลาไปอีก!
  • ปั่นจักรยาน: ปั่นให้ขาแทบหลุดซักชั่วโมงนึง น่าจะพอได้อยู่นะ แต่อย่าปั่นไปกินก๋วยเตี๋ยวไปนะเฟ้ย!
  • กระโดดเชือก: อันนี้เบิร์นโหดจริง! กระโดดแบบไม่พักซัก 30 นาที อาจจะถึง 500 แคลฯ แต่ระวังข้อเข่าพังนะ!
  • เต้นแอโรบิก: เต้นให้ยับไปเลย! ซักชั่วโมงนึงน่าจะโอเค แต่ถ้าเต้นแบบง่วงๆ ก็...นะ!
  • ยกเวท: ยกเวทมันช่วยสร้างกล้ามเนื้อเว้ย! กล้ามเนื้อเยอะก็เบิร์นเยอะ! แต่ต้องยกให้ถูกท่าด้วยนะ! ไม่ใช่ยกผิดๆ แล้วเจ็บตัว!

เตือนนิดนึง: ไอ้ที่บอกว่า 10-20 นาที เบิร์น 500 แคลฯ เนี่ยนะ...สงสัยต้องไปวิ่งหนีซอมบี้อ่ะ ถึงจะเบิร์นได้ขนาดนั้น!

เกร็ดความรู้ (แบบบ้านๆ):

  • น้ำหนักตัว: คนตัวใหญ่กว่า ก็เบิร์นเยอะกว่านะจ๊ะ!
  • ความเข้มข้น: ยิ่งออกกำลังหนัก ก็ยิ่งเบิร์นเยอะ!
  • การกิน: ออกกำลังแทบตาย แต่กินเยอะกว่าที่เบิร์น ก็...จบเห่!
  • พันธุกรรม: บางคนผอมง่าย บางคนอ้วนง่าย...ทำใจ!

ข้อควรระวัง: อย่าหักโหมนะจ๊ะ! ค่อยๆ เป็น ค่อยๆ ไป! ร่างกายพังขึ้นมา...ไม่คุ้มนะ!