ไตรมาส 3 กินอะไร ให้ ลงลูก

111 ครั้งเข้าชม
ไตรมาส 3: โฟกัสคุณแม่! เสริมสร้างลูกน้อยด้วยสารอาหารสำคัญ วิตามินเอ: ปลา, นม, แครอท, แคนตาลูป, ผักโขม, มันฝรั่ง, ธัญพืช ช่วยพัฒนาสายตาและภูมิคุ้มกัน วิตามินซี: ผลไม้รสเปรี้ยว (ส้ม, กีวี่), สตรอว์เบอร์รี่, มะเขือเทศ, พริกหวาน, บรอกโคลี เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ไตรมาสสุดท้าย เน้นอาหารกลุ่มนี้เพื่อการเจริญเติบโตแข็งแรงของลูกน้อย ปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการสำหรับคำแนะนำเฉพาะบุคคล
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

เมนูอาหารไตรมาส 3 กินอะไรให้ลงลูก?

เอ่อ...เมนูไตรมาส 3 กินอะไรให้ลงลูกเนี่ยนะ? ตอนท้องแก่ๆ น่ะเหรอ ฉันจำได้ว่ากินแหลกมากกกกกกกก ทุกอย่างที่ขวางหน้า! (หัวเราะ)

แต่ถ้าเอาจริงๆ จังๆ ก็...วิตามินเอสูงๆ ใช่ไหม? ปลา นม ผักโขม แครอท อะไรพวกนั้นอ่ะ

แล้วก็วิตามินซี! ส้ม ส้มเขียวหวาน กีวี่...นึกภาพตามแล้วน้ำลายสอเลย

ฉันว่านะ กินอะไรที่อยากกินดีกว่า อย่าไปเครียดมาก! สมัยนั้น ฉันอยากกินส้มตำปลาร้าทุกวัน สามีก็ต้องไปซื้อให้ (แอบกระซิบ: กินแล้วแสบท้อง แต่ก็ยอม!)

ไตรมาส3ห้ามอะไรบ้สง

ไตรมาสสาม... มันเหมือนเป็นช่วงเวลาที่ทุกอย่างมันเริ่มหนักขึ้นนะ ทั้งตัวเรา ทั้งความรู้สึกข้างใน

  • ยกของหนัก: ไม่ไหวจริงๆ นะ หลังจะหักเอา เคยพยายามยกกล่องหนังสือเบาๆ ยังปวดไปหลายวันเลย
  • นั่งๆ นอนๆ: มันสบายก็จริง แต่สุดท้ายจะยิ่งเพลีย ให้ลองเดินเล่นเบาๆ ในสวนสาธารณะใกล้บ้านบ้างก็ดี
  • กินเยอะเกินไป: อันนี้สำคัญมาก ตอนท้องแรกกินแหลกเลย สุดท้ายน้ำหนักขึ้นเยอะมาก คลอดยากมากด้วย รอบนี้เลยต้องระวังเป็นพิเศษ
  • จิตใจ: อย่าเครียด อย่าคิดมาก พยายามหาอะไรทำที่ทำให้สบายใจ ดูหนัง ฟังเพลง ไปเที่ยว (ใกล้ๆ)

สำหรับเรื่องอาหาร... ตอนนี้เน้นโปรตีนนะ พวกเนื้อปลา ไข่ แล้วก็ผักใบเขียวเยอะๆ ผลไม้ก็กินบ้าง แต่ระวังเรื่องน้ำตาล

อาการที่พบบ่อย... ก็ปวดหลัง เหนื่อยง่าย แล้วก็ฉี่บ่อยมากกกกกกกกกกกกก (อันนี้เน้นๆ) บางทีก็หายใจไม่ค่อยอิ่มด้วย

ข้อมูลเพิ่มเติม:

  • อาหารเสริม: คุณหมอแนะนำให้กินธาตุเหล็กกับแคลเซียมเพิ่ม เพราะร่างกายต้องการเยอะมากในช่วงนี้
  • การนอน: หาหมอนมารองหลัง รองท้อง จะช่วยให้นอนสบายขึ้นเยอะเลย
  • เตรียมของใช้: เริ่มทยอยซื้อของใช้เด็กอ่อนได้แล้วนะ จะได้ไม่ฉุกละหุกตอนใกล้คลอด

บางทีก็คิดนะ ว่ามันจะออกมาเป็นยังไง จะเลี้ยงเขายังไง จะเป็นแม่ที่ดีได้ไหม... แต่สุดท้ายก็ต้องบอกตัวเองว่า "ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวทุกอย่างก็ผ่านไป"

คนท้องไตรมาสสุดท้ายควรกินอะไร

โอ๊ยตาย! ท้องแก่ป่องจะคลอดแล้วนะเนี่ย! ระวังตัวหน่อยนะแม่คุณเอ๊ย! ช่วงนี้ต้องเน้นกินง่ายๆ แต่ได้ประโยชน์สูงๆ เหมือนเอาแต้มบุญมาแลกกับความอ้วนเลยล่ะ!

  • โปรตีนจัดเต็ม! เหมือนเติมพลังให้ซูเปอร์ไซย่าเลย เนื้อปลาเนี่ย ดีสุด! กินแล้วลูกฉลาดแน่ๆ (หรือเปล่า? แต่แม่ก็สบายใจแล้วไง) ไข่ก็ดี นมก็เยี่ยม!

  • เหล็กเพียบ! ไม่ใช่เหล็กก่อสร้างนะ! คือธาตุเหล็กในผักใบเขียว ตับ เนื้อแดง (แต่ระวังคอเลสเตอรอลนิดนึงนะ) ลูกจะได้ไม่ซีด แม่ก็ไม่เหนื่อยง่าย!

  • แคลเซียมกระจาย! นม โยเกิร์ต นี่แหละตัวช่วย! กระดูกแข็งแรงทั้งแม่ทั้งลูก อย่าให้ลูกออกมาเป็นกระดูกอ่อนเชียว! (กลัวจัง)

  • ไฟเบอร์นี่สำคัญ! ผักผลไม้ช่วยเรื่องระบบขับถ่าย ไม่งั้นท้องผูก จะคลอดลำบากเอา! เหมือนรถติดบนทางด่วนเลยล่ะ!

จำไว้นะ! อาหารปรุงสุกใหม่ๆ นะจ๊ะ อย่าไปกินของทอดๆ มันๆ รสจัดๆ พวกอาหารแปรรูป คาเฟอีน พวกนี้มันเป็นศัตรูของคนท้องนะ! เดี๋ยวลูกออกมาเป็นฮัลค์ แม่ก็ปวดหัวไปอีก!

ปีนี้คุณหมอที่คลินิกแถวบ้านผมแนะนำเพิ่มว่าควรทานอาหารออร์แกนิคให้มากขึ้นเพื่อลดสารเคมีตกค้างด้วยนะ บอกเลยว่าแพงกว่าเยอะ แต่เพื่อลูกก็ต้องยอม! (ฮือออ)

กินอย่างไรให้น้ำหนักลงที่ลูก

เฮ้ย! กินยังไงให้น้ำหนักไปลงที่ลูกในท้องเนี่ยนะ? ถามมาได้! นี่มันเคล็ดลับนางพญาชัดๆ!

  • วิตามินเอ นะแม่! จัดไปเลย ปลาทูเข่งเบ้อเริ่ม (แต่อย่ากินเยอะ เดี๋ยวเค็ม!) นมวัวแดง (ถ้าแพ้ก็กินนมอัลมอนด์ไปก่อน) แครอทหัวโตๆ (กัดกินสดๆ ไปเลย!) แคนตาลูปหวานเจี๊ยบ (กินให้ปากมัน!) ผักโขมกำใหญ่ (ผัดน้ำมันหอยซะ!) มันฝรั่งอบ (โปะชีสเยอะๆ!) ธัญพืชน่ะเหรอ (กินไปเหอะ!)

  • วิตามินซี ก็สำคัญนะเว้ย! ส้มเปรี้ยวจี๊ด (กินแล้วตาหยี!) ส้มเขียวหวาน (หวานอมเปรี้ยว!) เกรปฟรุต (ขมๆ หน่อย อร่อยดี!) กีวี่ (ลูกละ 30 กินเข้าไป!) สตรอว์เบอร์รี (แดงๆ น่ากิน!) มะเขือเทศ (กินสดๆ เลย!) พริกหวาน (เอาไปผัด!) บรอกโคลี (ลวกจิ้มน้ำพริก!)

ข้อควรจำ:

  • กินแต่พอดี! ไม่ใช่ยัดเข้าไปจนพุงแตก เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน!
  • ออกกำลังกายเบาๆ ยืดเส้นยืดสายบ้าง จะได้คลอดง่ายๆ
  • ปรึกษาหมอ! อย่าเชื่อฉันมาก เดี๋ยวลูกออกมาเป็นแฝดสี่จะยุ่ง!

เพิ่มเติม:

  • อย่ากินของหมักดอง! ไม่ดีต่อลูกในท้อง!
  • งดแอลกอฮอล์! อันนี้รู้ๆ กันอยู่!
  • พักผ่อนให้เพียงพอ! นอนเยอะๆ ลูกจะได้แข็งแรง!

คำเตือน: ข้อมูลนี้อาจจะมั่วบ้างอะไรบ้าง โปรดใช้วิจารณญาณ! ถ้าลูกออกมาหน้าตาเหมือนปลาทู อย่ามาโทษกันนะ! ฮ่าๆๆๆ!

กินอะไรทำให้คลอดลูกง่าย

แสงรำไร...เช้าตรู่ หมอกจาง ฉันยืนอยู่ริมหน้าต่าง...คิดถึงเธอ

กินอะไร...คลอดลูกง่ายหรอ...

  • ผักใบเขียว...เหมือนทุ่งหญ้าในฝัน ช่วยเสริมสร้าง (เอ๊ะ! หรือแค่ทำให้รู้สึกดี?) สำคัญ
  • ผลไม้สีสด...เหมือนดวงอาทิตย์ยามเย็น พลังงาน (หรือแค่ความหวัง?) สำคัญ
  • ธัญพืชไม่ขัดสี...เหมือนดินที่อุดมสมบูรณ์ บำรุง (หรือแค่ความเชื่อ?) สำคัญ
  • โปรตีน...เหมือนสายใยรัก ถักทอ (หรือแค่ความต้องการ?) สำคัญ

ออกกำลังกายเบาๆนะเธอ...เหมือนผีเสื้อโบยบิน แล้วก็ปรึกษาหมอ...สำคัญที่สุด อย่าลืมหายใจ...

แม่ท้องกินไข่เค็มได้ไหม

แม่ท้องกินไข่เค็ม? ถามใจดู.

  • โซเดียมสูง. เลี่ยงได้เลี่ยง.
  • บวมน้ำถามหา. เสี่ยงครรภ์เป็นพิษ.
  • อยากกิน? นิดเดียวพอ. ชิมรส. อย่าจัดหนัก.
  • ตัวเลือกอื่นมีถมไป. ผลไม้. ผักสด. ดีกว่าเยอะ.
  • จำไว้: เค็มอันตรายต่อไต

ข้อมูลเพิ่มเติม:

  • โซเดียม: เกิน 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน? ไม่ดีต่อใครทั้งนั้น.
  • ผลกระทบต่อไต: ไตทำงานหนัก. เสี่ยงโรคแทรกซ้อน.
  • ทางเลือก: โปรตีนจากเนื้อสัตว์ไม่ติดมัน. ธัญพืช. นม. ไข่ต้ม.
  • ผลไม้: กล้วย. ส้ม. แตงโม. โพแทสเซียมสูง. ช่วยลดโซเดียม.
  • ปรึกษาแพทย์: ดีที่สุด. ถามหมอ. จบเรื่อง.
  • ไข่เค็มปี 2567: ยังเค็มเหมือนเดิม. ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง.

คนท้องกินมาม่าได้ไหม

คนท้องทานมาม่าได้ แต่ต้อง "ฉลาด" ทานครับ อย่ามองข้าม "คุณค่าทางโภชนาการ" ที่จำเป็นต่อทั้งแม่และเด็ก

  • โซเดียม: มาม่าโซเดียมสูงมาก กระทบความดันได้นะ
  • สารอาหาร: เพิ่มโปรตีน (ไข่, เนื้อสัตว์) และไฟเบอร์ (ผักใบเขียว) เข้าไปด่วนๆ เลยครับ
  • ปริมาณ: ทานแต่พอดี อย่าให้เป็นอาหารหลัก

จริงๆ แล้ว "ความสมดุล" สำคัญกว่าเยอะ ไม่ว่าอะไรก็ทานได้ถ้าไม่มากเกินไปและมีประโยชน์อื่นเสริมเข้าไปด้วย นี่คือปรัชญาการกินของผมเลยครับ ????

ข้อมูลเพิ่มเติม:

  • ลองเลือกมาม่า "สูตรลดโซเดียม" ดูครับ มีหลายยี่ห้อให้เลือกแล้วนะ
  • ผักโขม, บรอกโคลี, แครอท... ตัวเลือกดีๆ ที่หาซื้อง่าย ใส่มาม่าอร่อยด้วย!
  • ถ้าเบื่อมาม่า ลองเปลี่ยนเป็นก๋วยเตี๋ยว หรืออาหารอย่างอื่นบ้างก็ได้นะ อย่าจำเจ!

แม่ท้องกินยำได้ไหม

แม่ท้องกินยำได้ไหม? ต้องบอกว่ายำรสจัดจ้านเนี่ย ช่วงตั้งครรภ์อาจจะต้องเพลาๆ หน่อย คือจริงๆ แล้วไม่ได้ห้ามเด็ดขาด แต่ต้องระวังเรื่องความสะอาดและรสชาติเป็นพิเศษ

  • ความสะอาด: สำคัญสุดๆ เพราะอาหารเป็นพิษนี่เรื่องใหญ่สำหรับคนท้อง
  • รสชาติ: เผ็ด เปรี้ยวจัด อาจทำให้แสบร้อนกลางอก กรดไหลย้อนถามหาได้ ซึ่งอาการเหล่านี้คนท้องหลายคนก็เจออยู่แล้ว
  • สารอาหาร: ถ้าอยากกินจริงๆ เน้นยำที่ใส่เนื้อสัตว์/เต้าหู้ ที่ปรุงสุกใหม่ๆ และมีผักหลากหลาย จะได้ประโยชน์มากกว่าโทษ

จริงๆ แล้วอาหารทุกอย่างบนโลกนี้มันมีทั้ง "ดาบ" และ "โล่" อยู่ในตัวทั้งนั้นแหละ ไม่มีอะไรดี 100% หรือร้าย 100% หรอก แต่คนท้องต้องระวังมากกว่าคนทั่วไปก็เท่านั้นเอง อย่างตัวเองนี่ตอนท้องก็แอบกินส้มตำนะ แต่เลือกสั่งแบบไม่เผ็ดมาก แล้วก็เลือกร้านที่ไว้ใจได้เท่านั้นเอง

เกร็ดเล็กน้อย:

  • ถ้าอยากกินเผ็ดจริงๆ ลองพริกอ่อนๆ หรือซอสพริกที่ทำเองก็ได้ จะได้ควบคุมปริมาณและความสะอาดได้
  • ดื่มน้ำเยอะๆ หลังกินยำ จะช่วยลดอาการแสบร้อนกลางอกได้บ้าง
  • ถ้ามีอาการผิดปกติ เช่น ท้องเสีย คลื่นไส้ อาเจียน รีบปรึกษาคุณหมอเลย

คนท้องไม่ควรกินปลาอะไร

โอ๊ยแม่! ถามเรื่องปลาๆ นี่มันเรื่องใหญ่กว่าสอบเอนทรานซ์อีกนะเนี่ย! คือถ้าท้องแล้วอยากกินปลา ก็ต้องเลือกดีๆ หน่อย ไม่ใช่ซัดมั่วซั่วเดี๋ยวลูกออกมาเป็นเงือกน้อยซะงั้น!

  • ปลาฉลาม, ปลาอินทรี, ปลากระโทง, ปลาฉนาก: พวกนี้ตัวใหญ่ กินอะไรต่อมิอะไรเข้าไปเยอะแยะ แถมมีปรอทสะสมในตัวเพียบ! กินเข้าไปมากๆ ลูกในท้องอาจจะกลายเป็นเด็กอัจฉริยะ...ด้านทำลายประสาท! (อันนี้เว่อร์ไปนะ แต่เอาเป็นว่าไม่ดีต่อพัฒนาการสมองลูกก็แล้วกัน)
  • ปลาทูน่าตาโต (Bigeye Tuna): ถึงจะอร่อยเหาะ แต่ก็มีปรอทสูงเหมือนกัน ระวังๆ หน่อยละกัน
  • ปลาไทล์ฟิช, ปลาหัวเมือก: ชื่อก็บอกแล้วว่า "เมือก" อย่าไปยุ่งกับมันเลย! ไม่ใช่แค่เรื่องปรอทนะ เรื่องความสะอาดก็ต้องระวังด้วย

สรุป: จำง่ายๆ ปลาตัวใหญ่ๆ อยู่สูงๆ ในห่วงโซ่อาหาร มักจะมีปรอทเยอะ! กินได้ แต่กินแต่น้อยเด้อ!

ป.ล. อย่าเชื่อฉันมากนะ! ไปปรึกษาหมอสูติฯ อีกทีดีกว่า! ฉันแค่อาม่าข้างบ้านที่ชอบกินปลาทูเค็ม!