พืชเศรษฐกิจ มีอะไรบ้าง 2567

210 ครั้งเข้าชม
พืชเศรษฐกิจ 2567: สินค้าเกษตรส่งออกดาวรุ่งภาพรวมสินค้าพืชและผลิตภัณฑ์เกษตรไทยในช่วงเดือนกรกฎาคม - สิงหาคม 2567 มีแนวโน้มเติบโตดี โดยมีปริมาณและมูลค่าส่งออกสูงขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า สินค้าเกษตรส่งออกที่โดดเด่นและน่าจับตามอง ได้แก่: ข้าว ยางพาราและน้ำมันปาล์ม ลำไยและผลิตภัณฑ์ มังคุด
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

พืชเศรษฐกิจน่าปลูกปี 2567 มีอะไรบ้างที่ตลาดต้องการ?

โอ้โห ถามถึงพืชเศรษฐกิจปี 67 เลยเหรอ. ตอนแรกก็งงๆ ว่าจะตอบยังไงดี. แต่พอมานึกๆ ดูนะ. มันมีอะไรที่น่าสนใจจริงๆ. ไอ้ที่พวกเราส่งออกเยอะๆ ช่วง ก.ค.-ส.ค. ที่ผ่านมานั่นแหละ. ข้าว ยาง น้ำมันปาล์ม ลำไย สดๆ ใหม่ๆ เนี่ย. แล้วก็มังคุดด้วย. พวกนี้ดูท่าจะไปได้สวย.

จริงๆ ไม่ได้ตามข่าวเกษตรเป๊ะๆ ขนาดนั้น. แต่พอเห็นตัวเลขพวกนี้แล้วมันก็ เออ. มันมีของที่ตลาดเขาต้องการอยู่จริงๆ. ไม่ใช่แค่ของที่มีในบ้านเราเยอะแล้วขายไม่ออก. อันนี้คือของที่เขาอยากได้.

เห็นว่ากรมประมงเขามีรายงานนะ. เรื่องภาวะเศรษฐกิจการเกษตรไตรมาส 3 ปี 2567. ไอ้พวกตัวเลขส่งออกที่เพิ่มขึ้นนั่นแหละ. มันสะท้อนอะไรบางอย่าง. แสดงว่าเรายังปลูกอะไรที่ยังมีความต้องการ.

ถ้าให้เน้นๆ นะ. ข้าวนี่ไม่ต้องพูดถึงเลย. คนทั่วโลกกินข้าว. ยางพาราก็ยังจำเป็น. น้ำมันปาล์มก็ใช้อยู่ทุกวัน. ลำไยกับมังคุดเนี่ย. ผลไม้บ้านเรานี่แหละ. คุณภาพดีจริงๆ.

คือมันไม่ใช่แค่ปลูกแล้วได้เงิน. แต่มันต้องมีตลาดรองรับ. ที่เขาบอกมานี่แหละ. คือสัญญาณที่ดี. ถ้ามีที่ดินสักแปลง. แล้วลองดูพวกนี้. น่าจะพอมีหวัง.

จำได้ว่าเคยไปตลาดผลไม้ที่เชียงใหม่. ลำไยเขาหวานอร่อยจริงๆ. พวกพ่อค้าแม่ค้าก็ดูมีความหวัง. ไม่ได้หน้าตาห่อเหี่ยว. อันนี้คือสิ่งที่สัมผัสได้.

พวกนี้แหละ. ที่เขาบอกว่าส่งออกเยอะขึ้น. น่าจะปลูกตามได้. ไม่ใช่เรื่องยากเกินไป. แต่ก็ต้องศึกษาเพิ่มเติมนะ. ไม่ใช่จะดีไปหมดทุกอย่าง.

มันเหมือนกับว่า. ตอนนี้ตลาดกำลังมองหาอะไร. แล้วสิ่งพวกนี้มันดันตอบโจทย์. ก็ไม่แปลกใจเท่าไหร่. เขาคงเห็นศักยภาพ.

ที่พูดมาทั้งหมดนี้. ก็มาจากข้อมูลที่เห็นแวบๆ. แล้วก็ความรู้สึกส่วนตัว. ว่าอะไรที่มันจะไปได้ดี. ไม่ได้มีหลักวิชาการแน่นปึ้กอะไรหรอก.

แต่ถ้าให้เลือกจริงๆ. ก็คงมองไปที่ข้าว. เพราะมันเป็นพื้นฐาน. แล้วก็ผลไม้. เพราะเรามีจุดแข็งตรงนี้. มันดูมีเสน่ห์ดี.

เรื่องราคา. หรือรายละเอียดปลีกย่อย. อันนั้นก็ต้องไปหาข้อมูลเจาะลึกอีกที. แต่ภาพรวมๆ. สิ่งที่เขาบอกว่าตลาดต้องการ. ก็ควรเอามาพิจารณา.

คือมันไม่ใช่แค่การคาดเดา. มันมีตัวเลข. มีการส่งออกจริง. ไม่ได้มาลอยๆ. อันนี้น่าเชื่อถือ.

เกษตรกร มีประเภทอะไรบ้าง

โอ๊ยยย ถามเรื่องเกษตรกรเหรอ! นี่มันเยอะแยะราวกับเส้นผมบนหัวป้าข้างบ้านเลยนะยะ! เขาไม่ได้มีแค่แบบ "ปลูกข้าว" อย่างเดียวเสียเมื่อไหร่กันล่ะคุณ! พวกเขาน่ะแบ่งเป็น 9 กลุ่มอาชีพหลักๆ เลยนะ จะเล่าให้ฟังนะจ๊ะ!

  • กลุ่มทำนา: พวกหลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดินของแท้ๆ เลยนะ พ่อเอ๊ย! ปลูกข้าวทีต้องยืนกลางแดดเปรี้ยงๆ ตัวดำเป็นกา บางทีน้ำท่วมถึงเอวแต่ก็ยังยิ้มได้ นี่แหละวีรบุรุษตัวจริงเสียงจริง!
  • กลุ่มทำไร่: พวกนี้ก็ไม่แพ้กันหรอกนะเออ! ปลูกมัน ปลูกอ้อย ปลูกข้าวโพด สารพัดจะปลูก บางทีก็ย้ายที่ไปเรื่อยเหมือนผีพเนจร แต่ถ้าได้ผลผลิตดีๆ นี่รวยเป็นเศรษฐีกันเลยทีเดียวเชียว
  • กลุ่มทำสวน: โอ้โห พวกนี้จะอารมณ์ศิลปินหน่อยนะเออ! ปลูกผลไม้ทีละต้นสองต้น ทะนุถนอมยิ่งกว่าลูกตัวเองอีกนะ ออกลูกออกผลมาทีคือทองคำดีๆ นี่เองจ้ะ!
  • กลุ่มทำประมง: ชาวประมงนี่ก็สู้ชีวิตสุดๆ ออกทะเลทีต้องลุ้นว่าจะได้ปลาหรือจะได้คลื่นซัดเรือแตกก่อน เป็นอาชีพที่ได้สูดกลิ่นทะเลจนตัวเหม็นคาว แต่ถ้าเจอขุมทรัพย์ใต้ทะเลก็รวยไม่รู้เรื่องเลยนะจะบอกให้!
  • กลุ่มเลี้ยงผึ้ง: พวกนี้ใจเย็นเป็นน้ำแข็ง! เข้าใกล้ผึ้งได้ยังไงก็ไม่รู้ ไม่กลัวโดนต่อยหน้าบวมเหมือนโดนผัวตบ แถมได้น้ำผึ้งหวานเจี๊ยบไปขายสบายๆ เลยจ้า!
  • กลุ่มเลี้ยงสัตว์: อู๊ยยย พวกนี้ก็เลี้ยงกันไป พวกหมู ไก่ วัว ควาย เสียงดังโวยวายไปทั้งวัน ต้องดูแลเช็ดขี้เช็ดเยี่ยว แต่ก็ได้เงินนะ พวกเนื้อ นม ไข่ที่เรากินก็มาจากพวกเขาเนี่ยแหละ!
  • กลุ่มเลี้ยงสัตว์น้ำ: เลี้ยงในบ่อ ในกระชัง พวกกุ้ง หอย ปู ปลา ต้องคอยดูน้ำไม่ให้เสีย เหมือนเลี้ยงเด็ก ต้องดูแลน้ำดีๆ ถึงจะได้กำไรก้อนโตๆ เลยล่ะ!
  • กลุ่มเลี้ยงไหม: พวกนี้ใจเย็นกว่าเลี้ยงผึ้งอีกนะเธอ! ต้องดูแลตัวไหมอย่างกับเจ้าหญิงเจ้าชาย กินใบหม่อนก็ต้องดีๆ ไหมถึงจะพ่นใยออกมาเป็นแพรพรรณผ้าไหมไทยสุดหรู!
  • กลุ่มสาขาอาชีพอื่นๆ: อันนี้สิ! คือพวกที่ทำอะไรที่เกินความคาดหมาย เช่น ปลูกตะบองเพชรขายดีจนรวย, ปลูกเห็ดแฟนซี, หรือแม้แต่ปลูกกัญชาถูกกฎหมาย! พวกนี้คือสายอินดี้ตัวจริงเสียงจริงเลย!

ข้อมูลเพิ่มเติมแบบไม่ลับนะยะ:

  • ชีวิตเกษตรกร มันไม่ได้ง่ายๆ เหมือนในละครน้ำเน่านะเธอ! ต้องตื่นตั้งแต่ไก่โห่ งกๆ เงิ่นๆ ไปดูไร่นา บางทีแดดเปรี้ยงฝนตกก็ต้องลุย
  • บางคนก็มีสองอาชีพนะยะ ทำนาตอนเช้า ตอนเย็นไปนั่งขายหวย สลับบทบาทเก่งกว่าดาราดังอีก!
  • รายได้น่ะเหรอ! มันไม่ใช่เงินเดือนนะเธอ! มันคือรายได้ตามผลผลิต บางปีได้เยอะจนสร้างบ้านใหม่ บางปีก็ได้แต่ลมหายใจ เฮ้อ!
  • ความอดทน ของพวกเขาน่ะมันยิ่งกว่ารถไฟเหาะตีลังกาสิบแปดตลบเสียอีกนะ! อึด ถึก ทน ของแท้!
  • พวกเขานี่แหละคือหัวใจสำคัญ ที่ทำให้เรามีข้าวกิน มีผักผลไม้ มีเนื้อสัตว์อร่อยๆ ยัดปากทุกวัน ไม่งั้นจะเอาอะไรลงท้องล่ะเนี่ย!

การเกษตรแบ่งได้กี่ประเภท

เกษตรทฤษฎีใหม่ นี่เลยที่บ้านเราทำกันมานานแล้ว พ่อเคยเล่าให้ฟังตอนเด็กๆ ว่าสมัยก่อนน้ำท่วมทีก็พังหมด ข้าวเสียหายหมด เลยหันมาทำตามแนวพระราชดำริ คือมีสระน้ำเล็กๆ ปลูกข้าว ปลูกผัก เลี้ยงปลา มีพื้นที่พอให้ครอบครัวอยู่ได้สบายๆ ไม่ต้องไปพึ่งใครมากนัก

เกษตรอินทรีย์ อันนี้เพิ่งมาฮิตช่วงหลังๆ ที่คนห่วงเรื่องสุขภาพกันมากๆ ตอนไปเดินตลาดนัดที่เชียงใหม่เมื่อสองปีที่แล้ว (ประมาณกลางปี 2566) เห็นผักผลไม้สีสดๆ ไม่ฉีดยาฆ่าแมลงเลย แพงกว่านิดหน่อย แต่รู้สึกสบายใจที่จะซื้อกลับบ้าน

เกษตรผสมผสาน อันนี้ก็เห็นเยอะตามชนบท อย่างบ้านลุงข้างๆ เรา เขาก็เลี้ยงไก่ ปลูกมะพรว แล้วก็มีสวนผลไม้เล็กๆ เป็นการใช้พื้นที่ให้คุ้มค่าสุดๆ ไม่ต้องปล่อยให้ว่างเปล่า

เกษตรธรรมชาติ อันนี้ยากสุดสำหรับเรานะ เพราะต้องอาศัยความเข้าใจธรรมชาติจริงๆ ไม่ปรุงแต่งอะไรมาก เหมือนสมัยก่อนที่คนเขายังไม่ใช้สารเคมีเยอะๆ

วนเกษตร อันนี้ก็เริ่มเห็นคนเขาทำกันมากขึ้น ปลูกต้นไม้ใหญ่ๆ แล้วก็มีพืชสมุนไพร หรือพืชไร่แซมข้างล่าง เป็นเหมือนป่าเล็กๆ ที่เราเอามาใช้ประโยชน์ได้

รูปแบบหลักของระบบเกษตรกรรมยั่งยืนมี 5 รูปแบบ

  • เกษตรทฤษฎีใหม่: เน้นการจัดการน้ำและแบ่งพื้นที่ใช้สอยอย่างมีประสิทธิภาพ
  • เกษตรอินทรีย์: งดการใช้สารเคมีสังเคราะห์ ปุ๋ยเคมี และยาฆ่าแมลง
  • เกษตรผสมผสาน: การปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ และอื่นๆ ในพื้นที่เดียวกัน
  • เกษตรธรรมชาติ: พึ่งพาธรรมชาติ ลดการแทรกแซงจากมนุษย์
  • วนเกษตร: การปลูกต้นไม้ร่วมกับพืชและสัตว์อื่นในระบบนิเวศเดียวกัน

ลงทะเบียนเกษตรกร 2567 ได้อะไร

ลงทะเบียนเกษตรกร 2567 ได้ไรหรอ? ก็ได้เงินช่วยเหลือจากรัฐไง หลักๆ เลยคือ เงินไร่ละ 1,000 บาท อะ ที่เค้าให้ชาวนาทุกปีนั่นแหละ

ถ้าไม่ลงทะเบียน หรือข้อมูลมันเก่า เค้าไม่จ่ายตังให้นะเออ จะอดได้เงินฟรีๆ เสียดายแย่เลย ต้องทำให้มันเป็นปัจจุบันตลอด

เค้าให้ไม่เกินครัวเรือนละ 20 ไร่นะ ก็คือได้สูงสุด 20,000 บาท เลยยยย ใครมีนาข้าวรีบไปทำเลยนะ ต้องไปขึ้นทะเบียน หรือถ้าเคยขึ้นแล้วก็ต้องไปปรับปรุงข้อมูลให้มันเป็นปีล่าสุดอะ ปี 67/68 ไม่งั้นชื่อตกหล่นนะ

นอกจากเงินไร่ละพัน การขึ้นทะเบียนยังทำให้เรามีสิทธิได้ความช่วยเหลืออื่นๆ จากรัฐด้วยนะ แบบเวลาเค้ามีโครงการอะไรใหม่ๆ มา หรือมีภัยพิบัติ น้ำท่วม ฝนแล้งเงี้ย คนที่มีชื่อในทะเบียนนี่แหละจะได้เงินเยียวยาก่อนเพื่อนเลย

สรุปสั้นๆ คือแบบนี้

  • เงินช่วยเหลือชาวนา: อันนี้คือชื่อโครงการจริงๆ ของเงินไร่ละพัน เค้าให้สำหรับคนที่ปลูกข้าวโดยเฉพาะนะ
  • ใครได้บ้าง: คนที่ปลูกข้าวปี 2567/68 ที่ไปขึ้นทะเบียนกับกรมส่งเสริมการเกษตรแล้วเท่านั้น
  • ได้เท่าไหร่:ไร่ละ 1,000 บาท แต่ให้ไม่เกิน 20 ไร่ต่อบ้านนะ อย่าสับสน
  • ต้องทำไร: ไปแจ้งขึ้นทะเบียน หรือไปปรับปรุงข้อมูลทะเบียนเกษตรกร ที่สำนักงานเกษตรอำเภอ หรือจะทำผ่านแอป Farmbook ก็ได้ สะดวกดี ไม่ต้องเดินทางเลย