กินของทอดยังไงไม่ให้อ้วน

64 ครั้งเข้าชม
การกินของทอดให้เหมาะสม ไม่ทำร้ายสุขภาพและรูปร่าง ทำได้ด้วยวิธีง่ายๆ ดังนี้: เน้นของทอดที่เป็นเนื้อสัตว์เป็นหลัก และหลีกเลี่ยงอาหารที่ต้องอาศัยการทอดจนฟูอมน้ำมันสูง ไม่ควรกินของทอดคู่กับน้ำตาลหรือซอสรสหวานจัด เพื่อลดปริมาณน้ำตาลที่ได้รับ เลือกใช้วิธีทอดแบบ Pan-fried ใช้น้ำมันน้อย หรือใช้หม้อทอดไร้น้ำมัน เพื่อลดไขมันส่วนเกิน เพียงปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ก็ยังเพลินกับของทอดได้ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำหนักและสุขภาพ.
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

กินของทอดอย่างไรให้ไม่อ้วน? เคล็ดลับการทานของทอด

โอ้โห เรื่องของทอดเนี่ยนะ เข้าใจเลยว่ามันฟินจริงๆ แต่มันก็แอบมีผลต่อหุ่นนิดหน่อยเหมือนกัน.

สมัยก่อนนะ ตอนยังสาวๆ นี่กินเต็มที่เลยนะ ไก่ทอด หมูกรอบ เคี้ยวเพลินมาก. แต่พออายุมากขึ้น ร่างกายมันก็เริ่มประท้วง.

แล้วก็มาเจอบางเทคนิคที่ช่วยได้นะ. อย่างพวกของทอดที่เป็นเนื้อสัตว์เนี่ย ก็ยังพอไหวอยู่.

แต่ถ้าเป็นของทอดที่ต้องกินกับน้ำหวานเยอะๆ นี่ต้องระวังเลย. สองอย่างนี้เจอกันทีไร พุงมาไว.

บางทีนะ การทอดแบบ "แพน-ฟราย" หรือใช้น้ำมันน้อยๆ ก็ช่วยได้เยอะ. มันยังได้ความกรอบอยู่ แต่แคลอรี่ไม่พุ่ง.

แล้วเดี๋ยวนี้มีหม้อทอดไร้น้ำมันด้วยนะ. อันนี้เป็นตัวช่วยที่ดีเลย. กินของทอดได้ฟินๆ โดยไม่ต้องกังวลมาก.

จำได้ว่าเคยลองทำปีกไก่ทอดในหม้อทอดไร้น้ำมันนะ. ออกมาก็กรอบนอกนุ่มในเหมือนกัน. น่าจะประมาณ 85% ของของทอดจริง.

คือหลักๆ ก็ต้องเลือกชนิดของของทอด แล้วก็วิธีการทอดด้วย.

บางทีก็ต้องฝึกใจนิดนึงนะ. ของทอดมันก็อร่อยจริงๆ นั่นแหละ.

แต่ถ้าอยากสุขภาพดีไปด้วย ก็ต้องหาทางประนีประนอมกัน.

ลองเอาวิธีพวกนี้ไปปรับใช้ดูนะ. มันอาจจะไม่ได้เหมือนกินของทอดแบบเต็มๆ เป๊ะๆ.

แต่มันก็ช่วยให้เรายังมีความสุขกับของอร่อยได้ โดยที่หุ่นไม่พังมาก.

กินของทอดตอนไหนไม่อ้วน

วันฟ้าใสๆ แสงแดดยามเช้าสาดส่องบางที ก็อยากจะเติมความสุขเล็กๆ ให้วันนั้นด้วยของทอดกรอบๆ มื้อเช้า นี่แหละเหมาะที่สุด สมองยังตื่นเต้น พลังงานพร้อมใช้ เผาผลาญได้ดี กว่าตอนพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปแล้ว หลังอาหารเย็น ตัวเราก็ขยับน้อยลง ไขมันก็พร้อมจะเกาะติด ไม่อยากอ้วน ต้องเลี่ยงตอนดึกๆ หิวกลางคืนให้เลือกอย่างอื่น ดีกว่า จะได้ไม่เป็นภาระ ให้ร่างกายสะสม ชีวิตมันสั้น กินของอร่อยบ้าง แต่ก็ฉลาดหน่อย นะ จะได้ไม่เสียใจทีหลัง

เทคนิคกินของทอดแบบอารมณ์ดี

  • เลือกเวลาเช้า หรือ เที่ยง คือเพื่อนที่ดีที่สุด ไม่ใช่ตอนนอน นะ จำไว้
  • อากาศดีวันที่อากาศสดใส ทำให้การกินอร่อยขึ้น ร่างกายก็พร้อมรับ
  • ขยับตัวทานแล้วหาอะไรทำ เล็กๆ น้อยๆ อย่าปล่อยให้นั่งเฉย
  • ปริมาณพอดีคำ ทำให้ใจฟู ไม่ทำร้ายตัวเอง

ขยายความฝัน:

  • มื้อเช้า คือจุดสตาร์ทของวัน การเติมพลังงาน ด้วยของทอดที่ปรุงอย่างพิถีพิถัน จะช่วยให้สมองปลอดโปร่ง และพร้อมรับวันใหม่ คิดอะไรก็ฉลาดขึ้น
  • การเผาผลาญเหมือนเครื่องจักร ที่ทำงานได้ดีที่สุดตอนที่เรามีความกระตือรือร้น ตอนเช้า จึงเป็นเวลาที่เหมาะสมที่สุด สำหรับการบริโภคพลังงาน ที่สูงกว่าปกติ
  • ร่างกายต้องการการดูแลไม่ใช่การลงโทษการเลือกทานของทอด ในมื้อที่ร่างกายพร้อมจะใช้พลังงาน คือการแสดงความรัก ต่อตัวเอง
  • มื้อเย็นคือช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนไม่ใช่การเติมพลังงานที่ร่างกายไม่ได้ใช้การทานของทอด ในเวลานี้ เปรียบเสมือนการเพิ่มภาระ ที่ไม่จำเป็น
  • การสะสมไขมันคือผลลัพธ์ ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ หากทานของทอด ตอนที่ร่างกายไม่มีการเคลื่อนไหว ดังนั้นการเลือกเวลา จึงสำคัญอย่างยิ่ง

สรุปให้เห็นภาพ:

  • ทานของทอดตอนไหนดี?เช้าเที่ยงไม่ใช่ตอนเย็นหรือก่อนนอน
  • ทำไม?เผาผลาญดีกว่าตอนเคลื่อนไหวน้อยไขมันสะสมตอนดึก
  • เทคนิคเพิ่มเติม:อากาศดีขยับตัวปริมาณพอดี

ความสุขจากการกินกับการดูแลสุขภาพสามารถไปด้วยกันได้เพียงแค่เลือกเวลาและปริมาณให้เหมาะสม

หมูทอดทำให้อ้วนไหม?

หมูทอดนี่ก็เป็นดาบสองคมเหมือนกันนะ กินเพลินๆ แคลอรีพุ่งจนเอวปลิ้นได้เลย

ทำไมหมูทอดถึงทำให้อ้วน?

  • พลังงานสูงปรี๊ด: สันในหมู 100 กรัมเนี่ย พลังงานพุ่งไปถึง 243 กิโลแคลอรี่เลยทีเดียว!
  • ไขมันตัวดี (หรือตัวร้าย?): ไขมันตั้ง 11 กรัมในสันในหมู 100 กรัมเนี่ยเป็นตัวการสำคัญที่เพิ่มพลังงานให้เรา ยิ่งทอดในน้ำมันเข้าไปอีก ไขมันยิ่งทวีคูณ
  • โซเดียมก็ใช่ย่อย: ในหมูทอด 100 กรัม มีโซเดียม 140 มิลลิกรัม จากการหมักเครื่องปรุงต่างๆ พวกโซเดียมเนี่ยถ้าเยอะไปก็ทำร้ายไตนะ แถมยังทำให้เราบวมน้ำอีกต่างหาก

แล้วจะกินยังไงให้อ้วนน้อยลง?

  • กินอย่างมีสติ: รู้ว่ามันอร่อย แต่พยายามจำกัดปริมาณ การกินบ่อยๆ หรือทีละเยอะๆ เนี่ย เป็นสาเหตุหลักของน้ำหนักที่เพิ่มขึ้น
  • เลือกส่วนที่ดีกว่า: ถ้าจะทอดจริงๆ ลองเลือกส่วนที่ไขมันน้อยกว่านี้ หรือถ้าเป็นไปได้ก็ลองเปลี่ยนเมนูบ้าง
  • ระวังน้ำมันทอดซ้ำ: น้ำมันที่ใช้ทอดซ้ำไปซ้ำมาเนี่ย แอบมีสารที่อาจไม่เป็นผลดีต่อร่างกายนะ

เพิ่มเติมประเด็นน่าคิด:

  • การปรุงที่แตกต่างกัน: แต่ละร้าน แต่ละสูตรการหมักหมู ก็ให้รสชาติและปริมาณสารอาหารที่ต่างกันไปนะ บางทีส่วนผสมเล็กๆ น้อยๆ ก็มีผลเยอะ
  • สไตล์การทอด: บางทีทอดแบบน้ำมันท่วม บางทีทอดแบบน้ำมันน้อย หรือบางทีก็อบแทน ก็ให้ผลลัพธ์แคลอรีและไขมันที่ต่างกันลิบลับ
  • พฤติกรรมการกิน: นอกจากตัวหมูทอดเองแล้ว พฤติกรรมการกินของเราก็สำคัญมากนะ กินกับข้าวเยอะแค่ไหน กินน้ำหวานด้วยรึเปล่า พวกนี้ล้วนส่งผลต่อภาพรวมทั้งสิ้น

สรุปคือ หมูทอดเป็นของอร่อย แต่ถ้ากินไม่เลือก ไม่จำกัด ก็อ้วนได้ง่ายๆ เลยแหละ การเข้าใจส่วนประกอบและพลังงานของอาหารแต่ละอย่าง จะช่วยให้เราตัดสินใจเลือกกินได้ดีขึ้นนะ

หมูทอดติดมัน กี่แคล?

ค่ำแล้ว...ลมเย็นพัดเอื่อยๆ กลิ่นหมูทอดหอมกรุ่นโชยมาจากรถเข็นริมทาง แสงไฟสีส้มสาดส่องลงบนชิ้นหมูที่กำลังร้อนๆ...เสียงฉ่าๆ ในกระทะน้ำมันนั้น

ไอความร้อนอุ่นๆ นั่นไง...ความสุขฉ่ำๆ ที่รออยู่ มันหมูที่แทรกอยู่ตามเนื้อ...โอ้ยยย ความรู้สึกที่ได้กัดลงไป ความกรอบนอกนุ่มใน มันคือพลังงานที่แท้จริง

หมูสะโพกติดมันทอด 100 กรัม ให้พลังงาน 182 กิโลแคลอรี่

โปรตีนทั้งนั้น... 20.3 กรัมแน่นๆ ส่วนคาร์โบไฮเดรตเป็นศูนย์ ไขมันคือตัวเอก 10.6 กรัม เป็นไขมันที่ทำให้ทุกอย่างอร่อยขึ้น

กินกับข้าวเหนียวร้อนๆ...ในถุงพลาสติกเล็กๆ มันคือความสมบูรณ์แบบของมื้อเย็นง่ายๆ ในวันที่เหนื่อยล้า...พลังงานที่ร่างกายโหยหา...รสชาติที่คุ้นเคย...หมูทอดชิ้นนั้น

รายละเอียดที่ซ่อนอยู่ในความอร่อยนั้น

  • ไขมันอิ่มตัว: 3.8 กรัม
  • คอเลสเตอรอล: 71 มิลลิกรัม
  • โซเดียม: 65 มิลลิกรัม
  • ธาตุเหล็ก: 1.1 มิลลิกรัม
  • โพแทสเซียม: 334 มิลลิกรัม
  • น้ำตาล: 0 กรัม
  • ใยอาหาร: 0 กรัม

ลดน้ำหนักกินหมูทอดได้ไหม?

กินหมูทอดตอนลดน้ำหนัก? ได้สิ. ถ้าอยาก.

เรื่องของน้ำหนักน่ะ มันอยู่ที่ แคลอรี รวมๆ ไม่ใช่แค่อาหารจานเดียว. หมูทอดมันก็คือหมูทอด.

  • มันเยอะ: กินทีไรมันก็เกิน.
  • มันอร่อย: นั่นแหละปัญหา.
  • เลือกให้ดี: ไม่ใช่หมูทอดทุกอย่างจะเหมือนกัน.

เพิ่มเติมนิดหน่อย:

  • ปริมาณ: จะกินหมูทอด ก็กินแค่นิดเดียว. อย่าให้มันมากเกิน.
  • วิธีทอด: ถ้าเลือกได้ ก็ทอดแบบใช้น้ำมันน้อยหน่อย. หรือบางทีก็ไม่ใช่ของทอดแบบน้ำมันท่วม.
  • มื้ออื่น: ชดเชยเอา. ถ้ามื้อนี้จัดหนัก ก็ลดมื้ออื่นลง.
  • ออกกำลังกาย: อันนี้ช่วยได้เยอะ. ถือว่าหักล้าง.

สรุปคือ กินได้. แต่ก็ต้องดู. อย่าให้มันพังแผน.

กินหมูทอดยังไงไม่ให้อ้วน?

แก่นแท้ของปัญหามันไม่ได้อยู่ที่ตัวหมูทอดหรอก แต่มันคือสมการของทุกสิ่งที่กินเข้าไปในวันนั้นต่างหาก การกินคือศิลปะแห่งการสร้างสมดุล

การจำกัดความถี่ คือหัวใจสำคัญที่สุด กินทุกวันยังไงก็ไม่รอด การกินของอร่อยมันไม่ใช่การตัดขาดตลอดไป แต่มันคือการเข้าใจจังหวะของร่างกายตัวเอง

เทคนิคอยู่ที่การทอด อุณหภูมิน้ำมันที่เหมาะสม (ประมาณ 170-180°C) จะทำให้ผิวหมูด้านนอกสุกเร็วและกรอบ กลไกนี้ช่วยลดการอมน้ำมันเข้าไปในเนื้อหมูได้จริง หม้อทอดไร้น้ำมันก็เป็นทางออกที่ดี

สิ่งที่กินคู่กันสำคัญกว่าตัวหมูทอดเสียอีก กินคู่กับผักที่มีไฟเบอร์สูง เช่น กะหล่ำปลี แตงกวา หรือผักสลัด ไฟเบอร์จะเข้าไปช่วยชะลอและดักจับการดูดซึมไขมันบางส่วน

ไม่ใช่หมูทุกส่วนจะให้ผลลัพธ์เหมือนกัน เลือกส่วนเนื้อหมู ที่มีไขมันแทรกน้อย เช่น เนื้อสันใน หรือสันนอกที่เลาะไขมันออกแล้ว จะช่วยลดแคลอรี่จากไขมันอิ่มตัวลงไปได้เยอะมาก

ช่วงเวลาที่กินก็มีผล กินเป็นมื้อกลางวันดีกว่ามื้อเย็น ร่างกายยังมีเวลาอีกหลายชั่วโมงในการทำกิจกรรมและใช้พลังงานที่ได้รับเข้าไป ไม่ใช่กินแล้วนอนเลย

ชีวิตคือการสะสมของสิ่งเล็กๆ น้อยๆ การเลือกกินก็เช่นกัน

  • ประเภทของน้ำมัน ลองเปลี่ยนไปใช้น้ำมันรำข้าว หรือน้ำมันคาโนลา ซึ่งมีจุดเกิดควันสูงกว่าและมีไขมันดี
  • การซับน้ำมันส่วนเกิน เป็นเรื่องเบสิกที่คนมองข้าม แค่วางหมูทอดบนกระดาษซับมันสักครู่ ก็ลดปริมาณน้ำมันที่กินเข้าไปได้แล้ว
  • ขนาดของมื้ออาหาร (Portion Control) กินแค่พอหายอยาก ไม่ใช่กินจนจุก แบ่งกินกับคนอื่นก็เป็นวิธีที่ดี
  • ดื่มน้ำเปล่า ก่อนและระหว่างมื้อ ช่วยให้รู้สึกอิ่มเร็วขึ้น และช่วยระบบย่อยอาหาร
  • เพิ่มความเป็นกรดเล็กน้อย การบีบมะนาวลงบนของทอด หรือกินคู่กับเครื่องเคียงที่มีรสเปรี้ยวจากน้ำส้มสายชู จะช่วยตัดเลี่ยนและทำให้รู้สึกสดชื่นขึ้นได้