ทำยังไงให้ลดน้ำหวาน

49 ครั้งเข้าชม
ลดหวานง่ายๆ: ค่อยๆลด! เริ่มจากลดความหวานลงทีละน้อย เช่น จาก 100% ลดเหลือ 75%, 50%, 25% เลือกเครื่องดื่มแบบไม่หวาน แล้วเติมน้ำตาลเอง ควบคุมปริมาณน้ำตาล (รวมน้ำผึ้ง) ไม่เกิน 2-3 ช้อนชา/แก้ว ร้านบางแห่งใช้สารให้ความหวานแทนน้ำตาล ลองสังเกตและเลือกใช้ตามความเหมาะสม การค่อยเป็นค่อยไปช่วยให้ร่างกายปรับตัวได้ดีกว่าการลดหวานแบบทันทีทันใด เพื่อสุขภาพที่ดีขึ้น
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

วิธีลดน้ำตาลในเลือดอย่างไร?

เรื่องลดน้ำตาลในเลือดเนี่ย ตอนนั้นคุณหมอที่รพ.รามคำแหง(จำชื่อไม่ได้แล้ว ประมาณปี 63) บอกว่าต้องค่อยๆ ลด อย่ากระทันหัน อันตราย! เค้าแนะนำให้ลดหวานจากกาแฟที่ฉันติดงอมแงมทุกเช้า จากใส่น้ำตาล 3 ช้อนเต็มๆ ลงมาเหลือช้อนครึ่งก่อน แล้วค่อยๆ ลดอีก ใช้เวลาเป็นเดือนๆ เลยกว่าจะลดลงมาได้เหลือแค่ครึ่งช้อน บางวันก็แอบเติมนิดหน่อย ใจไม่ถึงจริงๆ

ตอนนี้ก็ยังดื่มกาแฟอยู่ แต่เปลี่ยนมาใช้พวกน้ำตาลจากธรรมชาติบ้าง แบบมะพร้าวอ่ะ แพงกว่าหน่อยแต่รู้สึกดีกว่า กินแล้วไม่รู้สึกแบบโล่งๆ เหมือนตอนกินน้ำตาลทรายขาวเยอะๆ อ้อ! อีกอย่างคือพยายามกินผลไม้แทนขนมหวาน แต่ก็ไม่บ่อยหรอกนะ ยังอดใจไม่ค่อยอยู่ นี่ก็กำลังพยายามอยู่ ฮ่าๆๆ

เรื่องสารให้ความหวานแทนน้ำตาล ไม่ค่อยกล้าลองเท่าไหร่ กลัวผลข้างเคียง แต่บางทีก็เห็นร้านกาแฟบางร้านมีให้เลือก ก็แอบสนใจอยู่นะ แต่ยังไม่กล้าลอง กลัวรสชาติแปลกๆ จริงๆ แล้วก็ควรปรึกษาหมอดีกว่า อย่าไปลองเองเยอะๆ เพราะร่างกายแต่ละคนก็ไม่เหมือนกันเนอะ

กินยังไงไม่ให้น้ำตาลพุ่ง?

กินไงไม่ให้น้ำตาลมันเต้นระบำ? โอ๊ย...เรื่องนี้มันต้องมีเคล็ดลับ!

  • ไอ้พวกน้ำหวานๆ น่ะ ตัวดีเลย! น้ำอัดลม ชง ชา กาแฟ นมเปรี้ยว โอ๊ย...สารพัดนม! กินเข้าไป น้ำตาลมันก็พุ่งปรี๊ดเหมือนจรวด ใครอยากผอม อยากคุมเบาหวาน เลี่ยงๆ ไปเหอะน่า! แคลอรี่มันเยอะ เสี่ยงน้ำตาลขึ้นด้วยนะเออ
  • น้ำสมุนไพร? อย่าไว้ใจทาง อย่าวางใจน้ำสมุนไพร! บางทีหวานกว่าน้ำเชื่อมอีกแม่เอ๊ย! ดูฉลากดีๆ เด้อ
  • น้ำตาลเทียม? อันนี้ก็แล้วแต่คนชอบ บางคนว่ามันไม่อร่อย แต่ถ้ากินแล้วน้ำตาลไม่ขึ้น ก็ลองดู๊! Aspartame, Saccharin, Sucralose, หญ้าหวาน...ชื่อมันก็ดูดี๊ดี แต่กินแต่พอดีนะ!

ข้อมูลเพิ่มเติม (แบบบ้านๆ):

  • น้ำตาลในเลือดปีนี้มันร้ายกว่าปีที่แล้ว! กินอะไรก็ต้องระวัง!
  • เคยลองกินน้ำอัดลมซีโร่ไหม? รสชาติมันก็...นะ แล้วแต่คนชอบจริงๆ! แต่กินบ่อยๆ ก็ไม่ดีต่อสุขภาพอยู่ดีแหละ
  • เพื่อนฉันคนนึงกินหญ้าหวานทุกวัน! นางบอกว่าชีวิตดี๊ดี น้ำตาลไม่ขึ้น แถมผอมลงด้วย! แต่ฉันว่านางออกกำลังกายเยอะมากกว่า!
  • แม่ฉันชอบกินน้ำตาลปี๊บ! บอกว่ามันหอมหวานกว่าน้ำตาลทรายขาว! แต่หมอบอกว่ากินเยอะก็ไม่ดีเหมือนกัน!
  • อย่าไปเชื่อโฆษณามาก! บางทีมันก็หลอกเราทั้งเพ!

ทำยังไงให้ไม่อยากกินของหวาน?

อยากเลิกกินของหวานเนอะ ยากจัง! แต่ต้องทำสิวะ ฉันก็พยายามอยู่เหมือนกัน ปีนี้ตั้งใจจริงแล้วนะ

  • กินข้าวให้ตรงเวลา! นี่สำคัญมาก มื้อเช้า มื้อกลางวัน มื้อเย็น ถ้าข้ามมื้อ เดี๋ยวหิวโซ แล้วก็ไปหาของหวานกินแน่ๆ เคยลองแล้ว ตอนบ่ายหิวมาก วิ่งไปซื้อไอติมกินเลย ปีนี้จะไม่ให้เป็นแบบนั้นอีกแล้ว!

  • ลดหวาน! ใช่ๆๆๆ เครื่องดื่มหวานน้อยลง ชาเย็นนี่ลดน้ำตาลลงมาเยอะแล้ว แต่ก็ยังอยากได้ความหวานอยู่ดี ชานมไข่มุกนี่เลิกดื่มไปเลยดีกว่ามั้ยเนี่ย คิดหนัก! กาแฟใส่นมก็ลดความหวานลงได้นะ

  • ขนมนี่ไม่ต้องซื้อเลย! ใช่แล้ว ถ้าไม่ซื้อมาไว้บ้าน ก็จะไม่กิน แต่ปัญหาคือ ที่ทำงานมีคนซื้อขนมมาบ่อยมาก นี่แหละปัญหา! ต้องฝึกใจแข็ง ไม่กิน ไม่กิน ปีนี้จะไม่กินขนมที่ทำงานแล้ว!

  • ห้ามปรุงเพิ่มน้ำตาล! นี่แหละ จุดอ่อนของฉันเลย ชอบปรุงอาหารหวานๆ ต้องเลิก แบบเด็ดขาด ปีนี้จะไม่ทำแบบนั้นอีกแล้ว จะกินอาหารรสชาติธรรมชาติให้มากขึ้น

โอ๊ย คิดแล้วเหนื่อย แต่ต้องทำ ต้องทำ เพื่อสุขภาพที่ดี เพื่อหุ่นที่ดี ฉันต้องทำได้ ปีนี้ฉันจะทำได้! สู้ๆๆ ! จะอัปเดตความคืบหน้าเรื่อยๆนะ เผื่อตัวเองลืม ฮ่าๆๆๆ

ทำไมร่างกายโหยน้ำตาล?

หิวน้ำตาลเหรอ? ไอ้ความอยากนี่มันร้ายกาจกว่าโจรปล้นบ้านอีกนะ! เพราะแป้งเนี่ยแหละตัวดี มันแปลงร่างเป็นน้ำตาลซูมเข้ากระแสเลือดไวกว่าจรวด! เสร็จแล้วก็ไปกระตุ้นไอ้ฮอร์โมนอินซูลินให้พุ่งปรี๊ด! เหมือนกับว่ามันกำลังแข่งขันวิ่ง100 เมตร วิ่งเร็วโคตรๆๆๆๆ

อินซูลินมันทำงานเหมือนตำรวจจราจร เห็นน้ำตาลในเลือดสูงปรี๊ดก็รีบดึงลงมา ดึงแรงจนน้ำตาลตกฮวบ! ตกจนตัวเราหิวน้ำตาลขึ้นมาอีก เป็นวัฏจักรที่โคตรจะเหนื่อย! เหมือนเล่นชิงช้าสวรรค์วนไปเรื่อยๆ!

  • แป้งเปลี่ยนเป็นน้ำตาลเร็วเว่อร์!
  • อินซูลินทำงานหนักเกินไป!
  • น้ำตาลในเลือดตกวูบ!
  • ร่างกายเลยโหยหาความหวานนนน!

สรุปง่ายๆ คือ ร่างกายเราไม่ได้โหยน้ำตาลจริงๆหรอก มันแค่โหยหาความสมดุลย์ เหมือนกับคนรักษาสมดุลย์ชีวิต ถ้าชีวิตมันไม่สมดุลย์ ก็ต้องหาอะไรมาเติมเต็ม แต่ดันเติมผิดวิธี แทนที่จะเติมสารอาหารดีๆ ก็ดันไปเติมแต่ความหวานซะงั้น!

ปล. ปีนี้ผมลองลดน้ำตาลแล้วครับ หิวน้ำตาลน้อยลงจริงๆนะ แต่บางทีก็ยังแอบคิดถึงขนมอยู่ดี 555+ (ความจริงคือยังกินอยู่บ้างเล็กน้อย)

ควรกินอะไรแทนน้ำหวาน?

น้ำเปล่า มึงแดกเข้าไป

ไม่ชอบ? น้ำผลไม้คั้นสด จบนะ

บ่ายๆ ชาใส่นม โยเกิร์ต (แดกแบบไม่เติมน้ำตาล) คิดเอง

  • น้ำเปล่า: ตัวเลือกแรกเสมอ
  • น้ำผลไม้คั้นสด: เลือกผลไม้ที่น้ำตาลน้อย เช่น ฝรั่ง ชมพู่
  • ชาใส่นม: ชาเขียว ชาดำ ได้หมด นมจืดเท่านั้น
  • โยเกิร์ตพร้อมดื่ม: เช็คฉลาก น้ำตาล 0% เท่านั้น ถึงจะเรียกว่าทดแทนได้
  • ผลไม้สด: กินแม่งเลย ได้ไฟเบอร์ด้วย

แม่งเอ้ย อย่าลืมว่าทุกอย่างมีแคลอรี่ ควบคุมปริมาณด้วย

น้ำตาลมีผลต่ออารมณ์ยังไง?

แสงแดดยามบ่ายสาดส่อง กลิ่นกาแฟจางๆ ลอยมา... น้ำตาล... หวาน... เหมือนความสุขชั่วครู่

  • พลังงานวูบวาบ: แค่ 30 นาที! แล้วก็...ง่วง... เหมือนโดนมนต์
  • เซโรโทนิน: ตัวร้ายแฝง... ทำให้เราเคลิ้มหลับ
  • ความหิวที่ซ่อนอยู่: กินเยอะ... หิวหนักกว่าเดิม... วงจรอุบาทว์
  • งานวิจัยบอก: น้ำตาลเยอะ... หิว... ไม่จบไม่สิ้น

เหมือนฝันร้ายในรสชาติหวาน... หวานอมขมกลืน...

ร่างกายขาดอะไรอยากกินของหวาน?

จริง ๆ วันนั้นนะ ประมาณเดือนกรกฎาคม ปีนี้แหละ เหนื่อยมากกกกก ทำงานส่งเดดไลน์ โปรเจคใหญ่ นอนดึกทุกวัน ตีสองตีสามเป็นประจำ ตื่นมาทำงานต่ออีก แทบไม่เหลือเวลาพักผ่อนเลย สุดท้ายทนไม่ไหว อยากกินเค้กช็อกโกแลต แบบโคตรๆๆ อยากกินเลย กินไปทั้งชิ้น แบบไม่แคร์แคลอรี่ กินเสร็จก็รู้สึกโล่ง แต่ก็รู้ตัวนะว่าไม่ดี กินแบบนี้ไม่ไหวแน่ๆ

หลังจากนั้นก็เริ่มหาข้อมูล อ่านเจอในพันทิปนี่แหละ เกี่ยวกับเรื่องนี้นี่เอง จำได้คร่าวๆ ว่ามันบอกว่าอยากกินของหวานอาจจะขาดสารอาหารบางอย่าง

  • โครเมียม
  • คาร์บอน
  • ฟอสฟอรัส
  • กำมะถัน
  • กรดอะมิโนทริปโตเฟน

แล้วก็มีวิธีแก้ คือกินผลไม้สด ชีส มันเทศ ตอนนั้นก็เลยพยายามปรับเปลี่ยนพฤติกรรม นอนให้เร็วขึ้น พยายามออกกำลังกายบ้าง ทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ผลปรากฏว่า อาการอยากกินของหวานก็ลดลง แต่บางทีก็ยังอยากอยู่ดี แต่ไม่มากเหมือนก่อน ยังกินบ้าง แต่พยายามควบคุมปริมาณ และเลือกทานที่ไม่หวานจัดมาก

คือแบบ... ไม่ได้กินทุกวันแล้วแหละ แต่บางวันก็ยังอยากอยู่นะ โดยเฉพาะวันไหนที่เหนื่อยๆ นอนน้อย อ่อนเพลีย ก็อยากกินของหวานมาก แต่ก็พยายามดื่มน้ำเยอะๆ แทน หรือไม่ก็กินผลไม้ ช่วยได้บ้าง แต่ก็ไม่ได้หายไปเลย มันก็ยังมีบ้าง เป็นธรรมดาของคน เนอะ แต่ก็ดีขึ้นเยอะแล้ว จากที่กินทั้งชิ้น ตอนนี้เหลือแค่ชิ้นเล็กๆ แล้ว 555

วิธีแก้อาการอยากของหวาน?

อยากกินของหวานจัง… อื้อหือออ นี่มันอะไรเนี่ย สมองสั่งการชัดๆ 20 นาทีสินะ จริงดิ๊?!

  • งั้นต้องหาอะไรทำฆ่าเวลาซะแล้ว ออกกำลังกายดีมั้ย? แต่ขี้เกียจจัง
  • ปลูกต้นไม้ก็ได้นะ แต่บ้านไม่มีที่ว่างเลย นี่ฉันควรจะไปซื้อที่ดินมาปลูกต้นไม้เฉพาะกิจเพื่อลดความอยากของหวานงั้นเหรอ? บ้าไปแล้ว
  • ทำงานบ้านละกัน ล้างจาน กวาดบ้าน ถูบ้าน เอาให้เหนื่อยไปเลย แต่ทำไมมันยังอยากอยู่เนี่ย?
  • หรือว่าจะลองวิธีอื่น ปีนี้ฉันลองดื่มน้ำเยอะๆดู ช่วยได้จริงไหมนะ สงสัยต้องลอง

อืมมม… แต่ถ้าติดหวานมากๆๆๆๆ เลยนะ แบบฉันเนี่ย ต้องทำไงดีวะ ไปหาหมอเลยมั้ย? ไม่เอาอ่ะ ขี้เกียจ

  • หาของหวานที่มีน้ำตาลน้อยๆ กินแทนไหมนะ แต่ฉันก็อยากกินของหวานแบบหวานจัดๆ อยู่ดี
  • หรือจะลองเปลี่ยนเป็นกินผลไม้แทน แต่บางทีก็ไม่พอใจเหมือนกันนะ
  • ไปหาซื้อโยเกิร์ต แบบไม่หวานมาก แทนก็ได้ ดูดีๆ บางยี่ห้อก็หวานเหมือนกันนะ ระวังด้วย

เอาเป็นว่า ลองหลายๆวิธีแล้วกัน แล้วแต่ว่าวันไหนจะอยากทำอะไร ปีนี้ ฉันจะลองจดบันทึกดูว่า วิธีไหนได้ผลบ้าง เผื่อว่าจะเอาไปบอกคนอื่นได้ด้วยนะ ฮ่าๆ