นวดตรงไหนให้ผายลม
นวดบริเวณไหนช่วยให้ผายลมได้ดี?
อื้อหือ...เรื่องผายลมนี่นะ จำได้ตอนท้องเสียหนักๆ เมื่อเดือนที่แล้ว วันที่ 12 พฤษภาคม ไปเที่ยวทะเลหัวหิน กินกุ้งเผาไปเยอะมาก ท้องป่องขึ้นมาเลย ตอนนั้นลำบากมาก หาห้องน้ำไม่เจอ สุดท้ายเพื่อนแนะนำให้กดจุดอะไรสักอย่าง แถวๆ ล่างสะดือ มันบอกว่าชื่อ จุดชี่ห่าย CV6 อะไรนี่แหละ จำไม่ค่อยได้ แต่จำได้ว่ามันช่วยได้นะ รู้สึกโล่งขึ้นมาเลย แบบว่า...อึดอัดหายไปเลย คือ กดแรงๆ หน่อยนะ ไม่ใช่เบาๆ มันถึงจะได้ผล จริงๆนะ
จำได้คร่าวๆ ว่าอยู่ต่ำกว่าสะดือประมาณนิ้วกว่าๆ มันช่วยเรื่องแก๊สในท้องด้วย ตอนนั้นโคตรปวดท้องเลย ดีนะเพื่อนช่วยไว้ทัน ไม่งั้นคงอายตายแน่ๆ 555 แต่ไม่รู้ว่ามันมีหลักการยังไงนะ เพื่อนมันก็พูดมาเฉยๆ ยังไงก็ลองดูนะ เผื่อได้ผล
เพื่อนบอกว่ามันเกี่ยวกับลมปราณในร่างกาย อะไรประมาณนั้นแหละ ฟังดูเว่อร์ๆ แต่ก็ได้ผลจริงนะ เรื่องนี้จริงจังนะ ถ้าท้องอืดท้องเฟ้อ ลองกดดูก็ไม่เสียหาย
ทำไมนวดแล้วถึงตด
อ้าวเหรอ นวดแล้วตด! นี่มันเรื่องจริงหรอเนี่ย ฉันเพิ่งไปนวดตัวที่ร้าน "สุขกาย" แถวสีลมเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ตอนนั้นบ่ายสองโมงกว่าๆ ร้านตกแต่งแบบสบายๆ ใช้โทนสีน้ำตาลอ่อนๆ กลิ่นน้ำมันหอมระเหยอ่อนๆ ผ่อนคลายดีนะ แต่... พอพี่เค้ากดตรงจุดไหนสักจุดแถวๆท้องนี่แหละ โอ้โห! มันแบบ... อื้อ! เสียงดังมาก อายมาก หน้าแดงเลย ตอนนั้นรู้สึกตัวแข็งทื่อไปหมด อยากจะมุดลงไปใต้เบาะจริงๆ ไม่เคยเจอแบบนี้มาก่อนเลย คือมันไม่ใช่แค่ลมออกเบาๆนะ นี่มัน... เปรี้ยงเลย!
หลังจากนั้นพี่เค้าก็ทำท่าทางปกติ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ฉันนี่แหละที่อึดอัดสุดๆ หลังจากนวดเสร็จ ฉันก็รีบจ่ายเงินแล้ววิ่งออกจากร้านเลย ตอนนั้นคิดอะไรไม่ออก แค่อยากหนีให้ไกลๆ ไม่กล้าสบตาใครเลย นี่ขนาดร้านเงียบๆ มีคนนวดแค่สองคนนะ ยังรู้สึกอายขนาดนี้ ถ้าเป็นร้านคนเยอะๆ คงอยากจะหายตัวไปเลย
สรุปก็คือ ไม่รู้ว่าทำไมถึงเป็นอย่างนั้น แต่ฉันเดาว่าอาจจะเป็นเพราะการนวดกระตุ้นระบบย่อยอาหาร ทำให้มีการเคลื่อนไหวของลำไส้ แล้วก็เลย... ออกมาแบบนั้น มั้ง? ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ต่อไปนี้ คงต้องขอพี่เค้าเบาๆแล้วล่ะ ไม่อยากเกิดเหตุการณ์แบบนั้นอีก
- เหตุการณ์เกิดขึ้นวันที่พุธที่ผ่านมา (วันที่ 23 สิงหาคม 2566)
- เวลาประมาณ 14.00 น.
- สถานที่: ร้านนวด "สุขกาย" ย่านสีลม
- อาการ: มีเสียงผายลมดังมากขณะที่นักนวดกำลังนวดบริเวณท้อง
- ความรู้สึก: อายมาก อึดอัด อยากหนี
- สมมติฐาน: การนวดกระตุ้นระบบย่อยอาหาร
ฉันไม่ได้หาข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องทางการแพทย์นะ แค่อยากเล่าประสบการณ์ส่วนตัวเฉยๆ
กดท้องยังไงให้ถ่าย?
กดท้องยังไงให้ถ่ายเหรอ…
เออ มันมีวิธีนะ แบบที่เคยทำตอนท้องผูกหนักๆ อ่ะ
- กดท้องด้านซ้ายล่าง: ตอนนั่งห้องน้ำ ลองเอามือกดๆ คลึงๆ ตรงท้องด้านซ้ายล่างดูดิ บางทีมันช่วยกระตุ้นลำไส้ให้ทำงานได้บ้าง
- กินไฟเบอร์เยอะๆ: พวกผัก ผลไม้ ควรกินทุกวันเลยนะ สำคัญมากจริงๆ
- ดื่มน้ำเยอะๆ: อันนี้ก็ช่วยได้เยอะ อย่าปล่อยให้ร่างกายขาดน้ำ
- อย่ากลั้น: ปวดเมื่อไหร่ ไปเข้าห้องน้ำเลย อย่าฝืน
คือตอนท้องผูกมากๆ มันทรมานนะ เข้าใจเลย
แต่จริงๆ แล้ว ถ้าเป็นบ่อยๆ ไปหาหมอดีกว่านะ เผื่อมีอะไรอย่างอื่นแอบแฝงอยู่
กินอะไรช่วยขับลมในกระเพาะ?
กินอะไรขับลม? โอ๊ย ปัญหาระดับชาติ! (ของใครบางคนนะ)
- น้ำมะนาว: เปรี้ยวจี๊ดกระตุ้นต่อมน้ำลาย น้ำย่อยก็มาสิค้าบ! แต่ถ้ากระเพาะแกร่งไม่พอ ระวังแสบท้องนะจ๊ะ!
- มะละกอสุก: ย่อยโปรตีนเก่งนักแล แต่ไม่ใช่ว่ากินแล้วจะผอมนะเฟ้ย!
- น้ำขิง: ซดร้อนๆ ก่อนนอน ขับลมสบายพุง แต่ถ้ากินตอนเช้า...ระวังขิงแก่! (หมายถึงแสบท้องนะ)
เคล็ดไม่ลับ: เคี้ยวอาหารช้าๆ นะพ่อคุณ ไม่ใช่แข่งกินจุ! และอย่ากินลมเข้าไปด้วยล่ะ! (ทำได้ไง?)
PS. ใครบอกกินแล้วหายเลยนี่...ขายตรงชัวร์! ปรึกษาหมอเถอะถ้าไม่ไหวจริงๆ อย่าเชื่อคนในเน็ตมากนัก (รวมถึงฉันด้วย!)
ขับลมในเส้น คืออะไร?
ขับลมในเส้น? โอ๊ยตาย! นั่นมันของแสลงจีนแท้ๆ เลยนะครัช! ไม่ใช่ลมที่พัดเอาใบตองร่วงหรอกนะ แต่เป็นลมประหลาดๆ อยู่ในเส้นประสาทเราเนี่ยแหละ! คิดภาพง่ายๆ เหมือนสายไฟบ้านเรา ถ้าสายไฟมันลัดวงจร ก็จะช็อตใช่ป่ะ? อันนี้ก็คล้ายๆ กัน แต่แทนที่จะช็อต ก็จะปวด จะชา จะแสบ จะร้อน แบบว่าสุดๆ! ถ้าเป็นหนัก ถึงกับนอนซมเลยก็มีนะ ผมนี่เคยเห็นเพื่อนเป็นมาแล้ว เจ็บจี๊ดจนต้องร้องขอชีวิต!
อาการแบบไหน? ปวด! ชา! แสบ! ร้อน! อาการจะอยู่ตามเส้นประสาทที่ลมมันพัดผ่าน บางทีก็ลามไปอวัยวะอื่นด้วย แบบว่า ปวดหัว ปวดหลัง ปวดไหล่ ไปหมด!
สาเหตุคืออะไร? ก็ไม่รู้สิ! หมอบอกว่ามาจากหลายสาเหตุ อาจจะเครียด พักผ่อนไม่เพียงพอ หรืออาจจะเป็นเพราะกรรมเก่าก็ได้นะ อิอิ (ล้อเล่นนะ)
รักษาได้ยังไง? เยอะแยะเลยครับ! มีตั้งแต่การฝังเข็ม นวด กินยา ไปจนถึงการทำจิตใจให้สงบ บางทีอาจจะต้องไปหาหมอเฉพาะทาง อย่าไปลองรักษาเองเด็ดขาด อันตรายนะ! ปีนี้ผมไปหาหมอเฉพาะทางเกี่ยวกับการขับลมในเส้นมา หมอเค้าแนะนำให้ไปทำกายภาพบำบัด ผลก็โอเคอยู่นะ ดีขึ้นเยอะเลย
ข้อควรระวัง อย่าปล่อยไว้จนเป็นเรื้อรัง! มันจะรักษายากขึ้น และอาจจะทำให้มีอาการอื่นๆ ตามมาอีก ที่สำคัญ อย่าเชื่อคนโบราณมากนัก บางอย่างมันก็ต้องพึ่งวิทยาศาสตร์บ้าง อย่าให้เป็นโรคแล้วค่อยมาแก้ ป้องกันไว้ก่อนจะดีกว่า ดูแลสุขภาพร่างกายให้ดี ออกกำลังกาย พักผ่อนให้เพียงพอ อย่าเครียดมาก แค่นี้ก็พอแล้ว
เพิ่มเติม: นี่แค่ข้อมูลพื้นฐานนะ รายละเอียดจริงๆ มันซับซ้อนกว่านี้อีกเยอะ ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ อย่าไปเชื่อผมมาก เพราะผมก็ไม่ได้เรียนหมอ แค่อยากจะมาแชร์ประสบการณ์เฉยๆ นะจ๊ะ!
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต