ลดน้ําตาล ทํายังไง
ลดน้ำตาลในอาหาร ทําอย่างไรได้บ้าง?
ลดน้ำตาลเนี่ยนะ? เรื่องใหญ่เลยสำหรับฉัน ตอนนั้นน้ำหนักขึ้นพรวดๆ เลยต้องหาวิธีจัดการ จำได้เลยว่า เดือนตุลาคม ปีที่แล้ว ไปตรวจสุขภาพที่ รพ.กรุงเทพ หมอบอกน้ำตาลสูง ค่าตรวจก็แพงอยู่ เกือบสามพัน! เลยตั้งใจลดจริงจัง
แรกๆ ก็ลำบากนะ ลดหวานทีละนิด เริ่มจากลดน้ำตาลในกาแฟ จาก 2 ช้อนชาเหลือช้อนเดียว แล้วก็ค่อยๆ ลดลงจนไม่ใส่น้ำตาลเลย ใช้เวลาประมาณสองเดือนกว่าจะชิน ช่วงแรกๆ ก็งอแงอยากกินหวานอยู่เหมือนกัน แต่พอผ่านไปก็โอเค
ขนมหวานก็เลี่ยงไปกินผลไม้แทน แต่เลือกพวกที่มีรสไม่หวานจัดนะ อย่างแอปเปิ้ลเขียว หรือส้มบางชนิด ช่วงนั้นติดกินแอปเปิ้ลเขียวมาก ซื้อทีเป็นถุงใหญ่ ราคาประมาณ 150 บาทได้มั้ง
น้ำเปล่าสำคัญมาก! คือช่วยได้จริงๆ เวลาอยากกินน้ำหวาน ฉันจะดื่มน้ำเปล่าแทนก่อน หลายๆ แก้ว ส่วนใหญ่แล้วความอยากก็หายไป วิธีนี้ได้ผลกับฉันสุดๆ
แล้วก็เรื่องไฟเบอร์ พยายามกินผักผลไม้ให้เยอะขึ้น ข้าวกล้องก็กินบ้าง ตอนนั้น ซื้อโอ๊ตมีลมาทาน แพงอยู่ กล่องละ 200 กว่าบาท แต่ช่วยเรื่องระบบขับถ่าย รู้สึกตัวเบาขึ้น
สุดท้าย จดบันทึกอาหาร จริงๆ ช่วยได้มาก รู้เลยว่ากินอะไรไปบ้าง แล้วก็ควบคุมได้ง่ายขึ้น แต่บางทีก็ขี้เกียจจด ต้องพยายามจริงๆ
กินยังไงไม่ให้น้ำตาลพุ่ง
กิน...ไม่...ให้...น้ำตาล...พุ่ง?
- เลี่ยง: "น้ำหวาน". ทุกชนิด. จบ.
- หวาน: ถ้าอยาก. หญ้าหวาน. มีอยู่.
- แป้ง: น้อย. ข้าวขาว. ตัวร้าย.
- ไฟเบอร์: ผัก. ผลไม้. กินเข้าไป. ช่วยได้.
- ไขมันดี: อะโวคาโด. ถั่ว. บ้าง. ไม่เยอะ.
- เวลา: กินเป็นเวลา. ไม่ใช่หิว. แล้วยัด.
- ออกกำลัง: เดินบ้าง. วิ่งบ้าง. ไม่ต้องเยอะ. ให้ขยับ.
- เช็ค: น้ำตาล. วัดบ้าง. รู้ทัน. ตัวเอง.
น้ำตาลเทียม? Aspartame? Sucralose? อ่านฉลาก. ศึกษา. ไม่ใช่ทุกอัน. ดี.
คำเตือน: ข้อมูลนี้. ไม่ใช่คำแนะนำแพทย์. ไปหาหมอ. ถ้า...ป่วย.
กินอย่างไรไม่ให้น้ำตาลขึ้น
อื้อหือ น้ำตาลขึ้นนี่หนักใจเนอะ ต้องระวังจริงๆ ปีนี้ฉันเคร่งเรื่องนี้มากเลย
งดน้ำหวาน! โค้ก เป๊ปซี่ ชาไข่มุก นมรสต่างๆ คือศัตรูตัวฉกาจ ปีนี้ฉันแทบไม่ได้แตะเลยนะ นอกจากน้ำเปล่าก็คือน้ำเปล่าจริงๆ
น้ำตาลเทียม อืมมม ก็ใช้บ้าง แต่ก็ต้องระวังนะ เคยอ่านเจอว่า มากเกินไปก็ไม่ดี Aspartame นี่ฉันใช้บ่อยอยู่ แต่ไม่เยอะ
ผลไม้ กินได้นะ แต่ต้องเลือก พวกมะม่วงสุกๆนี่ ฉันก็ต้องจำกัดปริมาณ กล้วยนี่ก็ด้วย กินพอประมาณ เดี๋ยวน้ำตาลพุ่ง
เฮ้ออ เรื่องกินนี่มันยากจริงๆนะ บางทีก็อยากกินของหวาน แต่ต้องอดทน ปีนี้ฉันพยายามควบคุมน้ำหนักด้วย เลยต้องเข้มงวดกับเรื่องอาหาร
ข้าว ฉันลดปริมาณลงเยอะเลยนะ จากก่อนกินเยอะมาก ตอนนี้กินแค่พออิ่ม
แป้ง ขนมปัง บะหมี่ ต้องเลือกทานแบบโฮลวีท ไม่งั้นน้ำตาลขึ้นแน่ ฉันชอบกินขนมปังโฮลวีทกับไข่ตอนเช้า
ออกกำลังกาย สำคัญมาก! ปีนี้ฉันวิ่งทุกวันเลย อย่างน้อย 30 นาที บางวันก็ปั่นจักรยาน ช่วยได้เยอะจริงๆ
เอาล่ะ ฉันเขียนไปเรื่อยเปื่อยแล้ว สรุปง่ายๆก็คือ ควบคุมทุกอย่าง งดน้ำตาล เลือกกิน ออกกำลังกาย แค่นี้แหละ เหนื่อยแต่ได้ผล!
น้ำตาลสูงลดอย่างไร
น้ำตาลขึ้นสูง! อย่าชะล่าใจ เดี๋ยวก็กลายเป็นเบาหวานซะก่อน! ลดน้ำตาลยังไงน่ะเหรอ? ง่ายนิดเดียว! แต่ต้องทำจริงนะ ไม่ใช่พูดเล่นๆ เหมือนเวลาบอกแฟนว่า "รักนะจุ๊บๆ" แล้วก็หายเงียบไปเลย
เลิกกินของหวาน! คิดจะกินขนมหวาน นึกถึงรูปร่างตัวเองที่บวมเหมือนลูกโป่งลมก่อน! น้ำหวานนี่อย่าได้แม้แต่จะมอง! น้ำผลไม้ก็เหมือนกัน น้ำตาลเพียบ! เหมือนเอาลูกอมมาละลายดื่มเลย
คาร์โบไฮเดรต ลดๆๆ! ข้าวสวยนี่ กินน้อยลงหน่อย อย่ากินเหมือนจะไปแข่งกินข้าวกับควาย! ลดปริมาณลง ถ้าอยากกินเยอะ ลองเปลี่ยนเป็นข้าวกล้องดูมั่ง ฟีลมันต่างกันนะ รับรอง!
ออกกำลังกาย! นี่สำคัญมาก! ไม่ใช่แค่เดินเล่น แต่ต้องออกกำลังกายแบบจริงจัง! อย่างน้อยอาทิตย์ละ 3 วัน ไม่งั้นก็เหมือนเอาเงินไปทิ้ง! ผมเองออกกำลังกายอาทิตย์ละ 5 วัน วิ่ง 5 กิโล แล้วก็เล่นเวทต่ออีกชั่วโมงครึ่ง แข็งแรงปึ๋งปั๋ง!
ควบคุมน้ำหนัก! อ้วนก็ลดน้ำหนัก! อย่าปล่อยให้อ้วนเหมือนหมู! หาข้อมูลวิธีลดน้ำหนักดีๆ อย่าไปเชื่อพวกโฆษณาเกินจริงนะ ระวังโดนหลอกขายของเสริมอาหารแพงๆ แล้วได้ผลน้อยนิด
ปีนี้ (2566) ผมเองก็พยายามดูแลสุขภาพมากขึ้น ลดน้ำตาลในเลือดลงได้เยอะเลย เพราะทำตามที่บอกนี่แหละ! เชื่อผมเถอะ มันเห็นผลจริงๆ! อย่ารอให้สายเกินแก้ รีบทำเถอะ! ชีวิตจะได้ไม่ลำบาก ไม่งั้น อนาคตต้องไปฉีดยาตลอดชีวิต เหนื่อยกว่าเยอะ!
ทำยังไงให้ไม่อยากกินของหวาน
ลดความอยากของหวานได้ด้วยวิธีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินอย่างค่อยเป็นค่อยไป ไม่ใช่การอดอาหารที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพ หลักสำคัญอยู่ที่การจัดการความต้องการและสิ่งแวดล้อมรอบตัว
ควบคุมปริมาณและคุณภาพอาหาร: ทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ เน้นโปรตีนและไฟเบอร์สูง เพื่อให้รู้สึกอิ่มนาน จัดสัดส่วนอาหารแต่ละมื้ออย่างเหมาะสม หลีกเลี่ยงการอดอาหาร เพราะจะยิ่งกระตุ้นความอยากของหวาน (จากประสบการณ์ส่วนตัว การทานอาหารเช้าที่อิ่มท้องและมีโปรตีนสูง ช่วยลดความอยากทานขนมช่วงบ่ายได้ดีทีเดียว)
ค่อยๆ ลดความหวาน: อย่าใจร้อน ลองสั่งเครื่องดื่มหวานน้อยลงทีละนิด หรือลดปริมาณน้ำตาลในเมนูที่ทำเอง การเปลี่ยนแปลงแบบค่อยเป็นค่อยไปจะช่วยให้ร่างกายปรับตัวได้ง่ายกว่า และไม่รู้สึกขาดอะไรไป (วิธีนี้ผมใช้ลดการทานกาแฟใส่นมและน้ำตาล จาก 3 ช้อนชา เหลือครึ่งช้อนชาภายใน 3 เดือน)
จัดการสิ่งแวดล้อม: การลดการซื้อขนมหรือเครื่องดื่มหวาน เก็บไว้ที่บ้านน้อยลง เป็นเรื่องสำคัญ เพราะการเห็นของหวานอยู่ใกล้ตัว จะกระตุ้นความอยากได้ง่าย ลองเปลี่ยนจากซื้อขนม มาซื้อผลไม้สดแทน เป็นการเปลี่ยนสิ่งแวดล้อมโดยตรง
ลดการปรุงแต่งเพิ่ม: อย่าเติมน้ำตาลหรือน้ำเชื่อมลงในอาหารและเครื่องดื่ม ลองชิมรสชาติอาหารแบบธรรมชาติ จะค่อยๆ ชินกับความหวานน้อยลง และอาจค้นพบว่ารสชาติอาหารแบบธรรมชาติ อร่อยกว่าที่คิด (ปีนี้ผมลองลดน้ำตาลในกาแฟลง แล้วพบว่ากลิ่นกาแฟหอมขึ้น รู้สึกดีกว่าเดิมมาก)
เพิ่มเติม: การดื่มน้ำเปล่ามากๆ ช่วยลดความอยากอาหารได้ บางครั้งที่รู้สึกอยากทานของหวาน อาจเป็นเพราะร่างกายขาดน้ำ ลองสังเกตตัวเองดู และหากมีปัญหา ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการ เพื่อวางแผนการลดน้ำตาลที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล
ควรกินอะไรแทนน้ำหวาน
โอ๊ย! น้ำหวานเนี่ยตัวดีเลย กินเข้าไปเหมือนเอาน้ำตาลกรอกปาก อ้วนฉุไม่รู้ตัว! แทนที่จะกินน้ำหวานให้เสียเงินเสียสุขภาพ ลองนี่เลยดีกว่า:
น้ำเปล่า: อันนี้เบสิกสุดๆ แต่เชื่อเหอะ ดับกระหายได้ชะงัดนักแล! คิดซะว่าล้างไตไปในตัวด้วย
น้ำผลไม้คั้นสด/ปั่น (ไม่ใส่น้ำตาล): ขยันหน่อย คั้นเองเลย! หรือถ้าขี้เกียจ ก็ซื้อเค้า แต่ย้ำ! ไม่ใส่น้ำตาลเพิ่มนะจ๊ะ เพราะผลไม้เค้าหวานอยู่แล้ว
ชาใส่นม (ไม่ใส่น้ำตาล): บ่ายๆ ง่วงๆ ลองชาใส่นมร้อนๆ สักแก้ว (อย่าใส่น้ำตาลนะเตือนแล้ว!) ตื่นเลยพี่น้อง!
โยเกิร์ตพร้อมดื่ม (ปราศจากน้ำตาล): สมัยนี้มีโยเกิร์ตแบบไม่ใส่น้ำตาลเยอะแยะ ลองหาดู อร่อยแถมมีประโยชน์อีกต่างหาก
เกร็ดความรู้เล็กๆ น้อยๆ (แต่สำคัญนะจ๊ะ):
- รู้ไหมว่าน้ำอัดลมกระป๋องเดียวเนี่ย น้ำตาลเยอะกว่าขนมเค้กอีกนะ! (อันนี้เว่อร์ไปนิด แต่มันเยอะจริงๆ!)
- น้ำผลไม้กล่องที่ขายตามซุปเปอร์มาร์เก็ต ส่วนใหญ่ใส่น้ำตาลเยอะมาก อ่านฉลากดีๆ ก่อนซื้อนะ
- ติดหวานมากๆ ลองลดปริมาณน้ำตาลลงทีละนิดๆ จะช่วยให้เลิกกินน้ำหวานได้ง่ายขึ้น (เค้าว่ามาอย่างนั้นนะ)
คำเตือน: อย่าเชื่อทุกอย่างที่ฉันพูด เพราะฉันก็แค่คนขี้โม้คนนึงเท่านั้นเอง! ไปหาข้อมูลเพิ่มเติมเองด้วยนะจ๊ะ! ????
ทำยังไงให้ลดน้ำหวาน
โอ๊ยตาย! น้ำตาลนี่มันปัญหาใหญ่เลยนะ ตอนนี้ฉันพยายามลดน้ำตาลในเครื่องดื่มอยู่อ่ะ ก่อนหน้านี้ติดหวานมากกก กาแฟต้องใส่น้ำตาลอย่างน้อย 3 ช้อนโต๊ะ ชานมไข่มุกก็ต้องหวานสุดๆ แบบที่ร้านบอกว่า "หวานมาก" อ่ะ คือแบบสุดๆ จริงๆ น้ำหนักขึ้นแบบเห็นได้ชัดเลย ปีนี้ตั้งใจจะลดน้ำหนัก เลยเริ่มปรับลดความหวานลง
แรกๆ ลำบากมาก รู้สึกขมๆ แปลกๆ เหมือนขาดอะไรไป แต่ก็พยายามดื่ม เริ่มจากลดจากหวาน 100% เหลือ 75% ก่อน (ไปร้านกาแฟแถวบ้าน ร้านกาแฟบ้านฉันชื่อ Coffee Bean ตรงข้าม Big C สาขาบางนา-ตราด) แล้วค่อยๆ ลดลงมาเรื่อยๆ ตอนนี้เหลือแค่ 25% แล้ว บางทีก็สั่งแบบไม่หวานเลย แล้วขอซองน้ำตาล ใส่นิดเดียวเอง แบบ 1 ช้อนชา ก็พอแล้ว จริงๆ นะ เพราะบางที 2-3 ช้อนชา มันก็หวานไปสำหรับฉันแล้ว
ตอนนี้รู้สึกดีขึ้นมากเลย น้ำหนักก็เริ่มลง แต่บางทีก็ยังอยากกินของหวานอยู่บ้าง เลยหาทางเลือกอื่นแทน เช่น กินผลไม้ หรือทำพวกโยเกิร์ตกินเอง
- ลดน้ำตาลทีละน้อย จาก 100% เป็น 75%, 50%, 25%
- สั่งแบบไม่หวาน แล้วเติมน้ำตาลเอง ใช้ไม่เกิน 1 ช้อนชา
- หาของหวานอื่นๆ ที่ไม่ใช่น้ำตาลมาก เช่น ผลไม้ โยเกิร์ต
- ร้านประจำ : Coffee Bean สาขาบางนา-ตราด (ตรงข้าม Big C)
ปล. ปีนี้เป้าหมายคือลดน้ำหนักให้ได้ 5 กิโล ใกล้ได้แล้วด้วย ดีใจมากกกก
ทำอย่างไร ให้ ระดับ น้ำตาล ใน เลือด ลด ลง
โอ๊ย! ถามเรื่องน้ำตาลในเลือดสูงเนี่ยนะ นึกว่าถามเรื่องหวย! ใครๆ ก็กลัวกันทั้งนั้นแหละเรื่องนี้ มาๆ จะบอกเคล็ดลับแบบบ้านๆ ให้ฟัง
- งดน้ำหวาน น้ำอัดลม: พวกนี้ตัวดีเลย หวานเจี๊ยบ! กินไป น้ำตาลพุ่งปรี๊ด เหมือนจรวด! เลิกได้เลิกนะ
- ข้าวขาว... บ๊ายบาย: กินข้าวกล้อง ข้าวไรซ์เบอร์รี่แทนซะบ้าง ข้าวขาวมันแป้งทั้งดุ้น กินเยอะก็ไม่ดี
- ออกกำลังกาย: ไม่ต้องถึงขนาดไปวิ่งมาราธอน แค่เดินๆ แกว่งๆ แขนในบ้านบ้างก็ได้ ให้เหงื่อมันซึมๆ ออกมาบ้าง
- อย่าให้อ้วน: อันนี้สำคัญ! พุงพลุ้ยๆ เนี่ยแหละ ตัวการทำให้น้ำตาลขึ้น! คุมอาหาร ออกกำลังกาย ลดพุงซะ!
เกร็ดเล็กๆ น้อยๆ (ที่อาจจะเกินจริงไปนิด):
- มะระขี้นก: กินสดๆ เลย! ขมปี๋ แต่ลดน้ำตาลดีนักแล (แต่ถ้ากินไม่ไหว ก็ไม่ต้องกินนะ!)
- อบเชย: ใส่ในกาแฟกินทุกเช้า หอมๆ ช่วยคุมน้ำตาลได้นิดหน่อย
- อย่าเครียด: ความเครียดก็ทำให้น้ำตาลขึ้นได้นะ ทำใจให้สบายๆ ปล่อยวางบ้าง
คำเตือน: อย่าเชื่อฉันมากไป! ไปหาหมอตรวจสุขภาพประจำปีบ้างนะ! หมอเค้าเก่งกว่าฉันเยอะ!
หมายเหตุ: ข้อมูลข้างบนนี้เป็นประสบการณ์ส่วนตัวนะ! อาจจะไม่ถูกต้อง 100% แต่รับรองว่าขำแน่นอน! ????
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต