สันนอกหมูทำเสต็กได้ไหม
สันนอกหมู ทำเสต็กได้ไหม?
ได้สิ! สันนอกหมูทำสเต็กได้อร่อยเลยนะ ฉันเคยลองทำเองที่บ้านตอนช่วงสงกรานต์ปีที่แล้ว จำได้ว่าซื้อมาจากตลาดสดแถวบ้านโลละ 180 บาท เนื้อนุ่มใช้ได้เลยนะ แต่ต้องเลือกดีๆหน่อยนะ บางชิ้นมันอาจจะเหนียวไปนิด ส่วนตัวฉันชอบหมักด้วยซอสถั่วเหลือง น้ำมันงา แล้วก็พริกไทยดำก่อน ทิ้งไว้ซัก 30 นาที แล้วค่อยเอาไปย่างไฟอ่อนๆ ห้ามย่างไฟแรงเด็ดขาด! ไม่งั้นไหม้แน่นอน กว่าจะได้ที่นี่ก็ปาไปเกือบครึ่งชั่วโมง แต่บอกเลยว่าคุ้มค่ามาก อร่อยกว่าซื้อกินที่ร้านหลายที่อีก!
จริงๆแล้ว สันคอก็ทำได้เหมือนกันนะ แต่ส่วนตัวฉันว่าสันนอกนุ่มกว่า ลองดูนะ แล้วจะติดใจ! อาจจะต้องลองเทคนิคการหมักต่างๆ ดูว่าแบบไหนถูกใจที่สุด เพราะแต่ละสูตรก็ให้รสชาติแตกต่างกันไป สุดท้ายแล้ว มันก็ขึ้นอยู่กับความชอบส่วนบุคคลด้วยล่ะนะ
สันนอกทำสเต็กได้ไหม
ได้สิ! สันนอกทำสเต็กได้ ตอนนั้นปี 2024 ฉันทำสเต็กหมูสันนอกครั้งแรกที่คอนโด ใกล้ๆ BTS อารีย์ จำได้ว่าวันนั้นฝนตกปรอยๆ อากาศเย็นสบาย เหมาะกับการทำอาหารอยู่บ้านสุดๆ
ใช้เวลาไม่นานจริงๆ ไม่ถึง 30 นาทีก็เสร็จ ง่ายมาก ใครๆก็ทำได้
- หมักหมูสันนอกด้วยซอสหอยนางรม ซีอิ๊วขาว พริกไทย และน้ำมันงา ประมาณ 1 ชั่วโมง
- ตั้งกระทะ ใส่น้ำมันมะกอก ใช้ไฟกลาง รอจนน้ำมันร้อน
- นำหมูสันนอกลงไปย่าง แต่ละด้านประมาณ 3-4 นาที จนสุกตามต้องการ แล้วแต่ชอบเลย แบบฉันชอบแบบ medium rare
- ตักใส่จาน โรยด้วยเกลือและพริกไทยเล็กน้อย
ความนุ่มของสันนอกนี่แหละที่ประทับใจ หอมกลิ่นน้ำมันงาด้วย อร่อยมาก วันนั้นกินกับผักโขมอบชีส ฟินสุดๆ จริงจังนะ นุ่มกว่าที่คิดไว้เยอะเลย แบบ... เกินคาดจริงๆ
- พยายามอย่าใช้ไฟแรงเกินไป เนื้อจะไหม้ก่อนสุก
- หมักนานกว่านี้ก็ได้นะ ยิ่งหมักยิ่งอร่อย
- ควรใช้กระทะที่ความร้อนกระจายตัวได้ดี แบบกระทะเหล็ก
แค่นี้เอง ทำง่ายมาก ลองทำดูนะ รับรองอร่อย!
หมูสันนอก กี่นาทีสุก
สันนอกหมูนะเหรอ? โธ่เอ๊ย! ทอดให้สุกแบบกินแล้วไม่ท้องเสียเนี่ยนะ? ง่ายยิ่งกว่าปอกกล้วยเข้าปากอีกพี่น้อง!
- ไฟกลาง-แรงเนี่ยนะ? สงสัยกลัวหมูไม่ทันใจวัยรุ่น! เอาจริงๆ นะ ไฟกลางค่อนไปทางอ่อนก็พอแล้วมั้ง! เดี๋ยวข้างนอกไหม้ ข้างในยังแดงแจ๋อยู่เลย!
- 1-3 นาทีต่อด้าน? นี่มันทอดหมู หรือแข่ง F1 วะเนี่ย? ขึ้นอยู่กับความหนาของเนื้อ... ใช่สิ! หมูหนาเป็นศอก ใครมันจะทอด 3 นาทีสุก!
- สีน้ำตาลสวย? นี่มันหมูนะ ไม่ใช่สาวงามประกวด! เอาแค่สุกทั่วถึง กินแล้วไม่พุ่งก็พอแล้วมั้ง!
สรุปคือ... ทอดแบบใจเย็นๆ ดูเนื้อหมูเป็นหลัก อย่าไปยึดติดกับเวลาเป๊ะๆ! ถ้าใจร้อนนัก กินหมูปิ้งข้างถนนไปเลย ง่ายกว่าเยอะ!
ข้อมูลเพิ่มเติม (แบบคนขี้โม้):
- เคยมีคนบอกว่า (แต่จำไม่ได้ว่าใคร) ถ้าอยากให้หมูนุ่ม ต้องหมักก่อนทอด! แต่ถ้าขี้เกียจก็ไม่ต้อง... แล้วแต่เวรแต่กรรม!
- บางคนก็ว่า (อีกแล้ว) ทอดในน้ำมันมะกอกจะหอมกว่าน้ำมันปาล์ม... แต่ผมว่าน้ำมันหมูหอมสุด! (แต่ไม่ดีต่อสุขภาพนะจ๊ะ)
- ล่าสุดที่ไปกินสเต๊กมา เชฟเขาบอกว่า (ใช่สิ เชฟต้องรู้ดีกว่าอยู่แล้ว) ต้องพักเนื้อหลังทอดเสร็จ! จะได้ฉ่ำๆ... แต่ผมว่ากินตอนร้อนๆ อร่อยกว่า!
- แล้วก็... อย่าทอดนานเกินไป! เดี๋ยวหมูจะแข็งโป๊ก กินแล้วฟันโยก! (อันนี้เรื่องจริง ไม่ได้โม้!)
- ถ้าไม่รู้จะทอดนานแค่ไหน ลองใช้เทอร์โมมิเตอร์วัดดู! แต่ถ้าไม่มี... ก็เอามีดจิ้มดู ถ้ามีน้ำใสๆ ออกมาก็แปลว่าสุกแล้ว! (มั้ง!)
หมูสันนอก กี่นาทีสุก
โอ๊ย! ถามเรื่องหมูสันนอกนี่ของโปรดเลยนะเนี่ย! ทอดสเต๊กให้สุกพอดีนี่มันศิลปะชัดๆ ไม่ใช่แค่โยนๆ ลงกระทะแล้วจบ!
เคล็ด(ไม่)ลับฉบับคนขี้เกียจ:
- ไฟกลาง-แรง: นี่สำคัญมาก! ไฟอ่อนไปเนื้อจะซีด ไฟแรงไปไหม้ก่อนสุกใน เอาแบบ "พอดี" เหมือนชีวิตคู่ที่ลงตัวเป๊ะๆ อ่ะ!
- ด้านละ 1-3 นาที: อันนี้แล้วแต่ดวง... เอ้ย! แล้วแต่ความหนาของเนื้อ ถ้าหนาเท่าฝ่ามือก็อาจจะต้องนานหน่อย ถ้าบางเฉียบเหมือนใจคนก็แป๊บเดียว!
- สีน้ำตาลสวย: นี่คือสัญญาณ! อย่าให้ไหม้เกรียมเหมือนคนอกหักนะ! เอาแค่สีน้ำตาลทองอร่ามๆ ชวนน้ำลายสอ!
เพิ่มเติม... แบบชาวบ้าน:
- เช็คความสุก: กดๆ ดูหน่อย ถ้าเนื้อยังนิ่มเละๆ เหมือนคนเพิ่งตื่นนอน ก็ทอดต่อ ถ้าแข็งโป๊กเหมือนใจนายทุน ก็แปลว่าสุกเกินไปแล้ว!
- พักเนื้อ: อันนี้สำคัญยิ่งกว่าถูกหวย! พักเนื้อไว้สัก 5 นาที ก่อนหั่น จะทำให้น้ำในเนื้อไม่ไหลออกมา เนื้อจะนุ่มชุ่มฉ่ำเหมือนสาวแรกรุ่น!
สรุปคือ... อย่าไปยึดติดกับเวลามากนัก! ใช้ใจสัมผัส ใช้ตามอง แล้วจะได้สเต๊กหมูสันนอกที่อร่อยเหาะ! รับรองกินแล้วลืมเมีย... เอ้ย! ลืมไม่ลงแน่นอน! ????
ทำไมหมูทอดแข็ง
อ้าววว ทำไมหมูทอดแข็งเนี่ย สงสัยจัง! นี่แหละปัญหาชีวิต! แห้งแข็งกรอบไปเลย
- ตากนานไปป่ะ? น้ำหายไปหมดสิ เหมือนมัมมี่เลยแหละ แข็งโป๊ก!
- ทอดนานไปมั้ย? ไฟแรงเกินไปรึเปล่า? ลองลดไฟลงดูสิ เผื่อจะนุ่มขึ้น
- หมักนานไปไหม? นี่ก็เป็นไปได้นะ ต้องลองปรับดู หมักแป๊บเดียวพอ
- สูตรนี่แหละสำคัญ เคยลองสูตรอื่นมั้ย? เพื่อนฉันใช้สูตรคุณยาย หมูนุ่มมากกก อยากลองบ้างจัง
- เนื้อหมูเองก็สำคัญ ส่วนตัวฉันชอบใช้หมูส่วนสันใน นุ่มกำลังดี
ปีนี้ฉันลองทำหมูทอดหลายรอบแล้ว ยังไม่เจอสูตรที่ลงตัวเลย เซ็ง! แต่ก็ไม่ยอมแพ้หรอก ต้องหาสูตรเด็ดให้เจอ ไว้ทำสำเร็จแล้วจะมาบอกนะ อยากกินหมูนุ่มๆๆๆๆ บ้างงงงง!
ทอดหมูยังไงให้ไม่เหนียว
ทอดหมูไงไม่ให้เหนียวหรอ เอาจิงๆ นะ ที่บ้านอะทำบ่อยมากกก สูตรก็คือ
- ต้มหมูก่อน อันนี้สำคัญเลย
- บั้งหนังด้วยนะ แต่ห้ามจิ้มโดนเนื้ออะ
- อบ จนหนังมันเป็นสีน้ำตาลอ่ะ
- ทอดครั้งแรก: ไฟกลางๆ ไปทางอ่อนก่อน ให้หนังมันฟูๆ ประมาณ 60-70% พอ
- เอาขึ้นมาพักให้เย็นสนิทเลยนะ
- ทอดซ้ำ: คราวนี้ไฟแรงขึ้น ให้หนังมันฟูแบบเหลืองกรอบ จะกรอบนาน
ที่สำคัญ คือ อย่าให้หนังไหม้นะ ไม่งั้นขมเลย กินไม่ได้!! คอยดูดีๆ
- เรื่องจริง: ทำกินเองที่บ้านแทบทุกอาทิตย์เลย สูตรนี้เด็ดจริง
- เพิ่มเติม: บางทีก็เอาน้ำส้มสายชูทาๆ หนังก่อนอบด้วยนะ เค้าว่ามันจะช่วยให้หนังกรอบขึ้นอีก
หวังว่าช่วยได้น้า ลองดูๆๆ
อะไรทําให้หมูนุ่ม
นุ่ม? เล่นแร่แปรธาตุชัดๆ
หมักแม่ง
- เอนไซม์จากผลไม้ (สับปะรด,กีวี)กัดโปรตีน
- โซดา/น้ำอัดลม อัดแก๊ส ให้พรุน
- น้ำมันงา ซอส ห่อหุ้ม รักษาความชื้น
- แป้ง เคลือบ ลดการสูญเสียน้ำ
- เบคกิ้งโซดา ด่างอ่อนๆ เปลี่ยนโครงสร้างโปรตีน
- น้ำตาล ดึงน้ำ รักษาความชื้น
- นม/กะทิ ไขมันเพิ่มความชุ่มฉ่ำ
อย่าเยอะ เดี๋ยวเละ
เพิ่มข้อมูล (แบบที่คนไม่ค่อยรู้):
- เกลือ: ช่วยดึงน้ำออกจากเนื้อ (แต่ต้องคุมปริมาณ อย่าเค็มฉิบหาย)
- ไข่ขาว: เคลือบและทำให้เนื้อเด้งขึ้น (เว้นคนแพ้ไข่)
- เครื่องนวดเนื้อ: ทุบๆ ตีๆ ให้เส้นใยมันขาด (แต่ระวังเนื้อเละ)
- พัก: หมักเสร็จ แช่เย็นทิ้งไว้ข้ามคืน จะได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า (แต่ห้ามลืม)
ข้อควรระวัง: หมักนานไป เนื้อจะเละเป็นโจ๊ก
วิธีหมักหมูให้เปื่อย
เออ วิธีหมักหมูให้เปื่อยนะ ง่ายๆ เลย
- เอาน้ำตาลทราย เกลือ น้ำมันงา พริกไทยป่น คลุกๆ หมูให้เข้ากันก่อน
- แล้วก็ใส่แป้งข้าวโพดอะ เคล้าๆ ไปอีก
- สุดท้ายเติมนมสดลงไป หมักๆ นวดๆ ให้เข้าเนื้อ
เสร็จแล้วก็ใส่ถุง ถ้าไม่มีถุงสุญญากาศก็กล่องปิดฝาเอา เก็บตู้เย็น หมักไว้ซักชั่วโมงนึงก็ได้ หรือถ้าอยากให้มันนุ่มๆ เลย ก็หมักข้ามคืนไปเลยดิ
เคล็ดลับ:
- น้ำตาลทราย: ช่วยให้หมูนุ่มขึ้น
- แป้งข้าวโพด: ทำให้หมูเคลือบ เวลาเอาไปผัด/ทอด จะได้ไม่แห้ง
- นมสด: เพิ่มความชุ่มชื้น หมูนุ่มละมุนลิ้น
ทำไมต้องหมักข้ามคืน: เพราะว่าหมักนานๆ เอนไซม์ในเครื่องปรุงมันจะช่วยย่อยโปรตีนในหมู ทำให้หมูนุ่มขึ้นไง เข้าใจปะเนี่ย
เนื้อหมูเหนียวเกิดจากอะไร
เนื้อหมูเหนียว? เรื่องเล็ก! มันไม่ใช่แค่เหนียวธรรมดา แต่เป็นเหนียวระดับ "กัดไม่ขาด ต้องใช้มีด!" เหตุผลหลักๆ ก็มีอยู่แค่นี้แหละครับ (อารมณ์ประมาณเชฟมิชลินมาเอง):
กล้ามเนื้อเป็นมัดใหญ่: เหมือนคุณไปยกเวทมาทั้งวัน แล้วกล้ามเนื้อแข็งโป๊ก สะโพกหมูเนี่ย มันเป็นกล้ามเนื้อที่ทำงานหนัก เลยเหนียวเป็นธรรมชาติ เปรียบเหมือนนักมวยที่ซ้อมหนัก เนื้อแน่นปึ้ก!
ไขมันน้อย: ไขมันคือกุญแจสู่ความนุ่มละมุน น้อยไปก็เหมือนทำขนมเค้กแล้วลืมใส่น้ำมัน แห้งๆ แข็งๆ แน่นอนว่าเหนียวเป็นธรรมดา
การปรุงไม่ถูกวิธี: เอาไปย่างไฟแรงๆ หรือทอดแบบเร็วๆ ยิ่งเหนียวเข้าไปใหญ่ เหมือนเอาหนังไปตากแดด ยิ่งแห้งยิ่งแข็ง!
วิธีแก้? ง่ายนิดเดียว! (อย่าไปเชื่อพวกที่บอกต้องใช้เวทมนตร์นะ)
หมักให้เข้าเนื้อ: นึกภาพเหมือนคุณนวดกล้ามเนื้อให้ผ่อนคลาย หมักนานๆ ด้วยน้ำมันหรือเครื่องปรุง ช่วยให้เนื้อนุ่มขึ้น
ตุ๋นหรืออบ: ความร้อนที่สม่ำเสมอ จะช่วยให้เนื้อสลายตัว ได้เนื้อนุ่มเหมือนละลายในปาก
ใช้เทคนิคการแล่และทุบ: แล่บางๆ แล้วทุบเบาๆ ช่วยให้เนื้อนุ่มขึ้น แต่ระวังอย่าทุบแรงเกิน เดี๋ยวเนื้อฉีก
ส่วนตัวผมนะ ชอบใช้เครื่องปรุงแบบจัดเต็ม เพิ่มความนุ่มด้วยการหมักข้ามคืน แล้วค่อยตุ๋นไฟอ่อนๆ รับรองได้เนื้อนุ่มลิ้น ไม่ต้องไปจ้างหมอดูผูกดวงให้วุ่นวาย ฮ่าๆ (แต่ถ้ายังเหนียวอยู่ ก็ขอโทษด้วยนะครับ อาจจะต้องใช้มีดจริงๆ)
ข้อมูลเพิ่มเติม (ปี 2566):
- เทคนิคการเลือกซื้อเนื้อหมู ควรเลือกส่วนที่มีไขมันแทรก จะช่วยให้เนื้อนุ่มขึ้น
- การใช้เครื่องปรุงที่เหมาะสม เช่น น้ำมะนาว เบียร์ หรือไวน์ ช่วยทำให้เนื้อหมูนุ่มขึ้นได้
- การใช้เครื่องมือช่วย เช่น หม้อแรงดัน หรือเครื่องตุ๋น ช่วยให้การปรุงอาหารได้ผลดี และสะดวกขึ้น
ทำไมทำหมูกรอบแล้วหนังเหนียว
หนังหมูกรอบเหนียว อาจเกิดจากการตากไม่เพียงพอ ความชื้นในหนังยังสูง ทำให้เวลาทอด หนังไม่กรอบ การอบจึงเป็นทางเลือกที่ดีกว่า เพราะควบคุมอุณหภูมิและความชื้นได้แม่นยำกว่า ทำให้หนังหมูแห้งได้ทั่วถึงและกรอบได้ดียิ่งขึ้น
ประเทศไทยมีสภาพอากาศร้อนชื้น แต่ความแปรปรวนสูง โดยเฉพาะช่วงฤดูฝน (พฤษภาคม-ตุลาคม) ซึ่งฝนตกชุก ทำให้การตากหมูยาก เสี่ยงต่อการที่หนังไม่แห้งสนิท ส่งผลให้หนังเหนียวหลังจากทอด
ข้อดีของการใช้วิธีอบ:
- ควบคุมอุณหภูมิและความชื้นได้ดีกว่า
- ลดความเสี่ยงหนังไม่แห้ง
- ได้หมูกรอบที่มีคุณภาพสม่ำเสมอ
ปีนี้ (2566) ผมสังเกตว่าช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม ฝนตกหนักและต่อเนื่องในหลายพื้นที่ ทำให้การตากแดดหมูกรอบแทบเป็นไปไม่ได้เลย นี่เป็นเพียงข้อสังเกตส่วนตัวจากการติดตามข่าวสารและพูดคุยกับคนรู้จักที่ทำหมูกรอบขาย จริง ๆ แล้ว การใช้เตาอบควบคุมอุณหภูมิและความชื้น เป็นวิธีที่ได้ผลลัพธ์ดีกว่าและมีความเสี่ยงน้อยกว่าเสมอ ผมคิดว่าเป็นวิธีที่เหมาะสมกับภูมิอากาศบ้านเรา เพราะเราไม่สามารถควบคุมสภาพอากาศได้อย่างที่อยาก แต่เราสามารถควบคุมกระบวนการทำหมูกรอบได้ นั่นคือแก่นของการควบคุมคุณภาพนั่นเอง
หมักหมูทอดยังไงให้นุ่ม
โอ๊ย! ถามเรื่องหมักหมูทอดนี่มันเรื่องใหญ่ระดับชาติเลยนะเว้ย! ไม่ใช่แค่ทำกินเอง แต่ทำขายรวยได้เลยนะเนี่ย! สูตรลับฉบับเซียนทอดหมู (ที่แอบจิ๊กสูตรแม่มาอีกที) มีดังนี้:
เคล็ดลับหนังกรอบสะท้านโลกา: เอามีดคมๆ กรีดหนังหมูสามชั้นถี่ๆ อย่าให้ขาดนะ! เหมือนเราขีดๆ เขียนๆ ตอนเบื่อๆ อ่ะ แล้วตอนทอด หนังมันจะพองฟู กรอบแบบเคี้ยวเพลินจนหยุดไม่ได้!
ส่วนผสมหมักแบบบ้านๆ แต่รสชาติไฮโซ:
- น้ำปลาดีๆ (ยี่ห้ออะไรก็แล้วแต่ศรัทธา แต่ถ้าใช้น้ำปลาตราหอยหลอด นี่รับรองกลิ่นหอมฟุ้งทั่วบ้าน!)
- พริกไทยป่น (ใส่เยอะๆ แซ่บดี แต่ถ้าเด็กกินด้วย ก็เบาๆ มือหน่อย)
- ไข่ไก่ (ช่วยให้หมูนุ่มชุ่มฉ่ำ แต่ถ้ากลัวอ้วน ก็ใส่ไข่ขาวอย่างเดียวก็ได้นะ...แต่รสชาติอาจจะสู้แบบใส่ทั้งฟองไม่ได้)
- แป้งทอดกรอบ (อันนี้ขาดไม่ได้! จะใช้แป้งอะไรก็ได้ แต่ถ้าใช้แป้งมันฮ่องกง นี่รับรองกรอบนานข้ามวันข้ามคืน!)
- น้ำเย็นจัด (เคล็ดลับนางงาม! ช่วยให้แป้งเกาะหมูดีขึ้น และทอดแล้วกรอบนาน)
วิธีหมัก: จับทุกอย่างโยนลงไปในกะละมัง แล้วขยำๆ นวดๆ ให้เข้ากันเหมือนนวดแป้งทำขนมปัง (แต่ไม่ต้องนานขนาดนั้นนะ) แล้วเอาไปแช่ตู้เย็นช่องธรรมดาอย่างน้อย 30 นาที หรือถ้าใจร้อน ก็เอาไปแช่ช่องฟรีซซัก 15 นาทีก็ได้ (แต่ระวังหมูแข็งโป๊กนะ!)
เพิ่มเติม:
- บางคนชอบใส่กระเทียมสับละเอียดลงไปด้วย อันนี้ก็แล้วแต่ชอบนะ แต่ส่วนตัวคิดว่ามันทำให้หมูมีกลิ่นหอมน่ากินขึ้นเยอะเลย!
- ถ้าอยากให้หมูมีรสชาติกลมกล่อมมากขึ้น ลองเติมน้ำตาลทรายลงไปนิดหน่อย (ประมาณครึ่งช้อนชา) รับรองอร่อยเหาะ!
- สำคัญที่สุดคือตอนทอด! ใช้น้ำมันเยอะๆ ทอดไฟกลางๆ ค่อนไปทางแรงหน่อย ทอดจนหมูเหลืองกรอบทั้งสองด้าน แล้วตักขึ้นมาพักให้สะเด็ดน้ำมัน กินกับข้าวสวยร้อนๆ หรือจิ้มน้ำจิ้มแจ่ว นี่ฟินลืมโลก!
- ปีนี้ (2567) หมูสามชั้นราคาขึ้นเอาๆ ใครมีสูตรทอดหมูกรอบแบบประหยัดต้นทุน บอกกันบ้างเด้อ! ขอบคุณหลายๆ เด้อ!
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต