หมูสับปลาเค็มทำยังไง

110 ครั้งเข้าชม
วิธีทำหมูสับปลาเค็มทอดสูตรเด็ดทำง่าย นวดหมูสับกับสามเกลอ ผงปรุงรส เนื้อปลาอินทรีเค็ม และแป้งทอดกรอบให้เข้ากันดี ปั้นเป็นก้อนกลมแล้วกดให้แบนพอดีคำ นำไปทอดด้วยไฟปานกลางจนสุกเหลือง เสิร์ฟคู่กับหอมแดงซอย พริก และบีบมะนาวเพิ่มความอร่อย เป็นเมนูที่อร่อยกลมกล่อม ทานกับข้าวสวยร้อนๆ
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

วิธีทำหมูสับปลาเค็ม สูตรโบราณทำอย่างไรให้อร่อย?

เรื่องหมูสับปลาเค็มเนี่ยนะ ทำไงให้อร่อย? สูตรโบราณจริงๆ จังๆ มันต้องมีอะไรที่แบบ... ไม่เหมือนใครน่ะ.

จำได้ว่าตอนเด็กๆ แม่เคยทำให้กิน ปลาอินทรีเค็มนะ เอามาสับๆ ให้ละเอียดเลย แล้วก็เอาหมูสับคลุกเคล้าด้วย.

ทีนี้มันมีเคล็ดอยู่ตรงที่ "สามเกลอ" เนี่ยแหละ กระเทียม พริกไทย รากผักชี โขลกให้หอมฉุยเลย.

แล้วก็คลุกรวมกันกับหมูสับ ปลาเค็มสับที่แกะเอาแต่เนื้อนะ. ใส่แป้งทอดกรอบนิดหน่อย ให้มันมี texture.

ปั้นเป็นก้อนกลมๆ เล็กๆ กำลังดี. ไม่ใหญ่ไป ไม่อ่อนไป.

เวลาทอดนี่สำคัญ ใช้ไฟกลางๆ พอ. อย่าให้ไหม้. ทอดจนเหลืองกรอบนอกนุ่มใน.

สุดท้ายนะ เวลาเสิร์ฟ บีบมะนาวลงไปนิดหน่อย โรยหน้าด้วยพริกชี้ฟ้าซอยกับหอมแดงซอย. อื้อหือ... อร่อยจนลืมอิ่ม.

ปลาเค็มกินกับอะไรดี

ปลาเค็ม… อืม กินกับอะไรดีนะ

ข้าวสวยร้อนๆ เนี่ย… ก็เข้ากันดีนะ… ยิ่งถ้าเป็นข้าวหอมมะลิใหม่ๆ ยิ่งดีเลย… เค็มๆ มันๆ ของปลาเค็ม… คลุกข้าวสวย… อร่อยเหาะไปเลย…

ข้าวต้มก็ได้นะ… ตอนกลางคืนหิวๆ… ซดข้าวต้มร้อนๆ… ใส่ปลาเค็มลงไปนิดหน่อย… หอม… นุ่ม… กลมกล่อม…

ข้าวผัดก็ไม่เลวนะ… หั่นปลาเค็มเป็นชิ้นเล็กๆ… ผัดรวมกับข้าว… ใส่ผักนิดหน่อย… ได้รสชาติเค็มๆ ที่ไม่เหมือนใคร…

ที่บ้านฉัน… ชอบกินกับข้าวสวยนะ… บางทีก็กินกับข้าวต้มเวลาอากาศเย็นๆ…

แต่จริงๆ แล้ว… ปลาเค็มของ เข่งปลาทู… กินเปล่าๆ ก็อร่อยนะ… มันไม่เค็มโดดเกินไป… ความเค็มมันกำลังดี… เหมือนปรุงมาแล้ว…

ปลาทูตาโตเค็ม… ของเข่งปลาทู… ตัวนึง 350 กรัม… ขายแพ็คละ 50 บาท… มี 2 ตัว… ค่าส่ง 40 บาท…

  • ข้าวสวย: เข้ากันได้ดีเสมอ… โดยเฉพาะข้าวหอมมะลิใหม่ๆ…
  • ข้าวต้ม: เหมาะสำหรับมื้อดึก หรืออากาศเย็น… เพิ่มรสชาติ…
  • ข้าวผัด: สร้างรสชาติพิเศษ… หั่นชิ้นเล็กๆ ผสมผสาน…
  • เข่งปลาทู:ปลาทูตาโตเค็ม… น้ำหนัก 350 กรัม… ราคา 50 บาทต่อแพ็ค (2 ตัว)… ค่าจัดส่ง 40 บาท… ความเค็มกำลังดี… ไม่ต้องปรุงเยอะ… กินเปล่าๆ ก็อร่อย…

ปลาอินทรีย์เค็ม กินกับอะไร

โอ๊ยยย ถามมาได้! ปลาอินทรีเค็มเนี่ยนะ กินกับอะไรก็อร่อยโว้ยยยยยยยย แค่กลิ่นตอนทอดก็คือเครื่องประกาศศักดาให้เพื่อนบ้านรู้แล้วว่าบ้านนี้กำลังจะกินของอร่อยระดับมิชลินสตาร์สาขาประตูน้ำ!

ไอ้ที่ว่ายำปลาอินทรีเค็มทอดนั่นน่ะนะ คือสุดยอดนวัตกรรมแห่งวงการกับข้าว เนื้อปลาทอดกรอบๆ ฟูๆ เหมือนปุยเมฆที่โดนฟ้าผ่า แล้วสาดเครื่องยำลงไปทั้งพริก หอมแดง มะนาว เปรี้ยวเผ็ดเค็มหวานมาครบแบบตบหน้าสั่น โอ้ยยยยยย ข้าวสามจานยังไม่พอ! มันคือเมนูที่ทำให้ลืมไปเลยว่าสิ้นเดือนต้องจ่ายค่าอะไรบ้าง

แต่ถ้าจะให้สาธยายเมนูอื่นที่เกิดมาเพื่อคู่กับปลาอินทรีเค็มแล้วล่ะก็... จัดไป!

  • ข้าวต้มร้อนๆ ควันฉุยๆ: อันนี้คือคู่แท้ระดับชาติ! ข้าวต้มเปล่าๆ ร้อนๆ กับปลาเค็มทอดหอมๆ มันคือความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งยิ่งกว่าคู่รักบางคู่ซะอีก ไม่ต้องมีอะไรมาเสริม แค่นี้ก็ฟินจนน้ำตาไหลพรากๆ แล้ว นี่คือที่สุดของความเรียบง่ายที่อร่อยจนต้องร้องขอชีวิต
  • ผัดคะน้าปลาเค็ม: เมนูในตำนานตามร้านข้าวต้มรอบดึก ก้านคะน้ากรอบๆ สู้ฟัน ผัดกับปลาเค็มที่ยีเป็นชิ้นเล็กๆ สาดพริกขี้หนูสวนลงไปอีกกำมือ โห่เอ๊ยยย เผ็ดจนหูดับแต่หยุดกินไม่ได้จริงๆ นะ มันนัว มันหอม มันคือที่สุด!
  • หลนปลาอินทรีเค็ม: เมนูผู้ดีตีนแดงขึ้นมาหน่อย แต่ความอร่อยนี่บ้านๆ คักๆ เอารสเค็มของปลามาตัดกับความหวานมันของกะทิ กินกับผักสดกรอบๆ แตงกวา ขมิ้นขาว ถั่วฝักยาว...จิ้มไปคำนึงนะคุณเอ๊ยยย เหมือนขึ้นสวรรค์ทั้งเป็น
  • ข้าวผัดปลาเค็ม: เมนูสิ้นคิดที่อร่อยไม่สิ้นสุด แค่มีข้าวเย็นติดก้นหม้อกับไข่ไก่สักฟอง ใส่ปลาเค็มลงไปผัด บีบมะนาวหน่อย ซอยพริกใส่ โอ้ยยยยยย จบข่าว! อร่อยกว่าไปกินบุฟเฟต์โรงแรมบางที่อีก

เรื่องต้องรู้ก่อนกินปลาเค็ม

  • กลิ่นนี่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทอดทีนึงเพื่อนบ้านรู้ทั้งซอย ถ้าใครมาเคาะประตูถาม ให้บอกไปเลยว่า 'บ้านนี้อยู่แล้วรวย กินของดี!'
  • เวลาเลือกปลาเค็มนะ อย่าเอาที่เค็มจัดจนไตจะร้องไห้ ให้เลือกแบบเค็มพอดีๆ เนื้ออมชมพูนิดๆ นั่นแหละของแทร่! ทอดแล้วเนื้อจะฟูสวยไม่แข็งกระด้าง
  • สรุปคือ มันคือวัตถุดิบครองพิภพ กินกับอะไรก็ได้ที่ขวางหน้า แค่อย่าเผลอไปกินกับไอติมทุเรียนก็พอ...มั้งนะ

ปลากุเลาเค็มทำอาหารอะไรได้บ้าง

กลางดึกแบบนี้... คิดถึงปลากุเลาเค็มขึ้นมาเฉยเลยเนอะ

ปลากุเลาเค็มทำอะไรได้บ้างเหรอ? ก็เอามาทำได้หลายอย่างนะ...

  • ปลากุเลาเค็มทอด อันนี้คลาสสิกสุดๆ ทอดให้หนังกรอบๆ กินกับข้าวสวยร้อนๆ นี่สวรรค์เลย
  • ข้าวผัดปลากุเลาเค็ม หอมๆ มันๆ เค็มๆ เข้ากันดีกับข้าว
  • หลนปลากุเลาเค็ม รสชาติเข้มข้น กินกับผักสด หรือขนมจีนก็อร่อย
  • ยำปลากุเลาเค็มทอด เปรี้ยวๆ เค็มๆ แซ่บๆ คลุกเคล้ากับเครื่องยำเพลินๆ
  • แกงขี้เหล็กปลากุเลาเค็ม รสชาติจัดจ้าน หอมกลิ่นขี้เหล็กนิดๆ
  • ผัดคะน้าปลากุเลาเค็ม อันนี้ก็ง่ายๆ แต่อร่อย ได้โปรตีน ได้ผัก

จริงๆ ปลากุเลาเค็มมันมีความเค็มอยู่ในตัวแล้วเนอะ ก็เลยทำให้อาหารมันมีรสชาติจัดจ้านขึ้นมาเลย...

ข้อมูลเพิ่มเติม:

  • ปลากุเลาที่เอามาทำเค็มเนี่ย ส่วนใหญ่จะเป็นปลากุเลาขนาดกลางถึงใหญ่
  • กรรมวิธีการทำปลากุเลาเค็มก็มีหลายแบบ แต่หลักๆ ก็คือการหมักเกลือ
  • ความเค็มของปลากุเลาเค็มแต่ละตัวก็อาจจะแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับสูตรของแต่ละที่
  • ปลากุเลาเค็มที่ทอดแล้ว เนื้อจะร่วนๆ หน่อย อร่อยไปอีกแบบ
  • เมนูปลากุเลาจริงๆ แล้ว เป็นเมนูที่บ่งบอกถึงความอุดมสมบูรณ์ของแหล่งน้ำ และฝีมือในการปรุงของคนไทยได้ดีเลยนะ

เวลาดึกๆ แบบนี้... มันก็คิดถึงรสชาติอาหารบ้านเราเนอะ...

ข้าวผัดปลาเค็มใส่อะไรบ้าง

ส่วนประกอบหลักของข้าวผัดปลาเค็มนั้นมีไม่กี่อย่างครับ หลักๆ เลยก็คือ ข้าวหอมมะลิคุณภาพดี อันนี้สำคัญมาก ถ้าข้าวไม่หอมมะลิแท้ๆ นี่เสียอรรถรสไปเยอะเลย แล้วก็ต้องมี ปลาเค็มหั่นชิ้นเล็กๆ ที่ผ่านการเตรียมมาอย่างดี ไม่เค็มโดดเกินไป

ส่วนที่ทำให้ข้าวผัดมีความอร่อยและน่าสนใจก็คือ ไข่ไก่ ที่จะมาช่วยเคลือบข้าวให้เป็นเม็ดสวย และเพิ่มความนุ่มนวล ปรุงรสด้วย กระเทียมสับละเอียด ให้กลิ่นหอมเย้ายวนใจ ต้นหอมซอย ก็ขาดไม่ได้ เพิ่มสีสันและความสดชื่น หรือใครจะชอบเผ็ดๆ หน่อยก็ใส่ พริกขี้หนูสับ ลงไปได้ อันนี้แล้วแต่ความชอบส่วนบุคคลเลยครับ

ในการผัดก็ใช้น้ำมันพืชธรรมดานี่แหละครับ ปรุงรสด้วย ซีอิ๊วขาว ให้เค็มกลมกล่อม จะหวานนิดๆ ก็ใส่น้ำตาลทรายไปสักหน่อย ผงปรุงรส นี่แล้วแต่จะใส่หรือไม่ใส่ก็ได้ครับ ไม่ได้มีผลกับรสชาติหลักมากนัก

ถ้าอยากให้ข้าวผัดดูน่ากินและมีประโยชน์มากขึ้น บางทีก็มีการเพิ่ม แครอทหั่นเต๋า หรือ ถั่วงอกลวก ลงไป เพื่อเพิ่มสีสันและคุณค่าทางโภชนาการ ถือเป็นลูกเล่นเล็กๆ น้อยๆ ที่ทำให้จานนี้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น

  • ข้าวหอมมะลิคุณภาพดี: หัวใจหลักของการผัดข้าว
  • ปลาเค็มหั่นชิ้นเล็ก: ต้องเลือกตัวที่รสชาติไม่จัดเกินไป
  • ไข่ไก่: ช่วยเคลือบข้าวและเพิ่มความนุ่ม
  • กระเทียมสับละเอียด: เพิ่มกลิ่นหอม
  • ต้นหอมซอย: เพิ่มสีสันและความสดชื่น
  • พริกขี้หนูสับ: สำหรับคนชอบรสเผ็ด
  • น้ำมันพืช: ตัวกลางในการผัด
  • ซีอิ๊วขาว: ปรุงรสเค็ม
  • น้ำตาลทราย: เพิ่มความหวานเล็กน้อย
  • ผงปรุงรส: ตัวเสริม (ไม่ใส่ก็ได้)
  • ผักอื่นๆ (เช่น แครอท, ถั่วงอก): เพิ่มสีสันและคุณค่า

การเตรียมส่วนผสมให้พร้อมก่อนลงมือผัดก็ช่วยให้ทุกอย่างราบรื่นนะครับ บางทีความอร่อยมันก็อยู่ที่ความใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ นี่แหละครับ.