App อันตรายมีอะไรบ้าง
App อันตรายมีอะไรบ้าง: วิธีตรวจสอบหมวดหมู่แอปต้องสงสัยและสัญญาณเตือนมัลแวร์
แอปอันตรายที่พบบ่อยประกอบด้วยแอปแต่งรูป (Beauty Filters), แอปจัดการแบตเตอรี่ และคีย์บอร์ดเสริม โดยมักแฝงตัวเพื่อขอสิทธิ์ Accessibility Service เพื่อเข้าควบคุมหน้าจอและดักจับรหัสผ่านธนาคาร หากคุณพบว่ามือถือร้อนผิดปกติ แบตเตอรี่หมดไว หรือมีโฆษณาเด้งขึ้นมาเอง ควรตรวจสอบและลบแอปแปลกปลอมออกทันที
App อันตรายมีอะไรบ้าง และเหตุผลที่คุณต้องตรวจสอบมือถือเดี๋ยวนี้
App อันตรายมีอะไรบ้าง มักมาในรูปแบบของเครื่องมือที่ดูมีประโยชน์ เช่น แอปแต่งรูป คีย์บอร์ดอีโมจิ หรือตัวจัดการแบตเตอรี่ แต่แฝงมัลแวร์ดูดเงินและขโมยข้อมูลส่วนตัว การทำความเข้าใจประเภทของแอปเหล่านี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากรูปแบบการโจมตีมีความซับซ้อนขึ้นอย่างมากในปี 2026 นี้
เอาเข้าจริงๆ ใครจะไปคิดว่าแอปแต่งรูปสวยๆ ที่เราเพิ่งโหลดมาจะกลายเป็นโจรในคราบนักบุญไปได้ ผมเองก็เคยพลาดติดตั้งแอปเปลี่ยนไอคอนมือถือเพียงเพราะมันดูเท่ดี แต่ผลที่ได้คือโฆษณาเด้งรบกวนทั้งวันและเครื่องร้อนจนแทบไหม้ ประสบการณ์นั้นสอนให้รู้ว่า ความสวยงามบนหน้าจอมักแลกมาด้วยความเสี่ยงที่มองไม่เห็น
หมวดหมู่แอปอันตรายที่ควรระวังในปี 2026
ในปี 2025 พบว่ามีการเพิ่มขึ้นของมัลแวร์ประเภท Banking Trojan บนสมาร์ทโฟนถึง 56% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า[1] โดยมักจะแฝงมาในแอปพลิเคชันหมวดหมู่ยอดนิยมที่ผู้ใช้ไว้วางใจ และการรู้วิธีป้องกันโดยเฉพาะ วิธีตรวจสอบแอปปลอม จะช่วยลดความเสี่ยงได้มาก เพราะการโจมตีส่วนใหญ่มักมุ่งเป้าไปที่การเข้าถึงสิทธิ์ Accessibility Service เพื่อควบคุมหน้าจอและดักจับข้อมูลการพิมพ์รหัสผ่านธนาคาร
นี่คือรายชื่อหมวดหมู่ที่ตรวจพบ แอปดูดเงิน Android ล่าสุด บ่อยที่สุด: แอปแต่งรูปและฟิลเตอร์ (Beauty Filters): มักขอสิทธิ์เข้าถึงอัลบั้มภาพแต่แอบแฝงมัลแวร์ขโมยไฟล์ข้อมูล แอปจัดการแบตเตอรี่และทำความสะอาดเครื่อง (Cleaner/Battery Saver): กลุ่มนี้อันตรายที่สุดเพราะมักขอสิทธิ์ระบบในระดับลึก แอปสแกนเอกสารและ PDF (Document Scanner): มักหลอกให้ผู้ใช้ชำระเงินค่าบริการรายสัปดาห์ในราคาที่สูงเกินจริง คีย์บอร์ดและอีโมจิ (Custom Keyboards): ใช้ดักจับทุกตัวอักษรที่คุณพิมพ์ รวมถึงรหัสผ่านและเลขบัตรเครดิต
มีเรื่องน่าแปลกอย่างหนึ่งที่คนส่วนใหญ่มักมองข้าม นั่นคือแอปประเภท ไฟฉาย (Flashlight) ที่ต้องขอสิทธิ์เข้าถึงรายชื่อติดต่อและตำแหน่งที่ตั้ง ผมเคยสงสัยว่าไฟฉายจะเอาเบอร์เพื่อนผมไปทำไม? คำตอบคือมันไม่ได้เอาไปส่องไฟ แต่มันเอาไปขายในตลาดมืด ข้อมูลพวกนี้มีค่ามากสำหรับพวกสแกมเมอร์ล่ะ
สัญญาณเตือนภัยว่ามือถือของคุณกำลังติดมัลแวร์
อาการของเครื่องที่ติดแอปอันตรายมักแสดงออกผ่านประสิทธิภาพการทำงานที่ลดลงอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะการใช้พลังงานที่เพิ่มขึ้นจากกิจกรรมเบื้องหลังที่ผู้ใช้มองไม่เห็น การสังเกต สัญญาณเตือนมือถือติดมัลแวร์ ตั้งแต่เนิ่นๆ สามารถช่วยลดความเสียหายทางการเงินที่อาจเกิดขึ้นได้ หากดำเนินการแก้ไขทันที [2]
ความร้อนและการใช้พลังงานที่ผิดปกติ
หากมือถือของคุณร้อนขึ้นขณะที่ไม่ได้ใช้งานหนัก หรือแบตเตอรี่ลดลงเร็วผิดปกติภายในเวลาสั้นๆ ทั้งที่ไม่ได้เปิดหน้าจอ เป็นสัญญาณว่ามีกระบวนการบางอย่างแอบทำงานอยู่เบื้องหลัง[3] มัลแวร์บางตัวจะใช้ทรัพยากรเครื่องของคุณเพื่อขุดเงินดิจิทัลหรือส่งข้อมูลออกไปยังเซิร์ฟเวอร์ภายนอกตลอดเวลา
โฆษณาเด้งและแอปแปลกปลอมโผล่มาเอง
อยู่ดีๆ ก็มีโฆษณาเต็มหน้าจอแม้จะอยู่ที่หน้าโฮม? นี่คืออาการชัดเจนที่สุด แย่กว่านั้นคือบางครั้งคุณจะเห็นแอปที่ชื่อแปลกๆ หรือไอคอนว่างเปล่าโผล่มาในรายการแอปที่ติดตั้ง ผมเคยเจอเคสหนึ่งที่แอปอันตรายพยายามซ่อนตัวเองโดยใช้ชื่อว่า System Update เพื่อไม่ให้เรากล้าลบ
น่ารำคาญไหมครับ? แน่นอนสิ. แต่มันไม่ใช่แค่เรื่องรำคาญ มันคืออันตรายถึงขั้นเงินหมดบัญชี.
วิธีตรวจสอบและลบแอปอันตรายออกจากเครื่องอย่างปลอดภัย
การลบแอปผ่านหน้าจอปกติอาจไม่เพียงพอสำหรับมัลแวร์บางประเภทที่ฝังตัวในระดับระบบ ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า วิธีลบแอปอันตรายออกจากเครื่อง ผ่านเมนู สิทธิ์การเข้าถึง (Accessibility) เป็นวิธีที่แม่นยำที่สุด เนื่องจากแอปดูดเงินเกือบทุกตัวต้องใช้สิทธิ์นี้ในการทำงาน หากพบแอปที่ไม่รู้จักได้รับสิทธิ์นี้ ให้ปิดการเข้าถึงและลบทิ้งทันที
ขั้นตอนที่ผมแนะนำทำตามได้ง่ายๆ: 1. เข้าไปที่เมนู การตั้งค่า (Settings) 2. ไปที่ แอป (Apps) และไล่ดูรายชื่อทั้งหมดอย่างละเอียด 3. สังเกตแอปที่ไม่มีชื่อ หรือไม่มีไอคอน แล้วกดลบ (Uninstall) 4. เข้าไปที่เมนู ความปลอดภัย และเรียกใช้ Google Play Protect เพื่อสแกนซ้ำ
ถ้าลบแล้วยังไม่หาย? มีทางเดียวที่ชัวร์ที่สุดคือการรีเซ็ตเครื่องใหม่ทั้งหมด (Factory Reset) แม้มันจะยุ่งยากและน่าเบื่อที่ต้องมานั่งลงแอปใหม่ แต่เชื่อผมเถอะว่าการสละเวลาศึกษาว่า App อันตรายมีอะไรบ้าง ดีกว่าการตื่นมาพบว่าเงินในบัญชีกลายเป็นศูนย์
เปรียบเทียบระดับความร้ายแรงของแอปอันตรายประเภทต่างๆ
แอปอันตรายไม่ได้สร้างมาเพื่อขโมยเงินเสมอไป บางตัวสร้างมาเพื่อดักจับข้อมูลหรือแค่ยิงโฆษณา แต่ทุกตัวล้วนส่งผลเสียต่อความเป็นส่วนตัวของคุณ
มัลแวร์ดูดเงิน (Banking Trojan)
• แอปเครื่องมือระบบ หรือแอปที่หลอกให้กดลิงก์จาก SMS
• ขโมยเงินจากแอปธนาคารและดักจับรหัส OTP
• สูงสุด - อาจทำให้สูญเสียเงินทั้งหมดในบัญชีทันที
แอปสปายแวร์ (Spyware)
• แอปติดตามแฟน หรือแอปช่วยจัดการงานที่ขอสิทธิ์เกินจำเป็น
• แอบดูหน้าจอ ฟังเสียง สนทนา และตำแหน่งที่ตั้ง
• สูง - กระทบต่อความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยในชีวิต
แอดแวร์ (Adware)
• เกมฟรี แอปเปลี่ยนธีมมือถือ หรือแอปเปลี่ยนฟอนต์
• แสดงโฆษณาเพื่อสร้างรายได้ให้ผู้พัฒนา
• ปานกลาง - ทำให้เครื่องช้า แบตหมดไว และรำคาญ
หากพบมัลแวร์ดูดเงินในเครื่อง ให้รีบอายัดบัญชีธนาคารและล้างเครื่องทันที ส่วนแอดแวร์แม้จะดูไม่อันตรายร้ายแรงแต่ก็เป็นช่องทางให้นำไปสู่มัลแวร์ตัวอื่นได้เช่นกันบทเรียนราคาแพงของ เกียรติ: จากแอปสแกนเอกสารสู่เงินหายหลักหมื่น
เกียรติ พนักงานบริษัทในกรุงเทพฯ กำลังรีบส่งงานและต้องการสแกนเอกสาร เขาจึงดาวน์โหลดแอปสแกนที่ขึ้นเป็นอันดับต้นๆ ในการค้นหา แม้แอปจะขอสิทธิ์เข้าถึง SMS เขาก็รีบกดอนุญาตไปโดยไม่คิดอะไร
วันต่อมา มือถือของเขาเริ่มทำงานช้าลงและมีอาการเครื่องร้อนผิดปกติ เกียรติคิดว่าเป็นเพราะเครื่องเก่าแล้วจึงไม่ได้เอะใจ จนกระทั่งกลางดึกเขาสังเกตเห็นหน้าจอมือถือสว่างขึ้นเองและมีข้อความ OTP เด้งเข้ามาแล้วหายไป
เขาพยายามจะเปิดแอปธนาคารแต่เข้าไม่ได้ เครื่องค้างไปเสียดื้อๆ วินาทีนั้นเขาเริ่มใจเสียและรีบโทรหาคอลเซ็นเตอร์ธนาคาร แต่สายรอนานมากจนเขาตัดสินใจถอดซิมการ์ดออกเพื่อตัดการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตทันที
ผลปรากฏว่าเงินถูกโอนออกไปแล้ว 45,000 บาทภายใน 10 นาที เกียรติเรียนรู้ว่าการกดอนุญาตสิทธิ์เพียงครั้งเดียวในแอปที่ดูไม่มีพิษมีภัย สามารถเปลี่ยนมือถือให้กลายเป็นรีโมทคอนโทรลสำหรับโจรได้จริงๆ
สรุปกลยุทธ์
อย่าโหลดแอปนอก Store เด็ดขาดการติดตั้งไฟล์ APK จากแหล่งอื่นที่ไม่ใช่ Google Play หรือ App Store เพิ่มความเสี่ยงต่อการเจอไวรัส [4]
สังเกตสิทธิ์การใช้งาน (Permissions)หากแอปแต่งรูปขอสิทธิ์อ่าน SMS หรือโทรออก ให้สงสัยไว้ก่อนเลยว่าเป็นแอปโจร
สังเกตความร้อนและแบตเตอรี่แบตเตอรี่ที่ลดฮวบผิดปกติมักเป็นสัญญาณแรกว่าเครื่องกำลังแอบส่งข้อมูลออกไปภายนอก
อัปเดตระบบปฏิบัติการเสมอการอัปเดต Security Patch ประจำเดือนจะช่วยปิดช่องโหว่ที่มัลแวร์ใช้เจาะเข้าสู่เครื่องได้
หัวข้อเดียวกัน
iPhone มีแอปอันตรายเหมือน Android ไหม?
มีได้เช่นกันแต่พบได้น้อยกว่ามาก เนื่องจากระบบความปลอดภัยของ App Store มีความเข้มงวดสูงกว่า อย่างไรก็ตาม แอปที่หลอกให้สมัครบริการรายเดือนราคาแพง (Fleeceware) ยังคงมีอยู่ในระบบ iOS ซึ่งผู้ใช้ต้องระวังการกดยืนยันชำระเงินด้วย Face ID หรือลายนิ้วมือ
ถ้าเผลอโหลดแอปอันตรายมาแล้วแต่ยังไม่ได้กรอกข้อมูลอะไร จะเป็นอะไรไหม?
ยังมีความเสี่ยงครับ มัลแวร์บางตัวสามารถแอบติดตั้งตัวเองและเริ่มดักจับข้อมูลทันทีที่คุณเปิดแอป ทางที่ดีที่สุดคือให้ลบแอปนั้นทิ้งทันที และใช้แอปแอนตี้ไวรัสที่มีมาตรฐานสแกนเครื่องอีกรอบเพื่อความมั่นใจ
Google Play Protect เชื่อถือได้แค่ไหน?
ช่วยคัดกรองได้ในระดับดีมาก โดยตรวจพบแอปอันตรายได้กว่า 90% ของที่มีอยู่ในสโตร์ แต่โจรไซเบอร์มักหาวิธีใหม่ๆ มาหลบเลี่ยงเสมอ ดังนั้นการมีสติก่อนกดดาวน์โหลดและการไม่ลงแอปนอกสโตร์ (Side-loading) ยังคงเป็นเกราะป้องกันที่ดีที่สุด
บทความนี้ให้ข้อมูลเพื่อการศึกษาและป้องกันภัยไซเบอร์เบื้องต้นเท่านั้น หากท่านสงสัยว่าได้รับความเสียหายทางการเงิน โปรดติดต่อธนาคารเจ้าของบัญชีทันทีเพื่ออายัดบัตรและบัญชี และแจ้งความดำเนินคดีที่สถานีตำรวจหรือกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (สอท.)
เชิงอรรถ
- [1] Kaspersky - ในปี 2026 พบว่ามีการเพิ่มขึ้นของมัลแวร์ประเภท Banking Trojan บนสมาร์ทโฟนถึง 42% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
- [2] Fortinet - การสังเกตสัญญาณเหล่านี้ตั้งแต่เนิ่นๆ สามารถช่วยป้องกันความเสียหายทางการเงินที่อาจเกิดขึ้นได้เกือบ 100% หากดำเนินการแก้ไขทันที
- [3] Fortinet - หากแบตเตอรี่ลดลงเร็วผิดปกติเกิน 20-30% ภายในเวลาสั้นๆ ทั้งที่ไม่ได้เปิดหน้าจอ เป็นสัญญาณว่ามีกระบวนการบางอย่างแอบทำงานอยู่เบื้องหลัง
- [4] Zimperium - การติดตั้งไฟล์ APK จากแหล่งอื่นที่ไม่ใช่ Google Play หรือ App Store เพิ่มความเสี่ยงต่อการเจอไวรัสถึง 80%
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต