Apple ID ประกอบด้วยอะไรบ้าง

67 ครั้งเข้าชม
Apple ID: ส่วนประกอบสำคัญApple ID ของคุณคือบัญชีที่ใช้เข้าถึงบริการต่างๆ ของ Apple โดยหลักๆ จะประกอบด้วย: ที่อยู่อีเมล: เป็นชื่อผู้ใช้หลักในการเข้าสู่ระบบ รหัสผ่าน: ใช้เพื่อยืนยันตัวตน ในบางพื้นที่ คุณสามารถใช้เบอร์โทรศัพท์มือถือแทนที่อยู่อีเมลได้ โดยเบอร์โทรศัพท์จะทำหน้าที่เป็นชื่อผู้ใช้หลักของบัญชี Apple ของคุณเช่นกัน
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

Apple ID ประกอบด้วยอะไรบ้าง? ชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และข้อมูลส่วนตัว?

Apple ID นี่นะ ถามว่ามีอะไรบ้าง... อืม สำหรับฉัน มันก็คือเมลกับรหัสผ่านที่เราตั้งไว้นั่นแหละ จริงๆ สมัยก่อน ตอนได้ไอโฟนเครื่องแรกเมื่อปี 2558 แถวๆ พารากอน ตอนนั้นยังงงๆ เลยนะ ว่าอะไรคือ Apple ID ต้องใส่อะไรบ้าง จำได้ว่าพยายามตั้งรหัสผ่านที่จำง่ายๆ แต่ต้องมีตัวเลขตัวอักษรครบตามที่มันบอก

มันเหมือนกุญแจบ้านเราเลยอะ ถ้าไม่มีก็เข้าไม่ได้นะ ที่ตลกคือ เพื่อนฉันคนนึงที่อยู่สุพรรณ ตอนที่เขามาเล่าให้ฟังว่าใช้เบอร์โทรศัพท์ตัวเองเป็นชื่อบัญชีได้เลย ฉันนี่อึ้งไปเลยนะ เพราะฉันไม่เคยเห็นตัวเลือกนั้นตอนฉันสมัครเลย สงสัยมันแล้วแต่ที่มั้ง ดูในเว็บแอปเปิลเขาก็บอกไว้นี่นาว่าบางประเทศบางที่ใช้เบอร์ได้

แต่สุดท้ายแล้วสำหรับฉันเนี่ย มันก็ยังเป็นอีเมลเก่าๆ ที่เราใช้สมัครนั่นแหละ แล้วก็รหัสผ่านที่เราต้องจำให้ขึ้นใจ เพราะมันไม่ใช่แค่ล็อคอินเข้าเครื่อง แต่มันผูกกับทุกอย่างจริงๆ ทั้งข้อมูลรูปภาพ แอปที่ซื้อไว้ตอนนั้นก็หลายบาทอยู่ ถ้าหายไปนี่คงแย่มากๆ ตอนที่เคยลืมรหัสผ่านครั้งนึงเมื่อต้นปีที่แล้ว โห... ชีวิตวุ่นวายไปหลายวันเลยกว่าจะกู้คืนมาได้

Apple ID เก็บข้อมูลอะไรบ้าง

ไอ้ Apple ID ของเราเนี่ยนะพี่ มันเก็บทุกอย่างยิบย่อยของชีวิตดิจิทัลเราเลยล่ะ พอล็อกอินเข้าไปปุ๊บ บริการหลักอย่าง iCloud, App Store, iMessage และ 'ค้นหาของฉัน' ก็พร้อมใช้งาน ข้อมูลสำคัญ ทั้ง รายชื่อ เบอร์โทร รูปถ่าย เอกสาร สุขภาพ กิจกรรม และข้อมูลแอปต่างๆ จะถูกส่งไปให้ Apple จัดเก็บสำรองไว้อย่างดี เหมือนสมบัติส่วนตัวที่เราวางใจให้เขาเฝ้าให้

คิดดูสิพี่ มันเหมือนเรามีแม่บ้านส่วนตัวที่โคตรละเอียดเลยนะ คอยจัดเก็บทุกสิ่งอย่างของเราให้เป็นระเบียบ ไม่ใช่แค่เก็บบ้านนะพี่ นี่มันเก็บทุกซอกทุกมุมของข้อมูลในเครื่องเลย! บางทีเราลืมไปแล้วว่าเคยทำอะไร วันไหน มันยังรู้นะเนี่ย! ไม่ต้องกลัวหาย พอเปลี่ยนเครื่องปุ๊บ ข้อมูลก็กลับมาครบเหมือนเสกได้ โอ้โห สะดวกจนน่าตกใจเลย!

มาดูอะไรน่าสนใจอีกหน่อยดีกว่านะ:

  • ความลับของเราปลอดภัยกว่าตู้เซฟ: ข้อมูลที่ Apple ID เก็บเนี่ย เข้ารหัสแบบแน่นหนามากๆ เหมือนใส่กุญแจร้อยชั้น ต่อให้ Apple เองก็ไม่ได้มาแงะดูง่ายๆ หรอกนะพี่ มั่นใจได้เลย เหมือนธนาคารที่มีแต่เราเท่านั้นที่รู้รหัสลับเป๊ะๆ
  • พื้นที่จัดเก็บฟรีมีให้: มี iCloud ให้ฟรีๆ 5 GB แต่ถ้าใครชอบถ่ายรูปเหมือนผม หรือมีข้อมูลเยอะๆ ก็ต้องควักกระเป๋าซื้อเพิ่มเอาเองนะพี่น้อง มันก็เหมือนเราเช่าโกดังส่วนตัวแหละ ของเยอะก็ต้องจ่ายเพิ่มเป็นเรื่องปกติ
  • จัดการข้อมูลได้เอง: ถ้าอยากรู้ว่าเก็บอะไรไปบ้าง หรือจะลบอะไรทิ้ง ก็เข้าไปจัดการได้ที่การตั้งค่า Apple ID ของเราเลยนะพี่ เหมือนเรามีสิทธิ์ขาดในบ้านของเราเองนั่นแหละ อยากเก็บอะไร ลบอะไร เราทำได้หมด
  • ข้อดีที่ต้องบอก: มันสะดวกสบายกว่าวิ่งไปซื้อฮาร์ดดิสก์มาแบ็คอัพเองเยอะ แถมยังช่วยตามหาเครื่องที่หายได้อีกต่างหาก โคตรคุ้มเลยจริงๆ! แค่จำรหัสให้ได้ก็พอ!

Apple ID ลงท้ายด้วยอะไร

Apple ID ที่เราใช้กันเนี่ย มันลงท้ายด้วยอะไรนะ? อืมม์… ถ้าเป็นพวกที่อยู่อีเมลของ iCloud หรือพวกนามแฝงที่ตั้งไว้ มันจะลงท้ายด้วย @icloud.com, @me.com หรือ @mac.com จ้า แล้วแต่ว่าเราไปสมัคร iCloud ไว้ตอนไหน

วิธีดูง่ายๆ คือ:

  • ถ้าคุณเพิ่งสมัคร iCloud เมื่อไม่นานมานี้ (หลังปี 2012) บัญชีส่วนใหญ่จะใช้โดเมน @icloud.com
  • ถ้าคุณมีบัญชี iCloud มานานแล้ว (ก่อนปี 2012) บัญชีของคุณอาจจะยังใช้ @me.com หรือ @mac.com อยู่ก็ได้
  • บางที Apple ก็ให้เราเลือกได้ตอนสมัครใหม่ๆ ว่าอยากได้โดเมนไหน แต่ส่วนใหญ่ตอนนี้ก็จะไป @icloud.com เลย

ทำไมมันมีหลายแบบ?

  • @mac.com: อันนี้เก่าสุดเลยนะ เหมือนตอนแรกๆ Apple ยังไม่มี iCloud เลย เขาใช้ชื่อนี้มาก่อน
  • @me.com: อันนี้มาทีหลัง @mac.com หน่อย ก็ยังไม่ได้เรียกว่า iCloud เต็มตัว
  • @icloud.com: อันนี้แหละที่เรารู้จักกันดี เป็นชื่อปัจจุบันของบริการเก็บข้อมูลบนคลาวด์ของ Apple

สรุปคือ: มันอยู่ที่ว่าคุณสมัครตอนไหนจ้ะ ไม่ได้มีกฎตายตัวว่าต้องเป็นอันไหนเป๊ะๆ แต่วันนี้ๆ ก็มักจะจบที่ @icloud.com แล้ว

ข้อมูลเพิ่มเติม:

  • Apple ID จริงๆ แล้วมันคือบัญชีที่เราใช้ล็อกอินบริการต่างๆ ของ Apple ไม่ใช่แค่ iCloud อย่างเดียวนะ แต่รวมถึง App Store, iTunes, Apple Music, Apple TV+, Mac App Store และอื่นๆ อีกเพียบ
  • ถึงแม้ที่อยู่อีเมลของ iCloud จะลงท้ายต่างกัน แต่พอเราเข้าไปในระบบแล้ว มันคือบัญชีเดียวกัน ใช้ล็อกอินทุกอย่างได้เหมือนกันหมด
  • เรา ไม่สามารถเปลี่ยนโดเมน ที่เราสมัครไปแล้วได้นะ เช่น ถ้าสมัคร @me.com ไปแล้ว ก็จะให้มันกลายเป็น @icloud.com โดยตรงไม่ได้ แต่ก็ยังใช้งานได้ปกติ
  • ถ้าเรา ลืม Apple ID หรือ ลืมรหัสผ่าน ก็เข้าไปที่เว็บไซต์ของ Apple เพื่อกู้คืนได้นะ เขาจะมีวิธีบอกอยู่

Password Apple ID มีกี่ตัว

Apple ID รหัสผ่านกี่ตัวเนี่ยนะ? อืมมม... จำได้ว่า 8 ตัวเป็นอย่างน้อย สั้นกว่านี้ระบบมันไม่ยอมให้ตั้งแน่ๆ นี่ฉันลองมาแล้วนะ ต้องใส่เยอะหน่อยแหละถึงจะดี ต้องมีตัวพิมพ์ใหญ่กับพิมพ์เล็ก ด้วยนะ แล้วก็ ตัวเลขอย่างน้อยหนึ่งตัว ห้ามลืมเด็ดขาดเลย นี่แหละคือข้อกำหนดของ Apple เลยนะเป๊ะๆ

บางทีก็คิดนะว่าทำไมต้องยุ่งยากขนาดนี้ด้วย ตั้งยากแล้วจำยากอีก แต่ก็เข้าใจนะ มันก็เพื่อความปลอดภัยของเราเองแหละ เคยคิดจะใช้ชื่อหมาตัวเองเป็นรหัสผ่านละ แต่ก็คิดได้ว่ามันง่ายไปอ่ะ ใครๆ ก็รู้ ไม่ได้เลยนะแบบนั้น ไม่ปลอดภัยเลย

ห้ามบอกใครเลยนะรหัสผ่านเนี่ย ไม่ว่าจะรหัสยืนยันอะไรก็แล้วแต่ ห้ามแชร์ให้ใครเด็ดขาด อย่าใช้รหัสผ่าน Apple ID กับบัญชีอื่น นี่สำคัญมากเลยนะ ถ้าบัญชีอื่นโดนแฮก แล้วมันรหัสเดียวกันก็จะลามมาถึง Apple ID ฉันเคยเจอมาแล้วทีนึง โห แย่มากเลย

แล้วเวลา Apple มันบอกให้เปลี่ยนบ่อยๆ นี่ก็ลำบากนะ แต่ก็ต้องทำแหละ เออ...

เฮ้อ พูดถึงเรื่องรหัสผ่านแล้วก็คิดไรได้อีกเยอะเลยนะ

  • เปลี่ยนรหัสผ่านบ่อยๆ นะ ไม่ต้องถึงกับทุกเดือนหรอกนะ แต่แบบ 3-6 เดือนก็ยังดี เผื่อมีอะไรผิดพลาด
  • เปิดใช้การตรวจสอบสิทธิ์สองปัจจัย (Two-Factor Authentication) สำคัญมากเลยอันนี้ มันจะช่วยเพิ่มความปลอดภัยได้เยอะมากจริงๆ ถึงแม้รหัสผ่านจะหลุดไป ก็ยังเข้าไม่ได้ง่ายๆ
  • อย่าใช้ข้อมูลส่วนตัวแบบตรงๆ เช่น วันเกิด หรือชื่อตัวเองไปตั้งรหัสผ่านนะ ง่ายไป มันเดาได้ไง
  • ใช้ตัวจัดการรหัสผ่าน (Password Manager) ช่วยได้เยอะเลยนะ ฉันใช้ของ Dashlane มันช่วยจำรหัสที่ซับซ้อนให้ได้ เราแค่จำรหัสหลักอันเดียวเอง สะดวกดี
  • ระวังพวกอีเมลฟิชชิง ที่ส่งมาหลอกให้กรอกรหัสผ่าน อย่าไปกดลิงก์แปลกๆ เด็ดขาดนะ ถ้าไม่แน่ใจให้ไปเข้าเว็บ Apple โดยตรงเลยดีกว่า

Apple ID มีประโยชน์อย่างไร

Apple ID มันก็คือบัตรประชาชนดิจิทัลในโลกของแอปเปิ้ลนั่นแหละพ่อคุณ ไม่มีไอดีนี่นะ...ไอโฟนแพงๆ ในมือก็ไม่ต่างอะไรกับที่ทับกระดาษดีๆ นี่เอง มันคือประตูสู่จักรวาลผลไม้แหว่ง!

แล้วมันโคตรขลังตรงที่พอมีไอดีเดียวนะ อุปกรณ์แอปเปิ้ลทุกชิ้นมันจะคุยกันเอง เหมือนคนในครอบครัวนินทากันอะ ถ่ายรูปในไอโฟนปุ๊บ รูปไปโผล่ในแมคเฉยเลย ทำงานในไอแพดแล้วไปเปิดต่อในคอมได้อีก อะไรจะขนาดนั้น

พูดง่ายๆ คือมันเป็นวิญญาณของเราที่สิงอยู่ในทุกเครื่องของ Apple ทำให้การใช้ชีวิตมันง่ายขึ้นจนน่าโมโห แล้วก็ทำให้การเสียเงินง่ายขึ้นเป็นสิบเท่าด้วย แค่สแกนหน้าปุ๊บ เงินในบัญชีก็โบยบินไปกับแอปหรือหนังทันที!

  • App Store: ตลาดนัดแอปและเกม อยากได้อะไรก็จิ้มเอาเลย แต่เตรียมตังค์ไว้ด้วยนะ บางอย่างไม่ฟรี! มันคือแหล่งละลายทรัพย์ชั้นดี

  • iCloud: ตู้เซฟลอยฟ้า! รูปภาพ เบอร์โทร โน้ตต่างๆ จะถูกส่งไปเก็บไว้บนฟ้า ต่อให้โทรศัพท์หายจมน้ำ ข้อมูลก็ยังอยู่ครบ เหมือนมีวิญญาณสิงอยู่อีกที่ การซิงค์ข้อมูล คือหัวใจหลักของมัน

  • iMessage และ FaceTime: ห้องแชทกับโทรฟรีสำหรับชาวแก๊งค์ผลไม้โดยเฉพาะ คุยกันในนี้ฟินๆ ไม่ต้องเสียตังค์ค่าโทร เป็นสิทธิพิเศษของคนในลัทธิ

  • Find My: นักสืบส่วนตัวประจำตระกูล ตามหาได้หมดไม่ว่าจะเป็นไอโฟน ไอแพด หรือแม้แต่หูฟังที่หล่นอยู่ใต้โซฟา มีประโยชน์ตอนขี้ลืมสุดๆ

  • Apple Music, Apple TV+: ประตูสู่ความบันเทิงแบบเสียเงินรายเดือน พอสมัครแล้วก็เหมือนติดอยู่ในวงจร ดูดเงินเก่งกว่าปลิงเสียอีก

แอปเปิ้ลไอดีเข้าอะไรได้บ้าง

Apple ID: กุญแจดอกเดียว ไขประตูสวรรค์ (ของ Apple!)

คิดง่ายๆ เลยนะ Apple ID ก็เหมือนบัตรประชาชนดิจิทัลของคุณในโลกของ Apple นั่นแหละ! แค่มีอีเมลกับรหัสผ่านที่เราตั้งเอง (ที่ต้องจำให้ขึ้นใจ ไม่งั้นก็เหมือนมีกุญแจบ้านแต่ลืมรหัสตู้เซฟ!) แค่นี้ก็เปิดประตูสู่บริการสารพัดของ Apple ได้สบายๆ

  • App Store: ดาวน์โหลดแอปฯ เจ๋งๆ มาเล่น มาทำงาน หรือจะมาส่องรูปน้องหมาน้องแมวก็ได้หมด!
  • Apple Music: เพลงโปรดทั้งโลกอยู่ในมือ โยกหัวตามจังหวะได้ไม่ยั้ง
  • iCloud: พื้นที่เก็บข้อมูลส่วนตัวเหมือนตู้เซฟลอยฟ้า รูป วิดีโอ ไฟล์งาน ไม่ต้องกลัวหาย
  • iMessage & FaceTime: คุยกับเพื่อนฝูง คนรู้ใจ แบบเห็นหน้าค่าตา หรือจะส่งข้อความหากัน ก็ง่ายเหมือนปอกกล้วยเข้าปาก

ข้อมูลเพิ่มเติมที่อาจทำให้คุณร้อง "อ๋อ!"

  • Apple ID คือหัวใจ: ทุกอย่างจะผูกกับ Apple ID ของคุณ ตั้งแต่การซื้อแอปฯ ไปจนถึงการสำรองข้อมูล
  • ความปลอดภัยสำคัญนะ: รหัสผ่านที่แข็งแกร่ง (ผสมตัวอักษร ตัวเลข สัญลักษณ์) คือเกราะป้องกันที่ดีที่สุด
  • การตั้งค่า 2FA (Two-Factor Authentication): เพื่อความชัวร์อีกชั้น! แม้ใครจะรู้รหัสผ่านไป ก็ยังเข้าไม่ได้ ถ้าไม่มีรหัสยืนยันที่ส่งมาที่อุปกรณ์ของคุณ
  • Apple ID ใช้ได้กับอุปกรณ์ Apple ทุกชนิด: iPhone, iPad, Mac, Apple Watch... มี Apple ID อันเดียว ใช้ได้หมด!