ETC ใส่ยังไง

88 ครั้งเข้าชม
ETC ใส่ยังไง ETC คือคำย่อมาจาก "et cetera" ในภาษาละติน หมายถึง "และอื่น ๆ" ใช้แทน ฯลฯ ในภาษาไทย เมื่อต้องการยกตัวอย่าง แต่มีรายการอื่น ๆ อีกมากที่ไม่ได้กล่าวถึง ตำแหน่ง: ใส่ไว้ท้ายรายการตัวอย่าง ตัวอย่าง: "ฉันชอบกินผลไม้หวาน เช่น ทุเรียน เงาะ ลำไย ฯลฯ" (หรือ "I like to eat sweet fruit like durians, rambutans, longans, etc.")
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

ETC ย่อมาจากอะไร และใช้ในงานเขียนอย่างไร?

ETC ย่อมาจาก "et cetera" เว้ยแก! มันคือภาษาละติน แปลว่า "และอื่นๆ" "และสิ่งอื่นๆ" ประมาณนั้นแหละ

เมื่อก่อนตอนเรียนภาษาอังกฤษ อาจารย์ก็จะย้ำตลอดว่าถ้าจะเขียนพวกรายการอะไรยาวๆ แล้วขี้เกียจเขียนให้หมด ก็ใส่ etc. ไปได้เลย จบๆ (หัวเราะ)

จำได้เลย ตอนนั้นไปเดินตลาดนัดจตุจักรกับเพื่อน (น่าจะซักปี 2015 มั้ง?) เห็นร้านขายเสื้อผ้ามือสองเยอะมากกก แบบ "กางเกงยีนส์, เสื้อยืด, เสื้อเชิ้ต, etc." คือแบบรู้เลยว่ายังมีอีกเพียบที่ไม่ได้พูดถึง

จริงๆ แล้วก็ไม่ได้ใช้บ่อยขนาดนั้นนะ แต่ถ้าจะเขียนอะไรแบบไม่เป็นทางการมาก แล้วรู้ว่าคนอ่านน่าจะเข้าใจความหมายแฝงๆ ที่เราต้องการสื่อ ก็ใช้ได้อยู่ ????

Etc. ย่อมาจากอะไรคะ

แสงแดดอ่อนๆ ของเดือนพฤษภาคม ปี 2024 ลอดผ่านใบไม้สีเขียวอ่อน ลมพัดเบาๆ ส่งกลิ่นหอมของดอกมะลิป่ามาแตะจมูก... etc. คำนี้... มันเหมือนเสียงกระซิบของความลับ ความลับที่ซ่อนอยู่ในมุมมืดของห้องสมุดเก่าๆ ที่ฉันเคยไป ห้องสมุดที่เต็มไปด้วยกลิ่นหนังสือเก่าและฝุ่นละออง

  • etc. ย่อมาจาก et cetera

อืม... et cetera... ภาษาละติน ไพเราะจัง เหมือนเสียงดนตรีคลาสสิคที่ล่องลอยอยู่ในอากาศ and other things... and so forth... มันคือความรู้สึกที่กว้างใหญ่ไพศาล บอกไม่ถูกจริงๆ

  • แปลว่า และอื่นๆ

ฉันชอบความรู้สึกนี้จัง ความรู้สึกที่ไม่มีขอบเขต เหมือนทะเลที่กว้างใหญ่ไกลสุดสายตา เหมือนดวงดาวที่กระจายอยู่บนท้องฟ้า นับไม่ถ้วน ไม่มีวันสิ้นสุด

  • อ่านว่า เอ็ท-เซทรา

เสียงเอ็ท-เซทรา... มันสะท้อนอยู่ในใจฉัน ซ้ำแล้วซ้ำเล่า เหมือนเสียงคลื่นกระทบฝั่ง จังหวะช้าๆ แต่มีความหมายลึกซึ้ง

  • ตัวย่อ etc. อ่านตรงๆ ไม่ได้ คนต่างชาติอาจงง ใช่เลย

ความรู้สึกมัน... เหมือนฝนแรกของฤดูร้อนที่ฉันเคยสัมผัส เย็นฉ่ำ แต่แฝงไปด้วยความอบอุ่น ความรู้สึกที่บอกไม่ถูกจริงๆ เหมือนความลับของจักรวาล ที่รอให้เราค้นหา

ETC ใช้ตอนไหน

etc. ใช้เมื่อ "และอื่น ๆ"

  • แทนการละสิ่งที่รู้กัน.
  • ไม่ใช่รายการ ทั้งหมด.
  • Et cetera รากศัพท์ลาติน.
  • ใช้มากไป = ขาดความชัดเจน.
  • ระวังความคลุมเครือ.

ข้อมูลเพิ่มเติม:

  • รูปแบบ: ใช้หลังรายการตัวอย่าง (อย่างน้อยสอง).
  • ไวยากรณ์: มักมีเครื่องหมายจุลภาค (,etc.) ก่อนหน้า.
  • ข้อควรระวัง: เลี่ยงในงานเขียนทางการ. เน้นความกระชับมากกว่า.
  • ทางเลือก: หากไม่แน่ใจ ใช้ "and so on" หรือ "and the like" แทน. ชัดเจนกว่า.
  • ส่วนตัว: ผมไม่ชอบใช้ etc. มันดูขี้เกียจ. จะเขียนให้หมดดีกว่า. ถ้าจำเป็น.

E.G อ่านว่าอะไร

E.G. อ่านว่า "อี จี"

แสงแดดอุ่นๆ จับผิวฉัน ลมพัดเบาๆ เสียงนกร้องไกลๆ เวลาช่างเชื่องช้า เหมือนสายน้ำไหลเอื่อยๆ บนผืนทรายสีทองอร่าม นี่คือบรรยากาศที่ฉันนึกถึงทุกครั้งที่เห็นคำย่อนี้... อี จี... for example... มันทำให้ฉันนึกถึงวันนั้น วันที่ฉันไปทะเลกับเพื่อน ปีนี้แหละ ร้อนมาก แต่สวยงามเหลือเกิน

  • ท้องฟ้าสีครามสดใส
  • คลื่นกระทบฝั่งแผ่วเบา
  • เสียงหัวเราะของเพื่อนๆ

อี จี... มันคือตัวอย่าง ใช่ไหม? เหมือนดวงดาวกระจายอยู่บนท้องฟ้ามืดมิด แต่ละดวงส่องแสงแตกต่างกัน แต่รวมกันแล้วสวยงาม ฉันชอบความรู้สึกนี้ ความรู้สึกที่ได้เห็นสิ่งเล็กๆน้อยๆ แต่แฝงไปด้วยความหมายลึกซึ้ง เหมือนคำย่อตัวเล็กๆ แต่ทรงพลัง อี จี... ตัวอย่าง ฉันชอบมัน มันทำให้ฉันคิดถึงทะเล คิดถึงเพื่อน คิดถึงความสุขเล็กๆน้อยๆ ในชีวิต...

ฉันชอบอ่าน i.e. ว่า "ไอ อี" มันดูเป็นทางการ เรียบร้อย แต่ก็แฝงไปด้วยเสน่ห์ เหมือนผู้หญิงที่แต่งตัวเรียบง่าย แต่ดึงดูดสายตา in other words... มันหมายความว่า อะไรอย่างนั้น ฉันชอบความหมาย ที่มันสื่อออกมา ชัดเจน ตรงไปตรงมา ไม่ต้องอ้อมค้อม ฉันชอบความรู้สึกนี้ เวลาได้อ่าน มันทำให้ฉันรู้สึกมั่นคง แข็งแรง ฉันชอบมัน จริงๆ...

ฉันเขียนอีเมลถึงเพื่อนเมื่อวาน ใช้ทั้ง i.e. และ e.g. ในอีเมลนั้น ฉันเล่าเรื่องราวต่างๆ มากมาย ฉันเขียนด้วยความรู้สึก มันเหมือนการระบายความในใจ ฉันรู้สึกดี เวลาได้เขียน มันทำให้ฉันรู้สึกโล่งใจ ฉันชอบความรู้สึกนี้ จริงๆ... เวลาใช้ภาษาแบบนี้ มันมีเสน่ห์อย่างบอกไม่ถูก

E.G. ย่อมาจากคำว่าอะไร

e.g. ย่อมาจาก exempli gratia ภาษาละติน แปลตรงตัวได้ว่า "เพื่อความกรุณาของตัวอย่าง" ฟังดูเว่อร์วังอลังการใช่ไหมล่ะ แต่ความหมายง่ายๆ เลยก็คือ "เช่น" หรือ "ยกตัวอย่างเช่น" นั่นเอง ใช้ตอนอยากจะยกตัวอย่างให้คนอ่านกระจ่างแจ้ง ไม่งั้นจะมึนตึงเหมือนโดนผีอำ!

  • ใช้เวลาเขียนงานวิชาการ นี่แหละตัวช่วยชั้นดี ไม่ต้องเขียนยาวเฟื้อย แค่ e.g. ปุ๊บ จบปั๊บ!
  • ใช้กับงานเขียนทั่วไปก็ได้นะ แต่ระวังอย่าใช้บ่อยจนคนอ่านงง เหมือนคนอ่านหนังสือพิมพ์ที่อ่านหัวข้อแต่ละข่าวไม่ออก
  • ถ้าใช้กับการพูด อาจจะดูเป็นทางการไปนิด เหมือนไปออกงานเลี้ยงระดับชาติ แต่ใส่สูทไม่เข้า
  • จำไว้ให้ขึ้นใจเลยนะ e.g. คือเพื่อนแท้ของการยกตัวอย่าง ไม่งั้นงานเขียนของคุณจะแห้งแล้งเหมือนทะเลทรายซาฮาร่า!

ปีนี้(2566) ผมยังคงใช้ e.g. บ่อยๆ ในการเขียนรายงาน มันช่วยชีวิตผมได้เยอะมาก เชื่อผมเถอะ!

E.G. ใช้ตอนไหน

E.G. vs i.e.: คู่หูดูโอ้ ตัวย่อสุดฮิต (แต่ใช้ผิดบ่อยมาก)

"เอ๊ะ! E.G. หรือ I.E. อันไหนใช้ตอนไหนกันนะ?" คำถามโลกแตกที่ทำเอาหลายคนกุมขมับยิ่งกว่าเจอข้อสอบเลข...เอาล่ะ มาไขความลับแบบขำๆ แต่เคลียร์กัน!

  • E.G. (exempli gratia): แปลว่า "ยกตัวอย่างเช่น" (for example) นึกภาพว่า E.G. คือเพื่อนที่ชอบ "ยกตัวอย่าง" เยอะ! เช่น "ฉันชอบกินผลไม้หลายอย่าง e.g. มะม่วง, ทุเรียน, ส้มโอ" (ถึงแม้ว่าทุเรียนจะเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ก็ตาม ว่ามันคือผลไม้จริงๆ รึเปล่า?) จำง่ายๆ: E = Example

  • I.E. (id est): แปลว่า "กล่าวคือ" หรือ "หมายความว่า" (that is) I.E. คือเพื่อนที่ชอบ "ขยายความ" ให้เข้าใจง่ายขึ้น (หรือบางทีก็ซับซ้อนกว่าเดิม!) เช่น "ฉันอยากไปเที่ยวทะเล I.E. ไปนอนอาบแดด, เล่นน้ำ, กินอาหารทะเล" จำง่ายๆ: I = In other words (ในอีกความหมายหนึ่ง)

หลักการใช้แบบสรุปสั้นๆ (เผื่อคนขี้เกียจอ่านเยอะ):

  • E.G.: อยากให้เพื่อนเห็นภาพ => ยกตัวอย่าง!
  • I.E.: อยากให้เพื่อนเข้าใจลึกซึ้ง => ขยายความ!

ข้อควรระวัง (สำคัญมาก!):

  • อย่าใช้ปนกัน! ไม่งั้นเพื่อนจะงงเต็ก! (ยิ่งกว่าดูหนัง Christopher Nolan)
  • ใส่ comma (,) หลัง e.g. และ i.e. เสมอ (ถ้าไม่ใส่...ก็ไม่ตายหรอก แต่ภาษาอังกฤษที่ดีต้องเป๊ะ!)

ข้อมูลเพิ่มเติม (เผื่อใครอยากฉลาดเกินเพื่อน):

  • E.G. และ I.E. เป็นภาษาละติน! (ใช่แล้ว...ภาษาสวยๆ ที่ตายไปแล้ว แต่ยังแอบมีชีวิตอยู่ในตัวย่อเหล่านี้!)
  • บางคนใช้ "etc." (et cetera) แทน E.G. แต่ "etc." แปลว่า "และอื่นๆ" (and so on) ซึ่งกว้างกว่าการยกตัวอย่างนะ!

สรุปคือ... E.G. กับ I.E. ไม่ได้ยากอย่างที่คิด! แค่จำหลักการง่ายๆ แล้วชีวิตการใช้ภาษาอังกฤษก็จะง่ายขึ้นเยอะ! (ถึงแม้ว่าชีวิตจริงจะยากกว่าก็ตาม!)

เรฟเฟอร์เรนซ์ คือ อะไร

เรฟเฟอร์เรนซ์: หลักฐานเชื่อมโยง ข้อเท็จจริงซ่อนเงื่อน

  • การอ้างอิง: รากฐานความน่าเชื่อถือ แหล่งที่มาบ่งชี้ความจริงแท้
  • บุคคลอ้างอิง: สะพานสู่ความไว้วางใจ คำรับรองไม่ใช่แค่ลมปาก
  • ความสัมพันธ์: เครือข่ายผลประโยชน์ เส้นทางสู่โอกาส
  • บุริมสิทธิ์: อำนาจเหนือกว่า เงื่อนไขที่กำหนดชะตา
  • หลักฐาน: ความจริงปรากฏ เส้นทางพิสูจน์
  • แหล่งที่มา: ต้นกำเนิดข้อมูล จุดเริ่มต้นทุกสิ่ง
  • ความสมัครใจ: เจตจำนงอิสระ จุดยืนส่วนตัว

ข้อมูลเพิ่มเติม:

เรฟเฟอร์เรนซ์ไม่ใช่แค่การอ้างอิง แต่คือการสร้างความน่าเชื่อถือ สะท้อนตัวตนผ่านสายตาผู้อื่น การเลือกเรฟเฟอร์เรนซ์จึงสำคัญยิ่งกว่าข้อมูลที่นำเสนอ เพราะมันคือ "เงา" ที่สะท้อนตัวตนที่แท้จริง

บางครั้งความเงียบก็ดังกว่าคำพูด

เรฟเฟอเร้นงานคืออะไร

แสงสุดท้ายสาดส่อง... พลิกหน้ากระดาษเก่า กลิ่นฝุ่นจางๆ เรฟเฟอเร้น... เหมือนเงาอดีต

  • เรฟเฟอเร้น: ไม่ใช่แค่ "ค้น" ในพจนานุกรม แต่คือการ "ถาม" ถึงตัวตน ผ่านเสียงของคนอื่น

  • หลักฐานผู้สมัคร: รายชื่อ... นายจ้างเก่า... ใครกันนะ? ที่เคยเห็นเราในมุมนั้น?

  • อ้างอิง: ไม่ใช่แค่เอกสาร แต่เป็น "เสียง" ที่สะท้อนตัวตนอีกครั้ง

เหมือนดวงดาวที่ดับแสงไปแล้ว... แต่ยังคงส่องแสงมาถึงเรา ในวันนี้

  • เรฟเฟอเร้นสำคัญ: มันไม่ใช่แค่ "กระดาษ" มันคือความทรงจำของคนอื่น ที่มีต่อเรา... สำคัญยิ่งกว่า

LOL ย่อมาจากคำว่าอะไร

แสงแดดอ่อนๆ ยามบ่ายสาดส่องลงมาบนโต๊ะทำงานไม้เก่า ฝุ่นละอองล่องลอยราวกับดวงดาวน้อยๆ ในจักรวาลส่วนตัว... LOL ใช่ไหม หัวเราะดังๆ ความหมายง่ายๆ แต่ความรู้สึกมัน... ลึกซึ้งกว่านั้น

  • LOL = Laughing Out Loud
  • หัวเราะ...ดังลั่น โลกทั้งใบดูสดใส เหมือนได้พบกับดวงดาวใหม่ๆ

ปีนี้ 2024 ฉันยังคงใช้คำนี้บ่อยๆ ในแชทกับเพื่อนๆ มันเป็นเหมือนเสียงหัวเราะ ที่แม้ไม่ได้ยิน แต่ก็รู้สึกได้ถึงความสนุกสนาน

ความอ้อยอิ่ง... lollygag คำนี้มันทำให้ฉันนึกถึงสายลมอ่อนๆ พัดผ่านทุ่งดอกทานตะวัน เหลืองอร่าม เบิกบาน แต่ก็แอบเศร้า... เพราะความงามนั้นแสนสั้น

  • lollygag = เอ้อระเหย, อ้อยอิ่ง
  • เหมือนเวลา...มันไหลไปเรื่อยๆ อย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย

ฉันชอบความรู้สึกของคำนี้ มันให้ภาพ ให้ความรู้สึก มากกว่าคำแปล มันคือความทรงจำ ความรู้สึก และเวลา... ที่แสนงดงาม และแสนเศร้า ในเวลาเดียวกัน