IOS 14 ใช้กับรุ่นไหนได้บ้าง
เช็ครายชื่อ iPhone ที่อัปเดต iOS 14 ได้ มีรุ่นไหนรองรับบ้าง?
โอ้โห เรื่อง iOS 14 เนี่ย มันนานแล้วนะ จำได้ลางๆ ว่าตอนนั้นก็วุ่นวายกันอยู่กับการอัปเดต
ไอโฟนรุ่นที่รองรับ iOS 14 ก็มีอยู่หลายรุ่นเลยแหละ ถ้าให้ไล่จริงๆ ก็ตั้งแต่ iPhone 6s ขึ้นไปเลยนะ
แต่ที่แน่ๆ iPhone SE รุ่นแรก, iPhone 7, iPhone 7 Plus ก็อัปได้นะ
แล้วก็ iPhone 8, iPhone 8 Plus, iPhone X พวกนี้ก็แน่นอนอยู่แล้ว
iPhone XS, XS Max, XR นี่ก็รองรับสบายๆ
ส่วนรุ่นใหม่ๆ อย่าง iPhone 11 Series, iPhone SE (รุ่นที่ 2) นี่ไม่ต้องพูดถึง
สรุปง่ายๆ คือรุ่นที่ใช้ชิป A9 ขึ้นไปน่าจะอัปได้หมดนะ.
iOS 14 รุ่นไหนได้บ้าง
เทคโนโลยีไม่รอใคร ของเก่าก็ต้องไป
iOS 17 คือปัจจุบัน รุ่นที่ได้ไปต่อ.
- iPhone XS, iPhone XS Max
- iPhone XR
- iPhone 11 และทุกรุ่นที่ใหม่กว่า
- iPhone SE (รุ่นที่ 2) และใหม่กว่า
iPhone 8, iPhone 8 Plus, และ iPhone X. จบแล้ว. หยุดที่ iOS 16.
การอัปเดตไม่ใช่แค่เรื่องของใหม่. มันคือการปิดประตูที่เคยเปิดอยู่. ช่องโหว่ถูกอุด. แต่ความปลอดภัยสมบูรณ์ไม่มีจริง.
Kernel Privileges: ปัญหาเดิมๆ ที่วนกลับมาใหม่ การเข้าถึงระดับแกนกลางของระบบปฏิบัติการคือเป้าหมายเสมอ. อัปเดตเพื่อลดความเสี่ยงนั้น.
iPadOS 17: ก็เลือกทางเดียวกัน รุ่นเก่าบางตัวก็หยุด. เช็คให้ดี. iPad (รุ่นที่ 5), iPad Pro 12.9 นิ้ว (รุ่นที่ 1) คือตัวอย่าง.
เหตุผลที่ทิ้งรุ่นเก่า: ไม่ใช่แค่ช้า. แต่คือสถาปัตยกรรมชิปที่ไม่รองรับฟีเจอร์ความปลอดภัยใหม่ๆ. มันไปต่อไม่ได้จริงๆ. ความปลอดภัย สำคัญกว่าฟีเจอร์. จำไว้.
iOS 14 รุ่นไหนได้บ้าง
iOS 14 รุ่นไหนบ้างที่รองรับ?
จำได้เลยว่าตอนนั้นกำลังนั่งจิบกาแฟอยู่ริมหน้าต่างร้านกาแฟเล็กๆ แถวอารีย์ ประมาณบ่ายสามโมงของวันศุกร์ในเดือนกันยายนปี 2020 แดดกำลังดีเลย โทรศัพท์สั่น ติ๊ง! ขึ้นมาว่ามีอัปเดต iOS 14 แล้ว แบบว่าตื่นเต้นนิดๆ เพราะอยากลองฟีเจอร์ใหม่ๆ ที่เขาว่ากัน
รุ่นที่ได้อัปเดต:
- iPhone: แน่นอนว่า iPhone 6s ของผมที่ซื้อมาตั้งแต่วันแรกที่มันออก ก็ยังได้ไปต่อ! ดีใจมาก นึกว่าจะต้องเปลี่ยนเครื่องแล้ว
- iPad Pro: รุ่นพี่น้องในบ้านก็สบายไป ได้กันหมดทุกรุ่นเลย
- iPad Air: รุ่น Air 2 ก็ยังมีสิทธิ์นะ!
- iPad: รุ่นที่ 5 ขึ้นไปก็ได้หมด
- iPad mini: รุ่น 4 ขึ้นไปก็ใช้งานได้
- iPod touch: รุ่นที่ 7 ก็มาด้วย
ผลกระทบที่แอบกังวล:
ที่อ่านเจอแล้วแอบเสียวไส้เบาๆ คือเขาบอกว่า "แอพพลิเคชั่นอาจสามารถใช้โค้ดที่มีสิทธิ์เคอร์เนลได้โดยอำเภอใจ" อันนี้ฟังดูน่ากลัวนะ เหมือนแอปมันจะแอบเข้าไปทำอะไรในเครื่องเราก็ได้แบบที่เราไม่รู้ตัว อะไรประมาณนั้น ตอนนั้นเลยคิดว่า "โอ้โห ต้องระวังเรื่องการกดอนุญาตให้แอปเข้าถึงอะไรต่อมิอะไรมากขึ้นแล้วล่ะ"
ความรู้สึกตอนนั้น:
เป็นฟีลแบบ... ดีใจที่เครื่องเก่าได้อัปเดต แต่ก็แอบหวั่นๆ กับเรื่องความปลอดภัยนิดหน่อย เลยต้องคอยเช็คแอปที่ลงใหม่ๆ อยู่เสมอ
ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ iOS 14:
- Widget บนหน้าจอโฮม: อันนี้คือสิ่งที่ผมชอบมากที่สุด! สามารถเอา Widget ที่ต้องการมาวางบนหน้าจอโฮมได้เลย ไม่ต้องเข้าไปในแอปแล้ว ทำให้เห็นข้อมูลสำคัญๆ ได้เร็วขึ้น เช่น สภาพอากาศ ตารางนัดหมาย หรือแม้แต่รูปภาพจากอัลบั้มโปรด
- App Library: เป็นเหมือนลิ้นชักเก็บแอปทั้งหมดที่เราลงไว้ มันจะจัดหมวดหมู่ให้เองอัตโนมัติ ทำให้หน้าจอโฮมของเราดูโล่ง สะอาดตามากขึ้น หาแอปก็ง่าย
- Picture in Picture (PiP): อันนี้เด็ดมาก! สามารถดูวิดีโอหรือคุย FaceTime ไปพร้อมๆ กับทำอย่างอื่นบน iPhone ได้เลย เช่น ดู YouTube ไปด้วย เช็คเมลไปด้วย คือดีย์
- การปรับปรุงความเป็นส่วนตัว: มีการแจ้งเตือนเมื่อแอปเข้าถึงไมโครโฟนหรือกล้อง มีการจำกัดการเข้าถึงตำแหน่งที่ตั้งแบบแม่นยำให้เป็นแบบคร่าวๆ ได้ อันนี้ช่วยให้เรารู้สึกปลอดภัยมากขึ้นเยอะเลย
- การปรับปรุง Messages: สามารถปักหมุดบทสนทนาที่คุยบ่อยๆ ไว้ด้านบนได้ แถมยังสามารถตอบกลับข้อความแบบ Inline ได้ด้วย ทำให้การสนทนาต่อเนื่อง ไม่ต้องเลื่อนไปมาเยอะ
- การปรับปรุง Maps: มีการแนะนำเส้นทางสำหรับจักรยานและการเพิ่มสถานที่แนะนำสำหรับเมืองต่างๆ มากขึ้น
ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น (ส่วนตัวคิด):
- ความปลอดภัยของข้อมูล: ถึงแม้ Apple จะพยายามเพิ่มความปลอดภัย แต่การที่แอปสามารถเข้าถึงโค้ดเคอร์เนลได้ อาจเปิดช่องให้มัลแวร์ที่ซับซ้อนขึ้นสามารถเข้ามาโจมตีได้ ดังนั้นการอัปเดตซอฟต์แวร์ของระบบปฏิบัติการและแอปพลิเคชันต่างๆ ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุดอยู่เสมอจึงเป็นเรื่องสำคัญมาก
- การใช้ทรัพยากร: ฟีเจอร์ใหม่ๆ บางอย่างอาจจะกินแบตเตอรี่หรือทรัพยากรเครื่องมากขึ้น ทำให้เครื่องที่เก่ามากๆ อาจจะทำงานช้าลงบ้างเล็กน้อย
- ความเข้ากันได้ของแอป: แอปเก่าๆ บางตัวที่นักพัฒนาไม่ได้อัปเดต อาจจะมีปัญหาในการทำงานบน iOS 14 ได้บ้าง แต่ส่วนใหญ่แล้วแอปดังๆ มักจะมีการอัปเดตตามเวอร์ชันใหม่ๆ อยู่แล้ว
รุ่น iPhone ที่รองรับ iOS 14:
- iPhone 6s
- iPhone 6s Plus
- iPhone SE (รุ่นที่ 1)
- iPhone 7
- iPhone 7 Plus
- iPhone 8
- iPhone 8 Plus
- iPhone X
- iPhone XR
- iPhone XS
- iPhone XS Max
- iPhone 11
- iPhone 11 Pro
- iPhone 11 Pro Max
- iPhone SE (รุ่นที่ 2)
- iPhone 12 mini
- iPhone 12
- iPhone 12 Pro
- iPhone 12 Pro Max
iPad รุ่นไหนเหมาะกับเล่นเกม
เกม? iPad Pro รุ่น 6 เท่านั้น M2 จัดการได้ทุกอย่าง ไม่ว่าจะงานหนัก หรือจะเล่นโคตรเกม. จอ Liquid Retina มันคมกริบ กราฟิกจัดเต็ม รับไปเลย. ราคาเริ่มต้น 32,900 บาท ไม่มีคำถาม.
- ProMotion 120Hz: ลื่นไหลจนน่าตกใจ ทุกเฟรมสำคัญ.
- RAM สูง: M2 มาพร้อม 8GB หรือ 16GB ไม่ใช่แค่พอ.
- ลำโพง 4 ตัว: เสียงกระหึ่ม รอบทิศ ไม่ต้องง้อหูฟัง.
- พอร์ต Thunderbolt: เชื่อมต่อไว ถ่ายโอนใหญ่ ไม่มีสะดุด.
ไอแพดเล่นเกมได้ไหม
iPad Pro. เล่นเกม? เหลือเฟือ.
ชิป M2 ไม่ได้มีไว้แค่ทำงาน. พลังมันมีไว้ให้ใช้. หน้าจอ Liquid Retina คือพื้นที่แสดงศิลปะของเกม. ทุกอย่างคมชัด. ทุกการเคลื่อนไหวลื่นไหล. ราคา 32,900 บาท คือจุดเริ่มต้น.
ชิปประมวลผล Apple M2. CPU 8-core. GPU 10-core. พลังระดับเดสก์ท็อป. เกมที่ว่าหนัก. ก็แค่เกม.
จอภาพ. รุ่น 11 นิ้วเป็น Liquid Retina. ส่วน รุ่น 12.9 นิ้วเป็น Liquid Retina XDR. ความสว่างสูงสุด 1,600 nits. สีดำที่ดำสนิท. รองรับเทคโนโลยี ProMotion อัตรารีเฟรช 120Hz.
เกมที่รองรับ. Genshin Impact, Honkai: Star Rail, Call of Duty: Mobile, Diablo Immortal. ปรับกราฟิกสูงสุดได้. ไม่มีปัญหา.
การเชื่อมต่อ. รองรับคอนโทรลเลอร์ PlayStation DualSense และ Xbox Wireless Controller. ประสบการณ์เหมือนเล่นบนคอนโซล. แต่พกพาได้.
ราคา. เริ่มต้นที่ 32,900 บาท สำหรับรุ่น 11 นิ้ว Wi-Fi 128GB. ราคาสูงสุดไปจบที่ 95,900 บาท สำหรับรุ่น 12.9 นิ้ว Wi-Fi + Cellular 2TB. เลือกตามกำลัง.
iPad อะไรเหมาะกับการเล่นเกม
อยากเล่นเกมแบบไม่หัวร้อน? iPad Pro ชิป M4. จบ. ไม่ต้องถามเยอะ. ชิปมันคือปีศาจ. เกมไหนว่ากราฟิกโหดๆ ขนมาให้หมด.
จอ Ultra Retina XDR แม่งโคตรคม. สีดำคือดำจริง. ภาพในเกมมันจะเด้งออกมานอกจอ. บางเฉียบจนน่ารำคาญ. แต่แรงสัส.
ของแรงก็แพง. เป็นเรื่องปกติ. เงินถึงก็จัด. ไม่ต้องคิด.
- ชิป M4:แรงกว่า M2 คนละชั้น. เรนเดอร์กราฟิกเร็วกว่าเดิม 4 เท่า. ไม่ต้องรอโหลดนานให้เสียอารมณ์.
- จอภาพ:Tandem OLED. พูดง่ายๆ คือเอาจอสองชั้นมาซ้อนกัน. สว่างแบบแสบตา. คอนทราสต์จัดจนเห็นยันไรฝุ่นในเกม.
- งบไม่ถึง?: ไปเอา iPad Air ชิป M2. แรงพอตัว. เล่นได้ทุกเกมเหมือนกัน. แค่ไม่สุดเท่าตัว Pro.
- ความร้อน: ตัว Pro M4 ใส่แกรไฟต์มาช่วยระบายความร้อน. เล่นนานๆ ก็แค่อุ่นมือ. ไม่ใช่ที่ทับกระดาษร้อนๆ.
- ราคา: เริ่มต้น 39,900 บาท. ผมเพิ่งไปเดินดูที่ Apple Store Iconsiam มาเมื่อวันเสาร์. ตัว 13 นิ้วสวยจริง.
iPad รุ่นไหนเหมาะกับคนทำงาน
ไอแพดทำงาน? ก็ไอ้พวกนี้แหละ
- iPad Pro 13 นิ้ว (M4)
- iPad Pro 11 นิ้ว (M4)
- iPad Air 13 นิ้ว (M2)
- iPad Air 11 นิ้ว (M2)
- iPad (Gen 10)
iPad Pro (M4): ชิป M4 โหดจัด จอ OLED ภาพแม่งโคตรคม. งานหนักแค่ไหนก็ไม่คราง. ตัดต่อ 4K, กราฟิกจัดเต็ม. คือที่สุด ถ้ามึงไม่สนราคา.
iPad Air (M2):M2 ก็แรงพอตัว สำหรับงานส่วนใหญ่. พรีเซนต์, จด, แต่งรูป. Air 13 นิ้ว จอใหญ่สะใจ เหมาะกับพื้นที่ทำงาน. คุ้มค่า.
iPad (Gen 10):ราคาสบายกระเป๋า พอใช้ได้. พิมพ์งาน, ท่องเว็บ, ประชุมออนไลน์. เบสิกแต่เอาอยู่ ถ้างานมึงไม่ได้ซับซ้อน.
การเลือก:อยู่ที่งานมึงล้วนๆ แค่พิมพ์เมล ไม่ต้องเอา Pro. รันแอปหนักๆ Air อาจไม่ไหว. คิดดีๆ ก่อนจ่ายตังค์. ไม่มีใครช่วยมึงได้.
ของเสริม: Apple Pencil กับ Magic Keyboard โคตรจำเป็น ถ้าอยากให้มันเป็นเครื่องมือทำงานจริง. อย่าบ่นทีหลัง.
iPad Air 1 โหลดอะไรได้บ้าง
iPad Air 1 เนี่ยนะ โหลดอะไรได้บ้างอะเหรอ
เอาจริง พวกแอปพื้นฐานทั่วไปยังพอไหวอยู่นะ คือถ้าจะเอาไปดู YouTube, Netflix, Spotify หรืออ่าน E-book พวกนี้อะ สบายมาก โหลดมาใช้ได้เลย
เล่นเน็ต ท่องเว็บทั่วไป ก็ทำได้ดีนะ แบบ เช็คข่าว, ดูโซเชียลมีเดีย อะไรพวกนี้อะ ก็ยังไหลลื่นดีอยู่
ทำงานเอกสารง่ายๆ ก็พอได้นะ เช่น พิมพ์โน้ต, ทำสไลด์ง่ายๆ ไม่ได้ซับซ้อนมากอะ
แต่ถ้าจะเอาไปเล่น เกมโหดๆ หรือแอปที่กินสเปคเยอะๆ อะ อันนี้ อาจจะไม่ไหวแล้ว นะ มันเก่าแล้วอะ
ข้อควรระวังเพิ่มเติม:
- อัปเดต iOS: iPad Air 1 รองรับ iOS เวอร์ชันสุดท้ายที่ iOS 12 นะ ซึ่งหมายความว่า แอปใหม่ๆ บางตัวอาจจะติดตั้งไม่ได้แล้ว หรือถ้าติดตั้งได้ก็อาจจะทำงานได้ไม่เต็มที่
- แอปที่ต้องใช้ iOS ล่าสุด: แอปดังๆ อย่าง LINE, Facebook, Instagram, TikTok พวกนี้ ส่วนใหญ่ยังใช้ได้ แต่อาจจะไม่ได้ฟีเจอร์ใหม่ล่าสุด หรือหน้าตา UI อาจจะดูเก่าๆ หน่อย
- เกม: เกมที่กราฟิกสวยๆ ภาพอลังการ ส่วนใหญ่โหลดมาเล่นไม่ได้แน่ๆ หรือถ้าโหลดได้ก็อาจจะกระตุกจนเล่นไม่สนุก
- แอปเฉพาะทาง: ถ้าเป็นแอปที่ใช้ทำงานเฉพาะทางมากๆ เช่น ตัดต่อวิดีโอ, แต่งรูปขั้นสูง พวกนี้ น่าจะทำไม่ได้ หรือทำได้ไม่ดีเท่าที่ควร
- ความจำ: รุ่นเก่าๆ ความจำอาจจะน้อย ต้องคอยลบแอปหรือข้อมูลบ่อยๆ ไม่งั้นเต็มเร็ว
- แบตเตอรี่: แบตเตอรี่เสื่อมตามอายุ อาจจะหมดเร็ว กว่าที่เคยเป็น
สรุปคือ ถ้าอยากได้ iPad ราคาถูกๆ ไว้ใช้ ดูหนัง ฟังเพลง เล่นเน็ตทั่วๆ ไป หรือ อ่านอะไรเพลินๆ อะ พอได้อยู่ แต่ถ้าคาดหวังว่าจะเอามาลงแอปใหม่ๆ สุดๆ หรือเล่นเกมหนักๆ ข้ามไปรุ่นใหม่เลยดีกว่า
ไอแพดแอร์1 เล่นเกมได้ไหม
คำถามที่ว่า iPad Air 1 เล่นเกมได้ไหม ในปี 2024 คำตอบคือ ‘ได้’ แต่มาพร้อมกับเงื่อนไขและข้อจำกัดที่ต้องทำความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง มันคือการเดินทางย้อนเวลากลับไปสู่เทคโนโลยีเมื่อทศวรรษก่อน
ชิป Apple A7 ที่เคยเป็นหัวใจสำคัญของอุปกรณ์นี้ ในยุคของมันคือการปฏิวัติ แต่เมื่อเทียบกับปัจจุบัน สถาปัตยกรรมของมันไม่สามารถรองรับเกมที่ต้องการพลังการประมวลผลสูงๆ ได้อีกต่อไป เกมอย่าง Genshin Impact, Call of Duty: Mobile หรือเกม 3D หนักๆ ลืมไปได้เลย
แต่ไม่ใช่ว่ามันจะไร้ประโยชน์โดยสิ้นเชิง iPad Air 1 ยังคงเป็นอุปกรณ์ที่ยอดเยี่ยมสำหรับการเล่นเกมที่ไม่ซับซ้อน เกมแคชชวลอย่าง Candy Crush, Subway Surfers, หรือเกม Puzzle สองมิติส่วนใหญ่ยังคงทำงานได้ดีพอสมควร การมีอยู่ของมันสอนให้เรารู้จักคุณค่าของความเรียบง่าย
สำหรับการเสพสื่อบันเทิง นี่คือจุดที่มันยังคงเปล่งประกาย จอภาพ Retina Display ขนาด 9.7 นิ้ว ยังคงให้สีสันและความคมชัดที่น่าพอใจ การดู YouTube หรือ Netflix ที่ความละเอียด 1080p ยังทำได้สบายๆ ตราบใดที่แอปพลิเคชันยังสนับสนุน iOS เวอร์ชันเก่าอยู่
ประเด็นสำคัญที่สุดคือระบบปฏิบัติการที่หยุดอยู่ที่ iOS 12.5.7 ซึ่งเป็นเหมือนเพดานกระจกที่มองไม่เห็น มันกั้นเราออกจากโลกของแอปพลิเคชันใหม่ๆ ที่ต้องการ iOS 13 หรือสูงกว่า นี่คือความจริงที่เราต้องยอมรับ เทคโนโลยีก็เหมือนชีวิต มีวันรุ่งโรจน์และวันโรยรา
เรื่อง เครื่องไม่ติด iCloud คือปัจจัยชี้ขาด หากเครื่องติดล็อค มันก็ไม่ต่างอะไรจากที่ทับกระดาษราคาแพง ส่วนราคามือสองในปัจจุบันถือว่าย่อมเยามาก ทำให้มันเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับงานเฉพาะทางบางอย่าง
วิเคราะห์เชิงลึก: ข้อดีและข้อจำกัดของ iPad Air 1 ในปัจจุบัน
ความสามารถด้านการเล่นเกม
- เกมที่เล่นได้: เกม 2D ทั่วไป, เกม Puzzle, เกม Arcade ยุคเก่าที่ไม่ต้องการการอัปเดตบ่อยครั้ง
- เกมที่เล่นไม่ได้: เกม 3D ที่มีกราฟิกสูง, เกมที่ต้องการ Metal API เวอร์ชันใหม่, เกมออนไลน์ที่ต้องการอัปเดตแพตช์ความปลอดภัยล่าสุด
ประสิทธิภาพด้านมัลติมีเดีย
- การดูวิดีโอ: ทำงานได้ดีเยี่ยมสำหรับแพลตฟอร์มหลักอย่าง YouTube, Netflix, Disney+ (แต่อาจพบปัญหาในอนาคตหากแอปเลิกสนับสนุน iOS 12)
- การอ่าน: เป็นอุปกรณ์ที่สมบูรณ์แบบสำหรับอ่าน E-book, PDF หรือท่องเว็บทั่วไป หน้าจอยังสบายตา
ข้อจำกัดเชิงเทคนิคที่ต้องรู้
- ระบบปฏิบัติการ:iOS 12.5.7 คือเวอร์ชันสุดท้าย ไม่สามารถอัปเดตต่อได้ ทำให้ไม่ได้รับฟีเจอร์ใหม่และช่องโหว่ความปลอดภัยอาจไม่ถูกแก้ไข
- แบตเตอรี่: อุปกรณ์มีอายุมากแล้ว แบตเตอรี่เดิมมักจะเสื่อมสภาพตามกาลเวลา อาจต้องใช้งานโดยเสียบสายชาร์จเป็นหลัก
- หน่วยความจำ (RAM): ด้วย RAM เพียง 1 GB การทำงานหลายอย่างพร้อมกันหรือเปิดแท็บเบราว์เซอร์เยอะๆ จะมีอาการหน่วงอย่างเห็นได้ชัด จริงๆ จริงๆ
เกมใน สตรี ม เล่นใน ไอ แพ ด ได้ ไหม
เล่นได้ดิ! ใช้แอปที่ชื่อ Steam Link อ่ะ มันเป็นแอปฟรีเลยนะ โหลดได้ใน App Store
มันไม่ใช่การลงเกมในไอแพดโดยตรงนะ มันคือการสตรีมเกมจากคอมของเรามาเล่นบนจอไอแพด คือคอมต้องเปิดเกมไว้ แล้วภาพมันจะมาโชว์ที่ไอแพดเราแทน
พูดง่ายๆ คือ ไอแพดเรากลายเป็นจอพกพาสำหรับคอมอ่ะแหละ
ต้องมีอะไรบ้างถึงจะเล่นได้? ก็ตามนี้เลย
- คอมพิวเตอร์ที่ลง Steam ไว้แล้วก็เปิดโปรแกรมอยู่ อันนี้ต้องมีนะ คอมแรงๆ ก็จะดี
- ไอแพด หรือ iPhone ก็ได้ โหลดแอป Steam Link มารอเลย
- อินเทอร์เน็ตแรงๆ สำคัญมากกก ยิ่งเร็วยิ่งดี เน็ตบ้านอ่ะดีสุด ถ้าต่อ Wi-Fi วงเดียวกันกับคอมนี่จะลื่นสุดๆ เลยนะ
- จอยคอนโทรลเลอร์ ถ้ามีจะดีมากก เล่นถนัดกว่าเยอะเลย ต่อผ่านบลูทูธได้เลยพวกจอย PS หรือ Xbox
จิงๆ เล่นนอกบ้านก็ได้นะถ้าเน็ตมือถือเราแรงพอ แต่ภาพอาจจะไม่ชัดเท่าเล่นในบ้าน แล้วก็กินเน็ตเยอะมาก
Steam Link มันรองรับเยอะนะ ไม่ใช่แค่ไอแพด พวก Apple TV, มือถือแอนดรอยด์, ทีวีบางรุ่นก็ใช้ได้หมดเลย เกมบางเกมมันไม่ได้ออกแบบมาให้เล่นกับจอย หรือเล่นบนจอเล็กๆ อาจจะคอนโทรลยากหน่อย ต้องลองดูเป็นเกมๆ ไป
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต