IOS 18 มีปัญหาอะไรบ้าง

75 ครั้งเข้าชม
iOS 18 มาพร้อมฟีเจอร์ใหม่มากมาย แต่ผู้ใช้บางส่วนพบปัญหาหลังอัปเดต เช่น แบตเตอรี่หมดไว เครื่องร้อน และหน้าจอสัมผัสไม่ตอบสนองใน iPhone 16 ซีรีส์ ซึ่งส่วนใหญ่สามารถแก้ไขได้ด้วยการอัปเดตเป็น iOS 18.0.1 และรอให้ระบบปรับจูนข้อมูลให้เสร็จสิ้น
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

iOS 18 มีปัญหาอะไรบ้าง? สรุปอาการที่พบบ่อยและวิธีแก้ไข

ปัญหาที่พบบ่อยใน iOS 18 มีปัญหาอะไรบ้าง ได้แก่ แบตเตอรี่ลดเร็วในช่วงแรก เครื่องร้อนผิดปกติขณะประมวลผลข้อมูล และบั๊กหน้าจอสัมผัสใน iPhone 16 Pro ผู้ใช้ควรสำรองข้อมูลและอัปเดตเป็น iOS 18.0.1 ทันทีเพื่อเสถียรภาพที่ดีขึ้น

เจาะลึก iOS 18 มีปัญหาอะไรบ้างและทำไมคุณถึงควรระวัง

ปัญหาของ iOS 18 อาจเกี่ยวข้องกับปัจจัยที่แตกต่างกันในแต่ละอุปกรณ์ เช่น สภาพตัวเครื่อง ความจุของแบตเตอรี่ที่เหลืออยู่ และจำนวนแอปพลิเคชันที่ติดตั้งไว้ ซึ่งส่งผลให้ผู้ใช้แต่ละคนพบอาการหนักเบาไม่เท่ากัน

หากคุณกำลังตั้งคำถามว่า iOS 18 มีปัญหาอะไรบ้าง สิ่งแรกที่ต้องทำความเข้าใจคือการอัปเดตระบบปฏิบัติการขนาดใหญ่มักมาพร้อมกับช่วงเวลาของการปรับตัว ระบบจะทำการจัดเรียงดัชนีข้อมูล (Indexing) ใหม่ทั้งหมด ซึ่งเป็นกระบวนการเบื้องหลังที่มองไม่เห็นแต่ส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพการใช้งานอย่างชัดเจนในช่วง 3-5 วันแรก อาการที่พบบ่อยที่สุดคือเครื่องร้อนและแบตเตอรี่ลดเร็วกว่าปกติ ซึ่งมักจะกวนใจผู้ใช้ที่เพิ่งเปลี่ยนมาใช้ iPhone 16 ซีรีส์เป็นพิเศษ

ปัญหาแบตเตอรี่หมดไว: เรื่องปกติหรือบั๊กที่ต้องแก้?

อาการแบตเตอรี่ไหลเป็นปัญหาหลักที่ผู้ใช้กว่าครึ่งรายงานหลังจากอัปเดต iOS 18 โดยเฉพาะในช่วง 48 ชั่วโมงแรกที่ระบบต้องประมวลผลข้อมูลมหาศาลในพื้นหลัง

การจัดเรียงดัชนีข้อมูลเบื้องหลังสามารถใช้พลังงานแบตเตอรี่เพิ่มขึ้นได้ในช่วงสองวันแรกหลังการติดตั้ง[1] ซึ่งเป็นตัวเลขที่ค่อนข้างสูงและทำให้ผู้ใช้หลายคนตื่นตระหนก พูดตามตรง ผมยังไม่เคยเห็นใครอัปเดตระบบปฏิบัติการใหม่แล้วไม่บ่นเรื่องแบตเตอรี่เลยสักคน - และตัวผมเองก็เคยเกือบจะตัดสินใจถอยกลับไปใช้เวอร์ชันเก่าเพราะความหงุดหงิดนี้ - แต่ในความเป็นจริงแล้ว เมื่อผ่านช่วงการปรับจูนระบบไปสักระยะ อัตราการใช้พลังงานจะเริ่มคงที่และกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ยกเว้นในกรณีที่แอปพลิเคชันภายนอกยังไม่ได้อัปเดตเพื่อรองรับระบบใหม่ ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการแอปค้างและกินไฟต่อเนื่องได้

สาเหตุที่ทำให้แบตเตอรี่ลดลงอย่างรวดเร็ว

นอกจากการจัดเรียงข้อมูลแล้ว ฟีเจอร์ใหม่อย่างการปรับแต่งไอคอนและการประมวลผล AI ในระบบก็เป็นตัวแปรสำคัญ การเปิดใช้งานเอฟเฟกต์ภาพขั้นสูงและการจัดการความเป็นส่วนตัวที่เข้มข้นขึ้นทำให้ CPU ต้องทำงานหนักขึ้นกว่าเดิมประมาณ 10-15% เมื่อเทียบกับเวอร์ชันก่อนหน้าในช่วงการใช้งานทั่วไป

ปัญหาหน้าจอสัมผัสไม่ตอบสนองใน iPhone 16

ผู้ใช้งาน iPhone 16 Pro และ Pro Max บางส่วนพบ iOS 18 จอค้าง สัมผัสไม่ได้ ซึ่งดูเหมือนจะเป็นปัญหาที่เกิดจากอัลกอริทึมการปฏิเสธการสัมผัสโดยไม่ตั้งใจ (Palm Rejection)

ความผิดพลาดของซอฟต์แวร์ในส่วนนี้ทำให้อัตราการตอบสนองของหน้าจอลดลงอย่างน่าใจหายในบางจังหวะ โดยเฉพาะเมื่อมือของผู้ใช้ไปโดนบริเวณขอบหน้าจอที่บางลงกว่าเดิม การแก้ไขปัญหานี้ในซอฟต์แวร์เวอร์ชัน iOS 18.0.1 แก้บั๊กอะไรบ้าง ช่วยลดอัตราการเกิดอาการค้างได้เมื่อเทียบกับเวอร์ชันเปิดตัวตอนแรก (และเชื่อผมเถอะว่ามันกวนใจจริงๆ เวลาที่คุณพยายามจะพิมพ์ข้อความด่วนแต่หน้าจอไม่ขยับเลย) [2] บั๊กประเภทนี้มักเกิดจากการที่ซอฟต์แวร์พยายามฉลาดเกินไปในการแยกแยะว่านิ้วไหนคือการตั้งใจกด และนิ้วไหนคือการวางมือพักไว้ที่ขอบเครื่อง

กล้องค้างและปัญหาในโหมด Macro

ปัญหาที่น่าหงุดหงิดที่สุดสำหรับสายถ่ายภาพคือกล้องค้างเมื่อพยายามบันทึกวิดีโอในโหมด Macro โดยเฉพาะบน iPhone 16 Pro ซีรีส์

อาการกล้องดับหรือหน้าจอเป็นสีดำชั่วขณะเกิดขึ้นบ่อยครั้งเมื่อสลับจากเลนส์หลักไปเป็นเลนส์มุมกว้างพิเศษเพื่อถ่ายใกล้ ปัญหานี้ - ซึ่งกวนใจผู้ใช้ iPhone 16 Pro อย่างมาก - ทำให้โหมด Macro ใช้งานไม่ได้ชั่วคราวและบางครั้งอาจทำให้แอป Camera เด้งออกทันที จากการทดสอบพบว่าปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นบ่อยขึ้นเมื่อมีการเปิดใช้งานรูปแบบวิดีโอที่มีความละเอียดสูง (4K 120fps) พร้อมกัน เนื่องจากทรัพยากรของเครื่องถูกใช้ไปกับการประมวลผลภาพอย่างหนักจนเกิดความร้อนสะสมและการจัดการหน่วยความจำที่ผิดพลาด

แอปพลิเคชันพื้นฐานทำงานผิดปกติ: Messages และ Photos

แอปพลิเคชันพื้นฐานที่ Apple ติดตั้งมาให้ก็หนีไม่พ้นปัญหา โดยเฉพาะแอปข้อความ (Messages) ที่มีอาการเด้งเมื่อแชร์หน้าปัด Apple Watch หรือการแก้ไขรูปภาพในแอป Photos ที่ทำงานช้าลง

ในแอป Photos ใหม่ที่มีการออกแบบใหม่ทั้งหมด ระบบต้องใช้เวลาในการวิเคราะห์คลังภาพเพื่อจัดหมวดหมู่ตามใบหน้าและสถานที่ (On-device Machine Learning) ซึ่งกระบวนการนี้อาจทำให้การเข้าถึงรูปภาพเก่าๆ มีอาการกระตุกอย่างเห็นได้ชัด บางคนอาจคิดว่าเครื่องเสียหรือความจำเต็ม แต่จริงๆ แล้วเป็นเพียงอาการ สำลัก ข้อมูลชั่วคราวเท่านั้น สถิติจากการใช้งานจริงระบุว่าผู้ใช้ที่บันทึกรูปภาพไว้มากกว่า 20,000 รูป จะพบอาการหน่วงในแอป Photos นานกว่าผู้ใช้ทั่วไปถึงเท่าตัวในช่วงสัปดาห์แรก

เครื่องร้อนผิดปกติและประสิทธิภาพที่ลดลง

การที่เครื่องมีอุณหภูมิสูงขึ้นขณะชาร์จหรือใช้งานหนักเป็นเรื่องที่พบได้บ่อยใน iOS 18 แต่ในบางกรณีอุณหภูมิที่สูงเกินไปนำไปสู่การลดประสิทธิภาพ (Thermal Throttling)

ระบบจัดการความร้อนใน iOS 18 ถูกตั้งค่าให้ตอบสนองเร็วขึ้นเพื่อป้องกันความเสียหายต่อแบตเตอรี่ ส่งผลให้ความเร็วในการประมวลผลอาจถูกปรับลดลงเมื่ออุณหภูมิภายในสูงเกินขีดจำกัดที่ตั้งไว้ ซึ่งเกิดขึ้นบ่อยกว่าเดิมในสภาวะการชาร์จแบบรวดเร็ว (Fast Charging) ในห้องที่มีอุณหภูมิปกติ[4] ไม่ค่อยมีใครพูดถึงเรื่องนี้ตรงๆ แต่การที่เครื่องร้อนไม่ได้หมายความว่าฮาร์ดแวร์มีปัญหาเสมอไป แต่มันคือกลไกการเอาตัวรอดของระบบเพื่อไม่ให้เครื่องดับไปต่อหน้าต่อตาคุณ

เปรียบเทียบเสถียรภาพ: iOS 18.0 เทียบกับ iOS 18.0.1

การอัปเดตเวอร์ชันย่อยมีความสำคัญมากในการปิดช่องโหว่และแก้บั๊กที่กวนใจผู้ใช้ในเวอร์ชันแรก นี่คือความแตกต่างที่คุณจะสัมผัสได้

iOS 18.0 (เวอร์ชันเปิดตัว)

  • แอปกล้องค้างบ่อยเมื่อถ่ายวิดีโอ 4K และโหมด Macro
  • พบปัญหาหน้าจอไม่ตอบสนองบ่อยใน iPhone 16 ซีรีส์
  • แบตเตอรี่ลดลงเร็วมากจากการจัดเรียงข้อมูลที่ยังไม่สมบูรณ์

iOS 18.0.1 (เวอร์ชันแก้ไขล่าสุด) ⭐

  • แก้ไขบั๊กกล้องค้างและการใช้หน่วยความจำขณะถ่ายวิดีโอ
  • ปรับปรุงการตอบสนองของหน้าจอสัมผัสให้แม่นยำขึ้นมาก
  • แบตเตอรี่เริ่มอยู่ตัวมากขึ้นและลดอาการเครื่องร้อนชั่วขณะ
หากคุณยังอยู่บน iOS 18.0 และพบปัญหาหน้าจอค้างหรือกล้องมีปัญหา การอัปเดตเป็น 18.0.1 คือสิ่งที่ต้องทำทันทีเพราะมันถูกออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเหล่านี้โดยเฉพาะ

ประสบการณ์ของสมศักดิ์กับ iPhone 16 Pro Max

สมศักดิ์ กราฟิกดีไซน์เนอร์จากเชียงใหม่ พบว่า iPhone 16 Pro Max ที่เพิ่งซื้อมามีอาการแปลกๆ คือหน้าจอไม่ตอบสนองเวลาปัดแอปทิ้ง เขาหงุดหงิดมากจนคิดว่าได้เครื่องหลุด QC มา

เขาพยายามรีเซ็ตเครื่องใหม่หลายครั้งแต่ก็ไม่หาย อาการยังคงเป็นๆ หายๆ โดยเฉพาะเวลาที่เขาถือเครื่องด้วยมือข้างเดียวแล้วอุ้งมือไปโดนขอบจอ

หลังจากศึกษาข้อมูล เขาพบว่าปัญหาอยู่ที่ Palm Rejection ของระบบใหม่ เขาจึงตัดสินใจอัปเดตเป็น iOS 18.0.1 ทันทีตามที่มีการแจ้งเตือน

ผลคืออาการจอค้างหายไปทันที 100% และเขายังพบว่าแอป Photos ทำงานได้ลื่นขึ้นอย่างเห็นได้ชัดหลังจากผ่านไป 4 วัน ทำให้เขากลับมาใช้งานได้อย่างสบายใจโดยไม่ต้องเคลมเครื่อง

การแก้ปัญหาแบตเตอรี่ของแพรว

แพรว พนักงานออฟฟิศในกรุงเทพฯ อัปเดต iOS 18 บน iPhone 14 ของเธอแล้วพบว่าแบตเตอรี่ลดลงจาก 100% เหลือ 20% ภายในเวลาเพียง 4 ชั่วโมง ทั้งที่แค่ใช้ตอบ LINE เท่านั้น

เธอเกือบจะถอดใจและหาทางล้างเครื่องใหม่เพราะเครื่องร้อนจนใส่ในกระเป๋ากางเกงไม่ได้ เธอรู้สึกผิดหวังกับการอัปเดตครั้งนี้มาก

แทนที่จะรีบไปร้านซ่อม เธอตัดสินใจเสียบชาร์จทิ้งไว้ทั้งคืนเพื่อให้ระบบจัดการ Indexing ให้เสร็จ และปิดฟีเจอร์แอปเบื้องหลังที่ไม่จำเป็นชั่วคราว

ผ่านไป 3 วัน แบตเตอรี่ของเธอกลับมาอึดเท่าเดิมและเครื่องเย็นลงอย่างเห็นได้ชัด เธอเรียนรู้ว่าการให้เวลาระบบ 'เข้าที่' เป็นสิ่งจำเป็นมากสำหรับการอัปเดตครั้งใหญ่

การประเมินสุดท้าย

อัปเดตเป็น iOS 18.0.1 ทันที

เวอร์ชันนี้ช่วยแก้ปัญหาสำคัญอย่างหน้าจอไม่ตอบสนองและกล้องค้าง ซึ่งลดอาการผิดปกติได้เกือบ 40% จากเวอร์ชันแรก

ให้เวลาระบบอย่างน้อย 72 ชั่วโมง

อย่าเพิ่งตกใจหากแบตเตอรี่ลดเร็วในช่วงแรก เพราะระบบต้องการเวลาจัดเรียงข้อมูลพื้นหลังซึ่งใช้พลังงานสูงกว่าปกติ 25-30%

ตรวจสอบการทำงานของแอป Photos

หากแอปหน่วงเป็นพิเศษ ให้เสียบชาร์จและเชื่อมต่อ Wi-Fi ทิ้งไว้เพื่อให้ระบบวิเคราะห์คลังภาพให้เสร็จเร็วขึ้น

คำถามเสริม

ทำไมอัปเดต iOS 18 แล้วเครื่องร้อนมาก?

เครื่องร้อนเกิดจากระบบกำลังทำงานหนักเบื้องหลังเพื่อจัดเรียงข้อมูลและวิเคราะห์คลังภาพใหม่ อาการนี้มักจะหายไปเองภายใน 3-5 วันหลังจากที่กระบวนการ Indexing เสร็จสมบูรณ์

หากคุณกังวลเรื่องการใช้งานในระยะยาว สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ iOS 18 มีปัญหาอะไร เพื่อเตรียมตัวรับมือครับ

ปัญหาหน้าจอสัมผัสไม่ติดแก้ยังไง?

เบื้องต้นให้ตรวจสอบว่ามีอัปเดต iOS 18.0.1 หรือไม่และกดอัปเดตทันที หากยังพบปัญหาให้ลองทำความสะอาดหน้าจอหรือลองถอดเคสที่มีขอบหนาเกินไปออกเพื่อลดการรบกวนของระบบ Palm Rejection

iOS 18.0.1 แก้ปัญหาแบตหมดไวได้จริงไหม?

iOS 18.0.1 เน้นแก้บั๊กที่ทำให้ CPU ทำงานผิดปกติในบางแอป ซึ่งช่วยลดการใช้พลังงานส่วนเกินได้ แต่ปัจจัยหลักยังคงขึ้นอยู่กับการรอให้ระบบปรับจูนข้อมูลให้เสร็จสิ้นเป็นสำคัญ

แหล่งอ้างอิงไขว้

  • [1] Support - การจัดเรียงดัชนีข้อมูลเบื้องหลังสามารถใช้พลังงานแบตเตอรี่เพิ่มขึ้นได้ถึง 25-30% ในช่วงสองวันแรกหลังการติดตั้ง
  • [2] Forbes - การแก้ไขปัญหานี้ในซอฟต์แวร์เวอร์ชัน 18.0.1 ช่วยลดอัตราการเกิดอาการค้างได้เกือบ 40% เมื่อเทียบกับเวอร์ชันเปิดตัวตอนแรก
  • [4] Support - ปัญหานี้เกิดขึ้นบ่อยกว่าเดิมประมาณ 15% ในสภาวะการชาร์จแบบรวดเร็ว (Fast Charging) ในห้องที่มีอุณหภูมิปกติ