M50 Mark II ใช้เลนส์อะไรได้บ้าง

61 ครั้งเข้าชม
M50 Mark II ใช้เลนส์อะไรได้บ้าง รองรับการใช้งานเลนส์ถ่ายภาพสามกลุ่มประเภทหลักที่หลากหลายดังนี้ เลนส์เมาท์ EF-M ออกแบบสำหรับกล้องมิเรอร์เลสโดยเฉพาะ เลนส์เมาท์ EF และ EF-S ใช้งานผ่านตัวแปลงเมาท์อะแดปเตอร์มาตรฐาน
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

M50 Mark II ใช้เลนส์อะไรได้บ้าง: รองรับเลนส์ 3 กลุ่มหลัก

M50 Mark II ใช้เลนส์อะไรได้บ้าง คำตอบคือรองรับเลนส์ 3 กลุ่มหลัก: เลนส์เมาท์ EF-M (ใช้ได้ทันที), เลนส์เมาท์ EF และ EF-S (ต้องใช้ Mount Adapter EF-EOS M) และเลนส์ Third-party สำหรับเมาท์ EF-M เช่น Sigma และ Viltrox

Canon EOS M50 Mark II ใช้เลนส์อะไรได้บ้าง: ทำความเข้าใจระบบเมาท์และตัวเลือกทั้งหมด

การเลือกเลนส์สำหรับ M50 Mark II ใช้เลนส์อะไรได้บ้าง อาจดูเหมือนเป็นเรื่องซับซ้อนสำหรับมือใหม่ เพราะมีทั้งชื่อย่อภาษาอังกฤษและรหัสเมาท์ที่ชวนสับสน แต่จริงๆ แล้วคำตอบนั้นเรียบง่ายมาก: กล้องรุ่นนี้ใช้เลนส์ในตระกูล EF-M ได้โดยตรง และยังสามารถใช้เลนส์ตระกูล EF หรือ EF-S ของกล้อง DSLR ได้ผ่านตัวแปลงสัญญาณ

เลนส์ตระกูล EF-M ถูกออกแบบมาเพื่อกล้องมิเรอร์เลส APS-C โดยเฉพาะ ซึ่งเน้นความกะทัดรัดและน้ำหนักเบาเพื่อให้เข้ากับบอดี้กล้องที่เล็กกะทัดรัดของ M50 Mark II อย่างลงตัว แต่ก็มีข้อควรระวังสำคัญอย่างหนึ่งที่มือใหม่มักจะพลาดเมื่อเลือกซื้อเลนส์ตัวแรกเพื่อถ่ายภาพบุคคล ซึ่งอาจทำให้คุณเสียเงินฟรีได้หากไม่เข้าใจระยะเลนส์ที่เหมาะสม - ผมจะมาเฉลยรายละเอียดนี้ในหัวข้อเลนส์สำหรับการถ่ายพอร์ตเทรตด้านล่าง

เลนส์เมาท์ EF-M: ทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับการพกพา

เลนส์ตระกูล EF-M เป็นเลนส์ที่เสียบเข้ากับกล้องได้ทันที หลายคนสงสัยว่า กล้อง M50 Mark II ใส่เลนส์อะไร ถึงจะเหมาะสมที่สุด จุดเด่นที่สุดคือขนาดที่เล็กจนคุณสามารถใส่กล้องลงในกระเป๋าสะพายใบเล็กๆ ได้สบาย ตัวอย่างเช่น เลนส์ Canon EF-M 22mm f/2 STM มีน้ำหนักเพียงประมาณ 105 กรัม และมีความหนาของเลนส์เพียง 23 มม. เท่านั้น เมื่อประกบเข้ากับตัวกล้องแล้วจะดูเหมือนกล้องคอมแพคตัวเล็กๆ เลยทีเดียว

จากการสำรวจผู้ใช้งานว่า เลนส์ EF-M มีตัวไหนบ้าง ที่น่าสนใจในช่วงปี 2024-2026 พบว่ามีผู้ใช้จำนวนมากยังคงนิยมใช้เลนส์ EF-M เป็นเลนส์หลักสำหรับการท่องเที่ยว เนื่องจากความสะดวกในการพกพาที่สูงกว่าการนำเลนส์ DSLR มาต่อผ่านตัวแปลง แม้ว่าในตลาดจะมีเลนส์ระบบใหม่อย่าง RF-S ออกมา แต่เลนส์ EF-M ยังคงรักษาฐานผู้ใช้ไว้ได้ด้วยราคาที่เข้าถึงง่ายกว่าเกือบ 20-30% ในกลุ่มสินค้ามือสองและสต็อกสินค้าใหม่ที่ยังมีหมุนเวียนในตลาด

ผมเคยลองแบกเลนส์ตัวใหญ่ไปถ่ายงานรับปริญญาเพื่อน สารภาพเลยว่าปวดคอสุดๆ จนต้องเปลี่ยนมาใช้เลนส์แพนเค้กตัวเล็กแทน ความคล่องตัวนี่แหละคือหัวใจของ M50

การใช้เลนส์ EF และ EF-S ผ่านตัวแปลง (Mount Adapter)

หากคุณมีเลนส์จากกล้อง Canon DSLR รุ่นเก่า และอยากทราบ วิธีต่อเลนส์ EF กับ M50 Mark II คุณสามารถทำได้โดยใช้ Mount Adapter EF-EOS M ซึ่งเป็นอุปกรณ์เสริมที่จะเชื่อมต่อสัญญาณไฟฟ้าระหว่างเลนส์ DSLR กับบอดี้มิเรอร์เลส ทำให้ระบบออโต้โฟกัสและระบบกันสั่นยังคงทำงานได้เต็มประสิทธิภาพเกือบ 100% เหมือนใช้งานบนกล้องดั้งเดิม

อย่างไรก็ตาม การใช้ตัวแปลงเลนส์จะทำให้น้ำหนักรวมของชุดกล้องเพิ่มขึ้นประมาณ 110-150 กรัม และทำให้ความยาวของชุดเลนส์เพิ่มขึ้นอีกเกือบ 3 ซม. ซึ่งอาจทำให้สมดุลของกล้องตัวเล็กๆ อย่าง M50 Mark II เสียไปบ้าง โดยเฉพาะเมื่อใช้เลนส์เทเลโฟโต้ขนาดใหญ่ ตัวแปลงมีให้เลือกทั้งแบบของค่าย Canon เองและแบรนด์อิสระ ซึ่งมีราคาต่างกันตั้งแต่หลักร้อยไปจนถึงหลักพันบาท

การเลือกใช้เลนส์ผ่านตัวแปลงถือเป็นทางเลือกที่คุ้มค่ามากสำหรับผู้ที่มีเลนส์ DSLR เดิมอยู่แล้ว หรือต้องการเข้าถึงเลนส์คุณภาพสูงในราคาที่ประหยัดลง

ข้อดีและข้อเสียของการใช้ตัวแปลงเลนส์

ข้อดีที่ชัดเจนที่สุดคือการเข้าถึงคลังเลนส์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกของ Canon ซึ่งมีเลนส์ให้เลือกมากกว่า 100 รุ่น ตั้งแต่เลนส์ราคาประหยัดไปจนถึงเลนส์ราคาหลักแสน แต่ข้อเสียที่ผมพบจากการใช้งานจริงคือความเทอะทะ บางครั้งผมต้องวางแผนล่วงหน้าว่าวันไหนจะเน้นพกพา หรือวันไหนจะเน้นคุณภาพภาพสูงสุด เพราะการถอดเข้าถอดออกตัวแปลงระหว่างการถ่ายทำจริงนั้นค่อนข้างน่ารำคาญและเสี่ยงต่อฝุ่นที่จะเข้าเซนเซอร์ได้ง่าย

เลนส์ค่ายอิสระ (Third-party) ที่แนะนำสำหรับ M50 Mark II

นอกจากเลนส์ของ Canon เองแล้ว สำหรับคำถามที่ว่า Canon M50 Mark II ใส่เลนส์ Sigma ได้ไหม คำตอบคือมีเลนส์จาก Sigma และ Viltrox ที่ผลิตเมาท์ EF-M ออกมาโดยเฉพาะ ซึ่งได้รับความนิยมอย่างสูงมากในกลุ่มผู้ใช้งานเพราะให้ค่ารูรับแสงที่กว้างถึง f/1.4 ในราคาที่จับต้องได้จริง ซึ่งเลนส์ค่าย Canon เองในเมาท์นี้ไม่มีเลนส์ตัวไหนที่ให้รูรับแสงกว้างขนาดนี้ยกเว้นรุ่น 32mm f/1.4 เพียงรุ่นเดียว

เลนส์ Sigma สำหรับเมาท์ EF-M (ซีรีส์ 16mm, 30mm และ 56mm f/1.4) ให้ความคมชัดสูงกว่าเลนส์คิทในช่วงรูรับแสงเดียวกันในระดับที่แตกต่างกัน และยังรองรับระบบ Eye-AF หรือระบบโฟกัสติดตามดวงตาของ M50 Mark II ได้อย่างแม่นยำ ซึ่งเป็นฟีเจอร์สำคัญที่ช่วยให้การถ่ายภาพบุคคลหรือการทำ Vlog สะดวกขึ้นมาก การลงทุนในเลนส์ค่ายอิสระเหล่านี้มักจะคุ้มค่าที่สุดสำหรับคนที่ต้องการงานภาพระดับมืออาชีพโดยไม่ต้องแบกน้ำหนักของเลนส์ DSLR [4]

ตอนแรกผมก็ลังเลว่าจะไปใช้เลนส์ค่ายอิสระดีไหม เพราะกลัวเรื่องสีจะเพี้ยนหรือโฟกัสจะวืดวาด แต่พอได้ลองใช้ Sigma 56mm f/1.4 ครั้งเดียว ผมแทบไม่หยิบเลนส์ตัวอื่นมาใช้อีกเลย ความคมมันคนละเรื่องจริงๆ

คำถามคาใจ: ควรเลือกเลนส์ตัวไหนดีให้เหมาะกับสไตล์ของคุณ?

การเลือกเลนส์ควรเริ่มจากคำถามที่ว่า คุณจะเอาไปถ่ายอะไร? เพราะแต่ละระยะให้มุมมองที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิง

สายถ่ายภาพบุคคล (Portrait) และหน้าชัดหลังเบลอ

มาถึงหัวข้อการเลือก เลนส์หน้าชัดหลังเบลอ M50 Mark II ที่มือใหม่หลายคนมักเลือกเลนส์ 50mm ของ DSLR มาใส่ผ่านอะแดปเตอร์เพราะคิดว่าราคาถูกและละลายหลังได้ดี - และมันก็ทำได้ดีจริงๆ - แต่ปัญหาคือเมื่อใส่กับเซนเซอร์ APS-C ของ M50 ระยะจะกลายเป็นประมาณ 80mm ซึ่งแคบมากจนคุณต้องถอยห่างจากตัวนางแบบไปไกลหลายเมตร ถ้าถ่ายในที่แคบหรือคาเฟ่เล็กๆ คือจบข่าวเลย

หากคุณต้องการทราบว่า M50 Mark II ใช้เลนส์อะไรได้บ้าง สำหรับการถ่ายคนที่ดีที่สุด ผมแนะนำ Canon EF-M 32mm f/1.4 STM หรือ Sigma 30mm f/1.4 DC DN ระยะนี้จะใช้งานได้ครอบคลุมกว่ามาก ทั้งการถ่ายคนครึ่งตัวและเต็มตัวในคาเฟ่โดยไม่ต้องถอยจนติดผนัง

สาย Vlog และถ่ายภาพทิวทัศน์ (Landscape)

สำหรับสายวิดีโอ เลนส์ Canon M50 Mark II แนะนำ คือรุ่น Canon EF-M 11-22mm f/4-5.6 IS STM ซึ่งเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ เลนส์ตัวนี้มีระบบกันสั่นในตัวที่ทำงานร่วมกับระบบกันสั่นดิจิทัลของกล้องได้อย่างดีเยี่ยม ช่วยลดอาการภาพสั่นไหวได้ประมาณ 3 สตอป ทำให้การถือกล้องถ่ายตัวเองเดินไปมา (Vlogging) ดูลื่นไหลขึ้นมากโดยไม่ต้องพึ่งไม้กันสั่น (Gimbal) ในทุกสถานการณ์ [5]

เปรียบเทียบประเภทเลนส์สำหรับ M50 Mark II

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น นี่คือการเปรียบเทียบระหว่างเลนส์ค่ายหลัก เมาท์ DSLR ผ่านตัวแปลง และเลนส์ค่ายอิสระ

เลนส์ EF-M Native (แนะนำสำหรับการใช้งานทั่วไป) ⭐

• ขนาดเล็กที่สุด พกพาสะดวก ไม่ต้องใช้อุปกรณ์เสริม

• ราคามือสองประหยัดมาก หาซื้อได้ง่าย

• ทำงานได้เร็วที่สุดและเงียบที่สุดเพราะออกแบบมาคู่กัน

เลนส์ EF/EF-S + Adapter

• เทอะทะและน้ำหนักเยอะขึ้นเนื่องจากความยาวของตัวแปลง

• เหมาะมากสำหรับคนที่มีเลนส์ DSLR อยู่แล้ว

• ทำงานได้ดีเกือบ 100% แต่อาจมีเสียงมอเตอร์ในรุ่นเก่า

เลนส์ Third-party (Sigma/Viltrox)

• ขนาดปานกลาง แข็งแรงทนทาน

• ให้คุณภาพของภาพและโบเก้ดีที่สุดในงบประมาณที่คุ้มค่า

• รองรับระบบติดตามดวงตาได้สมบูรณ์แบบ

หากคุณเน้นการพกพาท่องเที่ยว เลนส์ EF-M คือทางเลือกที่ดีที่สุด แต่หากต้องการภาพลักษณ์แบบมืออาชีพที่มีการละลายหลังสูงๆ เลนส์ Sigma f/1.4 คือการลงทุนที่เห็นผลชัดเจนที่สุดสำหรับกล้องรุ่นนี้

ประสบการณ์เลือกเลนส์ตัวแรกของก้อง: จากความสับสนสู่ภาพสวย

ก้อง พนักงานออฟฟิศในกรุงเทพฯ ที่เพิ่งซื้อ M50 Mark II มาเพื่อถ่ายรูปแฟนและทำช่อง YouTube ท่องเที่ยว เขาเริ่มต้นด้วยเลนส์คิท 15-45mm แต่พบว่าภาพที่ได้ดูธรรมดาเกินไป ไม่เหมือนภาพหน้าชัดหลังเบลอที่เห็นในอินเทอร์เน็ต

ก้องตัดสินใจซื้อเลนส์ EF 50mm f/1.8 STM ของกล้อง DSLR มาใช้เพราะราคาไม่แพง แต่เขากลับลืมซื้อตัวแปลงมาด้วย ทำให้ต้องเสียเวลาเดินทางไปซื้ออะแดปเตอร์เพิ่มอีก 2,000 บาท และพบว่าระยะเลนส์แคบจนถ่ายในร้านกาแฟลำบากมาก

หลังจากศึกษาข้อมูลใหม่ ก้องตัดสินใจขายเลนส์ 50mm แล้วเปลี่ยนมาใช้ Sigma 30mm f/1.4 แทน เขาพบว่าระยะนี้สามารถถ่ายรูปแฟนในร้านคาเฟ่ได้สวยงามโดยไม่ต้องเดินถอยหลังไปชนโต๊ะข้างๆ

ภายใน 1 เดือน ก้องสามารถถ่ายภาพพอร์ตเทรตที่คมชัดและละลายหลังได้สวยงาม โดยน้ำหนักรวมของกล้องยังเบาพอที่เขาจะพกไปถ่ายได้ทุกที่โดยไม่รู้สึกเป็นภาระ

ประเด็นสำคัญที่ต้องจำ

M50 Mark II ใส่เลนส์ Full Frame ได้ไหม?

ใส่ได้ครับ แต่ต้องใส่ผ่าน Mount Adapter EF-EOS M เท่านั้น โดยเลนส์ที่รองรับจะเป็นตระกูล EF (ขอบแดงหรือเลนส์สีขาว) ทั้งนี้ระยะเลนส์จะถูกคูณ 1.6 ตามขนาดเซนเซอร์ APS-C ของกล้อง

ใช้เลนส์ผ่านตัวแปลงแล้วโฟกัสจะช้าลงไหม?

ถ้าใช้เลนส์ของ Canon เอง แทบไม่รู้สึกถึงความต่างเลยครับ ระบบ Dual Pixel AF ยังทำงานได้แม่นยำมาก แต่ถ้าเป็นเลนส์ค่ายอิสระรุ่นเก่ามากๆ อาจมีจังหวะโฟกัสวืดวาดบ้างในที่แสงน้อย

หากเพื่อนๆ กำลังมองหาเลนส์สำหรับกล้องรุ่นใหม่ สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ R50 ใส่เลนส์อะไรได้บ้าง ได้เลยครับ

เลนส์ RF หรือ RF-S ของกล้องรุ่นใหม่ใส่ M50 ได้ไหม?

ไม่ได้เด็ดขาดครับ เลนส์ระบบ RF/RF-S มีระยะท้ายเลนส์ที่สั้นกว่าและไม่มีตัวแปลงใดๆ ในโลกที่สามารถทำให้เลนส์รุ่นใหม่เหล่านั้นมาใส่กับกล้องตระกูล EOS M ได้

คู่มือการปฏิบัติ

เน้นพกพาให้เลือกเมาท์ EF-M

ประหยัดน้ำหนักและพื้นที่กระเป๋าได้มากที่สุด โดยเฉพาะรุ่น 22mm f/2 ที่เบาเพียง 105 กรัม

อยากละลายหลังสวยให้ดู Sigma f/1.4

เลนส์ Sigma 16mm, 30mm หรือ 56mm ให้คุณภาพภาพที่คมชัดกว่าเลนส์คิททั่วไปถึง 25-30%

อย่าลืมงบสำหรับตัวแปลง

หากจะใช้เลนส์ DSLR ต้องเตรียมงบประมาณสำหรับ Mount Adapter เพิ่มอีกประมาณ 1,500 ถึง 4,000 บาท

ระวังเรื่องระยะตัวคูณ

เลนส์ทุกตัวที่นำมาใส่ M50 จะต้องคูณระยะด้วย 1.6 เพื่อหาทางยาวโฟกัสจริงที่ปรากฏบนภาพ

การอ้างอิงไขว้

  • [4] The-digital-picture - เลนส์ Sigma สำหรับเมาท์ EF-M ให้ความคมชัดสูงกว่าเลนส์คิทในช่วงรูรับแสงเดียวกันประมาณ 25-30%.
  • [5] The-digital-picture - เลนส์ Canon EF-M 11-22mm f/4-5.6 IS STM ช่วยลดอาการภาพสั่นไหวได้ประมาณ 3-4 สตอป