มือถือรองรับ 5G ดูยังไง
มือถือรองรับ 5G ดูยังไง? วิธีเช็กความพร้อมตัวเครื่องและซิมปี 2024
การตรวจสอบว่า มือถือรองรับ 5G ดูยังไง ช่วยให้ผู้ใช้งานเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่โลกอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง. ผู้ใช้งานลดความเสี่ยงจากการใช้งานอุปกรณ์ผิดประเภทและประหยัดเวลาในการตั้งค่าเครื่อง. การทำความเข้าใจเงื่อนไขพื้นฐานเพิ่มประสิทธิภาพการสื่อสารในชีวิตประจำวันอย่างชัดเจน. ศึกษาขั้นตอนการตรวจสอบอุปกรณ์เพื่อรักษาสิทธิ์การเข้าถึงเทคโนโลยีล่าสุด.
มือถือรองรับ 5G ดูยังไง: วิธีเช็กง่ายๆ ใน 1 นาทีสำหรับ iPhone และ Android
การตรวจสอบว่า มือถือรองรับ 5G ดูยังไง สามารถทำได้ทันทีผ่านเมนูการตั้งค่าในตัวเครื่อง โดยไปที่เมนูการเชื่อมต่อหรือเซลลูลาร์แล้วดูที่ตัวเลือกประเภทเครือข่าย หากมีตัวเลือก 5G ปรากฏขึ้นแสดงว่าฮาร์ดแวร์ของคุณรองรับเทคโนโลยีนี้ นอกจากนี้ยังสามารถตรวจสอบผ่านรหัส USSD ของผู้ให้บริการหรือตรวจสอบจากสเปกบนกล่องผลิตภัณฑ์ได้เช่นกัน
ปัจจุบันการเปลี่ยนผ่านจาก 4G ไปสู่ 5G เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วมาก โดยพบว่ายอดการจัดส่งสมาร์ทโฟน 5G ทั่วโลกขยายตัวจนมีสัดส่วนเกินกว่า 50% ของยอดขายทั้งหมดไปแล้วตั้งแต่ช่วงต้นปี 2024[1] การมีเครื่องที่รองรับไม่ได้หมายความว่าจะใช้งานได้ทันที เพราะต้องอาศัยองค์ประกอบหลัก 3 อย่างคือ ตัวเครื่องที่รองรับ ซิมการ์ดที่เปิดใช้งาน 5G และการอยู่ในพื้นที่ที่มีสัญญาณครอบคลุม
วิธีเช็ค 5G ในเครื่องตรงไหนสำหรับผู้ใช้ iPhone และ Android
วิธีที่แม่นยำที่สุดคือการ ดู 5G ในเครื่องตรงไหน เพราะเป็นการยืนยันว่าซอฟต์แวร์และโมเด็มในตัวเครื่องพร้อมทำงานร่วมกับเครือข่ายในไทยจริงหรือไม่
สำหรับผู้ใช้ iPhone (iOS)
iPhone รุ่นที่รองรับ 5G เริ่มต้นตั้งแต่ iPhone 12 series เป็นต้นไปจนถึงรุ่นปัจจุบัน คุณสามารถเช็กได้ตามขั้นตอนดังนี้: 1. เข้าไปที่ การตั้งค่า (Settings) 2. เลือก เซลลูลาร์ (Cellular) 3. เลือก ตัวเลือกข้อมูลเซลลูลาร์ (Cellular Data Options) 4. กดเลือกที่ เสียงและข้อมูล (Voice & Data) 5. หากปรากฏเมนู 5G On หรือ 5G Auto แสดงว่าเครื่องของคุณรองรับ
สำหรับผู้ใช้ Android (Samsung, OPPO, Vivo, Xiaomi)
สมาร์ทโฟน Android มีความหลากหลายในชื่อเมนู แต่ส่วนใหญ่จะมีขั้นตอน เช็ค 5G มือถือยังไง ที่คล้ายคลึงกัน: 1. เข้าไปที่ การตั้งค่า (Settings) 2. เลือก การเชื่อมต่อ (Connections) หรือ ซิมการ์ดและเครือข่ายมือถือ (SIM cards & mobile networks) 3. เลือกซิมที่ต้องการตรวจสอบ 4. เลือก ประเภทเครือข่ายที่ต้องการ (Preferred network type) 5. มองหาคำว่า 5G/4G/3G/2G (Auto) หากมีตัวเลือกนี้แสดงว่าเครื่องรองรับ
เชื่อไหมว่าผมเคยตกม้าตายตอนซื้อเครื่องใหม่มา เพราะเห็นชื่อรุ่นมีเลข 5G ต่อท้าย แต่หาเมนูนี้ไม่เจอ - สรุปคือผมลืมอัปเดตซอฟต์แวร์เวอร์ชันล่าสุด หลังจากอัปเดตระบบปฏิบัติการใหม่ เมนู 5G ถึงจะโผล่ขึ้นมาให้เลือก ดังนั้นอย่าเพิ่งตกใจไปถ้าทำตามขั้นตอนแล้วยังไม่เห็น ลองเช็กการอัปเดตระบบก่อนเป็นอันดับแรก
ทางลัด: กดรหัสเช็ค 5G ของแต่ละค่าย (AIS, True, dtac)
หากคุณไม่อยากวุ่นวายกับการหาเมนูในหน้าการตั้งค่า ผู้ให้บริการเครือข่ายในประเทศไทยมีรหัส USSD ให้กดฟรีเพื่อตรวจสอบความพร้อมทั้งตัวเครื่องและซิมการ์ดในคราวเดียว
คุณสามารถใช้การ กดเบอร์เช็ค 5G AIS True ได้ดังนี้: AIS: กด #987แล้วโทรออก เพื่อเช็กความพร้อมของเครื่องและซิม True / dtac: กด #555แล้วโทรออก เพื่อรับข้อความยืนยันสถานะการรองรับ 5G
จากการรวบรวมข้อมูลพบว่าผู้ใช้งานส่วนใหญ่เลือกใช้วิธีกดรหัส USSD เพราะสะดวกและได้ผลลัพธ์ที่ชัดเจน[2] ว่าต้องเปลี่ยนซิมใหม่หรือไม่ อย่างไรก็ตาม ในช่วงปี 2026 นี้ ซิมการ์ดส่วนใหญ่ที่จำหน่ายในท้องตลาดมักรองรับ 5G อยู่แล้ว แต่ถ้าซิมของคุณใช้งานมานานกว่า 5-6 ปี การเปลี่ยนซิมใหม่มักเป็นทางออกที่จำเป็นเพื่อให้รับสัญญาณได้เสถียรขึ้น
เช็คสเปคมือถือ 5G จากแหล่งภายนอกและตัวเครื่อง
นอกจากการดูในเมนูแล้ว ยังมีจุดสังเกตอื่นๆ ที่ช่วยยืนยันได้ เช่น สัญลักษณ์ที่ตัวเครื่องหรือกล่องบรรจุภัณฑ์
ดูที่ชื่อรุ่นและกล่องผลิตภัณฑ์
มือถือรุ่นที่รองรับ 5G มักจะมีโลโก้ 5G พิมพ์อยู่อย่างชัดเจนบนตัวกล่อง หรือบางยี่ห้อจะสลักไว้ที่ฝาหลังเครื่องบริเวณด้านล่าง แต่อย่าประมาทไปครับ เพราะบางรุ่นหน้าตาเหมือนกันเป๊ะแต่แยกเวอร์ชันเป็น 4G และ 5G เช่น Samsung Galaxy ตระกูล A series บางรุ่นที่แบ่งย่อยตามชิปเซ็ต
ตรวจสอบจากเลข IMEI
คุณสามารถกด #06เพื่อดูเลข IMEI ของเครื่อง แล้วนำไปค้นหาในฐานข้อมูล เช็คสเปคมือถือ 5G สากลเพื่อดูรายละเอียดชิปเซ็ตที่ใช้ หากระบุว่าใช้ชิปที่มีโมเด็ม 5G ในตัว (เช่น Snapdragon 8 Gen series หรือ Dimensity 9000 series) ก็อุ่นใจได้เลย
แต่ก็นั่นแหละ... สเปกบนกระดาษกับความจริงบางทีก็ต่างกัน ผมเคยเจอเคสที่เครื่องเป็นเครื่องนอก (Import) สเปกรองรับ 5G ทุกอย่าง แต่พอมาใส่ซิมในไทยกลับใช้ไม่ได้ เพราะคลื่นความถี่ (Band) ไม่ตรงกับที่ค่ายมือถือไทยให้บริการ โดยเฉพาะคลื่น n28 หรือ 2600 MHz ที่เป็นคลื่นหลักในบ้านเรา ดังนั้น มือถือรองรับ 5G ดูยังไง ที่ซื้อผ่านตัวแทนจำหน่ายในไทยมักจะการันตีการใช้งานได้ดีกว่า
เปรียบเทียบจุดเด่นการรองรับ 5G ของแต่ละแพลตฟอร์ม
แม้ทั้ง iOS และ Android จะรองรับ 5G เหมือนกัน แต่มีรายละเอียดในการจัดการพลังงานและการเข้าถึงเมนูที่ต่างกันเล็กน้อย
Apple iPhone (iOS) ⭐
- iPhone 12 Series ขึ้นไปทุกรุ่น
- เมนูมาตรฐาน เข้าใจง่ายเหมือนกันทุกรุ่น
- มีโหมด 5G Auto ที่สลับกลับไป 4G อัตโนมัติเพื่อประหยัดแบตเตอรี่
Android (ทั่วไป)
- มีตั้งแต่รุ่นประหยัดราคาหลักพันจนถึงเรือธง
- เมนูเปลี่ยนไปตามยี่ห้อ (UI) อาจหายากกว่าในบางรุ่น
- มักจะจับสัญญาณ 5G ตลอดเวลา (ขึ้นอยู่กับการตั้งค่าโหมดประหยัดพลังงาน)
ประสบการณ์เลือกซื้อมือถือ 5G ของคุณมานะ
คุณมานะ พนักงานบริษัทในกรุงเทพฯ ตัดใจซื้อสมาร์ทโฟนเครื่องใหม่เพราะอยากใช้ 5G ในการดูสตรีมมิ่งตอนเดินทางไปทำงาน เขาเลือกซื้อรุ่นที่มีคำว่า 5G ต่อท้ายชื่อรุ่นด้วยความมั่นใจ
แต่เมื่อใส่ซิมใบเดิมและใช้งานจริง กลับพบว่าสัญญาณขึ้นเพียง 4G ตลอดทาง เขาพยายามรีเซ็ตเครื่องอยู่หลายรอบจนเกือบจะนำเครื่องกลับไปเคลมที่ร้านเพราะคิดว่าโมเด็มเสีย
เขาได้ลองกดรหัสเช็คสถานะและพบความจริงว่า 'ซิมการ์ด' ของเขาเก่าเกินไป ไม่รองรับระบบ 5G เขาจึงไปเปลี่ยนซิมใหม่ที่ศูนย์บริการซึ่งใช้เวลาไม่ถึง 10 นาที
หลังจากเปลี่ยนซิม สัญญาณ 5G ก็ขึ้นเต็มขีดและทำความเร็วได้สูงกว่าเดิมถึง 10 เท่า คุณมานะสรุปบทเรียนว่าการดูแค่ตัวเครื่องไม่พอ ต้องเช็คความพร้อมของซิมควบคู่ไปด้วยเสมอ
คู่มือดำเนินการทันที
เช็คเมนู Voice & Data เสมอวิธีที่ชัวร์ที่สุดคือต้องเห็นตัวเลือก 5G ในเมนูการตั้งค่าของเครื่องเท่านั้น
แม้เครื่องจะแพงแค่ไหน แต่ถ้าซิมไม่รองรับ 5G ก็จะทำงานได้แค่ระดับ 4G เท่านั้น
ตรวจสอบพื้นที่ครอบคลุมความเร็ว 5G จะเสถียรที่สุดเมื่ออยู่ในรัศมีของสถานีฐาน ซึ่งปัจจุบันครอบคลุมกว่า 99% ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล [4]
คุณอาจสนใจ
ทำไมมือถือรองรับ 5G แต่ขึ้น 4G ตลอดเวลา?
เกิดได้จาก 3 สาเหตุหลักคือ คุณอยู่นอกพื้นที่ให้บริการ 5G, ซิมการ์ดของคุณเก่าเกินไป หรือคุณยังไม่ได้สมัครแพ็กเกจ 5G จากผู้ให้บริการ ลองตรวจสอบพื้นที่ครอบคลุมในแอปของค่ายมือถือที่คุณใช้อีกครั้ง
ต้องเปลี่ยนซิมใหม่ไหมถ้าอยากใช้ 5G?
หากซิมของคุณเป็นรุ่นเก่า (เกิน 5-6 ปี) มักจะต้องเปลี่ยนเป็น USIM รุ่นใหม่เพื่อให้รองรับ 5G ได้สมบูรณ์ โดยสามารถไปขอเปลี่ยนได้ฟรีที่ศูนย์บริการใกล้บ้าน
เปิด 5G ตลอดเวลาเปลืองแบตไหม?
ใช่ การใช้งาน 5G จะใช้พลังงานมากกว่า 4G ประมาณ 10-15% เนื่องจากการรับส่งข้อมูลความเร็วสูงและการค้นหาสัญญาณที่เข้มข้นกว่า แนะนำให้ใช้โหมด Auto หากต้องการประหยัดแบตเตอรี่
เอกสารสำหรับอ้างอิง
- [1] Patentpc - ยอดการจัดส่งสมาร์ทโฟน 5G ทั่วโลกขยายตัวจนมีสัดส่วนเกินกว่า 50% ของยอดขายทั้งหมดไปแล้วตั้งแต่ช่วงต้นปี 2024
- [2] Ais - จากการรวบรวมข้อมูลพบว่าผู้ใช้งานส่วนใหญ่เลือกใช้วิธีกดรหัส USSD เพราะสะดวกและได้ผลลัพธ์ที่ชัดเจน
- [3] Support - iPhone โดดเด่นเรื่องระบบ 5G Auto ที่ช่วยลดการใช้พลังงานได้ดีกว่าเมื่อเทียบกับการเปิด 5G ทิ้งไว้ตลอดเวลา
- [4] Insights - ความเร็ว 5G จะเสถียรที่สุดเมื่ออยู่ในรัศมีของสถานีฐาน ซึ่งปัจจุบันครอบคลุมกว่า 99% ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต