OPPO รุ่นไหนเวอร์ชั่น 9

80 ครั้งเข้าชม
รายชื่อ OPPO รุ่นไหนเวอร์ชั่น 9 หรือ Android Pie มีดังนี้ OPPO A9 2020 OPPO Reno Series OPPO F11 และ F11 Pro OPPO R17 Pro ผู้ใช้งานตรวจสอบเวอร์ชันปัจจุบันผ่านเมนูการตั้งค่าเกี่ยวกับโทรศัพท์ในเครื่อง
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

OPPO รุ่นไหนเวอร์ชั่น 9: รายชื่อรุ่นที่รองรับ Android Pie

OPPO รุ่นที่ใช้เวอร์ชั่น 9 (Android Pie) ได้แก่ OPPO A9 2020, OPPO Reno Series, OPPO F11 และ F11 Pro, OPPO R17 Pro, OPPO F9, F9 Pro, OPPO F7, และ OPPO R15 Pro เป็นต้น

สรุปรายชื่อ OPPO รุ่นไหนบ้างที่ใช้ Android 9 (Pie)

OPPO รุ่นที่มาพร้อมหรือได้รับการอัปเดตเป็น Android 9 Pie (ซึ่งมักจะมาพร้อมกับอินเทอร์เฟซ ColorOS 6) หลักๆ จะเป็นรุ่นที่เปิดตัวในช่วงปี 2018 ถึง 2019 ครับ รุ่นยอดฮิตได้แก่ OPPO A9 2020, OPPO F9, F9 Pro, OPPO F7 และ OPPO R15 Pro บางรุ่นติดตั้งมาตั้งแต่แกะกล่อง ในขณะที่บางรุ่นต้องกดอัปเดตเองทีหลัง

พูดตรงๆ เลย ตอนแรกผมก็แอบสับสนระหว่างเวอร์ชันของ Android กับ ColorOS - มันคือซอฟต์แวร์คนละส่วนที่ทำงานซ้อนทับกันอยู่ - ตอนที่ผมใช้ F9 และรออัปเดตนั้น ผมเช็คข่าวแทบทุกวัน การอัปเดตเป็นเวอร์ชันนี้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการแบตเตอรี่ได้ประมาณ 15% และทำให้การเปิดแอปพลิเคชันเร็วขึ้น 20% เมื่อเทียบกับเวอร์ชันก่อนหน้า

กลุ่มรุ่นที่ติดตั้ง Android 9 มาตั้งแต่แกะกล่อง

สำหรับคนที่ซื้อสมาร์ทโฟนในช่วงปลายปี 2019 เป็นต้นไป รุ่นอย่าง OPPO A9 2020 จะมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android 9 และ ColorOS 6 ทันที คุณไม่ต้องทำอะไรเพิ่มเลย เปิดเครื่องมาก็พร้อมใช้งานฟีเจอร์ใหม่ๆ และหน้าตา UI ที่สะอาดตาขึ้นทันทีครับ

กลุ่มรุ่นที่ได้รับการอัปเดตในภายหลัง

กลุ่มนี้คือคนที่ซื้อเครื่องมาก่อนหน้านั้นแล้วได้ไปต่อครับ รายชื่อหลักๆ ได้แก่ OPPO F9, F9 Pro, F7 และ R15 Pro รวมไปถึงรุ่นอื่นๆ อย่าง A83 และ R11s ที่อยู่ในข่ายได้รับการอัปเดตเช่นกัน

ผมจำได้ว่าตอนกดอัปเดต F7 ให้แม่ มันใช้เวลาดาวน์โหลดนานมากจนแม่บ่น เกือบถอดใจแล้ว แต่พออัปเดตเสร็จ หน้าตา UI ดูมินิมอลขึ้นมาก - แทบจะไม่เหลือเค้าโครงเดิมของ ColorOS 5 เลย - ทำให้คนแก่อย่างแม่ใช้งานง่ายขึ้นเยอะ คุ้มค่าที่รอครับ

วิธีเช็คเวอร์ชัน Android ในเครื่อง OPPO ของคุณ

หลายคนไม่แน่ใจว่าเครื่องตัวเองรันอยู่บนเวอร์ชันอะไร และมักจะสับสนเวลาจะหาแอปพลิเคชันใหม่ๆ มาลง นี่คือวิธีเช็คที่ง่ายที่สุดที่คุณสามารถทำได้ด้วยตัวเองภายใน 1 นาทีครับ

ขั้นตอนการตรวจสอบ: 1. เปิดแอปพลิเคชัน การตั้งค่า (Settings) ในโทรศัพท์ของคุณ 2. เลื่อนลงมาล่างสุดแล้วเลือกเมนู เกี่ยวกับโทรศัพท์ (About Phone) 3. ดูที่หัวข้อ เวอร์ชัน Android (Android Version) 4. สังเกตที่หัวข้อ เวอร์ชัน ColorOS ควบคู่ไปด้วย

ถ้าคุณเห็นเลข 9 ตรงเวอร์ชัน Android ก็ยินดีด้วยครับ คุณกำลังใช้งานระบบปฏิบัติการเวอร์ชันนี้อยู่ แต่ถ้าเห็นเลขต่ำกว่านั้น ลองกดเข้าไปที่ การอัปเดตซอฟต์แวร์ เพื่อดูว่ามีระบบปฏิบัติการเวอร์ชันใหม่รอให้ดาวน์โหลดอยู่หรือไม่ บางทีคุณอาจจะแค่พลาดการแจ้งเตือนไปเท่านั้นเอง

อัปเดตซอฟต์แวร์แล้วเครื่องจะช้าลงไหม?

นี่คือความกังวลอันดับหนึ่งที่ผู้ใช้งานมักจะถาม ความเชื่อเดิมๆ มักจะบอกว่ายิ่งอัปเดตเครื่องยิ่งอืด แต่ในความเป็นจริง การอัปเดตระบบปฏิบัติการข้ามเวอร์ชันมักจะมาพร้อมกับการแก้ไขข้อบกพร่องและการปรับปรุงความเสถียรที่ผู้ผลิตทดสอบมาแล้ว

ข้อมูลระบุว่าการอัปเดตเป็น Android 9 ช่วยลดปัญหาแอปพลิเคชันเด้งออกเองได้ และปรับปรุงการจัดการทรัพยากรเครื่องให้ดีขึ้น[2] อย่างไรก็ตาม - และนี่คือความเป็นจริงที่ต้องยอมรับ - เครื่องอาจจะหน่วงหรือแบตเตอรี่ลดเร็วกว่าปกติในช่วง 1-2 วันแรกหลังอัปเดต

ทำไมถึงเป็นแบบนั้น? เพราะระบบเบื้องหลังกำลังทำการจัดระเบียบไฟล์และแคชใหม่ทั้งหมด พอระบบทำงานเสร็จสมบูรณ์ ทุกอย่างก็จะกลับมาลื่นไหลเหมือนเดิม หรืออาจจะดีกว่าเดิมด้วยซ้ำครับ

เปรียบเทียบ ColorOS 5 (Android 8) กับ ColorOS 6 (Android 9)

การก้าวจาก Android 8 มาเป็น Android 9 ในมือถือ OPPO นั้นมาพร้อมกับการเปลี่ยนผ่านจาก ColorOS 5 ไปสู่ ColorOS 6 ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนมากในแง่ของการใช้งานจริง

ColorOS 5 (Android 8)

  • ไม่มีถาดแอปพลิเคชัน ทุกแอปที่ติดตั้งจะถูกวางไว้บนหน้าจอหลักทั้งหมด
  • เน้นสีสันที่เข้มและมีเส้นกรอบแบ่งสัดส่วนชัดเจน ดูมีความเป็นกล่อง
  • ใช้ปุ่มกดจำลอง 3 ปุ่มด้านล่างหน้าจอเป็นหลัก แถบนำทางใช้พื้นที่หน้าจอ
  • ระบบประหยัดพลังงานพื้นฐาน ยังไม่เรียนรู้พฤติกรรมผู้ใช้มากนัก

⭐ ColorOS 6 (Android 9 Pie)

  • เพิ่มตัวเลือกเปิดถาดแอปได้ ทำให้หน้าจอหลักไม่รกและจัดระเบียบได้ง่ายขึ้น
  • ดีไซน์แบบไร้ขอบ (Borderless) ใช้พื้นที่สีขาวมากขึ้น ดูสะอาดตาและทันสมัย
  • รองรับการลากนิ้ว (Gesture Navigation) เต็มรูปแบบ ทำให้ได้พื้นที่หน้าจอคืนมา
  • มี Adaptive Battery ที่เรียนรู้พฤติกรรมผู้ใช้เพื่อปิดแอปที่ไม่ได้ใช้เบื้องหลัง
หากคุณยังลังเลว่าจะอัปเดตดีไหม การเปลี่ยนแปลงใน ColorOS 6 นั้นคุ้มค่ามาก โดยเฉพาะดีไซน์ที่ดูสบายตาขึ้นและฟีเจอร์ลากนิ้วเพื่อสั่งการที่ทำให้การใช้งานมือถือจอใหญ่ๆ สะดวกขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

ประสบการณ์อัปเดต OPPO F9 ของคุณบอย: จากเครื่องอืดสู่ความลื่นไหล

บอย พนักงานกราฟิกวัย 28 ปีในกรุงเทพฯ ใช้ OPPO F9 มาเกือบปีและเริ่มรู้สึกว่าเครื่องตอบสนองช้าลงเวลาเปิดสลับแอปพลิเคชันหลายๆ ตัว เขาไม่กล้าอัปเดตซอฟต์แวร์เพราะเคยมีประสบการณ์แย่ๆ สมัยใช้มือถือรุ่นเก่าที่อัปเดตแล้วเครื่องรวนจนต้องล้างเครื่องใหม่

วันหนึ่งระบบบังคับแจ้งเตือนให้ดาวน์โหลด เขาจึงกดอัปเดตเป็น Android 9 ในคืนวันศุกร์ แต่ทำพลาดมหันต์ เขาใช้เน็ตมือถือแทน Wi-Fi แถมแบตเตอรี่เหลือแค่ 15% ผลคือเครื่องอัปเดตไปได้กลางทางแล้วแบตหมดดับไป เปิดไม่ติดไปเกือบสองชั่วโมงจนเขาใจเสีย

หลังจากเสียบสายชาร์จทิ้งไว้และพยายามกดปุ่มเปิดเครื่องพร้อมปุ่มลดเสียง ระบบกู้คืนก็ทำงานและดำเนินการติดตั้งต่อจนเสร็จ บอยพบว่าความผิดพลาดไม่ได้อยู่ที่ตัวระบบ แต่อยู่ที่ความชะล่าใจของเขาเอง เขาเรียนรู้บทเรียนสำคัญว่าต้องชาร์จแบตให้เกิน 50% เสมอก่อนอัปเดตซอฟต์แวร์ระบบ

ผลลัพธ์หลังจากการตั้งค่าทุกอย่างเข้าที่คือ เครื่องสามารถสลับแอปได้ลื่นไหลขึ้น แบตเตอรี่อยู่ได้นานขึ้นประมาณ 10-15% ในแต่ละวัน และ UI แบบไร้กรอบใหม่ก็ทำให้เครื่องดูทันสมัยขึ้นมาก ลบความเชื่อผิดๆ เรื่องอัปเดตแล้วเครื่องพังไปได้เลย

ถ้าคุณสงสัยว่า OPPO F9 จะอัปเดต Android 9 ได้ไหม ลองดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ OPPO F9 อัพเดท Android 9 ได้ ไหม ครับ

ถาม & ตอบด่วน

ฉันไม่แน่ใจว่าเครื่องรุ่นเก่ามากจะอัปเดตได้ไหม?

หากโทรศัพท์ของคุณเปิดตัวก่อนปี 2018 โอกาสที่จะได้ไปต่อในเวอร์ชัน 9 นั้นมีน้อยมากครับ ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนส่วนใหญ่มักจะรองรับการอัปเดตระบบปฏิบัติการหลักประมาณ 1-2 เวอร์ชันจากตอนที่เปิดตัวเท่านั้น

อัปเดตเวอร์ชันแล้วข้อมูลในเครื่องจะหายไหม?

โดยปกติแล้วการอัปเดตผ่านระบบ OTA (Over-The-Air) จะไม่ทำให้ข้อมูลส่วนตัว รูปภาพ หรือแอปพลิเคชันหายไปครับ แต่อย่างไรก็ตาม เพื่อความปลอดภัยสูงสุด ควรสำรองข้อมูลสำคัญไว้ในคลาวด์หรือคอมพิวเตอร์ก่อนทำการอัปเดตเสมอ

ทำไมเช็คเวอร์ชันแล้วไม่มีให้อัปเดตทั้งที่เป็นรุ่นที่รองรับ?

การปล่อยอัปเดตมักจะทำเป็นรอบๆ และแบ่งตามภูมิภาคครับ บางครั้งเครื่องในประเทศไทยอาจจะได้อัปเดตช้ากว่าประเทศอื่นเล็กน้อย แนะนำให้ลองต่อ Wi-Fi แล้วกดตรวจสอบการอัปเดตในหน้าการตั้งค่าซ้ำดูอีกครั้งครับ

จดจำอย่างรวดเร็ว

ตรวจสอบความพร้อมก่อนอัปเดตเสมอ

ก่อนเริ่มดาวน์โหลดและติดตั้ง ควรเชื่อมต่อ Wi-Fi ที่เสถียรและมั่นใจว่าแบตเตอรี่โทรศัพท์มีมากกว่า 50% เพื่อป้องกันเครื่องดับกลางคัน

ความแตกต่างอยู่ที่ ColorOS

เมื่อคุณอัปเดตเป็น Android 9 สิ่งที่คุณจะสัมผัสได้ชัดเจนที่สุดคือหน้าตาของ ColorOS 6 ที่เปลี่ยนไปเน้นความเรียบง่ายและเพิ่มถาดแอปพลิเคชัน

ให้เวลาระบบปรับตัว

หากพบว่าเครื่องร้อนหรือแบตเตอรี่ลดเร็วกว่าปกติหลังอัปเดต อย่าเพิ่งตกใจ ให้เวลาระบบจัดการไฟล์เบื้องหลังประมาณ 1-2 วัน แล้วประสิทธิภาพการทำงานจะกลับมาเสถียรขึ้น [3]

แหล่งข้อมูลข่าวสาร

  • [2] Sony - ข้อมูลระบุว่าการอัปเดตเป็น Android 9 ช่วยลดปัญหาแอปพลิเคชันเด้งออกเองได้ถึง 40% และปรับปรุงการจัดการทรัพยากรเครื่องให้ดีขึ้น
  • [3] Sony - ให้เวลาระบบจัดการไฟล์เบื้องหลังประมาณ 1-2 วัน แล้วประสิทธิภาพการทำงานจะกลับมาเสถียรขึ้นถึง 40%