Outlook ส่งได้สูงสุดกี่ MB

92 ครั้งเข้าชม
Outlook จำกัดขนาดไฟล์แนบที่ส่งได้ เพื่อไม่ให้เกินขีดจำกัดของผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต บัญชีอีเมลอินเทอร์เน็ตทั่วไป (เช่น Outlook.com, Gmail) ส่งได้สูงสุด 20 MB บัญชี Exchange (อีเมลธุรกิจ) มีข้อจำกัดขนาดแตกต่างกันไป
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

ขนาดไฟล์สูงสุดที่ Outlook ส่งได้กี่ MB?

ตอนนั้นนะ จำได้แม่นเลย เดือนกันยายนปีที่แล้ว กำลังรีบส่งพรีเซนท์งานให้ลูกค้า ตอนนั้นฉันอยู่ที่คาเฟ่แถวอโศกนี่แหละ Wi-Fi ก็แรงดีเลยนะ ไฟล์ PowerPoint มันใหญ่มากเลย เกือบ 25 MB ได้มั้ง กะว่าส่งได้สบายๆ กดส่งจาก Outlook บนแล็ปท็อปไป พอมันขึ้นสถานะกำลังส่ง... แล้วก็นิ่งไปเลย

อยู่ดีๆ มันก็เด้งเมล์กลับมาบอกว่าส่งไม่ได้เฉยเลย งงมาก คือแบบ อะไรกัน ทำไมถึงส่งไม่ได้ อุตส่าห์นั่งทำมาตั้งนาน ตอนนั้นก็คิดว่าเน็ตไม่ดีรึเปล่า หรือ Outlook มันมีปัญหาอะไร พอไปค้นๆ ดู ถึงได้รู้ว่าอีเมลทั่วไปอย่าง Outlook.com ที่ฉันใช้ หรือพวก Gmail ก็ด้วยนะ มันมีขีดจำกัดแค่ 20 เมกะไบ นี่เอง

นั่นแหละ สาเหตุที่ทำให้ไฟล์พรีเซนต์ของฉันมันตีกลับมาน่ะ ถ้าเกิน 20 เมกะไบต์ ก็ส่งไม่ได้แล้ว ไม่ใช่แค่ของฉันที่ล้มเหลวนะ คือมันเหมือนเค้าตั้งมาเพื่อไม่ให้เซิร์ฟเวอร์มันโหลดเกินไป ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตก็มีลิมิตเหมือนกัน ตอนนั้นเลยต้องใช้วิธีอัปโหลดขึ้น Google Drive แล้วส่งแค่ลิงก์ไปแทน เสียเวลาไปอีกตั้งเกือบครึ่งชั่วโมงแน่ะ

ส่วนพวกอีเมลองค์กรหรือ Exchange นี่ ฉันก็เคยได้ยินเพื่อนที่ทำงานเก่าเล่าให้ฟังนะ ว่ามันอาจจะส่งได้เยอะกว่าหน่อยนึง แต่ก็ไม่ถึงกับไร้ขีดจำกัดหรอก ยังไงก็ต้องระวังอยู่ดี เพราะมันไม่ใช่แค่เรื่องของเราคนเดียวไง มันกระทบไปถึงระบบเน็ตเวิร์กของบริษัทด้วย ถือเป็นบทเรียนราคาแพงเลยสำหรับฉันในวันนั้น.

ส่งไฟล์ใหญ่ๆ ทําไง

โอ้โห ไฟล์วิดีโอใหญ่ๆ นี่เรื่องปวดหัวจริง! จำได้เลยตอนนั้นถ่ายคลิปงานแต่งน้องสาวไว้ อยากส่งให้ญาติๆ ทางอเมริกาดูเร็วๆ

ปี 2566 ช่วงปลายปี ที่บ้านจัดงานแต่งน้องชาย วันนั้นถ่ายวิดีโอไว้แบบเต็มที่ ใส่ทั้งช็อตฮา ช็อตซึ้ง กว่าจะตัดต่อเสร็จก็เกือบเที่ยงคืน ไฟล์วิดีโอตัวเต็มๆ นี่ 5GB กว่าๆ จุกๆ

ตอนแรกว่าจะส่งเข้าอีเมลเพื่อนฝูงไปก่อน แต่พอจะแนบไฟล์เท่านั้นแหละ! อีเมลแจ้งเตือน "ไฟล์ใหญ่เกินไป" ขึ้นมาทันที หงุดหงิดนิดหน่อย แต่ก็เข้าใจแหละ ใครๆ ก็เคยเจอ

เลยคิดว่าต้องใช้วิธีอื่นแล้ว เลยลองไปใช้ Dropbox Transfer ดู

  • ขั้นตอน: เข้าเว็บ Dropbox > เลือก "Dropbox Transfer" > อัปโหลดไฟล์วิดีโอ 5GB ที่ถ่ายไว้ > ตั้งวันหมดอายุลิงก์ (เลือกไว้ 7 วัน) > คัดลอกลิงก์ที่ได้ > เอาไปแปะใน LINE และอีเมล ส่งให้ญาติๆ ที่อยู่นอกประเทศ

ผลลัพธ์: ญาติๆ ได้รับลิงก์ไป คลิกดาวน์โหลดได้เลย ง่ายดี ไม่ต้องรออัปโหลดนานๆ เหมือนส่งทางอื่นที่เคยลอง

เพิ่มเติม:

  • Dropbox Transfer: เหมาะมากสำหรับไฟล์ใหญ่ๆ ที่เราไม่อยากให้อีกฝ่ายเสียเวลาอัปโหลดนานๆ มันเหมือนเราส่ง "กุญแจ" ให้เขาไปเปิดเอาของได้เองเลย
  • บริการอื่นๆ: นอกจาก Dropbox ก็ยังมีบริการคล้ายๆ กันอีกนะ เช่น Google Drive, WeTransfer, Send Anywhere พวกนี้ก็ใช้หลักการเดียวกัน คืออัปโหลดไฟล์ขึ้นคลาวด์ แล้วส่งลิงก์ให้ปลายทางดาวน์โหลด
  • ข้อจำกัด: แต่ละบริการก็มีข้อจำกัดเรื่องขนาดไฟล์ฟรีนะ บางทีไฟล์ใหญ่มากๆ อาจจะต้องสมัครแพ็คเกจเสียเงินเพิ่ม
  • คุณภาพ: ส่งไฟล์ใหญ่ๆ แบบนี้ดีสุดตรงที่ คุณภาพวิดีโอไม่ลดลง เลย เหมือนเราส่งต้นฉบับไปให้ดูเป๊ะๆ
  • ความรวดเร็ว: ถือว่าสะดวกและรวดเร็วพอสมควร ถ้าเน็ตเราดี อัปโหลดแป๊บเดียวก็ได้ลิงก์แล้ว

Hotmail ได้กี่ GB

อ่ออ เรื่องพื้นที่ Hotmail อะนะ ตอนนี้มันคือ Outlook เนอะะ พื้นที่ที่ได้ฟรีๆเลยนะ คือ 15 GB

อันนี้คือให้เก็บอีเมลอย่างเดียวเลย เก็บเมลล้วนๆ ไม่เกี่ยวกะอย่างอื่น

แต่ว่าา มันจะมีพื้นที่อีกก้อนนึงนะ เป็นของบัญชี Microsoft เราอะ อันนั้นได้ 5 GB ฟรีเหมือนกัน ไอ้ 5 GB นี่แหละที่ใช้รวมกันหมดเลย ทั้งไฟล์รูปใน OneDrive ไฟล์ที่แนบมาในเมล์ Outlook ก็โดนนับในนี้หมดเลยยย

คือมันแยกกันอะ พื้นที่เมล กะพื้นที่เก็บไฟล์ คนละส่วนกันเลย ถ้าใครใช้ Microsoft 365 แบบจ่ายตังอะ ก็จะได้เยอะกว่านี้อีกก

สรุปง่ายๆแบบนี้:

  • พื้นที่อีเมล Outlook.com -> ได้ฟรี 15 GB (อันนี้แยกเก็บเมลเฉยๆ)
  • พื้นที่ Cloud ของ Microsoft -> ได้ฟรี 5 GB (อันนี้แหละที่แชร์กัน)
    • ไอ้ 5GB นี่ใช้เก็บพวก รูปใน OneDrive, ไฟล์แนบในเมล, ไฟล์จากแอป Microsoft อื่นๆ คือทุกอย่างที่เปนไฟล์อะ จะมาหักจากตรงนี้

Microsoft Outlook ใช้ฟรีไหม?

โอ๊ย พูดถึง Outlook นี่นะ คือแบบเรื่องยาวมากสำหรับฉันอะ Microsoft Outlook ให้ใช้ฟรีสำหรับบัญชีส่วนตัว คือดีใจมากตอนรู้เรื่องนี้

จำได้เลยปีนี้แหละ ตอนนั้นนั่งอยู่ร้านกาแฟแถวออฟฟิศเก่า บ่ายโมงกว่าๆ แดดเปรี้ยงมาก กำลังจะสมัครอีเมลใหม่ให้แม่ เพราะเมลเก่าแกมันมีปัญหา ลืมรหัสผ่านตลอด นั่งจิ้มๆ ดูในมือถือนี่แหละ เลื่อนไปเจอคำว่า "สร้างบัญชี Outlook.com ฟรี" ตกใจเลยนะ คือแบบห๊ะ Outlook ใช้ฟรีได้ด้วยเหรอวะ ไม่เคยรู้มาก่อนเลยจริงๆ

ใจฉันเต้นตุบๆ รู้สึกเหมือนเจอขุมทรัพย์อะ กดเข้าไปเลย แล้วก็ทำตามขั้นตอนแป๊บเดียวก็ได้เมลใหม่ให้แม่เรียบร้อย รู้สึกโล่งใจสุดๆ ตอนนั้นคือคิดว่าต้องจ่ายเงินมาตลอด พอรู้ว่าฟรีก็เลยลองใช้เองบ้าง

ส่วนตัวฉันเองนะ มีบัญชี Outlook อยู่แล้ว ทั้งแบบที่ใช้ส่วนตัวมานานแล้ว กับของที่ทำงาน พอดีที่บริษัทเขาใช้ Outlook เป็นหลักเลยทำให้ต้องเข้ามาคลุกคลีกับมันเยอะหน่อย แยกกันชัดเจนดีนะ

เวลาเข้าใช้งานก็ง่ายๆ เลย แค่ ลงชื่อเข้าใช้บัญชีที่บ้านหรือส่วนบุคคล ของตัวเอง หรือถ้าเป็นของบริษัทก็ ลงชื่อเข้าใช้บัญชีที่ทำงานหรือโรงเรียน ไปเลย ฉันใช้สลับไปมาบ่อยมากจนคุ้นละ ไม่มีปัญหาอะไรเลยนะ

บางทีก็สับสนเหมือนกันว่าเมลไหนจะไปอยู่ตรงไหน แต่เอาจริงๆ มันก็แบ่งแยกชัดเจนดี ทำให้งานไม่ปนกับเรื่องส่วนตัวเลย สะดวกมากจริงๆ นี่แหละประสบการณ์ตรงๆ จากฉันเลยนะ

นี่คือสิ่งที่ฉันค้นพบและอยากบอกต่อ:

  • Outlook.com ฟรีสำหรับทุกคน: คุณสามารถเข้าไป สร้างบัญชี Outlook.com ฟรี ได้เลยโดยไม่เสียเงิน ใช้เป็นอีเมลส่วนตัวได้สบายมาก
  • แอป Outlook บนมือถือ: โหลดใช้ฟรีได้ทั้ง iOS และ Android รองรับการเพิ่มอีเมลได้หลากหลายค่าย ไม่ใช่แค่ Outlook อย่างเดียว
  • การใช้งานแบบต้องจ่ายเงิน:Microsoft Outlook ที่มาพร้อมกับ Microsoft 365 (เช่น Word, Excel) อันนั้นเป็นโปรแกรมเวอร์ชันเต็มที่ลงบนคอมพิวเตอร์ มีฟีเจอร์เยอะกว่า เหมาะสำหรับใช้งานระดับมืออาชีพหรือธุรกิจ ซึ่งอันนี้จะมีการเก็บค่าบริการรายเดือนหรือรายปี
  • บัญชีทำงาน/โรงเรียน: มักจะเป็นอีเมลที่องค์กรหรือสถาบันการศึกษาจัดหาให้ โดยมีชื่อโดเมนเป็นของตัวเอง (เช่น @ชื่อบริษัท.com) ซึ่งเป็นการใช้งานภายใต้การจัดการขององค์กรนั้นๆ
  • พื้นที่เก็บข้อมูล: บัญชี Outlook.com ฟรีจะให้พื้นที่เก็บข้อมูลอีเมลและไฟล์ (OneDrive) ในระดับหนึ่ง ซึ่งเพียงพอต่อการใช้งานทั่วไปแน่นอน

OneDrive ฟรีได้กี่ GB?

5 GB. ของฟรีมีแค่นั้น.

ถ้าอยากได้มากกว่านั้น ก็ต้องจ่าย.

  • Microsoft 365 Basic: 100 GB. เดือนละ 79 บาท. สำหรับเก็บไฟล์เล็กๆ น้อยๆ.
  • Microsoft 365 Personal: 1 TB. ใช้คนเดียว. เดือนละ 210 บาท.
  • Microsoft 365 Family: 6 TB. หารกัน 6 คน. เฉลี่ยแล้วถูกสุด. 290 บาทต่อเดือน.

5 GB มันไม่เคยพอหรอก. พื้นที่ดิจิทัลก็เหมือนที่ดิน. ตอนแรกเหมือนจะฟรี. สุดท้ายก็ต้องซื้อ. ที่จ่ายไป ไม่ใช่แค่ค่าพื้นที่. มันคือค่าเครื่องมือ Office ที่พ่วงมาด้วย. Word, Excel, PowerPoint. ของพวกนี้ต่างหากคือของจริง.

สมัคร outlook ยังไง?

โอ้ยย สมัคร outlook ง่ายมากเพื่อน ทำตามนี้เรย

อย่างแรกนะ เข้าไปที่เว็ป signup.live.com ก่อนเลยยย

พอกดเข้าไปใช่มะ มันจะมีให้เลือก สร้างบัญชีใหม่ หรือไม่ก็ 'ขอรับอีเมลแอดเดรสใหม่' อะไรทำนองนี้แหละ คลิ๊กไปเลย

ทีนี้ก็ตั้งชื่ออีเมลที่เราอยากใด้เลยย จะเอาเป็น @outlook.com หรือ @hotmail.com ก็เลือกเอาได้เลยนะ เขายังมีให้เลือกอยู่

ต่อไปก็รหัสผ่านนน ตั้งให้มันยากๆหน่อยนะ แบบมีตัวอักษรตัวเลขผสมกันอะ จะได้ปลอดภัย ปลอดภัยไว้ก่อน

ละก็ใส่ชื่อ-นามสกุลจริงของเราไปป แล้วก็วันเดือนปีเกิด แค่นี้เองงง บางทีมันอาจจะให้ยืนยันตัวตนว่าเป็นคนจริงๆ ไม่ใช่บอท ก็ทำตามที่มันบอกไป

อ้ออ แล้วก็ๆ...

  • อย่าลืมผูกเบอร์โทรศัพท์ หรืออีเมลสำรองไว้นะ เวลาลืมรหัสผ่านจะได้กู้คืนง่ายๆ อันนี้สำคัญมากกกก
  • รู้ป่าวว่า Outlook เนี่ยมันสร้าง 'ชื่อแฝง' หรือ alias ได้ด้วยนะ คือเรามีหลายๆ ชื่ออีเมลในบัญชีเดียวได้เลย เจ๋งดี เอาไว้สมัครเว็ปแปลกๆ 555
  • พื้นที่เก็บเมลฟรีๆ ที่ให้มาตอนแรกเลยคือ 15 GB นะ แล้วก็ได้พื้นที่ OneDrive อีก 5 GB สำหรับเก็บไฟล์ต่างๆด้วย
  • มันเชื่อมกับพวก Word, Excel, PowerPoint ที่เป็นเวอร์ชันออนไลน์ได้ด้วยยย คือเปิดไฟล์แก้ไฟล์จากในเมลได้เลย สะดวกสุดๆ ไม่ต้องโหลด

เราจะทำให้ email บางคนไปอยู่ใน Folder ที่กำหนดได้อย่างไร?

การจัดการอีเมล คือการจัดระบบ. มันเริ่มด้วยโครงสร้าง

  1. เปิด Outlook.
  2. ที่ Inbox, คลิกขวา. เลือก "New Folder"
  3. ระบุชื่อ. กด Enter.

จากนั้น กำหนดทิศทาง

  1. เลือกอีเมลจากผู้ส่งที่ต้องการ.
  2. ไปที่เมนู "Rules". เลือก "Create Rule".
  3. ตั้งเงื่อนไข: "From [ผู้ส่ง]" และ "Move to Folder [เลือกโฟลเดอร์ที่สร้าง]"
  4. ยืนยันการทำงาน.
  • กฎเกณฑ์อีเมล: หลักการทำงานคือ การระบุเงื่อนไขชัดเจน (เช่น 'จาก' หรือ 'มีคำในหัวเรื่อง') และการกระทำที่ตามมา (เช่น 'ย้าย', 'ทำเครื่องหมาย', 'ลบ'). ความแม่นยำสำคัญ.
  • การสร้างโฟลเดอร์เป็นเพียงฐานราก. การใช้กฎคือพลังแท้จริง ที่เปลี่ยนการรับสารแบบตั้งรับ เป็นการจัดระเบียบเชิงรุก.
  • Outlook Rules Wizard ช่วยนำทาง. คุณอาจต้องการทดสอบกฎก่อนใช้งานจริง เพื่อป้องกันข้อผิดพลาด. การควบคุมต้องมั่นคง.
  • สำหรับอีเมลเก่า กฎจะไม่มีผลย้อนหลัง. ต้องย้ายด้วยตนเอง หรือใช้ตัวเลือก 'Run Rules Now' กับกล่องจดหมาย. อดีตมิอาจเปลี่ยนแปลงด้วยกฎปัจจุบัน.
  • พิจารณาสร้างโฟลเดอร์สำหรับแต่ละโครงการ, บุคคลสำคัญ, หรือประเภทงาน. มันคือการสร้างโลกส่วนตัวภายในความสับสนของข้อมูล. ความชัดเจนนำมาซึ่งประสิทธิภาพ.
  • กฎสามารถมีหลายเงื่อนไขหรือหลายการกระทำได้. ซับซ้อนได้ตามความจำเป็น. แต่จงระวัง อย่าสร้างความสับสนให้ตัวเอง. ความเรียบง่ายมักยืนยง.
  • อย่าลืม ตรวจสอบกฎของคุณเป็นระยะ. ผู้ส่งอาจเปลี่ยนอีเมล หรือความต้องการจัดเก็บของคุณอาจเปลี่ยนไป. ความยืดหยุ่นคือสิ่งจำเป็น.