Periscope คืออะไร

45 ครั้งเข้าชม
Periscope คืออะไร คือท่อทรงกระบอกที่มีกระจกเงา 2 บานวางทำมุม 45 องศาขนานกัน. ลูกเรือใช้มองสถานการณ์เหนือผิวน้ำขณะอยู่ใต้น้ำลึก 10-15 เมตร. ปัจจุบันสมาร์ตโฟนเรือธงใช้เทคโนโลยีนี้ซูม Optical 5 ถึง 10 เท่าโดยคงความคมชัดต่างจากการซูม Digital.
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

Periscope คืออะไร: การซูม Optical 5-10 เท่า vs Digital

Periscope คืออะไร เป็นเทคโนโลยีที่มีหลักการทำงานเรียบง่ายแต่ทรงพลังในการสะท้อนภาพผ่านกระจกเงา. การทำความเข้าใจเทคโนโลยีนี้มีประโยชน์อย่างมากสำหรับผู้ใช้งานสมาร์ตโฟนเรือธงเพื่อให้เข้าใจกลไกการซูมระยะไกลที่รักษาความคมชัดของภาพไว้. ศึกษาประวัติการใช้งานในเรือดำน้ำและการประยุกต์ใช้ในปัจจุบันเพื่อเรียนรู้การทำงานของอุปกรณ์อย่างถูกต้อง.

Periscope คืออะไร: จากนวัตกรรมใต้สมุทรสู่เลนส์อัจฉริยะในกระเป๋ากางเกง

Periscope หรือที่ภาษาไทยเรียกว่า กล้องปริทรรศน์ คืออุปกรณ์ที่ช่วยให้เรามองเห็นสิ่งที่อยู่เหนือระดับสายตาหรืออยู่หลังสิ่งกีดขวางได้ โดยใช้หลักการพื้นฐานทางฟิสิกส์เรื่องการสะท้อนของแสงผ่านกระจกเงาหรือปริซึมที่วางทำมุมกันอย่างพอดี

อาจฟังดูเหมือนอุปกรณ์จากนิยายวิทยาศาสตร์หรือเครื่องมือในเรือดำน้ำสมัยสงครามโลก แต่ความจริงแล้วหลักการของ Periscope กำลังทำงานอยู่เบื้องหลังภาพถ่ายซูมไกลๆ ในสมาร์ตโฟนที่คุณถืออยู่ในมือตอนนี้ด้วยซ้ำ การเข้าใจว่ามันทำงานอย่างไรจะช่วยให้คุณมองเห็นความอัศจรรย์ของการจัดการแสงที่เปลี่ยนไปตามยุคสมัย

เจาะลึกหลักการทำงาน: แสงเปลี่ยนทิศได้อย่างไร

หลักการทำงานของ Periscope แบบดั้งเดิมนั้นเรียบง่ายแต่ทรงพลัง ภายในท่อทรงกระบอกจะประกอบด้วยกระจกเงา 2 บาน ติดตั้งไว้ที่ปลายทั้งสองด้าน โดยกระจกแต่ละบานต้องวางทำมุม 45 องศากับแกนของท่อและขนานกันพอดี [1]

เมื่อแสงจากวัตถุตกกระทบกระจกบานบน มันจะสะท้อนลงมาด้านล่างในมุม 90 องศาตามทางเดินท่อ แล้วไปตกกระทบกระจกบานล่างอีกครั้ง ซึ่งจะสะท้อนแสงออกไปสู่ดวงตาของผู้สังเกตในมุม 90 องศาเช่นกัน ผลลัพธ์คือคุณสามารถมองเห็นสิ่งที่อยู่สูงขึ้นไปได้โดยไม่ต้องโผล่หัวออกไปให้เป็นอันตราย

ในทางวิศวกรรมที่ซับซ้อนขึ้นอย่างเรือดำน้ำสมัยใหม่ กล้องเรือดำน้ำเรียกว่าอะไร ซึ่งก็คือกล้องปริทรรศน์นั่นเอง โดยไม่ได้ใช้แค่กระจกเงาธรรมดา แต่ใช้ปริซึมแก้วคุณภาพสูงร่วมกับชุดเลนส์ขยายเพื่อความคมชัด โดยระบบเหล่านี้มีความยาวได้มากกว่า 10-20 เมตร และสามารถหมุนได้ 360 องศาเพื่อตรวจการรอบทิศทาง

Periscope Zoom: เมื่อกล้องปริทรรศน์ย่อส่วนลงมาอยู่ในมือถือ

หากคุณเคยสงสัยว่าทำไมมือถือที่บางเฉียบเพียง 7-9 มิลลิเมตร ถึงสามารถซูมแบบ Optical ได้ไกลถึง 5 เท่า หรือ 10 เท่า โดยที่เลนส์ไม่ต้องยื่นออกมาเหมือนกล้อง DSLR คำตอบคือ เลนส์ Periscope ในมือถือ คืออะไร นี่เอง

ปัญหาใหญ่ของกล้องมือถือคือพื้นที่จำกัด การวางชุดเลนส์ซูมซ้อนกันในแนวตั้งจะทำให้เครื่องหนามาก วิศวกรจึงนำหลักการ Periscope มาใช้โดยการวางปริซึมไว้หลังเลนส์บานแรกเพื่อหักเหแสง 90 องศาให้วิ่งไปตามแนวราบของตัวเครื่อง แทนที่จะวิ่งเข้าหาเซนเซอร์ตรงๆ

การวางชุดเลนส์ในแนวนอนทำให้มีพื้นที่เหลือเฟือสำหรับวางชิ้นเลนส์หลายๆ ชิ้นเพื่อการซูมที่มีระยะโฟกัสไกลขึ้น ปัจจุบันสมาร์ตโฟนเรือธงที่ใช้เทคโนโลยีนี้สามารถทำระยะ Periscope Zoom คือ การทำระยะซูม Optical ได้ตั้งแต่ 5 เท่าไปจนถึง 10 เท่า[2] โดยยังคงความคมชัดของภาพไว้ได้เกือบ 100% ต่างจากการซูมแบบ Digital ที่ภาพจะแตกพร่า

ผมเคยสงสัยว่ามันจะทนทานไหม? เพราะการมีปริซึมหักเหแสงดูเหมือนจะเป็นจุดอ่อนที่บอบบาง แต่ในความเป็นจริง ชุดเลนส์ Periscope ในมือถือรุ่นใหม่ๆ ถูกออกแบบมาให้ทนต่อแรงสั่นสะเทือนได้ดีเยี่ยม พร้อมระบบกันสั่น OIS ที่แม่นยำสูงมากเพื่อให้ภาพ nิ่งแม้ในระยะซูมไกลที่สุด

วิวัฒนาการและประเภทของ Periscope

เราสามารถแบ่ง Periscope ออกตามลักษณะการใช้งานได้หลากหลาย ตั้งแต่ของเล่นเด็กไปจนถึงอาวุธสงครามและเทคโนโลยีชั้นสูง

1. กล้องปริทรรศน์ในเรือดำน้ำ (Submarine Periscope)

นี่คือภาพจำที่ชัดเจนที่สุด เป็นอุปกรณ์หลักที่ช่วยให้ลูกเรือมองเห็นสถานการณ์เหนือผิวน้ำขณะที่เรืออยู่ใต้น้ำลึก 10-15 เมตร [4] เพื่อป้องกันการถูกตรวจจับจากเรดาร์หรือเครื่องบินข้าศึก

2. กล้องในสมรภูมิ (Trench Periscope)

ถูกใช้งานอย่างหนักในสงครามโลกครั้งที่ 1 ทหารในคูวินาศ (Trench) ใช้กล้องนี้ส่องดูการเคลื่อนไหวของข้าศึกเหนือขอบคูน้ำเพื่อป้องกันการถูกยิงจากพลซุ่มยิง (Sniper)

3. เลนส์ Periscope ในกล้องถ่ายภาพ (Periscope Lens)

นวัตกรรมที่เปลี่ยนโลกการถ่ายภาพด้วยมือถือ ถือเป็นประโยชน์ของกล้องปริทรรศน์ในยุคดิจิทัล ทำให้เราสามารถถ่ายภาพสัตว์ป่าหรือดวงจันทร์ได้จากระยะไกลโดยที่โทรศัพท์ยังบางเบาและพกพาสะดวก

จุดอ่อนที่มักถูกมองข้ามของ Periscope

แม้จะดูเหมือนสมบูรณ์แบบ แต่ Periscope ก็มีข้อจำกัดที่น่าสนใจ ประเด็นแรกคือการสูญเสียแสง ทุกครั้งที่แสงสะท้อนผ่านกระจกหรือหักเหผ่านปริซึม ความเข้มของแสงจะลดลงเล็กน้อยเสมอ ประมาณ 4% ขึ้นอยู่กับคุณภาพของวัสดุ [3]

ในสมาร์ตโฟน นี่คือเหตุผลว่าทำไมกล้องซูม Periscope มักจะมีรูรับแสง (Aperture) ที่แคบกว่ากล้องหลัก ทำให้การถ่ายภาพซูมในที่แสงน้อยทำได้ยากกว่าปกติ และอาจเกิดจุดรบกวน (Noise) ได้ง่ายขึ้นหากซอฟต์แวร์ประมวลผลได้ไม่ดีพอ

อีกเรื่องคือความแม่นยำในการผลิต การวางกระจกผิดเพี้ยนไปเพียง 1 องศา จะทำให้ภาพที่ได้เบี้ยวหรือหลุดโฟกัสทันที ผมเคยพยายามทำกล้องปริทรรศน์เล่นเองตอนเด็กๆ และพบว่าการติดกระจกให้ขนานกันเป๊ะๆ นั้นยากกว่าที่เห็นในตำราเยอะเลย ความคลาดเคลื่อนเพียงนิดเดียวก็ทำให้เราเห็นแต่ผนังท่อแทนที่จะเห็นภาพข้างนอก

เปรียบเทียบเทคโนโลยีการซูมในสมาร์ตโฟน

เพื่อให้เข้าใจว่าเลนส์ Periscope พิเศษอย่างไร เรามาดูการเปรียบเทียบกับการซูมรูปแบบอื่นๆ ที่นิยมใช้ในปัจจุบัน

Digital Zoom

- สูญเสียความละเอียด ภาพจะแตกและเบลอเมื่อซูมมากขึ้น

- เป็นการครอปภาพจากเซนเซอร์แล้วขยายให้ใหญ่ขึ้นด้วยซอฟต์แวร์

- ซูมได้ไกลมาก (ถึง 100x) แต่คุณภาพใช้งานจริงไม่ได้

Standard Telephoto

- ดีเยี่ยม ให้ภาพคมชัดระดับ Optical

- ใช้ชุดเลนส์วางซ้อนกันในแนวตั้งเพื่อดึงภาพเข้ามา

- จำกัดเพียง 2x - 3x เนื่องจากพื้นที่ความหนาของเครื่องไม่พอ

⭐ Periscope Zoom

- ดีมาก ให้การซูมแบบ Optical แท้ๆ ในระยะที่ไกลกว่า

- หักเหแสง 90 องศาแล้ววางเลนส์ในแนวนอนเพื่อเพิ่มระยะโฟกัส

- ทำได้ตั้งแต่ 5x ไปจนถึง 10x โดยเครื่องยังบางเท่าเดิม

หากคุณเน้นการถ่ายภาพระยะไกล เลนส์ Periscope คือคำตอบเดียวที่ให้คุณภาพดีที่สุดโดยไม่ต้องพกกล้องแยก ส่วน Digital Zoom นั้นเหมาะสำหรับการมองเห็นคร่าวๆ แต่ไม่เหมาะกับการบันทึกความทรงจำ

ประสบการณ์การทำกล้องปริทรรศน์ของน้องต้น: บทเรียนนอกห้องเรียน

น้องต้น นักเรียนชั้น ป.5 ที่กรุงเทพฯ ได้รับโจทย์จากวิชาวิทยาศาสตร์ให้ทำกล้องปริทรรศน์จากกล่องนม เขาเริ่มด้วยการตัดกล่องและวางกระจกตามภาพในหนังสือเรียนอย่างมั่นใจ แต่ผลลัพธ์แรกคือเขามองไม่เห็นอะไรเลยนอกจากความมืด

ความพยายามครั้งแรกล้มเหลวเพราะเขาใช้กาวตราช้างติดกระจกถาวรไปเลยโดยไม่ได้เล็งมุมให้ดีก่อน กระจกเอียงไปเพียงนิดเดียวทำให้แสงสะท้อนไม่ลงมาที่ช่องมอง เขาเกือบจะโยนงานชิ้นนี้ทิ้งด้วยความหงุดหงิด

เขาตัดสินใจเริ่มใหม่โดยใช้ดินน้ำมันประคองกระจกไว้ชั่วคราวเพื่อให้ปรับมุมได้อิสระ เขาใช้เลเซอร์พอยเตอร์ยิงผ่านช่องบนเพื่อดูทางเดินแสงจนพบว่ามุมที่พอดีคือ 45 องศาจริงๆ ไม่ใช่แค่วางเฉียงๆ

สุดท้ายต้นก็ได้กล้องที่ใช้งานได้จริง เขาสามารถส่องดูแมวที่แอบอยู่บนหลังคาบ้านได้สำเร็จ บทเรียนนี้ทำให้เขารู้ว่าความแม่นยำเพียง 1 องศามีผลต่อความสำเร็จของงานวิศวกรรมมากกว่าที่คิด

กิตติกับคอนเสิร์ตที่มองไม่เห็น: พลังของเลนส์ Periscope

กิตติซื้อบัตรคอนเสิร์ตแถวหลังสุดเพราะงบจำกัด เมื่อการแสดงเริ่มขึ้น เขาพบว่าตัวเองมองไม่เห็นศิลปินเลยเพราะคนข้างหน้าตัวสูงมาก เขาพยายามชูมือถือขึ้นถ่ายแต่ภาพซูมแบบเดิมมันแตกจนดูไม่ออกว่าเป็นใคร

โชคดีที่เขาเพิ่งเปลี่ยนมือถือเป็นรุ่นที่มีเลนส์ Periscope ซูม 10 เท่า เขาเริ่มหัดใช้ฟีเจอร์นี้ท่ามกลางฝูงชนที่เบียดเสียด การกันสั่นที่ระยะซูมไกลๆ นั้นยากกว่าที่คิด มือเขาสั่นจนภาพส่ายไปมา

เขานึกถึงเทคนิคที่อ่านมาคือการกลั้นหายใจและพิงแขนกับไหล่คนข้างๆ (ที่มาด้วยกัน) เพื่อสร้างฐานให้มั่นคง หลังจากจับจังหวะได้เขาก็สามารถโฟกัสไปที่ใบหน้าของศิลปินได้อย่างชัดเจน

กิตติได้ภาพถ่ายที่เหมือนนั่งอยู่แถวหน้า (ซูม 10 เท่าแบบไม่สูญเสียรายละเอียด) เขารู้สึกทึ่งมากว่าอุปกรณ์ชิ้นเล็กๆ ในมือถือสามารถเปลี่ยนประสบการณ์การดูคอนเสิร์ตของเขาจากความน่าผิดหวังเป็นความประทับใจได้

ขั้นตอนถัดไป

หลักการ 45 องศาคือหัวใจสำคัญ

การวางกระจกหรือปริซึมที่ 45 องศาช่วยเปลี่ยนทิศทางแสงได้ 90 องศาอย่างแม่นยำ ซึ่งเป็นพื้นฐานของกล้องปริทรรศน์ทุกชนิด

หากคุณต้องการเข้าใจเชิงลึกมากขึ้นเกี่ยวกับอุปกรณ์นี้ ลองมาดูว่า กล้องปริทรรศน์หรือกล้องเพอริสโคปมีกระจกชนิดใดเป็นส่วนประกอบ กันครับ
Periscope Zoom ช่วยทลายขีดจำกัดความหนา

เทคโนโลยีนี้ช่วยให้สมาร์ตโฟนซูมแบบ Optical ได้ 5-10 เท่าโดยที่ตัวเครื่องยังบางเฉียบและพกพาสะดวก

การสูญเสียแสงเป็นเรื่องที่ต้องยอมรับ

การสะท้อนผ่านกระจกหรือปริซึมทำให้แสงลดลงประมาณ 1-5% ส่งผลให้เลนส์ซูมมักทำงานได้ไม่ดีนักในที่มืด

จากสงครามสู่การถ่ายภาพ

อุปกรณ์ที่เคยใช้เพื่อความปลอดภัยในสงครามและเรือดำน้ำ ได้กลายมาเป็นเครื่องมือสร้างสรรค์ภาพถ่ายในยุคดิจิทัล

คำตอบด่วน

ทำไมเลนส์ Periscope ถึงซูมได้ไกลกว่าเลนส์ปกติ?

เพราะมันใช้การวางชิ้นเลนส์ในแนวนอนตามความยาวของตัวเครื่อง ทำให้มีพื้นที่เพิ่มระยะห่างระหว่างชิ้นเลนส์ได้มากขึ้น (Focal Length) โดยไม่ต้องทำให้โทรศัพท์หนาขึ้นเหมือนการวางเลนส์ซ้อนกันแนวตั้ง

กระจกใน Periscope ต้องทำมุมเท่าไหร่?

ต้องทำมุม 45 องศากับแกนท่อ และกระจกทั้งสองบานต้องขนานกัน เพื่อให้แสงหักเหเป็นมุมฉาก 90 องศาลงมาตามท่อและสะท้อนออกไปสู่ดวงตาในแนวเดิม

เลนส์ Periscope ในมือถือมีข้อเสียอะไรไหม?

ข้อเสียหลักคือมักจะถ่ายในที่แสงน้อยได้ไม่ดีเท่าเลนส์หลัก เพราะการสะท้อนผ่านปริซึมทำให้สูญเสียแสงไปบางส่วน และมักจะมีรูรับแสงที่แคบกว่า

ถ้ากระจกในกล้องปริทรรศน์มัวจะทำอย่างไร?

ภาพที่ได้จะมืดและเบลอทันที ในอุปกรณ์อาชีพจะมีการใช้ระบบกันฝ้าหรือซีลสุญญากาศ แต่ถ้าเป็นของทำเล่นเอง ควรเช็ดกระจกให้สะอาดและปิดท่อให้มิดชิดเพื่อป้องกันฝุ่นเข้า

แหล่งอ้างอิงไขว้

  • [1] En - กระจกแต่ละบานต้องวางทำมุม 45 องศากับแกนของท่อและขนานกันพอดี
  • [2] Androidauthority - ปัจจุบันสมาร์ตโฟนเรือธงที่ใช้เทคโนโลยีนี้สามารถทำระยะซูม Optical ได้ตั้งแต่ 5 เท่าไปจนถึง 10 เท่า
  • [3] Courses - ทุกครั้งที่แสงสะท้อนผ่านกระจกหรือหักเหผ่านปริซึม ความเข้มของแสงจะลดลงเล็กน้อยเสมอ ประมาณ 1-5% ขึ้นอยู่กับคุณภาพของวัสดุ
  • [4] Nsm - กล้องปริทรรศน์ในเรือดำน้ำช่วยให้มองเห็นสถานการณ์เหนือผิวน้ำขณะที่เรืออยู่ใต้น้ำลึก 10-15 เมตร