Proximity Sensors มีอะไรบ้าง
Proximity Sensor มีกี่ประเภท?
Proximity Sensor เหรอ? อืม... เท่าที่จำได้เคยเล่นกับมันตอนทำโปรเจ็คจบตอนปี 4 ที่ลาดกระบัง (น่าจะปี 2550-51 นี่แหละ) ตอนนั้นใช้ Arduino ต่อกับ Proximity Sensor แบบ Infrared เพื่อทำระบบนับจำนวนคนที่เดินเข้าออกห้องสมุดคณะ ถามว่ามีกี่ประเภท? โอ๊ย...เยอะแยะตาแป๊ะไก่!
ที่เคยใช้ก็มีแบบ Infrared นี่แหละ อาศัยยิงแสงแล้วรอรับแสงสะท้อนกลับมา ถ้ามีอะไรมาขวางก็แปลว่า "มีคน!" อีกแบบที่เคยเห็นเค้าใช้กันเยอะคือ Ultrasonic อันนี้จะใช้คลื่นเสียงแทนแสง หลักการคล้ายๆ กัน แต่ข้อดีคือมันทะลุวัสดุบางอย่างได้ (แต่ก็อาจจะเพี้ยนๆ บ้างนะ) แล้วก็ยังมีแบบ Capacitive อีก อันนี้จะตรวจจับการเปลี่ยนแปลงของสนามไฟฟ้า เหมาะกับพวกงานที่ต้องการความแม่นยำสูงๆ อ่ะ
Proximity Sensor จริงๆ มันก็คือเซ็นเซอร์ที่ตรวจจับว่ามีอะไรอยู่ใกล้ๆ แค่นั้นแหละ แต่ที่เจ๋งคือมันไม่ต้องสัมผัส! อันนี้แหละที่ทำให้มันถูกเอาไปใช้ในงานได้หลากหลายมากๆ ตั้งแต่โทรศัพท์มือถือ (ที่มันดับหน้าจอเวลาเราแนบหูคุยโทรศัพท์น่ะ) ไปจนถึงโรงงานอุตสาหกรรมที่ใช้มันตรวจจับว่าชิ้นส่วนต่างๆ มาถึงตำแหน่งที่ต้องการรึยัง
การใช้งานก็ง่ายๆ เลยนะ แค่จ่ายไฟให้มัน แล้วก็อ่านค่าสัญญาณที่มันส่งออกมา ส่วนใหญ่ก็จะเป็นสัญญาณดิจิตอล (0 หรือ 1) หรือไม่ก็เป็นสัญญาณ Analog (แรงดันไฟฟ้า) แล้วแต่ชนิดของเซ็นเซอร์ แล้วก็เอาค่าที่ได้ไปประมวลผลต่อด้วยไมโครคอนโทรลเลอร์ (อย่าง Arduino ที่บอกไปตอนแรก) หรือ PLC ก็ได้
จำได้ว่าตอนนั้นซื้อ Proximity Sensor มาตัวละไม่กี่ร้อยบาทเองมั้ง (ประมาณ 2-300 บาท) จากบ้านหม้อ แต่ตอนนี้ราคาอาจจะถูกกว่านั้นเยอะแล้วก็ได้นะ
สรุปคือ Proximity Sensor มันเป็นอะไรที่ "สารพัดประโยชน์" มากๆ เหมาะสำหรับเอาไปทำโปรเจ็คสนุกๆ หรือเอาไปประยุกต์ใช้ในงานต่างๆ ได้เยอะแยะเลยล่ะ ลองหามาเล่นดู รับรองติดใจ!
Proximity Sensor มีกี่ชนิด อะไรบ้าง
เฮ้อ... พร็อกซิมิตี้เซ็นเซอร์เหรอ... เหมือนจะเคยได้ยินมานานมากแล้วนะ...
เอาจริงๆ นะ... ถ้าให้พูดแบบไม่โกหก... ฉันว่ามันมีหลักๆ สามแบบ...
- แบบความจุไฟฟ้า: อันนี้... เหมือนจะตรวจจับอะไรก็ได้นะ... พวกโลหะ พลาสติก... น้ำ... อะไรทำนองนี้... แต่ก็... ไวต่อความชื้นอะไรแบบนั้นด้วยมั้งนะ... เคยเจอตอนทำโปรเจกต์เก่าๆ... ปวดหัวเลย
- อัลตราโซนิกส์: อันนี้... น่าจะใช้คลื่นเสียง... เหมือนค้างคาว... แล้วก็... วัดระยะทางจากเสียงสะท้อน... ใช้ได้ดีในที่ๆ มีฝุ่นเยอะๆ มั้งนะ... แต่... ไม่ค่อยแม่นเท่าไหร่ถ้ามีอะไรมาบัง...
- แบบชนิดเหนี่ยวนำ: อันนี้... ตรวจจับได้แค่โลหะ... แต่... ทนทานกว่าเพื่อน... แล้วก็... ไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องสัญญาณรบกวน... ส่วนตัวชอบอันนี้สุด... ถึงมันจะเลือกเยอะก็เถอะ
แล้วก็... แต่ละแบบ... มันก็มีรายละเอียดปลีกย่อยอีกเยอะแยะเลยนะ... แบบ... ความถี่ที่ใช้... ระยะที่ตรวจจับได้... อะไรพวกนั้น...
เออ... เกือบลืม... ที่พูดมาทั้งหมดนี่... คือความทรงจำเก่าๆ นะ... อาจจะไม่เป๊ะร้อยเปอร์เซ็นต์... แต่... น่าจะประมาณนี้แหละ...
Proximity Sensor ใช้ไฟกี่โวลต์
อ้าวววว! Proximity Sensor ตัวนี้ช่างอลังการงานสร้างเสียจริง! ไม่ใช่แค่ตรวจจับได้ทั้งโลหะและอโลหะอย่างที่โฆษณาว่า แต่ยังไกลโพ้นราวกับตาเจ้าหญิงเจ้าชายในนิยาย ระยะ 55 มม. นี่แค่เริ่มต้นนะจ๊ะ! ปรับได้อีกตั้ง 1-70 มม. จะใกล้จะไกลก็แล้วแต่สะดวก เอาให้จุใจไปเลย!
- แรงดันไฟฟ้า: เอาใจคนเลือกเยอะ! มีทั้ง 10-55V DC กับ 20-250V AC เลือกได้ตามใจชอบเลย ไม่ต้องมาบ่นว่าไฟบ้านไม่พอใช้ อิอิ
- ระยะตรวจจับ: บอกเลยว่าไม่ธรรมดา! แบบ non-flush ถึง 55 มม. ปรับได้อีกเพียบ ถ้าเป็นแบบฝัง(flush) ระยะจะสั้นลง แต่ก็ยังไกลอยู่ดี
- วัสดุ: ตัวเรือนพลาสติก Dia. 80 มม. ดูดีมีชาติตระกูล แต่คงไม่ทนทานเท่าโลหะนะ อย่าไปทิ้งลงน้ำเด็ดขาด! เดี๋ยวจะได้เรียนรู้ความหมายของคำว่า "เสียของ" อย่างเจ็บปวด
- ความสามารถ: ตรวจจับได้ทั้งโลหะและอโลหะ นี่แหละที่เรียกว่า "ครบเครื่อง" เทพเจ้าแห่งเซ็นเซอร์เลยก็ว่าได้! แต่ถ้าเจอผี ไม่รับประกันนะ เพราะไม่ใช่หน้าที่ของมัน 555
ปีนี้ (พ.ศ. 2566) ผมลองใช้ Proximity Sensor แบบ 12V DC มาประกอบหุ่นยนต์เล่นๆ มันก็ทำงานได้ดีนะ แต่ก็ต้องเลือกใช้ให้เหมาะสมกับงาน อย่าไปใช้กับงานหนักๆ เดี๋ยวพังก่อนกำหนด เปลืองตังค์เปล่าๆ
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต