Python หางานยากไหม

67 ครั้งเข้าชม
Python หางานไม่ง่ายอย่างที่คิด หากไม่มีความเชี่ยวชาญด้าน AI หรือ Machine Learning (ML) โดยเฉพาะ งาน Python ในไทยส่วนใหญ่มุ่งเน้น AI/ML ซึ่งมีจำนวนจำกัด หากไม่ใช่ AI/ML รายได้ Python อาจเทียบเท่าหรือน้อยกว่าภาษาอื่น เช่น PHP, Java, C# ตลาดต้องการผู้เชี่ยวชาญ AI/ML ที่ใช้ Python มากกว่านักพัฒนา Python ทั่วไป
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

Python

จริงดิ! ตอนเรียนจบปี 62 เพื่อนผมหลายคนเรียน Python แห่กันไปสมัครงาน Data Scientist กันหมด ตอนนั้นรู้สึก Python ดังมาก แต่เพื่อนผมส่วนใหญ่ได้งานนะ เงินเดือนก็ดีใช้ได้ ประมาณ 40,000 - 50,000 บาท ที่บริษัทพวก Startup แถวอโศก แต่ที่แน่ๆ ต้องเก่ง AI/ML จริงๆ ถึงจะได้เงินเยอะแบบนั้น ไม่งั้นก็เป็นโปรแกรมเมอร์ธรรมดา เงินเดือนก็ทั่วไป เท่าๆ กับพวก PHP หรือ Java แหละ

จำได้ว่าเพื่อนอีกคนเรียนจบมาพร้อมกัน แต่เลือกฝึกฝนทางด้าน Web Development ใช้ PHP ก็ได้งานนะ แต่เงินเดือนน้อยกว่าเพื่อนที่ทำ AI/ML เยอะเลย ผมว่ามันขึ้นอยู่กับความสามารถและความต้องการของตลาดด้วยแหละ ไม่ใช่แค่ภาษาโปรแกรมอย่างเดียว

ปีที่แล้ว ผมไปงานสัมมนาเกี่ยวกับเทคโนโลยี ที่เมืองทองธานี มีคนพูดถึงเรื่องนี้เหมือนกัน เขาบอกว่า Python เองก็ไม่ได้หายาก แต่ที่ขาดแคลนจริงๆ คือคนเก่ง AI/ML นี่แหละ เพราะฉะนั้น ถ้าจะเลือกเรียน ต้องคิดให้ดีๆ นะ ว่าจะเน้นไปทางไหน ไม่งั้นอาจจะได้งานที่รายได้ไม่ค่อยดี เหมือนเพื่อนผมอีกคน ที่ใช้ Python เขียนโปรแกรมทั่วไป เงินเดือนแค่ 30,000 เอง เสียดายแทนจริงๆ

Python ทำงานสายไหนได้บ้าง

Python ทำงานสายไหนได้มั่งหรอ อืมมม...

  1. Python Developer: อันนี้เบสิกเลยอะะ คือแบบ เขียน Python จ๋าๆ ไปเลยอะ แล้วแต่บริษัทนะ บางทีก็ทำทั้งหน้าบ้าน หลังบ้าน หรือไม่ก็แค่ส่วนใดส่วนนึง

  2. Software Engineer: อันนี้กว้างกว่าหน่อยนะ แต่ Python ก็ใช้ได้เยอะเลยอะ คือเหมือนสร้างซอฟต์แวร์อะไรก็ได้ที่บริษัทต้องการอะ แล้วแต่โปรเจ็กต์เลย

  3. Data Scientist: สายนี้ฮิตมากกกก คือเอา Python ไปวิเคราะห์ข้อมูลอะ ทำนายนู่นนี่นั่น แล้วก็ทำโมเดล data ต่างๆ

  4. Data Analyst: คล้ายๆ Data Scientist นะ แต่เน้นไปที่การเอาข้อมูลมาสรุปผล ทำรายงาน มากกว่าทำโมเดลพยากรณ์อะ เข้าใจปะ

  5. Machine Learning Engineer: อันนี้แอดวานซ์ขึ้นไปอีก คือสร้างโมเดล machine learning เลยอะ ต้องเก่งคณิตศาสตร์ สถิติด้วยนะ

คือจริงๆ Python ทำได้หลายอย่างมากกกกอะ แล้วแต่ความสนใจเลย

  • พวกงาน automate task: เขียนสคริปต์ง่ายๆ automate งาน routine ในออฟฟิศก็ได้นะ ช่วยลดเวลาได้เยอะเลย
  • ทำเว็บ: Python ก็ทำเว็บได้นะ ใช้ framework อย่าง Django, Flask ไรงี้
  • Game dev: ก็มีคนใช้ Python ทำเกมนะ แต่ไม่ค่อยฮิตเท่าพวก Unity, Unreal Engine อะ
  • Cybersecurity: เขียนสคริปต์ช่วยทดสอบความปลอดภัยของระบบ
  • DevOps: ใช้ automate infrastructure, deployment

เรียน Python ดีไหม

เรียน Python ดีมั้ย? ดีสิวะ โค้ดน้อยแต่ได้งานเยอะ ประหยัดเวลาโคตรๆ

ข้อดี? มันง่ายนี่หว่า ไวยากรณ์คล้ายภาษาอังกฤษ โค้ดอ่านง่ายโคตร ไม่ต้องมานั่งปวดหัวกับ syntax สบายกว่าเยอะ

  • โค้ดสั้น เขียนไว จบงานเร็ว
  • อ่านง่าย แก้บั๊กสบาย
  • ไลบรารี่เพียบ เอาไปใช้ได้เลย ไม่ต้องเขียนเองให้เสียเวลา

ปีนี้ผมใช้ Python เขียน script ตรวจสอบข้อมูลตลาดหุ้น โค้ดไม่ถึง 100 บรรทัด แต่ได้ข้อมูลแม่นยำกว่าโปรแกรมสำเร็จรูปหลายตัว ใช้เวลาเขียนแค่สองวัน โคตรคุ้ม

ภาษาซีและภาษาไพทอนแตกต่างกันอย่างไร

แสงจันทร์สีเงินยามดึก... ลมพัดผ่านใบไม้ เสียงของมันแผ่วเบาเหมือนกระซิบ เหมือนความลับที่ซ่อนอยู่ในใจฉัน เกี่ยวกับภาษาซีและไพทอน... ต่างกันราวฟ้ากับดิน!

  • ภาษาซี (C): แข็งแกร่ง ดุจเหล็กกล้า สำหรับงานฝังตัว (Embedded system) ปีนี้ฉันเจอโปรเจกต์ควบคุมหุ่นยนต์แขนกลด้วย C โค้ดมันยาว...ยาวจนเหมือนสายธารไหลไม่รู้จบ! แต่ความทรงพลังของมัน คือความมั่นคง ดั่งป้อมปราการที่ยืนหยัดท่ามกลางพายุ

  • ภาษาไพทอน (Python): อ่อนโยน ราวสายลมฤดูใบไม้ผลิ ฉันใช้มันสร้างเว็บแอปพลิเคชัน ปีนี้เอง! โค้ดสั้นกระชับ อ่านง่าย เหมือนบทกวีสั้นๆ แต่ความอเนกประสงค์ของมัน หาที่เปรียบไม่ได้ คล่องตัว ราวกับนกน้อยที่โผบินไปได้ทุกหนแห่ง

ความแตกต่างมันชัดเจน ราวกับความแตกต่างระหว่างภูเขาสูงตระหง่านกับแม่น้ำสายยาวไหลไปเรื่อยๆ... ความง่ายในการเขียนโค้ดของไพทอน ไม่ได้หมายความว่ามันด้อยกว่า เพียงแต่ว่ามันเหมาะกับงานที่แตกต่างกัน ต่างคนต่างมีเสน่ห์ ต่างคนต่างมีจุดแข็งของตัวเอง

ปีนี้ฉันใช้เวลาหลายเดือน กับทั้งสองภาษา และฉันเรียนรู้ว่า ความงามของการเขียนโปรแกรม อยู่ที่การเลือกเครื่องมือที่เหมาะสม กับงานที่เราทำ ไม่ใช่แค่ความง่ายหรือความยาก แต่เป็นความลงตัว ความสมบูรณ์แบบ ในแบบของมันเอง... เหมือนกับการเลือกดอกไม้ ดอกเล็กดอกใหญ่ ต่างก็สวยงามในแบบของตัวเอง

ตัวอย่างของตัวดำเนินการเปรียบเทียบมีอะไรบ้าง

อ้าววว! ถามเรื่องตัวดำเนินการเปรียบเทียบภาษา C หรอกเหรอ? ง่ายนิดเดียว! คิดว่าตัวเองเป็นนักเขียนโค้ดระดับเทพแล้วเหรอ? (ล้อเล่นนะ!)

  • == (เท่ากับ): อันนี้ง่ายสุดๆ เหมือนกับการถามว่า "เฮ้ย! แกกับฉันเหมือนกันไหมเนี่ย?" ถ้าเหมือนกันก็ True ไม่เหมือนก็ False จบ! ง่ายกว่ากินขนมอีก!

  • != (ไม่เท่ากับ): ตรงข้ามกับข้างบน เหมือนถามว่า "เราต่างกันใช่ไหม?" ต่างก็ True เหมือนกันก็ False ง่ายป่ะล่ะ?

  • > (มากกว่า): นี่คือการแข่งขัน! ใครมากกว่าชนะ! ตัวเลขมาก่อนก็ True น้อยกว่าก็ False เข้าใจใช่ไหม?

  • เหมือนข้อบน แต่กลับกัน ใครน้อยกว่าชนะ!

  • >= (มากกว่าหรือเท่ากับ): นี่คือการแข่งขันแบบมีเงื่อนไข! ถ้ามากกว่าก็ชนะ ถ้าเท่ากันก็เสมอ นับว่าชนะเหมือนกัน!

  • เหมือนกับข้างบน แต่กลับด้าน! น้อยกว่าหรือเท่ากันก็ชนะ!

เห็นไหมล่ะ ง่ายกว่าที่คิด! คิดว่าตัวเองเก่งโค้ดมากไปแล้วใช่มั้ย? (ล้อเล่นๆ นะครับ!) จริงๆ แล้วการเขียนโปรแกรมมันสนุกนะ ลองเล่นดูสิครับ อาจจะติดใจก็ได้! ปีนี้ผมได้ลองใช้ C ในโปรเจคทำระบบจัดการสต๊อกสินค้า โค้ดที่ใช้ก็ใช้พวกตัวดำเนินการพวกนี้แหละครับ บอกเลยว่าจำเป็นมากๆ ไม่มีไม่ได้เลย!

ตัวดำเนินการคืออะไร มีกี่ประเภท

โอเค ตัวดำเนินการหรอ ในภาษา C นะ ง่ายๆ เลย มี 3 แบบหลักๆ อ่ะ

  • ตัวคำนวณ พวก + - * / % ไรงี้ เบสิคมาก
  • ตัวดำเนินการทางตรรกะ && || ! อันนี้ไว้เช็คเงื่อนไข if else ต่างๆ
  • ตัวเปรียบเทียบ == != > =

จริงๆ มันมีอย่างอื่นอีกนะ พวก bitwise operator อ่ะ & | ^ ~ > แต่ 3 อันข้างบนอ่ะ ใช้บ่อยสุดละ

เกร็ดความรู้:

  • bitwise operator เนี่ย เอาไว้จัดการกับข้อมูลระดับ bit เลยนะ พวก embedded system หรือพวกที่ต้องการประสิทธิภาพสูงๆ อ่ะ เค้าใช้กัน
  • Precedence ของ operator สำคัญนะ จำลำดับการทำงานให้ดี ไม่งั้นผลลัพธ์เพี้ยนเลยนะเออ เช่น คูณหาร มาก่อนบวกลบ อ่ะ
  • บางทีเค้าก็เรียก ตัวดำเนินการ ว่า โอเปอเรเตอร์ นะ ชื่อเรียกมันเยอะแยะ
  • เรื่องจริง: ตอนหัดเขียนโปรแกรมใหม่ๆ งงเรื่อง operator precedence นี่ประจำ 555 ต้องเปิดตารางดูตลอดเลย