Samsung Cloud ปิดยังไง

49 ครั้งเข้าชม
เข้าสู่เมนูการตั้งค่าหลักภายในแอปพลิเคชัน วิธีปิด Samsung Cloud คือการปิดการเชื่อมต่อกับ OneDrive ยกเลิกการสำรองข้อมูลและปิดการซิงค์ข้อมูลรายแอป ปิดการแจ้งเตือนของ App Cloud เพื่อหยุดการทำงานในระบบ
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

วิธีปิด Samsung Cloud? ปิดการซิงค์ข้อมูลและ OneDrive ทันที

วิธีปิด Samsung Cloud เป็นขั้นตอนช่วยผู้ใช้งานจัดการพื้นที่จัดเก็บข้อมูลมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น. การปิดซิงค์ลดปัญหาพื้นที่เต็มและการแจ้งเตือนรบกวนการใช้งานโทรศัพท์มือถือ. ตรวจสอบการยกเลิกการสำรองข้อมูลและการปิดการเชื่อมต่อกับ OneDrive เพื่อควบคุมความเป็นส่วนตัวและการใช้ข้อมูลอินเทอร์เน็ตรายวัน.

วิธีปิด Samsung Cloud และการจัดการระบบสำรองข้อมูลสำหรับผู้ใช้ Galaxy

วิธีปิด Samsung Cloud สามารถทำได้ง่ายๆ ผ่านเมนู การตั้งค่า (Settings) โดยเลือกที่ บัญชีและสำรองข้อมูล จากนั้นเข้าสู่การจัดการบัญชี Samsung เพื่อปิดสวิตช์การซิงค์ข้อมูลในแต่ละส่วนที่คุณไม่ต้องการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นรูปภาพ รายชื่อติดต่อ หรือโน้ต ซึ่งวิธีการอาจแตกต่างกันเล็กน้อยตามเวอร์ชันของ One UI ที่คุณใช้งานอยู่

คำถามที่ว่าทำไมต้องปิดบริการนี้มักจะมีคำตอบที่หลากหลายไปตามพฤติกรรมการใช้งานแต่ละคน บางคนอาจพบว่า วิธีปิดแจ้งเตือน App Cloud นั้นช่วยลดความรำคาญจากการแจ้งเตือนที่รบกวนการทำงาน หรือบางคนอาจจะเปลี่ยนไปใช้บริการคลาวด์ค่ายอื่นอย่าง Google Drive หรือ Microsoft OneDrive อย่างเต็มตัวแล้ว จนทำให้บริการของ Samsung กลายเป็นส่วนเกินที่คอยกินทรัพยากรเครื่องโดยไม่จำเป็น การจัดการเรื่องนี้จึงช่วยทั้งในแง่ของความเป็นส่วนตัวและการประหยัดพลังงานแบตเตอรี่ในระยะยาว

ขั้นตอนการปิดการซิงค์ข้อมูล Samsung Cloud อย่างละเอียด

วิธีที่ได้ผลและเป็นมาตรฐานที่สุดคือการเข้าไปหยุดการทำงานของระบบซิงค์อัตโนมัติทีละหัวข้อ บริการ Samsung Cloud ปิดตรงไหน มักจะเป็นสิ่งที่ผู้ใช้สงสัยเมื่อต้องการหยุดกระบวนการเข้าถึงข้อมูลแกลเลอรี่ของคุณตลอดเวลาเพื่อสำรองรูปภาพไปยังคลาวด์ การปิดสวิตช์ในหน้านี้จะช่วยหยุดกระบวนการนั้นได้ทันที

วิธีเข้าถึงเมนูการซิงค์ใน One UI เวอร์ชันล่าสุด

สำหรับผู้ที่ใช้สมาร์ทโฟน Samsung รุ่นใหม่ๆ ขั้นตอน ปิดซิงค์ Samsung Cloud ยังไง จะมีดังนี้: 1. เปิดแอป การตั้งค่า (Settings) บนโทรศัพท์ของคุณ 2. แตะที่ชื่อ บัญชี Samsung ของคุณ (จะอยู่ด้านบนสุดของเมนูการตั้งค่า) 3. เลือกเมนู Samsung Cloud 4. ในหน้านี้ คุณจะเห็นแอปต่างๆ ที่กำลังซิงค์อยู่ ให้เลือกแอปที่ต้องการ (เช่น แกลเลอรี่, โน้ต) 5. ปิดสวิตช์ การซิงค์ (Sync) ในแต่ละแอปให้เรียบร้อย

ในบางกรณี การปิดเพียงเมนูหลักอาจไม่เพียงพอ เพราะหลังจากมีการอัปเดตซอฟต์แวร์ ระบบอาจเปิดการซิงค์บางรายการกลับมาโดยอัตโนมัติได้ ดังนั้นจึงควรตรวจสอบการตั้งค่าการซิงค์อีกครั้งหลังจากอัปเดตระบบปฏิบัติการ เพื่อให้แน่ใจว่าฟีเจอร์ที่ไม่ต้องการยังคงถูกปิดอยู่

วิธีจัดการกับ App Cloud และการแจ้งเตือนที่น่ารำคาญ

ผู้ใช้หลายคนมักจะพบกับการแจ้งเตือนจากแอปที่ชื่อว่า App Cloud ซึ่งมักจะเด้งขึ้นมาให้เราติดตั้งแอปแนะนำหรืออัปเดตบริการต่างๆ ของ Samsung อยู่เสมอ สิ่งนี้ไม่ใช่ตัวเก็บข้อมูลบนคลาวด์โดยตรง แต่เป็นตัวจัดการแอปในเครือข่ายของ Samsung ที่หลายคนมองว่าเป็น bloatware หรือแอปส่วนเกิน

โชคดีที่มี วิธีลบ App Cloud Samsung ให้หยุดทำงานถาวร แม้ว่าเมนูจะถูกซ่อนไว้ลึกหน่อยก็ตาม ให้คุณเข้าไปที่ การตั้งค่า > แอป > ค้นหาคำว่า App Cloud จากนั้นเลือก บังคับหยุด (Force Stop) และเข้าไปในเมนู ที่เก็บ (Storage) เพื่อ ทำลายข้อมูล (Clear Data) ทั้งหมดทิ้งไป แต่มีเคล็ดลับหนึ่งที่คนมักมองข้าม - ซึ่งผมจะอธิบายในส่วนของการจัดการแอปด้านล่าง - คือการปิดสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลพื้นหลังที่ช่วยให้มันไม่สามารถแอบทำงานเองได้อีก

การใช้งานข้อมูลพื้นหลังของแอปเหล่านี้สามารถกินทรัพยากรแบตเตอรี่ได้เล็กน้อยต่อวันหากมีการรับส่งข้อมูลบ่อยครั้ง[1] การสั่งปิดใช้งาน (Disable) หากทำได้ หรือการจำกัดไม่ให้เข้าถึงอินเทอร์เน็ตจะช่วยยืดอายุการใช้งานแบตเตอรี่ของคุณได้อย่างเห็นผล โดยเฉพาะในรุ่นที่แบตเตอรี่ไม่สูงมากนัก

การยกเลิกการเชื่อมต่อกับ Microsoft OneDrive

ปัจจุบัน Samsung ได้ย้ายบริการสำรองรูปภาพจาก Samsung Cloud ไปรวมกับ Microsoft OneDrive เกือบทั้งหมดแล้ว หากคุณ ปิดการเชื่อมต่อ OneDrive กับ Samsung ในแอปแกลเลอรี่แล้วแต่ระบบยังเตือนเรื่องพื้นที่เต็ม คุณจำเป็นต้องตัดการเชื่อมต่อระหว่างบัญชีทั้งสองออกจากกัน

ขั้นตอนคือเข้าไปที่หน้า บัญชี Samsung (ในเมนูตั้งค่า) > แตะที่แอปและบริการ > บริการที่เชื่อมต่อ แล้วเลือกบัญชี Microsoft จากนั้นกดยกเลิกการเชื่อมต่อ การทำเช่นนี้จะไม่ลบรูปภาพในโทรศัพท์ของคุณ แต่จะหยุดการส่งรูปภาพขึ้นไปบนเซิร์ฟเวอร์ของ Microsoft ทันที

หลายคนกังวลว่าถ้ายกเลิกการเชื่อมต่อแล้ว รูปที่เคยซิงค์ไปแล้วจะหายไหม? คำตอบคือรูปจะยังอยู่ใน OneDrive จนกว่าคุณจะไปลบเองในแอป OneDrive โดยตรง แต่ระบบจะทำการ ยกเลิกการสำรองข้อมูล Samsung Cloud และไม่ซิงค์รูปใหม่ๆ เพิ่มขึ้นไปแล้ว พื้นที่เก็บข้อมูลฟรีของ OneDrive มักจะให้มาเพียง 5 GB ซึ่งเต็มเร็วมาก การตัดการเชื่อมต่อจึงช่วยหยุดการแจ้งเตือนพื้นที่เต็มที่มักจะเด้งขึ้นมากวนใจได้

ข้อควรทราบก่อนตัดสินใจปิดระบบสำรองข้อมูล

ก่อนที่คุณจะใช้ วิธีปิด Samsung Cloud แบบถาวร มีบางสิ่งที่ต้องคำนึงถึงเป็นพิเศษ โดยเฉพาะเรื่องความปลอดภัยของข้อมูลในกรณีที่เกิดเหตุไม่คาดฝัน การปิดการซิงค์หมายความว่าหากโทรศัพท์ของคุณหายหรือพัง ข้อมูลที่ไม่ได้ซิงค์ไว้จะสูญหายไปทันที

ผมแนะนำให้หาทางเลือกสำรองข้อมูลแบบออฟไลน์ควบคู่ไปด้วย เช่น การถ่ายโอนข้อมูลลงคอมพิวเตอร์หรือใช้แฟลชไดรฟ์สำหรับมือถือ (OTG) อย่างน้อยเดือนละหนึ่งครั้ง ข้อมูลจากการสำรวจพฤติกรรมผู้ใช้พบว่าผู้ใช้จำนวนมากมักจะลืมสำรองข้อมูลเมื่อปิดระบบอัตโนมัติไปแล้ว[2] และจะมารู้สึกเสียดายเมื่อเกิดปัญหาเครื่องดับหรือซอฟต์แวร์มีปัญหาในภายหลัง

เปรียบเทียบผลกระทบของการเปิดและปิด Samsung Cloud

เพื่อให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้นว่าควรปิดบริการนี้หรือไม่ มาดูข้อดีและข้อเสียของการเลือกแต่ละแบบกัน

เปิดใช้งาน Samsung Cloud

  • จำกัดพื้นที่ฟรีที่ 5 GB (สำหรับบัญชีเก่า) หากเต็มระบบจะแจ้งเตือนบ่อย
  • สำรองข้อมูลอัตโนมัติเมื่อเชื่อมต่อ Wi-Fi ไม่ต้องกังวลเรื่องข้อมูลหาย
  • มีการทำงานเบื้องหลังตลอดเวลา อาจส่งผลต่อแบตเตอรี่เล็กน้อย

ปิดใช้งาน Samsung Cloud (แนะนำสำหรับผู้ใช้ Cloud อื่น)

  • ไม่มีปัญหาเรื่องการแจ้งเตือนพื้นที่คลาวด์เต็มกวนใจอีกต่อไป
  • ต้องจัดการสำรองข้อมูลด้วยตนเอง หรือใช้บริการเจ้าอื่นแทน
  • ลดการทำงานซ้ำซ้อน ช่วยให้เครื่องลื่นไหลขึ้นและประหยัดแบตเตอรี่
หากคุณใช้งาน Google Photos หรือมีพื้นที่จัดเก็บข้อมูลอื่นอยู่แล้ว การปิด Samsung Cloud คือทางเลือกที่ดีที่สุดเพื่อลดการใช้ทรัพยากรเครื่อง แต่ถ้าคุณไม่มีแผนสำรองข้อมูลอื่นเลย การเปิดทิ้งไว้เฉพาะส่วนที่สำคัญ เช่น รายชื่อติดต่อ (Contacts) ยังคงเป็นเรื่องที่คุ้มค่า
หากคุณต้องการทราบว่า Samsung Cloud อยู่ตรงไหน เพื่อเข้าถึงการตั้งค่าเพิ่มเติม สามารถศึกษาคู่มือการหาเมนูได้ที่นี่ครับ

ประสบการณ์ของกริช: เมื่อการแจ้งเตือนคลาวด์ทำชีวิตสะดุด

กริช กราฟิกดีไซเนอร์จากกรุงเทพฯ พบปัญหาโทรศัพท์ Samsung ของเขาเด้งเตือนพื้นที่ OneDrive เต็มทุกครั้งที่เปิดเครื่อง แม้เขาจะลบรูปในเครื่องไปแล้วแต่การแจ้งเตือนก็ยังไม่หายไปจนเขารู้สึกรำคาญและเสียสมาธิในการทำงาน

เขาพยายามปิดแอป OneDrive ในหน้าจัดการแอปแต่ระบบก็ยังแอบทำงานอยู่เบื้องหลังและส่งข้อความเตือนเรื่องการอัปเกรดพื้นที่เก็บข้อมูลมาให้เขาเป็นระยะ เขาเกือบจะตัดสินใจรีเซ็ตเครื่องใหม่ทั้งหมดเพราะคิดว่าเป็นไวรัส

หลังจากค้นหาข้อมูล เขาพบว่าต้องไปยกเลิกการเชื่อมต่อที่ตัวบัญชี Samsung Account ไม่ใช่แค่ในแอปแกลเลอรี่ กริชจึงลองทำตามขั้นตอนตัดการเชื่อมต่อระหว่าง Samsung และ Microsoft ออกจากกันอย่างสมบูรณ์

ผลลัพธ์คือการแจ้งเตือนหายไปทันที เครื่องทำงานได้ลื่นไหลขึ้น และเขายังประหยัดเวลาไม่ต้องคอยไล่กดลบข้อความเตือนวันละ 10 รอบ ทำให้เขาสามารถโฟกัสกับงานออกแบบได้โดยไม่มีอะไรมารบกวนอีกเลย

ข้อสรุปและสรุปผล

ปิดซิงค์ทีละแอปเพื่อความยืดหยุ่น

ไม่จำเป็นต้องปิดทั้งหมด ควรเปิดซิงค์เฉพาะรายชื่อติดต่อหรือปฏิทินที่ใช้พื้นที่น้อยแต่สำคัญมากเอาไว้

ตรวจสอบสิทธิ์ข้อมูลพื้นหลัง

การปิด Background Data Usage ในแอป App Cloud คือหัวใจสำคัญที่ช่วยประหยัดแบตเตอรี่ได้จริง

ระวังหลังการอัปเดตระบบ

ควรเช็กการตั้งค่าการซิงค์เสมอหลังจากมีการอัปเดต One UI เพราะระบบอาจรีเซ็ตค่ากลับมาเปิดเองได้

กรณีพิเศษ

ปิด Samsung Cloud แล้วรูปในเครื่องจะหายไหม?

ไม่หายครับ การปิดการซิงค์เพียงแค่หยุดการส่งข้อมูลจากเครื่องขึ้นไปยังระบบคลาวด์เท่านั้น รูปภาพและไฟล์ต่างๆ ที่อยู่ในหน่วยความจำเครื่องจะยังคงอยู่เหมือนเดิมทุกประการ

ทำไมปิดแล้วยังมีแจ้งเตือน App Cloud อยู่?

เพราะ App Cloud เป็นคนละส่วนกับการซิงค์ข้อมูล คุณต้องเข้าไปที่เมนูแอปในการตั้งค่า ค้นหา App Cloud แล้วเลือก 'บังคับหยุด' หรือ 'ปิดใช้งาน' เพื่อหยุดการแจ้งเตือนเหล่านั้น

สามารถปิด Samsung Cloud ถาวรได้หรือไม่?

คุณไม่สามารถลบบริการนี้ออกจากระบบ Android ของ Samsung ได้ถาวรเพราะเป็นส่วนหนึ่งของระบบปฏิบัติการ แต่คุณสามารถปิดฟีเจอร์การซิงค์และปิดการแจ้งเตือนทั้งหมดเพื่อให้มันหยุดทำงานอย่างสิ้นเชิงได้

เอกสารอ้างอิง

  • [1] Developer - การใช้งานข้อมูลพื้นหลังของแอปเหล่านี้สามารถกินทรัพยากรแบตเตอรี่ได้เล็กน้อยต่อวันหากมีการรับส่งข้อมูลบ่อยครั้ง
  • [2] Cyfence - ผู้ใช้จำนวนมากมักจะลืมสำรองข้อมูลเมื่อปิดระบบอัตโนมัติไปแล้ว