Web Application แตกต่างจาก Hybrid Application อย่างไร

93 ครั้งเข้าชม
เว็บแอป vs. ไฮบริดแอป เว็บแอป: ช้ากว่า, ตอบสนองน้อยกว่า, พัฒนาง่าย, เร็วในการเปิดตัว ไฮบริดแอป: เร็วกว่า (แต่กินแบต), พัฒนาง่าย, เร็วในการเปิดตัว สรุป: เว็บแอปเน้นความง่ายและเร็ว ส่วนไฮบริดแอปเน้นประสิทธิภาพที่ดีขึ้น
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

Web App กับ Hybrid App ต่างกันอย่างไร?

เว็บแอปกับไฮบริดแอป... ต่างกันยังไงนะ เคยงงเหมือนกัน ตอนนั้นกำลังหาข้อมูลทำแอปขายเสื้อผ้าออนไลน์อยู่.

จำได้ว่าตอนนั้นไปร้านกาแฟแถวอารีย์ ประมาณเดือนมีนา ปีที่แล้ว นั่งจิบลาเต้เย็นแก้วละ 80 บาท แล้วก็เปิดดูข้อมูลในเน็ต งงไปหมด.

เว็บแอปมันเหมือนเว็บไซต์ที่เราเข้าดูในมือถือ เปิดผ่านบราวเซอร์ ใช้งานได้เลย ไม่ต้องโหลดแอป. เสื้อผ้าร้านโปรดที่ฉันชอบซื้อก็ใช้เว็บแอป. สั่งของง่ายดี.

ส่วนไฮบริดแอป อันนี้ต้องดาวน์โหลดมาติดตั้งในเครื่อง แต่ข้างในมันก็เหมือนเว็บแอปที่ถูกยัดใส่เปลือกแอป จำได้ว่าลองโหลดแอปเกมเล็กๆ มาเล่น มันก็เร็วดีนะ แต่บางทีก็รู้สึกหน่วงๆ บ้าง.

สรุปง่ายๆ เว็บแอปเหมือนเช่าบ้านอยู่ สะดวก ย้ายง่าย แต่ก็ต้องต่อเน็ตตลอด ส่วนไฮบริดแอปเหมือนซื้อคอนโด ลงทุนหน่อย แต่ก็เป็นของเรา ใช้ได้แม้เน็ตช้า. ก็แล้วแต่ว่าเราต้องการอะไรมากกว่ากัน. ตอนนั้นสรุปเลือกทำเว็บแอป เพราะงบน้อย.

ข้อดีของ Hybrid App คืออะไร

ข้อดีของ Hybrid App เหรอ? โอ้โฮ! เหมือนเอา "ไก่" มาทำได้ทั้ง "ต้ม" ทั้ง "ทอด" นั่นแหละ! ประหยัดงบเหมือน กินมาม่าทั้งเดือน แต่ได้ผลลัพธ์เกือบเท่ากิน สเต็ก เลยนะ!

  • ง่ายชิบหาย: HTML, CSS, JavaScript ใครๆ ก็เขียนได้ป่ะ? เหมือน หัดขี่จักรยาน แป๊บเดียวคล่อง!
  • One for All: เขียนทีเดียว รันได้ทั้ง iOS, Android, Windows Phone (ยังมีคนใช้ Windows Phone อีกเรอะ? บร๊ะเจ้า!) เหมือน ซื้อหวยใบเดียวลุ้นได้ทุกรางวัล (ถ้าถูกนะ!)
  • โคตรถูก: ถูกกว่า Native App เยอะ! เอาเงินที่เหลือไป ซื้อหวย ดีกว่า (เกี่ยวไหม?)

ข้อมูลเพิ่มเติม (เผื่อใครอยากรู้ลึก):

  • Hybrid App มันคืออะไร? มันคือ App ที่ใช้เทคโนโลยีเว็บ (HTML, CSS, JavaScript) ห่อหุ้มด้วย Native Container เพื่อให้มันทำงานได้บนมือถือไง!
  • ข้อเสียก็มีนะ: อาจจะไม่เร็วแรงเท่า Native App แต่ถ้าทำดีๆ ก็ แทบไม่ต่าง หรอกน่า!
  • ใครใช้ Hybrid App บ้าง? Uber, Instagram, Twitter เยอะแยะ! แสดงว่ามันก็ ไม่ได้ขี้เหร่อะไร ใช่ไหมล่ะ?
  • แล้ว Native App ดีกว่าตรงไหน? เร็วแรงกว่า, เข้าถึง Hardware ได้ดีกว่า แต่ แพงชิบหาย!
  • สรุป: ถ้างบน้อย อยากได้ App เร็วๆ Hybrid App ก็เป็น ทางเลือกที่ไม่เลว เลยนะเออ!

Native App กับ Hybrid App แตกต่างกันอย่างไร

ราตรีนี้... แสงจันทร์ส่องกระทบผิวน้ำ ทะเลไกลสุดสายตา ลมพัดเบาๆ คล้ายกระซิบถึงความแตกต่าง...

Native App... ดั่งใจภักดิ์ มั่นคงต่อ OS เดียว... ราวกับรักแรก พบเจอแล้วยากจะลืมเลือน

Hybrid App... ผสานหลากรส เว็บในร่างแอปฯ... เหมือนฝันกลางวัน ที่ดูเหมือนจริง

  • Native: เกิดมาเพื่อสิ่งนี้ OS เท่านั้น! เร็ว แรง!

  • Hybrid: เว็บแปลงกาย หลากหลาย platform ง่าย!

  • Native App: เฉพาะเจาะจง แกร่ง ราวเหล็กกล้า

  • Hybrid App: คล่องตัว ปรับตัวเก่ง เหมือนสายลม

ณ ริมหาดทรายขาว... เสียงคลื่นซัดสาด... ความแตกต่าง... สวยงามในแบบของมันเอง...

Native App หมายถึงอะไร

Native App คือแอปพลิเคชันที่พัฒนาเฉพาะแพลตฟอร์ม ใช้ภาษาและชุดคำสั่งของระบบปฏิบัติการนั้นโดยตรง

  • iOS (iPhone, iPad, Apple Watch): Swift หรือ Objective-C, พัฒนาด้วย Xcode
  • Android: Java/Kotlin, พัฒนาด้วย Android Studio

ประสิทธิภาพสูง เข้าถึงฟีเจอร์ฮาร์ดแวร์ได้เต็มที่ แต่ต้องพัฒนาแยกกันสำหรับแต่ละระบบ ต้นทุนสูงกว่า Cross-platform App

ปี 2566 เทคโนโลยีพัฒนาอย่างต่อเนื่อง Flutter และ React Native เป็นตัวเลือก Cross-platform ที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น แต่ Native App ยังคงมีความสำคัญสำหรับแอปพลิเคชันที่ต้องการประสิทธิภาพสูงสุด โดยเฉพาะเกมหรือแอปที่มีการประมวลผลภาพสูง เช่น แอปแก้ไขภาพระดับมืออาชีพที่ฉันพัฒนาอยู่ ต้องใช้ Native App เพื่อประสิทธิภาพการทำงานที่ดีที่สุด

Hybrid Application มีแอปอะไรบ้าง

Hybrid Application มีแอปอะไรบ้าง

ก็มีแอปเยอะแยะเลยนะ อย่างพวก...

  • Social: Facebook, Instagram อ่ะไรงี้ พวกนี้ไฮบริดทั้งนั้นแหละ
  • อีเมล/ส่งข้อความ: Gmail, Outlook, Line ก็น่าจะด้วยนะ (ไม่ชัวร์ 100%)
  • เก็บข้อมูล: พวก Google Sheets, Excel Online อ่ะ
  • งาน Event: อันนี้ไม่ค่อยแน่ใจเท่าไหร่ นึกไม่ออกเลยแฮะ
  • จดโน้ต: Evernote, OneNote เนี่ย ใช่เลย
  • E-Commerce: Lazada, Shopee อันนี้เห็นชัดเลยว่า Hybrid

ใครที่ควรใช้ Hybrid Application

เอ่อ... ใครๆ ก็ใช้ได้มั้ง คือถ้า... ถ้าอยากได้แอปที่มันทำได้หลายๆ อย่างอ่ะ แบบ... ข้ามแพลตฟอร์มได้ง่ายๆ ก็ Hybrid นี่แหละ เวิร์คสุดๆ แล้ว คิดว่านะ

เกร็ดความรู้แถม:

  • Hybrid App คืออะไร: มันคือแอปที่เอาข้อดีของเว็บแอปกับ Native App มาผสมกันอ่ะ โค้ดเดียว รันได้ทั้ง iOS และ Android ไงล่ะ
  • Native App: อันนี้คือแอปที่เขียนมาเพื่อระบบปฏิบัติการนั้นๆ เลย (เช่น iOS ก็เขียนด้วย Swift หรือ Objective-C, Android ก็เขียนด้วย Java หรือ Kotlin) มันจะเร็วกว่า ลื่นกว่า แต่ทำยากกว่าไง
  • เว็บแอป: คือเว็บที่ทำมาให้เหมือนแอปเลย แต่จริงๆ มันก็คือเว็บดีๆ นี่เอง เปิดใน Browser เอา
  • ข้อดี Hybrid: พัฒนาเร็วกว่า ถูกกว่า (เพราะโค้ดเดียวใช้ได้หมด), อัปเดตง่ายกว่า
  • ข้อเสีย Hybrid: อาจจะไม่ลื่นเท่า Native App, เข้าถึง Hardware บางอย่างยากกว่า

เพิ่มเติม:

  • Cordova/PhoneGap: อันนี้คือ Framework ดังๆ ที่ใช้สร้าง Hybrid App
  • React Native/Flutter: อันนี้ก็เป็นอีกทางเลือกนะ แต่เค้าเรียก Cross-Platform มากกว่า Hybrid (แต่ก็คล้ายๆ กันแหละ)
  • WebView: ใน Hybrid App มันจะมีตัว WebView ฝังอยู่ ซึ่งมันก็คือ Browser ตัวเล็กๆ ที่เอาไว้รันโค้ดเว็บของเรานั่นเอง
  • ทำไม Shopee ถึงเป็น Hybrid: เพราะเค้าอยากให้มันรันได้ทั้ง iOS และ Android โดยไม่ต้องเขียนโค้ดแยกกันไง แถมยังอัปเดตฟีเจอร์ได้ง่ายด้วย

การพัฒนาแอพพลิเคชั่นแบบใดที่เป็นCross-platform

เออ...เรื่อง Cross-platform นี่เคยลองทำแอพเล็กๆ ส่งอาจารย์ตอนเรียนปี 3 ที่ ม.เกษตรศาสตร์ วิทยาเขตบางเขนนี่แหละ ใช้ Flutter ตอนนั้นประมาณเดือนมีนาคม 2566 จำได้ว่าเครียดมากกกก โค้ดคือ error รัวๆ นั่งแก้ bug อยู่ห้องสมุดเกือบทั้งคืน หงุดหงิดสุดๆ กินมาม่าไป 2 ซอง กว่าจะรันผ่านคือแบบปาไปตี 3 กว่า แอพก็ไม่ได้สวยอะไรมาก แค่แอพจดบันทึกธรรมดาๆ แต่พอมันรันได้ทั้งบน Android ของตัวเอง (Samsung S22) กับ iPhone ของเพื่อน (iPhone 13) คือแบบโล่งมาก รู้สึกภูมิใจในตัวเองเว่อร์ 555 ตอน present งานอาจารย์ชมด้วยนะ ว่า UI/UX ออกมาโอเค คือตอนแรกกะจะทำ native app แยก Android กับ iOS เลย แต่คิดว่าไม่น่าไหว เวลาจำกัด Flutter เลยเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดในตอนนั้น ถึงจะงงๆ กับ Dart ตอนแรก แต่พอจับทางได้ก็เขียนง่ายขึ้นเยอะเลย

  • Flutter : ใช้ตอนเรียน ทำแอพจดบันทึก รันได้ทั้ง Android และ iOS
  • React Native : เพื่อนเคยใช้ทำโปรเจคจบ บอกว่าเรียนรู้ง่ายดี เพราะ based on Javascript
  • Xamarin : อันนี้เคยเห็นผ่านๆ แต่ไม่เคยใช้จริงจัง เห็นว่าใช้ C#
  • Ionic : อันนี้ก็เคยได้ยินชื่อ แต่ไม่รู้รายละเอียดเท่าไหร่

สุดท้ายจบโปรเจคได้เกรด A ฟินนนนนนน