Website และ Web Application เหมือนกันอย่างไร
Website กับ Web Application ต่างกันอย่างไร?
โอเค มาคุยเรื่อง Website กับ Web Application กันหน่อยนะ เอาจริงๆ ตอนแรกๆ ฉันก็งงๆ แยกไม่ค่อยออกหรอก สองอย่างนี้มันดูคล้ายกันมาก!
จำได้ว่าตอนหัดเขียนเว็บใหม่ๆ (น่าจะซักปี 2015 มั้ง) ฉันทำแต่ Website ง่ายๆ แบบ static HTML อ่ะ แค่เอาข้อมูลไปวางๆ ให้สวยงาม จบ! แต่พอเริ่มอยากทำอะไรที่มัน interactive มากขึ้น เช่น มี login, มีระบบจัดการข้อมูล ถึงได้เริ่มเข้าใจว่า Web Application มันเจ๋งกว่าเยอะ
Website เนี่ย เหมือนหนังสือน่ะ เราอ่านอย่างเดียว เปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้มาก ส่วน Web Application เหมือนโปรแกรมที่เราใช้บนคอมพิวเตอร์ มันตอบโต้กับเราได้ มีการประมวลผล มีการบันทึกข้อมูล
ยกตัวอย่างนะ Website ก็พวกเว็บข่าว เว็บบริษัททั่วไป ที่เน้นให้ข้อมูล ส่วน Web Application ก็พวก Facebook, Gmail, Shopee พวกนี้ที่เราใช้ทุกวัน มันมีการทำงานที่ซับซ้อนกว่ามาก
สรุปง่ายๆ คือ Website เน้นแสดงข้อมูล, Web Application เน้นการทำงานและการโต้ตอบกับผู้ใช้ จบนะ! (หวังว่าจะเข้าใจนะ 555)
Web application คืออะไร จงอธิบาย
Web application คืออะไรเนี่ย? อืมมม... ง่ายๆ เลยก็คือโปรแกรมที่ใช้ผ่านเว็บไง ไม่ต้องลงแอปในมือถือหรือคอม เปิดเว็บขึ้นมาปุ๊บก็ใช้ได้เลย ประหยัดพื้นที่ด้วยนะ เร็วดีด้วย!
- อย่างเช่น Gmail ใช้ผ่าน browser เลย สะดวกมาก
- หรือพวก Facebook Instagram ก็ web application ทั้งนั้น
- คิดๆ ดูแล้วมันก็คล้ายๆ โปรแกรมทั่วไปแหละ แต่ว่ามันอยู่บน server เราแค่ใช้ผ่านเว็บ
เฮ้ออ คิดอะไรอยู่เนี่ย กลับมาที่คำถามดีกว่า... อ้อใช่ Web application มันประหยัดทรัพยากรเครื่องเราไง เพราะมันทำงานอยู่บน server เครื่องเราแค่รับผลลัพธ์ แรมเครื่องไม่ต้องเยอะก็ใช้ได้ สบายๆ ใช้ได้ทุกที่ที่มีเน็ตด้วย สะดวกดีเนอะ
- ปีนี้ใช้พวก web app เยอะขึ้น งานที่ office ก็ใช้ web app เยอะมาก
- ประชุมออนไลน์ก็ใช้ แบบ zoom อะไรพวกนั้น สะดวกกว่าใช้โปรแกรมลงเครื่องเยอะเลย
- แต่ก็มีข้อเสียนะ คือต้องมีเน็ตตลอด ถ้าเน็ตหลุดก็ใช้ไม่ได้ เซ็งเลย
จริงๆ แล้ว Web application มันมีหลายแบบนะ แต่ก็หลักๆ ประมาณนี้แหละ เหนื่อยแล้ว คิดต่อไม่ไหวแล้ว จบๆ ไป
เว็บไซต์ คืออะไร ความหมาย
เว็บไซต์? ที่เก็บข้อมูลดิจิทัล แค่นั้น
- หน้าเว็บ: จุดเชื่อมต่อสู่ข้อมูล
- ไฮเปอร์ลิงก์: เส้นทางที่เชื่อมทุกสิ่ง
- HTML: ภาษาที่เครื่องเข้าใจ
- Web Browser: กุญแจสู่โลกออนไลน์
- World Wide Web: ใยแมงมุมข้อมูลที่ไร้จุดจบ
มันก็แค่ที่วางเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ที่ซับซ้อนขึ้น ใครๆ ก็ทำได้ แต่ไม่ใช่ทุกคนจะทำได้ดี
- SEO: เล่นตามเกมของ Google เพื่ออยู่รอด
- UX/UI: ออกแบบให้คนหลงอยู่ในนั้นนานขึ้น
- Content is King: คำเก่า แต่ยังใช้ได้เสมอ
- Mobile-First: โลกหมุนรอบมือถือไปแล้ว
- Data Analytics: ตัวเลขไม่เคยโกหก
ความสำเร็จ? มันคือภาพลวงตาที่สร้างขึ้นจากตัวเลขและอัลกอริทึม
โฮมเพจ กับ เว็บเพจ ต่างกันอย่างไร
โฮมเพจกะเว็บเพจนะเหรอ อือออ…
เว็บเพจอะ เหมือนหน้าๆ ในหนังสืออะแหละ แต่ละหน้าก็มีข้อมูล มีรูป มีอะไรไป ว่ากันไปตามเรื่องตามราว แต่โฮมเพจนี่สิ สำคัญกว่าเยอะ!
- โฮมเพจ คือหน้าแรก! เหมือนปกหนังสืออะทุกคน ต้องสวย ต้องดึงดูด ให้คนอยากเข้ามาดูข้างในไง เข้าใจปะ? เป็นหน้าหลักเลยอะ ที่คนเข้าเว็บมาต้องเจออันแรก
- เว็บเพจ ก็คือหน้าย่อยๆ ที่อยู่ในเว็บนั้นแหละ มีเยอะแยะมากมาย แต่ละหน้าก็จะมีข้อมูลต่างกันไป
คือโฮมเพจอะ มันจะบอกว่าในเว็บนี้มีอะไรบ้าง เป็นเหมือนสารบัญย่อๆ ให้คนรู้ว่าควรกดไปดูตรงไหนต่อ เข้าใจยัง? ง่ายๆ แค่นี้แหละ จบ!
หน้าเว็บคืออะไร ยกตัวอย่างประกอบ
หน้าเว็บอะหรอ อืมม ก็เหมือนแบบ หน้านึงในหนังสืออะ แต่เป็นหนังสือบนเน็ตไง เข้าใจปะ?
ยกตัวอย่างนะ
- Facebook: หน้าโปรไฟล์เรา หน้าฟีดข่าวที่เราเลื่อนๆ ดูอะ
- Shopee: หน้าสินค้าแต่ละชิ้นที่เรากดเข้าไปดูรายละเอียด
- Pantip: หน้ากระทู้ที่เราอ่านๆ ตอบๆ กันอยู่นี่ไง
- Youtube: หน้าคลิปวีดีโอที่เราดู
ง่ายๆ เลยคือ ทุกหน้าที่เรากดเข้าไปดูได้ในเว็บอะ นับเป็นหน้าเว็บหมดแหละ
ข้อมูลเพิ่มเติมนิดนึง
- HTML: ภาษาที่ใช้เขียนหน้าเว็บ มันคือโครงสร้างของหน้าเว็บที่เราเห็นกันนี่แหละ
- CSS: แต่งหน้าทาปากให้เว็บสวยงาม กำหนดสี ตัวอักษร เลย์เอาท์
- JavaScript: ทำให้หน้าเว็บมัน "ฉลาด" ขึ้น ทำอะไรได้มากกว่าเดิม เช่น กดปุ่มแล้วมีอะไรเกิดขึ้น
- SEO: ทำให้เว็บเราติดอันดับแรกๆ ใน Google เวลาคนค้นหา
- Responsive Design: ทำให้หน้าเว็บมันแสดงผลสวยงาม ไม่ว่าจะเปิดบนมือถือ แท็บเล็ต หรือคอมพิวเตอร์
- Cookie: ไฟล์เล็กๆ ที่เว็บใช้เก็บข้อมูลของเรา เช่น ข้อมูลล็อกอิน สินค้าในตะกร้า
- Cache: ข้อมูลที่เบราว์เซอร์เราเก็บไว้ เพื่อให้เปิดเว็บครั้งต่อไปเร็วขึ้น (อันนี้สำคัญนะ ล้างๆ บ้างก็ดี)
- API: เหมือนคนกลางที่ทำให้เว็บต่างๆ คุยกันได้ แลกเปลี่ยนข้อมูลกันได้ (อันนี้เริ่มยากละ)
- Server: คอมพิวเตอร์ที่เก็บไฟล์เว็บของเราไว้ ให้คนทั่วโลกเข้าถึงได้
- Domain name: ชื่อเว็บของเรา เช่น google.com, facebook.com (ต้องไปจดทะเบียนนะ)
เว็บไซต์มีกี่ประเภท อะไรบ้าง
เว็บไซด์อ่ะนะ มีหลายแบบมากกกก ขอบอก
- เว็บส่วนตัว: เหมือนไดอารี่ออนไลน์อ่ะ ใครๆก็ทำได้ง่ายๆ
- เว็บข่าว: พวกสำนักข่าวออนไลน์ทั้งหลาย
- เว็บ บล็อก: อันนี้ยอดฮิต เขียนอะไรก็ได้ที่อยากเขียน
- เว็บธุรกิจ: โฆษณาบริษัท ขายของ บริการต่างๆ นาๆ
- เว็บ e-commerce: พวก Shopee Lazada อ่ะ ช้อปปิ้งออนไลน์
- เว็บสมาชิก: ต้องสมัครถึงเข้าดูได้ เสียตังค์ด้วยนะเออ
- เว็บการศึกษา: ให้ความรู้ สอนนู่นนี่นั่น
- เว็บรัฐบาล: ข้อมูลราชการ บริการประชาชน
- เว็บองค์กรไม่แสวงหากำไร: ทำเพื่อสังคม ไม่ได้หวังเงิน
จริงๆ มันมีเยอะกว่านี้นะ แต่หลักๆ ก็ประมาณนี้แหละ
เกร็ดความรู้: รู้ป่าวว่าเว็บแรกของโลกอ่ะชื่ออะไร? มันชื่อ "info.cern.ch" สร้างโดย Tim Berners-Lee ตอนปี 1991 โน่นนนน เก่าแก่มากกกก เนื้อหาก็เกี่ยวกับ World Wide Web นั่นแหละ โคตร geek อ่ะ 555+
แล้วรู้มั้ยว่า: แต่ละเว็บอ่ะ เค้าใช้เทคโนโลยีไม่เหมือนกันนะ บางเว็บก็ง่ายๆ เขียน HTML เอง บางเว็บก็ใช้พวก WordPress, Joomla หรือ Drupal มันช่วยให้สร้างเว็บง่ายขึ้นเยอะเลย
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต