กล้องถ่ายรูปเลือกยังไง

86 ครั้งเข้าชม
วิธีเลือกกล้องถ่ายรูป ควรเน้นที่คุณภาพและความพอดีกับการใช้งาน อย่าให้พิกเซลสูงล่อตา พิกเซล 12-16 ล้านพิกเซลเพียงพอสำหรับการโพสต์ลงโซเชียล แม้แต่หน้าจอ 4K ก็มีความละเอียดเพียง 8.3 ล้านพิกเซล กล้องที่มีพิกเซล 40-50 ล้านพิกเซลทำให้ไฟล์ภาพใหญ่และหนักเครื่องโดยไม่จำเป็น
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

วิธีเลือกกล้องถ่ายรูป: อย่าเชื่อตัวเลขพิกเซลสูง

วิธีเลือกกล้องถ่ายรูป ที่ดีไม่ได้วัดกันที่จำนวนพิกเซลเสมอไป การเลือกซื้อกล้องให้คุ้มค่า ควรเข้าใจก่อนว่าไฟล์ภาพขนาดใหญ่เกินความจำเป็นจะทำให้คุณเสียพื้นที่จัดเก็บและเครื่องทำงานช้าลงโดยใช่เหตุ

เลือกกล้องตัวแรกยังไงไม่ให้พลาด: สรุปหัวใจสำคัญใน 1 นาที

วิธีเลือกกล้องถ่ายรูปที่ได้ผลที่สุดคือการเริ่มจากเป้าหมายการใช้งานของคุณ ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายคาเฟ่ ท่องเที่ยว หรือเน้นทำ Vlog วิดีโอ โดยปัจจุบันกล้องประเภท Mirrorless เป็นตัวเลือกอันดับหนึ่งสำหรับมือใหม่เพราะมีขนาดกะทัดรัดและใช้งานง่ายกว่าระบบเดิมมาก

ในตลาดปัจจุบัน กล้อง Mirrorless ครองส่วนแบ่งการขายไปแล้วกว่า 80-90% ของตลาดกล้องเปลี่ยนเลนส์ได้ทั้งหมด [1] การเลือกใช้ระบบนี้ช่วยให้เราสามารถเปรียบเทียบกล้อง mirrorless กับ dslr ได้ชัดเจนว่าระบบใหม่ช่วยลดน้ำหนักอุปกรณ์ในกระเป๋าของคุณได้ถึง 300-500 กรัม เมื่อเทียบกับกล้อง DSLR รุ่นเก่า - และเชื่อผมเถอะ น้ำหนักที่หายไปเพียงครึ่งกิโลกรัมนี้เองที่เป็นตัวตัดสินว่าคุณจะอยากหยิบกล้องออกไปถ่ายรูป หรือจะปล่อยให้มันนอนนิ่งอยู่ในตู้ที่บ้าน แต่มีกับดักหนึ่งที่คนขายมักใช้เพื่อโน้มน้าวให้เราจ่ายแพงเกินความจำเป็น - ผมจะขอเฉลยเรื่องนี้ในส่วนของสเปกและจำนวนพิกเซลด้านล่างครับ

คุณจะเอาไปถ่ายอะไร? (ถามตัวเองให้ชัดก่อนเสียเงิน)

ก่อนจะดูสเปกที่ซับซ้อน ให้ลองนึกภาพวันที่คุณออกไปถ่ายรูปจริงๆ ถ้าคุณเน้นความสะดวก พกพาใส่กระเป๋าสะพายใบเล็กได้ กล้อง Compact ระดับสูงหรือ Mirrorless ขนาดเล็กคือคำตอบ แต่ถ้าคุณอยากรับงานถ่ายภาพจริงจังที่ต้องใช้ความทนทานและการจับถือที่มั่นคง กล้องขนาดกลางขึ้นไปจะตอบโจทย์ได้ดีกว่า

ผมเคยทำพลาดมาก่อน ซื้อกล้องถ่ายรูปตัวแรก เลือกยังไงให้คุ้มค่าที่สุดเพราะตอนแรกผมจัดเต็มชุดใหญ่เพราะคิดว่า ยิ่งใหญ่ยิ่งโปร ผลคือแบกไปเที่ยวทริปเดียวแล้วปวดหลังจนอยากจะโยนทิ้งไว้ที่โรงแรม ความจริงที่น่าเจ็บปวดคือ กล้องที่ดีที่สุดไม่ใช่กล้องที่แพงที่สุด แต่เป็นกล้องที่คุณพร้อมจะพกมันไปได้ทุกที่โดยไม่รู้สึกว่าเป็นภาระ

งบประมาณที่แท้จริง: ไม่ใช่แค่ค่ากล้อง แต่คือค่าระบบ

มือใหม่หลายคนมักเทงบทั้งหมดไปกับตัวกล้อง (Body) จนลืมเผื่อเงินไว้สำหรับเลนส์ เมมโมรี่การ์ด และแบตเตอรี่สำรอง โดยปกติแล้วคุณควรแบ่งงบประมาณออกเป็นส่วนๆ โดยให้ค่าตัวกล้องอยู่ประมาณ 60-70% และเหลืออีก 30% สำหรับเลนส์ตัวที่สองหรืออุปกรณ์เสริมที่จำเป็น

งบประมาณเริ่มต้นที่คุ้มค่าสำหรับเลือกกล้องถ่ายรูปมือใหม่มักจะอยู่ในช่วง 20,000 ถึง 35,000 บาท ซึ่งในราคานี้คุณจะได้กล้อง Mirrorless คุณภาพดีพร้อมเลนส์คิท (Lens Kit) ที่เพียงพอต่อการเรียนรู้พื้นฐานทั้งหมด หากคุณซื้อกล้องรุ่นที่แพงเกินไปในช่วงแรก คุณอาจจะเหลือเงินไม่พอซื้อเลนส์ฟิกซ์ (Prime Lens) ที่ช่วยให้ถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอได้สวยงาม ซึ่งนั่นมักจะเป็นสิ่งที่มือใหม่ต้องการเห็นมากที่สุดในภาพถ่ายของตัวเอง

เซ็นเซอร์และฟีเจอร์: เลิกดูแค่พิกเซล แล้วดูสิ่งนี้แทน

นี่คือความลับที่คนขายอาจจะไม่บอกคุณ: กล้องถ่ายรูปแบบไหนดีไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนพิกเซลมหาศาลเสมอไป สำหรับการโพสต์ลงโซเชียลมีเดียทั่วไป ไฟล์ภาพขนาด 12-16 ล้านพิกเซลนั้นเกินพอแล้ว (แม้แต่หน้าจอ 4K ก็มีความละเอียดเทียบเท่าแค่ประมาณ 8.3 ล้านพิกเซลเท่านั้นเอง) [3] ดังนั้นอย่าหลงไปกับตัวเลข 40 หรือ 50 ล้านพิกเซลที่ทำให้ไฟล์ภาพหนักเครื่องเปล่าๆ

สิ่งที่ควรให้ความสำคัญมากกว่าคือขนาดของเซ็นเซอร์ กล้องระดับเริ่มต้นส่วนใหญ่จะใช้เซ็นเซอร์ขนาด APS-C ซึ่งมีพื้นที่รับแสงมากกว่าเซ็นเซอร์ในสมาร์ทโฟนทั่วไปประมาณ 8-10 ท่า สิ่งนี้แหละที่ทำให้ภาพจากกล้องดูมี มิติ และมีการละลายหลังที่นุ่มนวลกว่าโทรศัพท์มือถืออย่างเห็นได้ชัด

นอกจากขนาดเซ็นเซอร์แล้ว อีกปัจจัยในการเลือกกล้องถ่ายรูปมือใหม่คือฟีเจอร์ที่ต้องมี: ระบบโฟกัสใบหน้าและดวงตา (Eye-AF): ช่วยให้ถ่ายคนได้ง่ายขึ้นมาก ไม่ต้องกลัวหลุดโฟกัส หน้าจอพับได้ (Flip Screen): จำเป็นมากถ้าคุณชอบเซลฟี่หรือถ่ายวิดีโอด้วยตัวเอง การเชื่อมต่อไร้สาย: เพื่อส่งรูปเข้ามือถือได้ทันทีหลังถ่ายเสร็จ

บทเรียนราคาแพง: เมื่อกล้องแพงไม่ได้แปลว่ารูปสวย

วิธีเลือกกล้องถ่ายรูป ให้เหมาะสมกับระดับฝีมือเป็นเรื่องสำคัญ นานๆ ครั้งผมถึงจะเจอคนที่ซื้อกล้องรุ่นท็อปมาแล้วไม่รู้สึกเสียดายเงินในภายหลัง ความจริงก็คือ กล้องระดับโปรถูกออกแบบมาเพื่อความทนทานและฟังก์ชันที่มืออาชีพต้องใช้ภายใต้ความกดดัน เช่น ปุ่มควบคุมที่แยกออกมาเยอะๆ หรือช่องใส่เมมโมรี่การ์ดสองช่อง ซึ่งสำหรับมือใหม่แล้ว มันคือความซับซ้อนที่ทำให้การเรียนรู้น่าเบื่อขึ้นกว่าเดิม

ผมรู้จักเพื่อนคนหนึ่งที่ยอมรูดบัตรซื้อกล้อง Full Frame ตัวละเกือบแสนบาท เพราะเชื่อโฆษณาว่ามันจะเปลี่ยนเขาเป็นช่างภาพมือโปรได้ในข้ามคืน (อันที่จริงมันก็แค่ทำให้กระเป๋าเขาเบาลงไปเยอะเลย) สุดท้ายเขากลับใช้โหมด Auto ตลอดเวลา และบ่นว่าทำไมสีรูปไม่สวยเหมือนในไอจีคนอื่น นั่นเป็นเพราะเขายังไม่เข้าใจพื้นฐานการจัดองค์ประกอบภาพและทิศทางแสง ซึ่งเป็นสิ่งที่กล้องราคาเท่าไหร่ก็สอนคุณไม่ได้

หากคุณกำลังมองหายี่ห้อที่ไว้ใจได้ ลองเข้าไปดูต่อที่ กล้อง Canon รุ่นไหนดี มือใหม่ เพื่อประกอบการตัดสินใจนะครับ

เปรียบเทียบกล้อง 3 ประเภทที่ได้รับความนิยมมากที่สุด

เพื่อให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้น นี่คือข้อแตกต่างที่สำคัญของกล้องแต่ละแบบที่คุณจะเจอในร้านขายกล้องปัจจุบัน

Mirrorless (ตัวเลือกแนะนำ ⭐)

  • เบาและเล็ก พกพาสะดวก เหมาะกับการถือถ่ายนานๆ
  • เปลี่ยนเลนส์ได้หลากหลายรูปแบบ รองรับงานทุกระดับ
  • ระบบโฟกัสทันสมัยที่สุด เห็นภาพที่จะได้จริงผ่านหน้าจอทันที

Compact / Vlog Camera

  • เล็กที่สุด ใส่กระเป๋าเสื้อหรือกระเป๋ากางเกงได้เลย
  • เปลี่ยนเลนส์ไม่ได้ แต่เลนส์ที่ติดมาให้มักมีคุณภาพสูง
  • เน้นความง่าย (Point and Shoot) และฟีเจอร์สำหรับวิดีโอ

DSLR (ระบบดั้งเดิม)

  • ใหญ่และหนัก แต่จับถนัดมือมากสำหรับคนมือใหญ่
  • เลนส์มือสองราคาถูกมีให้เลือกเยอะมากในตลาด
  • แบตเตอรี่อึดมาก ชาร์จครั้งเดียวถ่ายได้เป็นพันรูป
สำหรับมือใหม่ส่วนใหญ่ Mirrorless คือทางสายกลางที่สมบูรณ์แบบที่สุดครับ เพราะคุณจะได้คุณภาพไฟล์ระดับมืออาชีพในขนาดที่ยังพกพาไปเที่ยวได้จริง ส่วนสายคอนเทนต์ที่เน้นความไว Compact ก็น่าสนใจไม่แพ้กัน

บทเรียนจากความผิดพลาดของพงษ์: จากกล้องใหญ่สู่กล้องที่ใช่

พงษ์ พนักงานบริษัทวัย 28 ปีในกรุงเทพฯ ตัดใจซื้อกล้อง DSLR รุ่นใหญ่พร้อมเลนส์ครบชุดในราคากว่า 50,000 บาท เพราะอยากได้ภาพสวยๆ เวลาไปเที่ยวคาเฟ่กับแฟน แต่เขากลับพบว่าชุดอุปกรณ์ที่หนักเกือบ 2 กิโลกรัมทำให้เขาเหนื่อยเกินกว่าจะสนุกกับการถ่ายภาพ

ความพยายามครั้งแรกคือการพยายามแบกทุกอย่างไปทริปเชียงใหม่ ผลคือเขาเจ็บไหล่เรื้อรังไปหลายวัน และสุดท้ายก็จบลงด้วยการใช้มือถือถ่ายรูปแทนเพราะไม่อยากหยิบกล้องหนักๆ ออกมาสู้กับแดดเมืองไทย

หลังจากปล่อยกล้องนอนในตู้มา 4 เดือน เขาตัดสินใจขายทิ้งและเปลี่ยนมาใช้ Mirrorless ขนาดเล็กที่มีระบบโฟกัสดวงตาอัตโนมัติ เขาพบว่าความสุขไม่ได้อยู่ที่สเปกเทพ แต่อยู่ที่ความเบาที่ทำให้เขาหยิบกล้องออกมาถ่ายได้ทันทีที่เห็นจังหวะดีๆ

ปัจจุบันพงษ์ถ่ายรูปบ่อยขึ้นกว่าเดิมถึง 3 เท่า ผลงานภาพถ่ายของเขาพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็วเพราะได้ฝึกใช้งานจริงทุกสัปดาห์ และเขายังบอกว่าการยอมรับว่า 'กล้องตัวใหญ่ไม่เหมาะกับเรา' คือจุดเริ่มต้นที่แท้จริงของการเป็นช่างภาพของเขา

คำแนะนำสุดท้าย

น้ำหนักคือเรื่องใหญ่ที่สุด

เลือกกล้องที่น้ำหนักรวมเลนส์แล้วคุณสามารถถือเดินถ่ายได้เกิน 2 ชั่วโมงโดยไม่รู้สึกเมื่อยล้า

แบ่งงบเผื่ออุปกรณ์เสริม

อย่าใช้เงินทั้งหมดซื้อแค่บอดี้กล้อง ควรเหลือเงินประมาณ 30% สำหรับเมมโมรี่การ์ดความเร็วสูง แบตเตอรี่สำรอง และกระเป๋ากล้อง

โฟกัสดวงตาคือตัวช่วยชีวิต

หากเน้นถ่ายคน ให้เลือกกล้องที่มีระบบ Eye-AF เพราะจะช่วยลดโอกาสภาพเบลอได้มากกว่า 70% เมื่อเทียบกับการโฟกัสแบบปกติ

มุมมองอื่นๆ

ซื้อกล้องรุ่นใหม่ล่าสุดเลยดีไหม หรือรุ่นเก่าก็พอ?

ถ้าคุณมีงบจำกัด กล้องรุ่นที่ออกมาแล้ว 1-2 ปีมักจะคุ้มค่าที่สุดครับ เพราะสเปกส่วนใหญ่ยังทันสมัยเพียงพอ แต่ราคาจะลดลงมา 20-30% จากราคาเปิดตัว ซึ่งเงินที่ประหยัดได้ส่วนนี้สามารถนำไปซื้อเลนส์ดีๆ มาเสริมได้

กล้องมือสองเสี่ยงเกินไปไหมสำหรับมือใหม่?

มือสองเป็นทางเลือกที่ดีถ้าคุณซื้อจากร้านที่ไว้ใจได้และมีประกันให้ครับ แต่สำหรับคนที่ไม่เคยจับกล้องเลย ผมแนะนำให้เริ่มจากมือหนึ่งรุ่นเริ่มต้นก่อน เพราะคุณจะได้รับการรับประกันศูนย์ที่อุ่นใจกว่าหากเกิดปัญหาทางเทคนิค

ถ่ายรูปจากมือถือสวยอยู่แล้ว จำเป็นต้องซื้อกล้องอีกไหม?

สมาร์ทโฟนใช้ซอฟต์แวร์แต่งภาพให้สวย แต่กล้องจริงให้ 'คุณภาพไฟล์' และ 'มิติภาพ' ที่เหนือกว่ามากครับ โดยเฉพาะถ้าคุณต้องการพิมพ์ภาพขนาดใหญ่หรือต้องการละลายหลังที่ดูเป็นธรรมชาติ กล้องจะให้ผลลัพธ์ที่มือถือยังทำไม่ได้

แหล่งข้อมูลที่อ้างถึง

  • [1] Dpreview - ในตลาดปัจจุบัน กล้อง Mirrorless ครองส่วนแบ่งการขายไปแล้วกว่า 80-90% ของตลาดกล้องเปลี่ยนเลนส์ได้ทั้งหมด
  • [3] En - หน้าจอ 4K มีความละเอียดเทียบเท่าแค่ประมาณ 8.3 ล้านพิกเซลเท่านั้นเอง